LOGIN“น้าขอความจริงนะ มันเรื่องใหญ่มากนะ”
“คือ..คือ..ยัง..ยังไม่มาค่ะประจำเดือนหนูขาดไป1เดือนค่ะ” จารุวีย์พูดจบน้ำตาที่ค้างอยู่ในตาก็เอ่อล้นจนไหลออกมาปละวิ่งไปอ้วกในห้องน้ำ ทั้งอาเจียนทั้งร้องไห้เธอกลัวไปหมดกลัวว่าเธอจะท้องจริงๆ ตามที่ป้ามะลิพูด
มันไม่ใช่ใช่มั้ยประจำเดือนฉันมันแค่เคลื่อนมันต้องไม่เป็นแบบนี้ ,จารุวีย์ไม่เคยคิดและไม่ได้เตรียมใจไว้เลยแค่ก็ยังไม่ชัวร์เพราะเธอยังไม่ตรวจ เธอนั่งร้องไห้น้ำตานองเต็มหน้าทั้งที่เรื่องที่ฝั่งใจเธอกำลังจะผ่านไปอยู่แล้วในอีกไม่กี่วัน
เธอของเธอกำลังจะมาเปิดสาขาบริษัทใหม่ที่ไทยและให้เธอช่วยดูแลฐานะของเธอพร้อมที่จะดูแลลูกของเธอได้แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้นมันอยู่ตรงที่เธอกำลังจะท้องกับคนที่กำลังจะแต่งงานและไม่เคยรักเธอเลย
“หนูจาร์เป็นยังไงบ้างลูก” เสียงที่ดังมาจากข้างหลังดังขึ้นและนั่นก็คือเสียงของดาราวรรณแม่ของภูริทัตซึ่งเธอเองก็เอ็นดูจารุวีย์ยิ่งถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงเธอคงจะรู้สึกผิดไม่น้อยเพราะเธอคิดว่าเธอคือต้นเหตุของเรื่องนี้ทั้งเรื่องพาไปเที่ยวและจัดปาร์ตี้
“คุณน้าคือจาร์..จาร์จะไม่เป็นยังที่ป้ามะลิพูดใช่มั้ยคะ?” จารุวีย์ถามดาราวรรณด้วยความหวัง
“คือ..น้าก็ตอบไม่ได้แต่หนูอย่าพึ่งกังวลใจไป เรายังไม่ตรวจหนูอาจจะไม่สบายก็ได้” ดาราวรรณพูดเพื่อให้จารุวีย์สบายใจทั้งที่เขาก็กังวลใจไม่น้อย
หลังจากนั้นภูริทัตก็เดินเข้ามาพร้อมที่ตรวจประมาณ สี่ห้าอัน เดินตรงไปหาจารุวีย์และดาราวรรณ
“เอาไปตรวจซะ” ภูริทัตยื่นที่ตรวจครรภ์ไปให้จารุวีย์
“ตาภูทำไมไม่พูดกับน้องดีๆ” ดาราวรรณพูดว่าภูริทัต
“ผมพูดไม่ดีตรงไหน” ภูริทัตตอบกับไปเพราะคิดว่าเขาก็พูดปกติ เพราะเขาจะพูดเพราะแค่กับข้าวฟ่างและแม่ของเขาเท่านั้น
จารุวีย์ยื่นเอาที่ตรวจครรภ์กับภูริทัตและเดินเข้าห้องน้ำไปอีกรอบ เธอใช้ที่ตรวจทั้งหมดเลยเพื่อความแน่ใจและนำออกมาเพื่อรอผลข้างนอก ระหว่างที่รอผลเธอนั่งมองหน้าภูริทัตเห็นแต่ความกังวลความทุกข์เต็มหน้าเขาไปหมด
ทำให้เธอเองก็ทุกข์ไม่น้อยและภูริทัตก็แอบมองจารุวีย์เล็กน้อยทำให้เห็นถึงความเศร้าความอึดอัดใจและความทุกข์เขารู้สึกสงสารจารุวีย์แต่เขาก็ห่วงความรู้สึกของข้าวฟ่างไม่น้อยภูริทัตรู้สึกสับสนกับตัวเองเรื่องต่างๆ วิ่งวนอยู่ในสมองของเขาจนส่งออกผ่านสีหน้า
