Masuk“แกต้องแต่งงานกับหนูจาร์…นี่คือคำสั่งแม่และถ้าแกยังเป็นลูกชายแกก็ต้องทำตามที่แม่บอก” ดาราวรรณยื่นคำขาด
“แต่ว่า…” ภูริทัตเอ่ยปากขึ้นยังพูดไม่หมดคำดาราวรรณพูดแทรกขึ้นมาทันที
“ไม่มีแต่ใดๆ ทั้งสิ้น แกอยากให้ลูกของแกเกิดมาแล้วขาดพ่อหรือแม่ไปแบบแกเหรอ?” ดาราวรรณพูดย้อนให้ภูริทัตคิดเพราะเขาโตมาจากพ่อแม่ที่แยกทางกันเขามีแค่แม่ที่เลี้ยงดูเขาแค่คนเดียวพ่อไม่เคยมาสนใจอะไรเขาเลย
ภูริทัตคิดย้อนถึงตัวเองคำพูดของแม่เขาดึงสติเขาเพราะเขาเป็นคนผิดกับเรื่องนี้และที่สำคัญถ้าเรื่องที่เขาทำผู้หญิงท้องแต่ไม่รับผิดชอบแดงขึ้นมาภาพลักษณ์ของบริษัทเขาต้องเสียหมด บริษัทนี้แม่ของเขาสร้างมันมาด้วยความลำบากเพียงลำพังเขาจึงคิดได้ว่าควรทำอะไร
“ผมจะรับผิดชอบจารุวีย์และแต่งงานกับเธอ..ว่าแต่เมื่อไหร่ครับ?”
จารุวีย์ได้ยินแบบนั้นก็แปลกใจว่าภูริทัตทำไมยอมง่ายจัง ไหนเขาว่ารักข้าวฟ่างมากแต่เธอเองก็ไม่สบายใจสักเท่าไหร่ที่ภูริทัตต้องมาแต่งงานกับเธอเพราะเธอเองก็รู้สึกผิดต่อข้าวฟ่าง..แต่มันคงเป็นทางออกที่ดีที่สุดเพราะเธอเองก็ห่วงภาพลักษณ์ของแม่เธอถ้าหากเธอท้องไม่มีพ่อ เธอแอบดีใจที่จะได้แต่งงานกับภูริทัต
ทำไมฉันต้องอมยิ้มด้วยนะที่เขาแต่งงานกับฉันเพราะฉันท้องต่างหากเขาถึงต้องมารับผิดชอบคนที่เขารักคือข้าวฟ่างไม่ใช่ฉัน ความคิดนี้ของจารุวีย์ทำให้เธอหุบยิ้มในทันที
“แม่จะคุยกับป้ามลก่อนแล้วจะบอกอีกที แต่ต้องแต่งให้เร็วที่สุดเพราะเดี๋ยวท้องของหนูจาร์จะโตก่อน แม่ขอตัวไปโทรหาป้ามลก่อน” ดาราพูดบอกภูริทัตและเดินออกไปและเหลือแค่ภูริทัตกับจารุวีย์สองคน
“เธอไม่ต้องดีใจไปหรอก …..ที่ฉันต้องแต่งงานกับเธอก็เพราะต้องรับผิดชอบลูกในท้องของเธอ คนที่ฉันรักมีแค่ข้าวฟ่างคนเดียวเท่านั้นเมื่อเธอคลอดลูกแล้วเธอต้องออกไปจากชีวิตฉันและลูกพร้อมเงินจำนวนหนึ่ง” ภูริทัตพูดโดยมองหน้าจารุวีย์ด้วยความไม่พอใจ
“คุณคิดว่าเงินคุณใหญ่โตมาจากไหน ฉันเองก็มีเงินไม่น้อยไปจากคุณหรอกเงินของคุณฉันไม่ต้องการหรอกและถ้าลูกของฉันต้องมีพ่อแบบคุณฉันขอไม่ให้ลูกมีพ่อดีกว่า และคุณไม่ต้องห่วงนะเมื่อฉันคลอดลูกฉันจะหย่าและออกไปจากชีวิตคุณเองแต่ลูกต้องไปกับฉัน ที่ฉันต้องแต่งงานกับคุณก็เพราะไม่อยากให้แม่ฉันอายคนอื่นที่ฉันท้องไม่่มีพ่อแค่นั้นแหละ” จารุวีย์พูดด้วยอาการโมโหและเริ่มเอือมละอากับภูริทัตทีแรกก็นึกว่าจะคิดได้ที่แท้ก็เหมือนเดิมพูดจบจารุวีย์ก็เดินหนีไป
“เธอจะไปไหนมาคุยกับฉันให้รู้เรื่องก่อนลูกต้องอยู่กับฉันไม่ใช่เธอ” ภูริทัตตะโกนพูดกับจารุวีย์ด้วยความฉุนเฉียว
