LOGIN!! หมับ !! แต่กับถูกมือของเขาล็อกมือแนะดันตัวชิดผนัง “จะตบหน้าฉัน” คนถามยกยิ้มร้ายที่มุมปาก สายตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ “สมควรไหม จู่ๆ นายก็มาจูบฉัน จูบทำไมไหนบอกไม่สวย” เธอมองเขาสีหน้าเอาเรื่องสุดๆ “ไม่สวยแต่อยาก...จูบ หรือเธอมีปัญหา อะไร ” หึ...ถามได้นะ นี้เขาใช้สมองส่วนไหนคิด จู่ๆ ก็กระชากฉันไปจูบ ถึงวาคิมนายนี้จะมีดีแต่หน้าตาดี นิสัยที่สวนทางกับหน้าหล่อๆ แต่บอกเลย กับผู้ชายปากเสียคนนี้จูบเร้าอารมณ์แค่ไหนฉันไม่อิน ทว่าขณะร่างบางจะเดินหนีนั้น นิ้วชี้ของคนตัวสูงแต่เข้าที่ริมฝีปากบางล่างของเธอ “จะทำอะไร” “เถอะน๊า แค่ดู ที่โดนฉันกัดปากวันนั้นหายยัง” “เป็นหมาหรือไงถึงชอบไล่กัด ปาก” “หมาอย่างฉันไม่กัดเก่งแค่ปาก อย่างอื่นฉันก็กัด เธอเองลองมาแล้วนิ หรือ...คืนนั้นเธอลืม รื้อฟื้นให้หมาตัวนี้หน่อยไหม คืนนี้คอนโดฉัน ยังว่างนะ” ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตัวเล็ก “ถอย วาคิมนายอย่าทำอะไรบ้าๆ นะ”
View MoreKesederhanaan alias kemiskinan akut yang membuat mereka tak mampu membeli masker pelindung. Sebuah masker yang bisa melindungi dari efek penerapan teknologi itu.
Masker yang sebenarnya sudah disediakan tujuh penguasa, tetapi berharga fantastis dan tak lebih hanya terasa semacam ejekan bagi orang-orang pinggiran seperti keluarga Arga. Kembali merangkak, Arga menggeserkan tubuhnya merayap mendekati kamar ayahnya untuk mengambil masker ala-ala buatan ayahnya sendiri. Arga sebenarnya tak yakin, dia hanya berusaha hidup sampai kematian menghampiri. Melakukan apa yang Ayah dan ibu pesankan terakhir dalam hidup mereka. Selama masa meregang nyawa tadi mereka berempat memang berkumpul tergeletak di ruang tengah dan menelan pilu bersama, saat nyawa pelan-pelan pergi dari satu persatu tubuh orang kesayangan. Arga memakai masker itu. Memang bentuknya sangat biasa, berbeda jauh dari mode masker keluaran penguasa tujuh. Tapi ajaib, Arga bisa merasakan nafasnya kini lebih lega, tak menyakitkan dan sesak seperti tadi. Ayah Arga almarhum memang pandai. Sayangnya Arga tak banyak menuruni sifat kecerdasan ayahnya, mungkin adiknya Arya akmarhum yang lebih menuruninya. Arga menuruni sifat bekerja keras tanpa menyerahnya ayahnya saja. Arga lalu terbaring sejenak untuk mengembalikan tenaganya. Sementara pikirannya jauh mengelana memikirkan langkah selanjutnya. Setelah beberapa jam terbaring, Arga berniat menguburkan tiga jenasah keluarganya dengan lebih mnusiawi. Dengan sisa tenaga yang tak banyak dan makin berkurang, serta rasa sesak di