ผ่านไปครบเวลาที่ตรวจค่อยๆ ขึ้นเป็นสองขีดทุกอันน้ำตาได้เอ่อล้นในตาของจารุวีย์อีกครั้งขาเธออ่อนลงน้ำตาไหลเต็มหน้าเธอไปหมดความหวังอันเสี้ยวนิดของเธอได้พังทลายลงด้านภูริทัตเข่าทรุดลงน้ำตาได้ไหลออกจากหน้าเขาทั้งที่เขาเป็นคนที่เข้มแข็งมากแต่ความฝันที่เขาฝันมาตลอดที่จะได้แต่งงานกับคนที่เขารักได้พังทลายลงไปเขางงไปหมดไม่รู้จะทำยังไง
“ไม่เป็นไรนะหนูจาร์ เดี๋ยวน้าจะให้ตาภูรับผิดชอบหนูเอง” ดาราวรรณพูดปลอบใจจารุวีย์เพราะเธอร้องไห้จนไม่มีสติแล้วเธอเกิดมาเพียบพร้อมทุกอย่างเพอร์เฟคทุกอย่างแต่ไม่คิดเลยว่าจะมาเสียหลักเพราะพลาดท้องกับผู้ชายที่ไม่ได้รักเธอ
“ผมรับผิดชอบแน่ครับแม่แต่แค่ลูกนะ ผมไม่ได้รักจารุวีย์ผมไม่สามารถรับผิดชอบเธอได้” ภูริทัตพูดออกมาโดยตามความคิดของเขาโดยไม่สนใจความรู้สึกของจารุวีย์์เลย
“ตาภูแกพูดอย่างนี้ได้ยังไงกัน จะรับผิดชอบแค่ลูกยังไง?” ดาราวรรณพูดด้วยความผิดหวังกับลูกของตนเอง
“ก็ผมจะรับผิดชอบแค่ลูกไงผมจะเอาแค่ลูกแต่ไม่เอาจารุวีย์ เพราะผมจะแต่งงานกับข้าวฟ่าง” ภูริทัตยังคงพูดแบบเห็นแก่ตัวทั้งที่ตัวเองเป็นคนผิดด้วยซ้ำ จารุวีย์ไม่ได้ผิดเธอต้องมารับกับความรู้สึกแย่ๆ นี้น้ำตาแห่งความทุกข์ยิ่งเอ่อล้นด้วยความเจียมตัว
“คุณภูพูดถูกแล้วค่ะคุณน้าเราไม่ได้รักกัน จะอยู่ด้วยกันได้ยังไงอีกอย่างคุณข้าวฟ่างไม่ได้ผิดอะไรทำไมเธอจะต้องมาเสียใจกับเรื่่องแบบนี้ด้วย” จารุวีย์พูดในสิ่งที่ถูกต้องแต่ก็เจ็บอยู่ในใจตัวเอง
“ไม่ได้นะแม่ยอมไม่ได้หรอกลูกทำอะไรไว้ก็ต้องรับผิดชอบสิ หลานของแม่เกิดมาจะขาดพ่อหรือแม่ไปได้ยังไง” ดาราวรรณพูดเพราะตัวเองก็อยากอุ้มหลานพอดีและจารุวีย์ก็เป็นลูกของเพื่อนเธอไม่ใช่ใครที่ไหนเขารับได้แบบนี้แต่ก็แอบสงสารข้าวฟ่างแต่เด็กไม่ได้ผิดอะไรทำไมต้องทำให้เขาขาดพ่อหรือแม่ไป
“ข้าวฟ่างไงที่จะมาเป็นแม่ของลูกผม” ภูริทัตยังคงพูดโดยที่ไม่นึกถึงใจจารุวีย์
“คุณก็ไปมีลูกใหม่กับคุณข้าวเถอะค่ะ ลูกฉัน..ฉันมีปัญญาเลี้ยงเองได้” จารุวีย์พูดด้วยความน้อยใจถึงจะรู้ว่าเธอผิดที่พลาดไปมีอะไรกับคนที่่มีคนรักอยู่แล้วก็ตามแต่เรื่องมันเกิดขึ้นแล้วความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้