ทำไมเขาเห็นแก่ตัวแบบนี้นะอยากได้ลูกแต่ไม่อยากได้แม่คิดจะมาเอาลูกไปจากฉันฝันไปเถอะทำไมฉันต้องให้ด้วยอุส่าอุ้มท้องมาตั้งเก้าเดือน จากที่ฉันรู้สึกดีด้วยเพราะเป็นผู้ชายคนแรกของฉันมาทำให้ฉันเกลียดฉันไม่น่าเมาจนพลาดเลย เฮ้อออ
จารุวีย์ได้แต่บ่นกับตัวเองและใจของเธอก็เป็นทุกข์ไม่น้อยเพราะเธอก็วาดฝันชีวิตครอบครัวไว้อย่างดีเธออยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์ไม่ใช่แบบนี้ต้องมีลูกกับคนที่ไม่รักเธอไม่รู้ลูกของเธอจะรู้สึกยังไงที่พ่อแม่ไม่รักกันและสักวันก็ต้องแยกกันอยู่
19:34น….
กริ่งๆๆ!!!!เสียงโทรศัพท์จารุวีย์ดังขึ้น
“ฮัลโหลค่ะแม่” จารุวีย์รับโทรศัพท์และเบอร์ที่โทรเข้ามาก็คือแม่ของเธอ
“เป็นยังไงบ้างลูก แม่ขอโทษนะลูกที่ให้หนูไปอยู่ที่นั่นทำให้ชีวิตหนูต้องเป็นแบบนี้” แม่ของจารุวีย์พูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นคลอนเพราะรู้สึกผิดที่ให้เธอมาอยู่ที่นี่จนเกิดเรื่องขึ้นทำให้เธอไม่มีโอกาสในการเลือกทางเดินชีวิตตัวเองแถมต้องมาแต่งงานกับคนที่เธอไม่ได้รัก เรื่องทั้งหมดดาราวรรณได้โทรไปบอกแม่จารุวีย์หมดแล้ว
“คุณแม่..รู้ได้ยังไงคะ” จารุวีย์ได้ยินแบบนั้นทำให้น้ำตาของเธอไหลออกมาเต็มแก้มทั้งสองของเธอ ความทุกข์ความอึดอัดของเธอได้ระบายออกมาทางน้ำตาไปหมด
“แม่ขอโทษ..แม่ขอโทษจริงๆ แม่จะกลับไปหาหนูเร็วๆ นี้นะลูก” อมลภัทรเสียใจกับความคิดที่ผิดพลาดของเธอมากที่ส่งให้ลูกไปอยู่โดยลำพัง
“ไม่เป็นไรนะคะคุณแม่ หนูโอเคหนูไม่เป็นไร หนูขอโทษนะคะที่หนูพลาดไปแล้ว” จารุวีย์กลัวว่าแม่ของเธอจะคิดมากเธอพยายามรวบรวมสติเพื่อที่จะบอกแม่เธอว่าไม่เป็นไรทั้งที่ในใจของเขามันพังสลายไปหมดแล้ว เธอต้องมารู้สึกกับภูริทัตฝ่ายเดียวทั้งที่เขาไม่เคยสนใจเธอเลยด้วยซ้ำ
“ไม่เป็นไรนะลูกเริ่มใหม่นะ แม่จะไม่ยอมให้หนูท้องไม่มีพ่อแน่นอนแม่และน้าวรรณจะจัดงานแต่งให้ในเร็วๆ นี้”
“มันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อคุณภูเขาไม่ได้รักหนูเขามีคนรักอยู่แล้ว เท่ากับหนูไปแย่งเขามา” จารุวีย์ปล่อยโฮออกมาด้วยความรู้สึกเสียใจในทุกอย่าง
“แต่หนูไม่ผิดนะลูก คนที่ผิดคือภูริทัตเขาเป็นคนทำเขาก็ต้องรับผิดชอบหนู"
“คุณแม่จะมาเมื่อไหร่หนูคิดถึงคุณแม่แล้ว” จารุวีย์ถามแม่ของเธอด้วยความคิดถึง
“อีกสองสามวันนะเดี๋ยวแม่จะไปอดทนอีกหน่อยนะลูก” อมลภัทรพูดด้วยความเป็นห่วงลูกสาวคนเดียวของเขา
“ค่ะแม่”
“แค่นี้ก่อนนะลูกแม่ไปธุระก่อน” มลภัทรต้องรีบไปเคลียร์งานของเธอให้หมดเพื่อที่จะได้กลับไทยเร็วๆ
“ค่ะ” จารุวีย์วางสายแล้วถอนหายใจเพราะเธอความเศร้าในใจเธอมีมากมาย
……………….