dada yang mulai timbul lagi, pelan-pelan Arga membuat lubang yang tak terlalu dalam di belakang rumahnya.Satu demi satu diseretnya tubuh adik, ayah dan ibunya dengan penuh cucuran air mata. Dibaringkannya dalam lubang tersebut ketiganya sekaligus, karena Arga tak mampu menggali lubang lagi. Arga berdoa dalam tangisan pilu, saat menghantarkan ketiga orang tercintanya itu. Lalu cepat ditutupinya dengan beberapa kayu agar tak digali hewan, lalu juga dilapisi gundukan tanah tersisa sampai semua rapi tertutup. Saat semua berakhir, Arga pun jatuh pingsan di dekat makam keluarganya. ***Sementara itu keadaan Bumintara makin kacau. Tidak hanya banyak orang-orang miskin meninggal, tapi juga keadaan bumi yang banyak mengalami kerusakan. Apakah para 7 penguasa itu tidak memikirkan teknologi baru yang mereka agung-agungkan itu bisa sangat percuma keberadaanya? Apabila orang-orang yang seharusnya bisa menikmatinya malah banyak yang meninggal? Ataukah keberadaan teknologi itu memang hanya diperuntukkan bagi orang kaya saja? Itu sungguh naif dan egois. Karena sejatinya teknologi digunakan untuk sebesar-besar kemakmuran rakyat, tanpa memandang jenis kekayaan rakyatnya. Apakah para 7 penguasa lupa dengan kekuatan manusia besar yang ada pada 70% rakyat Bumintara yang malangnya tergolong biasa dan miskin ini? Sejatinya teknologi secanggih apapun bisa dikalahkan oleh otak manusia yang lebih banyak. Terlalu banyak yang bisa terjadi dengan kekuatan penyatuan manusia, apalagi yang dalam keadaan tertekan, kehilangan, marah dan tertindas!Mungkin memang saat ini 7 penguasa masih di atas angin. Dan mereka telah lupa darimana mereka dulu berasal. Dan niscaya kesombongan atas keadaan yang 'menang' ini hanya bersifat sementara. Kekuatan lain tak terlihat mulai menyusun rencana menggulingkannya! Dan itu bisa dipastikan dimulai dari sesosok lemah anak manusia seperti Arga. ***“เดี๋ยวป๊ะป๋ากับคุณแม่มารับน้องนะคับ” วาคิมเอ่ยจบลูกชายก็โบกมือบายๆ ผมและเนเน่“เก่งจังเลยคับ ลูกชาย” ทว่าขณะที่วาคิมหันมาสบตากับเนเน่แล้วใบหน้าอันหล่อเหลาผุดรอยยิ้มที่มุมปาก ลูกไม่ร้องสักแอะ แต่คุณแม่คนสวยนั้นกับน้ำตาคลอเบ้า“คิดถึงลูก” เนเน่เอ่ยกับวาคิม ดวงตาเรียวสวยจ้องมองแผ่นหลังลูกชายจนกระทั้งลับตา“แป๊บเดียว ดูเหมือนว่า เด็กๆ โตขึ้นมากเลยนะ” คนคิดถึงลูกเอ่ยกับสามี เพราะน้อยครั้งนัก ที่ฉันจะห่างลูกๆ มือหนาโอบเข้าบ่าไหลของภรรยา“พอลูกเติบโตมากขึ้นกว่านี้ นาวา