“ได้ไงละนั่นมันลูกผม ผมไม่ยอมหรอก” ภูริทัตเองก็อยากมีลูกและเขาไม่ยอมให้ลูกจารุวีย์ไปหรอก
“คุณอย่าพูดเห็นแก่ตัวแบบนี้นะ คนเป็นคนผิดแล้วยังจะเอาลูกไปจากฉันอีกคุณเอาลูกไปคุณยังมีข้าวฟ่างอีก แล้วฉันละ? ฉันเหลืออะไร ต่อให้ลูกจะเกิดมาด้วยความผิดพลาดของฉันแต่ฉันก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะไม่รักเขานะ”
“แล้วจะให้ผมทำยังไงให้ผมแต่งงานกับคุณเหรอ? ..แล้วข้าวฟ่างละ”
“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างงั้น…คุณก็ไปแต่งงานกัยคุณข้าวฟ่างเถอะแล้วมีลูกใหม่ซะลูกฉันเลี้ยงเองได้”
“จะให้ผมทิ้งลูกตัวเองงั้นเหรอผมทำไม่ได้หรอก” ภูริทัตยังคงต้องการลูก
“แล้วแกจะทิ้งเมียที่อุ้มท้องลูกของแกงั้นเหรอตาภู?” ดาราวรรณถามด้วยความโมโห
“แล้วจะให้ผมทำยังไง?” ภูริทัตถามด้วยความจนตรอกเพราะไม่รู้จะทำยังไงแล้วเพราะเขาวาดฝันกับข้าวฟ่างไว้เยอะเขาไม่อยากผิดหวังถึงแม้ว่ามันอาจจะทำให้จารุวีย์ผิดหวังก็ตาม
“แกต้องแต่งงานกับหนูจาร์…นี่คือคำสั่งแม่และถ้าแกยังเป็นลูกชายแกก็ต้องทำตามที่แม่บอก” ดาราวรรณยื่นคำขาด
>>>>>ติดตามตอนต่อไป
“อยากทานอะไรสั่งได้เลยนะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาและยิ้มให้กับนิชา“ขอบคุณน้องบอสนะคะที่พาพี่มา”เมื่อชายหนุ่มได้ยินแบบนั้นก็เผลอยิ้มออกมาเพราะนิชาจำชื่อเขาได้ “ไม่ต้องเรียกน้องก็ได้ครับเรียกบอสเฉยๆ พอ”“ได้ไงละ ก็น้องบอสอายุน้อยกว่าพี่ตั้ง5ปี” เมื่อเขาได้ยินแบบนั้นก็เลยปล่อยให้เธอเรียกแบบนั้นไปเมื่อทั้งคู่สั่งอาหารไปพนักงานก็เอามาเสิร์ฟ นิชาเธอดูชอบมากเพราะเธออยู่เมืองนอกนานกลับมาก็ไม่ค่อยได้ทานอาหารไทยเลย เธอหยิบช้อนมาทานในทันที“อาหารที่ร้านพี่สาวน้องบอสอร่อยนะคะ”“ครับ อร่อยก็มาบ่อยๆ นะ” สองสายตาจ้องมองอย่างไม่ละสายตาทำให้นิชาต้องหลบสายตาเขาและก้มหน้าทานต่อในขณะนั้นเองธีรเดชก็โทรเข้ามาตลอดนิชาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสายเรียกเข้าคุณเดช“ทำไมพี่ไม่รับโทรศัพท์ละครับ” ชายหนุ่มมองดูเธอที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแต่ไม่ยอมรับสายและรู้สึกประหลาดใจแต่เขาก็รู้สึกแหละว่านี่คือสามีของนิชาที่โทรเข้ามาแต่ที่น่าแปลกใจคือทำไมเธอนั้นไม่ยอมรับสาย“ช่างเถอะ ไม่มีอะไรหรอกทานเถอะ” สองสายตาที่แกล้งทำเหมือนไม่มีอะไรแต่แฝงไปด้วยความเศร้าใจสองสายตาดูล่องลอยราวกับคิดอะไรอยู่ชายหนุ่มมองดูเห็นอาการเธอแบบนั้นก็รู้ในทั
นิชานอนไม่หลับจนถึงตีสามอยู่ๆ ก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว ส่วนธีรเดชตามหาเธอทั้งคืนจนเหนื่อยล้าจึงกลับไปนอนพักที่บ้านก่อนรุ่งขึ้น…“ฮัลโหลคุณแวววันนี้ผมไม่เข้าบริษัทนะรบกวนเคลียร์งานให้ผมด้วย” ชายหนุ่มธีรเดชโทรไปบอกกับเลขาของเขาก่อนจะออกจากบ้านไปเขาตามหาเธอจนไม่รู้จะตามหาที่ไหนแล้วจึงจ้างนักสืบให้ตามหาให้ส่วนหญิงสาวนิชาที่ลืมตาขึ้นมาช้าๆ แสงแดดสาดส่องเข้ามาทางกระจกเธอไม่ได้ปิดผ้าม่านไว้จึงทำให้แสงส่องเข้ามา เธอรีบดันตัวเองให้ลุกขึ้นมามองดูนาฬิกา นี่เป็นเวลา 08.30 น.‘นี่เราหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ คุณเดชจะเป็นยังไงบ้างนะคิดถึงจัง’ เธอลุกขึ้นเปิดรูปถ่ายของเธอและธีรเดชขึ้นมาดูด้วยความคิดถึงอยากจะกลับไปหาแต่ก็เข้าใจว่าเขานั้นไม่ได้รักเธอเพียงแค่ต้องการให้เธอนั้นมาแทนที่ข้าวฟ่างก็เท่านั้นเธอจึงเลือกที่จะหนีมาอยู่แบบนี้คนเดียวดีกว่าอย่างน้อยก็ไม่ต้องไปเป็นตัวแทนของใคร ก็อก! ก็อก! ก็อก!..เสียงประตูห้องดังขึ้นเธอรีบลุกขึ้นไปเปิดในทันทีปรากฏว่าเป็นพนักงานคนเมื่อคืน “อาหารมาส่งครับ” ชายหนุ่มเอาอาหารมาส่งให้เธอแต่ว่าเธอนั้นไม่ได้สั่ง“คือฉันยังไม่ได้สั่งเลยนะคะ” นิชาประหลาดใจไม่น้อยว่าโรงแรมมีส่
“ฉันว่าจะไม่อะไรแล้วนะ นี่ไม่รู้โทรไปฟ้องอะไรชักจะอึดอัดแล้วสิ” เธอทำหน้าหงุดหงิดใส่สามีเมื่อธีรเดชเห็นแบบนั้นก็เข้าไปโอบกอดข้างเอวเธอ “ไม่เอาน่าคุณ อย่าเครียดสิเดี๋ยวส่งผลถึงลูกเรานะ” “แล้วเรื่องที่อยู่ของน้องโฟนั้นคุณหาไว้หรือยัง ฉันไม่อยากอยู่ร่วมกับเธอแล้ว” ชายหนุ่มหยิบหนังสือเอกสารคอนโดขึ้นมาให้ภรรยาดู “ผมซื้อคอนโดให้แล้ว เดี๋ยวอีกสองวันจะให้น้องเขาย้ายไป” เมื่อนิชาได้ยินแบบนนั้นเธอก็ไม่ได้ตอบกลับอะไรลุกขึ้นไปหยิบผ้าเช็ดตัวและเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ ธีรเดชกุมขมับด้วยความเครียด และถอนหายใจเบาๆ ‘อะไรกันนี่คุณแม่นะคุณแม่หาแต่ปัญหามาให้ผม’ ธีรเดชบ่นอยู่คนเดียวด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด เมื่อเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก็พบว่าข้าวฟ่างเธอโพสต์ลงเฟชบุ๊คว่ามีปัญหากับวุฒิชัยเพราะเรื่องผู้หญิง เขาจึงอินบล็อกไปหา “ข้าวเป็นยังไงบ้าง” ข้าวฟ่างที่นั่งเครียดอยู่เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นก็ยกขึ้นมาดูเห็นว่าเป็นธีรเดชก็ตอบกลับมา “แย่เลยเดช ข้าวเหนื่อยที่มีผู้หญิงมาวนเวียนกับคุณวุฒิมากมาย” ธีรเดชยังคงเป็นห่วงข้าวฟ่างเพราะเธอคือแฟนคนแรกที่เขารักมากและไม่เคยลืม เมื่อเห็นเธอเป็นแบบนี้ก
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ร่วมรักกันและนอนหลับจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น…ธีรเดชอาบน้ำแต่งตัวลงมาทานกาแฟข้างล่างส่วนนิชาเธออาบน้ำอยู่ข้างบนห้อง โฟกัสที่แต่งตัวมายืนรอธีรเดชอยู่ที่ห้องรับแขกเมื่อเห็นเขาจึงเอ่ยถาม “ตื่นแต่เช้าจังเลยนะคะพี่เดช”ชายหนุ่มหันตามเสียงไป “พี่ตื่นแบบนี้เป็นปกติ ว่าแต่เราละจะไปไหนแต่งตัวแต่เช้า” ชายหนุ่มเอ่ยถามเพราะเห็นว่าเธอแต่งตัวราวกับว่าจะออกไปข้างนอก โดยที่เขานั้นลืมไปเลยว่าเธอจะมาทำงานกับเขาที่บริษัท“ก็ไปทำงานกับพี่เดชไงคะ” เธอพูดและเดินลงมานั่งที่โซฟา ชายหนุ่มได้ยินก็นึกได้ในทันทีว่าต้องให้เธอมาทำงานที่บริษัทด้วย“จริงด้วยพี่ลืมไปเลย เรื่องที่อยู่วันนี้พี่จะไปหาดูให้นะ” ธีรเดชจิบกาแฟพร้อมกับพูดกับเธอ“ให้โฟอยู่ที่นี้ด้วยก่อนไม่ได้เหรอคะ ทำไมรีบให้ออกไปจัง”“พี่ต้องการอยู่กับครอบครัวแบบส่วนตัว” ชายหนุ่มพูดตามที่ตัวเองคิดโดยไม่ได้สนใจเลยว่าเธอนั้นจะคิดอย่างไรเพราะเขามีครอบครัวแล้วก็อยากจะชัดเจนไม่อยากให้ใครเข้ามาอยู่กวนใจภรรยาของเขา“แต่โฟตัวคนเดียวนะพี่จะให้โฟออกไปอยู่คนเดียวจริงๆ เหรอ” หญิงสาวยังคงคะยั้นคะยอพูดให้เขานั้นเห็นอกเห็นใจเธอ สองสายตาอ้อนวอนเขา“โฟก็กลับ