“คุณจาร์คะคุณผู้หญิงให้ลงไปดื่มนมบำรุงค่ะ” เสียงของป้ามะลิแม่บ้านมาเรียกให้จารุวีย์ลงไปดื่มนมบำรุงลูกของเธอ
“ค่ะป้าเดี๋ยวจาร์ลงไปนะคะ ขอบคุณนะคะที่มาตาม” นี่ฉันไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วสินะจะทำอะไรคงต้องนึกถึงลูกก่อนฉันไม่ชอบดื่มนมแต่ฉันก็ต้องดื่มเพราะต้องบำรุงลูก ทำไมพ่อของเขาไม่ทำเพื่อเขาบ้างนะ จารุวีย์พูดกับตัวเองด้วยความน้อยใจในพ่อของลูกเธอ
และในขณะที่เธอเดินลงไปดื่มนมก็ไปเจอกับภูริทัตกำลังกลับมาถึงบ้าน ทั้งภูริทัตกับจารุวีย์ได้มองหน้ากันแต่จารุวีย์ก็เดินผ่านภูริทัตแต่ภูริทัตก็จับมือดึงไว้
“จะไปไหน?” ภูริทัตถามจารุวีย์ที่กำลังจะเดินสวนเขาไป
“ฉันจะไปดื่มนมบำรุงลูกของฉัน คุณมีอะไร?” จารุวีย์ถามภูริทัตด้วยความรำคาญเพราะคิดว่าเขาจะมาหาเรื่องอะไรเธออีก
“ลูกเธอคนเดียวซะที่ไหนนั่นก็ลูกฉันเหมือนกัน อะ เอานมนี้ไปไว้ดื่มบำรุงและพรุ่งนี้ฉันจะพาไปฝากครรภ์” จารุวีย์คิดว่าเธอได้ยินผิดเขาเป็นโรคประสาทหรือยังไงเดี๋ยวมาทำดีด้วยเดี๋ยวมาทำชั่วใส่เธอแปลกใจว่าเขาเป็นอะไรไป
“คุณเป็นบ้าอะไร”
“เป็นบ้าอะไรกัน ก็นั่นลูกฉัน..ฉันก็ต้องดูแลสิ” ความจริงแล้วเขาไปบอกความจริงกับข้าวฟ่างและข้าวฟ่างเสียใจมากแต่บอกให้เขากลับมาดูแลรับผิดชอบลูกของเขาแต่เขาก็บอกกับข้าวฟ่างตลอดว่าเขาไม่ได้รักจารุวีย์เขารักแค่ข้าวฟ่างเธอจึงบอกว่าให้ลูกคลอดแล้วค่อยกลับมาหาเธอก็ได้เธอจะเป็นแม่ของลูกให้เขาเอง..เด็กไม่ได้ผิดอะไรเขาพร้อมจะเป็นแม่เด็กให้
“ไม่จำเป็นหรอกฉันดูแลตัวเองได้”
“อย่าดื้อ ฉันจะพาไปฝากครรภ์พรุ่งนี้เตรียมตัวไว้” ภูริทัตพูดจบก็เดินขึ้นห้องไป
>>>>>ติดตามตอนต่อไป
“อยากทานอะไรสั่งได้เลยนะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาและยิ้มให้กับนิชา“ขอบคุณน้องบอสนะคะที่พาพี่มา”เมื่อชายหนุ่มได้ยินแบบนั้นก็เผลอยิ้มออกมาเพราะนิชาจำชื่อเขาได้ “ไม่ต้องเรียกน้องก็ได้ครับเรียกบอสเฉยๆ พอ”“ได้ไงละ ก็น้องบอสอายุน้อยกว่าพี่ตั้ง5ปี” เมื่อเขาได้ยินแบบนั้นก็เลยปล่อยให้เธอเรียกแบบนั้นไปเมื่อทั้งคู่สั่งอาหารไปพนักงานก็เอามาเสิร์ฟ นิชาเธอดูชอบมากเพราะเธออยู่เมืองนอกนานกลับมาก็ไม่ค่อยได้ทานอาหารไทยเลย เธอหยิบช้อนมาทานในทันที“อาหารที่ร้านพี่สาวน้องบอสอร่อยนะคะ”“ครับ อร่อยก็มาบ่อยๆ นะ” สองสายตาจ้องมองอย่างไม่ละสายตาทำให้นิชาต้องหลบสายตาเขาและก้มหน้าทานต่อในขณะนั้นเองธีรเดชก็โทรเข้ามาตลอดนิชาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสายเรียกเข้าคุณเดช“ทำไมพี่ไม่รับโทรศัพท์ละครับ” ชายหนุ่มมองดูเธอที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแต่ไม่ยอมรับสายและรู้สึกประหลาดใจแต่เขาก็รู้สึกแหละว่านี่คือสามีของนิชาที่โทรเข้ามาแต่ที่น่าแปลกใจคือทำไมเธอนั้นไม่ยอมรับสาย“ช่างเถอะ ไม่มีอะไรหรอกทานเถอะ” สองสายตาที่แกล้งทำเหมือนไม่มีอะไรแต่แฝงไปด้วยความเศร้าใจสองสายตาดูล่องลอยราวกับคิดอะไรอยู่ชายหนุ่มมองดูเห็นอาการเธอแบบนั้นก็รู้ในทั
นิชานอนไม่หลับจนถึงตีสามอยู่ๆ ก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว ส่วนธีรเดชตามหาเธอทั้งคืนจนเหนื่อยล้าจึงกลับไปนอนพักที่บ้านก่อนรุ่งขึ้น…“ฮัลโหลคุณแวววันนี้ผมไม่เข้าบริษัทนะรบกวนเคลียร์งานให้ผมด้วย” ชายหนุ่มธีรเดชโทรไปบอกกับเลขาของเขาก่อนจะออกจากบ้านไปเขาตามหาเธอจนไม่รู้จะตามหาที่ไหนแล้วจึงจ้างนักสืบให้ตามหาให้ส่วนหญิงสาวนิชาที่ลืมตาขึ้นมาช้าๆ แสงแดดสาดส่องเข้ามาทางกระจกเธอไม่ได้ปิดผ้าม่านไว้จึงทำให้แสงส่องเข้ามา เธอรีบดันตัวเองให้ลุกขึ้นมามองดูนาฬิกา นี่เป็นเวลา 08.30 น.‘นี่เราหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ คุณเดชจะเป็นยังไงบ้างนะคิดถึงจัง’ เธอลุกขึ้นเปิดรูปถ่ายของเธอและธีรเดชขึ้นมาดูด้วยความคิดถึงอยากจะกลับไปหาแต่ก็เข้าใจว่าเขานั้นไม่ได้รักเธอเพียงแค่ต้องการให้เธอนั้นมาแทนที่ข้าวฟ่างก็เท่านั้นเธอจึงเลือกที่จะหนีมาอยู่แบบนี้คนเดียวดีกว่าอย่างน้อยก็ไม่ต้องไปเป็นตัวแทนของใคร ก็อก! ก็อก! ก็อก!..เสียงประตูห้องดังขึ้นเธอรีบลุกขึ้นไปเปิดในทันทีปรากฏว่าเป็นพนักงานคนเมื่อคืน “อาหารมาส่งครับ” ชายหนุ่มเอาอาหารมาส่งให้เธอแต่ว่าเธอนั้นไม่ได้สั่ง“คือฉันยังไม่ได้สั่งเลยนะคะ” นิชาประหลาดใจไม่น้อยว่าโรงแรมมีส่
“ฉันว่าจะไม่อะไรแล้วนะ นี่ไม่รู้โทรไปฟ้องอะไรชักจะอึดอัดแล้วสิ” เธอทำหน้าหงุดหงิดใส่สามีเมื่อธีรเดชเห็นแบบนั้นก็เข้าไปโอบกอดข้างเอวเธอ “ไม่เอาน่าคุณ อย่าเครียดสิเดี๋ยวส่งผลถึงลูกเรานะ” “แล้วเรื่องที่อยู่ของน้องโฟนั้นคุณหาไว้หรือยัง ฉันไม่อยากอยู่ร่วมกับเธอแล้ว” ชายหนุ่มหยิบหนังสือเอกสารคอนโดขึ้นมาให้ภรรยาดู “ผมซื้อคอนโดให้แล้ว