นักรบก็ต้องไปใช้ชีวิตของตัวเอง” แค่ลูกเข้าโรงเรียนฉันยังใจหายมากขนาดนี้“ไม่อยากให้โตเลย” เนเน่เอ่ยขณะที่มือของสามีนั้นคอยซับน้ำตาของเธอ ผมไม่รู้จะเอ็นดูลูกๆ หรือคุณแม่ของเจ้าสองแสบก่อนดี วาคิมหลุดยิ้มให้กับภรรยาอย่างน่ารัก จากที่ส่งเด็กๆ เสร็จแล้วนั้น ป๊ะป๋าสุดหล่อก็ขับรถมาส่งภรรยาคนสวยที่โรงแรมของคุณย่ามณีจันทร์ต่อ ทว่าขณะที่เนเน่จะลงจากรถนั้น“ที่รัก ลืมอะไรไปป่าว ขนาดเจ้าสองแสบยังไม่ลืมนะคับ คุณแม่จะลืมได้ไง” วาคิมไม่พูดเปล่า แต่กับยื่นใบหน้าอันหล่อเหลาแก้มป่องๆ เข้าหาภรรยาอย่างเนเน่“จุ๊บนะคะ ป๊ะป๋า”“ตรงนี้ด้วยคับ” เมื่
~1 ปีต่อมา~เนเน่และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่คุณแม่คนสวยและพี่เลี้ยงวุ่นวายกับการแต่งตัวให้กับสองแสบ ร่างน้อยๆ กลมๆ คนพี่อยู่ในชุดนักเรียนยูนิฟอร์มของโรงเรียนนานาชาติชื่อดัง ส่วนคนน้องยูนิฟอร์มเนอสเซอรี่ที่น่ารักน่าหยิกไม่ต่างจากพี่สาวมากนัก วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกของเด็กชายนักรบ ดูสิวันนี้ลูกชายเจ้าอ้วงของฉันจะรอดหรือล่วงกันแน่ ลูกชายตัวแสบจะไปเรียน คุณแม่ไม่รู้จะสงสารลูกหรือคุณครูก่อนดีทว่าขณะที่ฉันและพี่เลี้ยงช่วยกันไล่จับสองแสบแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยที่พร้อมออกจากบ้านพร้อมคุณแม่และป๊ะป๋าแล้วนั้น ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตผูกไท้ในมือของวาคิมถือเสื้อสูทเดินเข้ามาหาลูกๆ“โอ้โห ลูกชายใครนี้ อ้วงวันนี้น้องนักรบน่ารักมากเลยนะคับ ไปโรงเรียนวันแรก น้องต้องไม่ดื้อไม่ซนนะคับลูกชาย” วาคิมคุณพ่อลูกสอง ดีกรีผู้บริหารโรงแรมดีอาร์ปริ้นเซส เอ่ยกับบุตรชาย ซึ่งตอนนี้นอกจากผมจะดูแลธุรกิจแฟตฟอร์มขายอุปกาณ์แต่งรถกับมอสแล้ว ผมยังมาช่วยคุณยายมานิตาบริหารโรงแรมด้วยคับ คุณพ่อลูกสองต้องขยันมากขึ้นเป็นสองเท่าตัวส่วนภรรยาสุดที่รักของผมอย่างเนเน่นั้นก็ไม่ต่างจากผมนัก หลังจากที่สองแสบเข้าโรงเรียน เนเน่ก็เข้าไปช่วย
“นั้นไง ธรรมดาที่ไหน” วาคิมว่าให้ลูกชายฝีมือคนตัว อ้วงๆ เด็กจ้ำม้ำเมื่อกี้ลูกสาวหวงป๊ะป๋า นักรบสายตาที่มองป๊ะป๋าแบบนี้“ไงคับ อ้วง เจ้าอ้วงหวงคุณแม่เหรอคับ ลูก” วาคิมเด็กนอกจากที่ผมทึ่งในเด็กสองขวบ ตอนนี้ป๊ะป๋าต้องทึ่งในตัวเด็กขวบกว่าๆ ย่างสองขวบด้วย“หวงคุณแม่ใช่ไหมคับ ไม่ได้นะลูก แบบนี้เราต้องทำความเข้าใจกันใหม่ โอเค ไหมคับอ้วง ถ้าอ้วงตกลง ป๊ะป๋าจะให้ดื่มนม” น้องนักรบได้แต่มองหน้าบิดา“ตกลงนะคับลูกชาย” เด็กชายนักรบพยักหน้า หนึ่งทีเหมือนนะรู้เรื่อง“มันต้องแบบสิวะ ไอ้ลูกชาย น้องไม่ปาขวดน้ำใส่ป๊ะป๋านะลูก เข้าใจ๋” วาคิมเอ่ยจบก็ยื่นขวดนมให้ลูกชายสุดที่รัก“แสบจริงลูกใคร หว่า”“ทำเอง จะลูกใครละ ลูกแสบซนเหมือนป๊ะป๋าเลย” เนเน่เอ่ยขึ้นลอยๆ ยิ้มแก้มปริ่ม“ป๊ะป๋า ไม่ดื้อไม่ซน ป๊ะป๋าออกจะน่ารัก ใช่ไหมคะ พี่นาวา ป๊ะป๋าน่ารัก โซคิ้วไหมคับลูก”“ป๊ะป๋าโซคิ้ว คะคุณแม่ขา” ลูกยืนยันมาเช่นนั้น ทำเอาป๊ะป๋าหล่อเหลายิ้มหน้าบาน หลงลูกวันละร้อยรอบ จากที่เคยหลงรักเมียมาก ตอนนี้ก็หลงทั้งลูกทั้งเมียคูณสามไปเลย“ลูกป๊ะป๋าชัดๆ ”“ลูกสาวป๊ะป๋า ส่วนลูกชายลูกคุณแม่คะ” ฉันเอ่ยกับวาคิม ใบหน้าอันหล่อเหล่คุณพ่อลูกสองย
เนเน่หลังจากที่ฉันและวาคิมพาลูกสาว เจ้าหญิงตัวกลมๆ ไปเรียนไอซสเก็ตเสร็จจากเรียน ป๊ะป๋าวาคิมสุดหล่อพาลูกชายเจ้าหมูอ้วนออกมาทำกิจกรรมนอกบ้านที่สวนสาธารณะ ลูกชายเจ้านักรบนอนพุงกลางอยู่ในรถเข็นเด็ก โดยที่พี่สาวคนสวยเข็นรถน้อง พอพี่จ๋า พี่เลี้ยงเด็ก ขนรถเข็นลงจากรถป๊ะป๋าวาคิมเท่านั้นแหละ นาวาก็เข็นน้องสนุกใหญ่เลย“ป๊ะป๋าขา คุณแม่ขา น้องนาวาเลี้ยงน้องเองคะ” เสียงเด็กสองขวบกว่าๆ ที่พูดเจือแจ๋ว พูดไฟแลบก็ลูกสาวฉันนี้แหละ“ตัวแค่นี้รู้ความจริง เก่งมากคับลูกป๊ะป๋า” พอป๊ะป๋าอนุญาต ให้เข็นน้องได้ก็เอาใหญ่เลย นาวาไม่เข็นรถน้องธรรมดา แต่เข็นแล้ววิ่ง เล่นเอาฉันที่เห็นเช่นนั้นใจหายใจคว่ำไปเลย“พี่นาวา จะพาน้องซิ่งไปไหนคะลูก” ฉันถือถ้วยข้าวและขวดน้ำวิ่งตาม ส่วนป๊ะป๋าก็วิ่งตามลูกอีกที นาวานอกจากจะพูดเก่งแล้ว ปล่อยเป็นไม่ได้พอขาแตะพื้นออกสตาร์ท ดูเอาเถอะ ลูกสาวฉัน แสบจริง“ซิ่งคะ คุณแม่ขา ป๊ะป๋าบอกซิ่งเหมือนคุณแม่” ฉันได้แต่มองหน้าคนใส่ความฉัน“ป๊ะป๋าเอาอะไร ใส่หัวลูกคะ” ฉันถามสามีสุดที่รักวาคิมยิ้มแห้งๆ ให้ฉัน“ชอบซิ่งแบบนี้ โตขึ้นน้องอย่าไปแข่งรถที่ไหนนะคับลูก ถ้าเป็นเหมือนคุณแม่ ป๊ะป๋าหัวใจจะวายตาย”
“ควงเด็ก ให้เขาหึงกูไร สัส เขาดิควงผัวใหม่เย้ยกูแทน เจ็บชิบหาย...” ใบหน้าอันหล่อเหลาคิดหนักเป็นสองเท่า“ไอ้เนเน่นี้นะ คบเด็กมอเอ็นเอส เชี่ยคิม ข้อมูลมึงมั่วป่าว” รามไม่เชื่อเนเน่คบเด็กมอเอ็นเอส ใบตองใบเตยต้องพูดผ่านหูผมบ้างดิวะ เพราะผมนี้แหละสายให้ไอ้เชี่ยคิม บอกให้ผมเป็นหูเป็นตาเฝ้าดูไอ้เนเน่อยู่ห
ด้านเนเน่ร่างบางที่เดินเฉิดฉายเข้ามาในงานพร้อมกับหนุ่มนักธุระกิจหนุ่ม ทายาทเจ้าของโรงแรมชื่อดังอย่างวาตะ เนเน่วันนี้ฉันไม่ได้มาที่โรงแรมของคุณย่าในนามพนักงานแม่บ้าน เด็กฝึกงานของที่นี่แต่อย่างใด แต่ฉันมาในงานนี้ในฐานะหลานสาวของคุณย่ามณีจันทร์ เจ้าของโรงแรมแห่งนี้นั้นเอง ร่างบางใบหน้าสวยหวานควงหลานช
ด้านเนเน่ที่ถูกคนตัวสูงโอบปลอบอยู่นั้น ร่างบางรู้ตัวอีกทีกับพบว่าฉันและวาคิม เราอยู่ที่เอเชียทีคแล้ว ดวงตาเรียวสวยจ้องมองไปยังชิงช้าสวรรค์ที่อยู่ตรงหน้า“นายพาฉันมาที่นี่ทำไม”“ไม่อยากมาเหรอ...” เขาเอ่ย วาคิมนายนี้จริงๆ เลย“ไหนบอกจะไปส่งที่คอนโด แบบนี้เขาเรียกว่า พูดปด” น่าแปลก วาคิมเขารู้ได้ยังไง
วาคิมหลังจากที่ผมวางสายจากเนเน่ใครจะคิด เนเน่จะใจร้ายกับผัวเธอไปไหน กินยาไม่หายสงสัยต้องพึ่งอะไรที่มันบาดคอแล้ว หลังจากที่ผมนอนโทรมเพราะโดนพิษไข้เล่นงานตั้งแต่ช่วงบ่าย รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกที ก็มีสายเรียกเข้าสายเนเน่ ผมที่รับปากจะไปรับเธอแต่กับไปไม่ไหว เชี่ย...ผมแม่งดื่มน้ำขวดเดียวกับไอ้เอเปค มันป






reviews