“เคยตอนไหนกัน”“ก็พี่ข้าวฟ่างไงละฉันเห็นคุณดูสนใจเขามาก”“นั้นมันเมื่อก่อนแต่ตอนนี้ผมมีแค่คุณคนเดียวนะ ลูกก็จะมีแล้วอย่าน้อยใจไปเลย”หญิงสาวไม่ตอบอะไรแต่ก็ไม่ได้น้อยใจอะไรเขาแล้วเพราะที่เขาพูดมาแบบนั้นมันก็ถูกเธอเองก็เข้าใจว่านั่นมันคืออดีต แต่พอนึกถึงก็มีเฟลบ้างเมื่อถึงบริษัททั้งคู่ก็เข้าไปทำงานธีรเดชต้องเข้าร่วมประชุมกับหุ้นส่วนต่างๆ เกี่ยวกับงานจึงกลับบ้านดึกเขาจึงให้คนขับรถไปส่งนิชาที่บ้านก่อนเมื่อนิชาถึงบ้านก็เข้าไปในบ้านเธอพบโฟกัสนั่งอยู่ที่โซฟาห้องรับแขกจ้องมองเธอ“พี่เดชยังไม่กลับเหรอคะ” ทันทีที่เจอหน้าเธอก็ถามถึงธีรเดชเลยทันทีนิชาหันไปมองหน้าเธอและตอบ“ยังค่ะคุณเดชมีประชุม น้องโฟมีอะไรหรือเปล่าคะ”“ไม่มีอะไรค่ะ แค่รอพี่เดช” เธอพูดจบก็ทำสีหน้าไม่พอใจและก้มหน้าลงไปมองโทรศัพท์ที่ถืออยู่ นิชาเห็นแบบนั้นจึงเดินขึ้นห้องไปอาบน้ำ‘เมื่อไหร่พี่เดชจะมานะ ฉันรอทั้งวันจนเบื่อแล้วนะ ' โฟกัสเธอรำพึงรำพันอยู่คนเดียวผ่านไปสักพัก…เสียงรถหรูขับเข้ามาในบ้านโฟกัสที่เล่นมือถืออยู่นั้นเมื่อได้ยินเสียงก็รีบไปยืนรอ เมื่อธีรเดชเดินเข้ามาก็เจอเธอยืนรออยู่ “มีอะไรหรือเปล่าโฟ” ธีรเดชเอ่ยถามทันทีเมื่
ชายหนุ่มจึงยอมตามใจเธอแต่ตกลงกันแล้วว่าหากท้องถึงสี่เดือนเธอต้องหยุดทำงานและมาอยู่บ้านเฉยๆ เธอก็ตกลง“วันนี้คุณจะทานอะไรเดี๋ยวผมทำให้ทาน”“คุณจะทำให้ฉันทานจริงเหรอ” ธีรเดชพยักหน้าและยิ้มให้เธอ “งั้นทานอะไรก็ได้ค่ะ แค่คุณทำให้ฉันทานก็ดีมากพอแล้ว” เมื่อสิ้นสุดคำพูดของเธอผู้เป็นสามีก็เดินตรงไปที่ห้องครัวและลงมือทำอาหาร เมื่อทำเสร็จแล้วจึงถือมาวางไว้ที่โต๊ะเธอทานอาหารเข้าไปก็รู้สึกผะอืดผะอมและวิ่งไปอาเจียนเพราะอาการแพ้ท้องของเธอ“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า” ธีรเดชรีบวิ่งมาดูด้วยความเป็นห่วง หญิงสาวหน้าซีดเพราะเหม็นอาหารที่เขาทำให้ทานแต่ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรเพราะกลัวว่าเขานั้นจะเสียน้ำใจอุส่าทำอาหารให้เธอทานแต่ดันทานไม่ได้“คือ..คือว่า”“อาหารไม่ถูกปากคุณเหรอ”“คือฉันเหม็นอาหารที่คุณทำให้ฉันทานค่ะ อย่าโกรธฉันนะคะที่ทานอาหารที่คุณทำให้ไม่ได้” เธอพูดพร้อมมองหน้าสามีด้วยความรู้สึกผิดแต่สามีของเธอกลับไม่ได้รู้โกรธอะไรเพราะเขาเข้าใจว่ามันคืออาการของคนแพ้ท้อง“ผมไม่โกรธหรอก แล้วคุณหิวอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าเดี๋ยวผมจะไปหามาให้”“ฉันหิวขนมหวานค่ะ”“ได้ครับ รอสักครู่นะเดี๋ยวผมมา” พูดจบเขาก็รีบออกไปที่ลานจอ