เดี๋ยวอีกสองวันจะให้น้องเขาย้ายไป” เมื่อนิชาได้ยินแบบนนั้นเธอก็ไม่ได้ตอบกลับอะไรลุกขึ้นไปหยิบผ้าเช็ดตัวและเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ ธีรเดชกุมขมับด้วยความเครียด และถอนหายใจเบาๆ ‘อะไรกันนี่คุณแม่นะคุณแม่หาแต่ปัญหามาให้ผม’ ธีรเดชบ่นอยู่คนเดียวด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด เมื่อเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก็พบว่าข้าวฟ่างเธอโพสต์ลงเฟชบุ๊คว่ามีปัญหากับวุฒิชัยเพราะเรื่องผู้หญิง เขาจึงอินบล็อกไปหา “ข้าวเป็นยังไงบ้าง” ข้าวฟ่างที่นั่งเครียดอยู่เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นก็ยกขึ้นมาดูเห็นว่าเป็นธีรเดชก็ตอบกลับมา “แย่เลยเดช ข้าวเหนื่อยที่มีผู้หญิงมาวนเวียนกับคุณวุฒิมากมาย” ธีรเดชยังคงเป็นห่วงข้าวฟ่างเพราะเธอคือแฟนคนแรกที่เขารักมากและไม่เคยลืม เมื่อเห็นเธอเป็นแบบนี้ก
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ร่วมรักกันและนอนหลับจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น…ธีรเดชอาบน้ำแต่งตัวลงมาทานกาแฟข้างล่างส่วนนิชาเธออาบน้ำอยู่ข้างบนห้อง โฟกัสที่แต่งตัวมายืนรอธีรเดชอยู่ที่ห้องรับแขกเมื่อเห็นเขาจึงเอ่ยถาม “ตื่นแต่เช้าจังเลยนะคะพี่เดช”ชายหนุ่มหันตามเสียงไป “พี่ตื่นแบบนี้เป็นปกติ ว่าแต่เราละจะไปไหนแต่งตัวแต่เช้า” ชายหนุ่มเอ่ยถามเพราะเห็นว่าเธอแต่งตัวราวกับว่าจะออกไปข้างนอก โดยที่เขานั้นลืมไปเลยว่าเธอจะมาทำงานกับเขาที่บริษัท“ก็ไปทำงานกับพี่เดชไงคะ” เธอพูดและเดินลงมานั่งที่โซฟา ชายหนุ่มได้ยินก็นึกได้ในทันทีว่าต้องให้เธอมาทำงานที่บริษัทด้วย“จริงด้วยพี่ลืมไปเลย เรื่องที่อยู่วันนี้พี่จะไปหาดูให้นะ” ธีรเดชจิบกาแฟพร้อมกับพูดกับเธอ“ให้โฟอยู่ที่นี้ด้วยก่อนไม่ได้เหรอคะ ทำไมรีบให้ออกไปจัง”“พี่ต้องการอยู่กับครอบครัวแบบส่วนตัว” ชายหนุ่มพูดตามที่ตัวเองคิดโดยไม่ได้สนใจเลยว่าเธอนั้นจะคิดอย่างไรเพราะเขามีครอบครัวแล้วก็อยากจะชัดเจนไม่อยากให้ใครเข้ามาอยู่กวนใจภรรยาของเขา“แต่โฟตัวคนเดียวนะพี่จะให้โฟออกไปอยู่คนเดียวจริงๆ เหรอ” หญิงสาวยังคงคะยั้นคะยอพูดให้เขานั้นเห็นอกเห็นใจเธอ สองสายตาอ้อนวอนเขา“โฟก็กลับ
“เคยตอนไหนกัน”“ก็พี่ข้าวฟ่างไงละฉันเห็นคุณดูสนใจเขามาก”“นั้นมันเมื่อก่อนแต่ตอนนี้ผมมีแค่คุณคนเดียวนะ ลูกก็จะมีแล้วอย่าน้อยใจไปเลย”หญิงสาวไม่ตอบอะไรแต่ก็ไม่ได้น้อยใจอะไรเขาแล้วเพราะที่เขาพูดมาแบบนั้นมันก็ถูกเธอเองก็เข้าใจว่านั่นมันคืออดีต แต่พอนึกถึงก็มีเฟลบ้างเมื่อถึงบริษัททั้งคู่ก็เข้าไปทำงานธีรเดชต้องเข้าร่วมประชุมกับหุ้นส่วนต่างๆ เกี่ยวกับงานจึงกลับบ้านดึกเขาจึงให้คนขับรถไปส่งนิชาที่บ้านก่อนเมื่อนิชาถึงบ้านก็เข้าไปในบ้านเธอพบโฟกัสนั่งอยู่ที่โซฟาห้องรับแขกจ้องมองเธอ“พี่เดชยังไม่กลับเหรอคะ” ทันทีที่เจอหน้าเธอก็ถามถึงธีรเดชเลยทันทีนิชาหันไปมองหน้าเธอและตอบ“ยังค่ะคุณเดชมีประชุม น้องโฟมีอะไรหรือเปล่าคะ”“ไม่มีอะไรค่ะ แค่รอพี่เดช” เธอพูดจบก็ทำสีหน้าไม่พอใจและก้มหน้าลงไปมองโทรศัพท์ที่ถืออยู่ นิชาเห็นแบบนั้นจึงเดินขึ้นห้องไปอาบน้ำ‘เมื่อไหร่พี่เดชจะมานะ ฉันรอทั้งวันจนเบื่อแล้วนะ ' โฟกัสเธอรำพึงรำพันอยู่คนเดียวผ่านไปสักพัก…เสียงรถหรูขับเข้ามาในบ้านโฟกัสที่เล่นมือถืออยู่นั้นเมื่อได้ยินเสียงก็รีบไปยืนรอ เมื่อธีรเดชเดินเข้ามาก็เจอเธอยืนรออยู่ “มีอะไรหรือเปล่าโฟ” ธีรเดชเอ่ยถามทันทีเมื่
ชายหนุ่มจึงยอมตามใจเธอแต่ตกลงกันแล้วว่าหากท้องถึงสี่เดือนเธอต้องหยุดทำงานและมาอยู่บ้านเฉยๆ เธอก็ตกลง“วันนี้คุณจะทานอะไรเดี๋ยวผมทำให้ทาน”“คุณจะทำให้ฉันทานจริงเหรอ” ธีรเดชพยักหน้าและยิ้มให้เธอ “งั้นทานอะไรก็ได้ค่ะ แค่คุณทำให้ฉันทานก็ดีมากพอแล้ว” เมื่อสิ้นสุดคำพูดของเธอผู้เป็นสามีก็เดินตรงไปที่ห้องครัวและลงมือทำอาหาร เมื่อทำเสร็จแล้วจึงถือมาวางไว้ที่โต๊ะเธอทานอาหารเข้าไปก็รู้สึกผะอืดผะอมและวิ่งไปอาเจียนเพราะอาการแพ้ท้องของเธอ“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า” ธีรเดชรีบวิ่งมาดูด้วยความเป็นห่วง หญิงสาวหน้าซีดเพราะเหม็นอาหารที่เขาทำให้ทานแต่ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรเพราะกลัวว่าเขานั้นจะเสียน้ำใจอุส่าทำอาหารให้เธอทานแต่ดันทานไม่ได้“คือ..คือว่า”“อาหารไม่ถูกปากคุณเหรอ”“คือฉันเหม็นอาหารที่คุณทำให้ฉันทานค่ะ อย่าโกรธฉันนะคะที่ทานอาหารที่คุณทำให้ไม่ได้” เธอพูดพร้อมมองหน้าสามีด้วยความรู้สึกผิดแต่สามีของเธอกลับไม่ได้รู้โกรธอะไรเพราะเขาเข้าใจว่ามันคืออาการของคนแพ้ท้อง“ผมไม่โกรธหรอก แล้วคุณหิวอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าเดี๋ยวผมจะไปหามาให้”“ฉันหิวขนมหวานค่ะ”“ได้ครับ รอสักครู่นะเดี๋ยวผมมา” พูดจบเขาก็รีบออกไปที่ลานจอ







