ห้ามเกลียดผัว
มายาวีปล่อยให้ความรู้สึกเศร้าเสียใจเกาะกินความรู้สึกตนเองได้เพียงแค่สองวันเท่านั้น หญิงสาวที่เอาแต่นอนซมด้วยพิษไข้อย่างเดียวดายโดยไร้คนดูแล ต้องรีบลุกขึ้นสลัดความอ่อนแอพร้อมด้วยความรู้สึกอัปยศอดสูเหล่านั้นทิ้ง เริ่มตั้งสติใหม่อีกครั้ง
เธอจะไม่มีวันยอมปล่อยให้ผู้ชายสารเลวอย่างนายเดวิส รีคอร์ ซาเนส ผู้ชายจิตใจสกปรกโสมมมามีอิทธิพลเหนือชีวิตของเธอได้มากกว่าที่เป็น เขาก็แค่ผู้ชายสารเลวคนหนึ่งที่ผ่านเข้ามาเพื่อทำลายชีวิตของเธอ ดังนั้น จึงไม่มีคุณค่าใดควรให้จดจำ และเธอจะลืมมันให้หมดสิ้น...
หญิงสาวจัดการลากกระเป๋าเดินทางออกจากคอนโดหรูหราแห่งนั้น หลังจากนอนคิดไตร่ตรองมาตลอดทั้งคืน ก่อนอื่นเธอต้องจัดการหาที่อยู่ใหม่ให้กับตนเองให้ได้ เอาให้อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัย จะได้สะดวกสบายสำหรับการเดินทาง
เดิมทีเธอฝากฝังให้คุณลุงบวรเป็นคนจัดการให้ แต่ตอนนี้คงหวังเพิ่งพาท่านไม่ได้อีกแล้ว ไม่รู้หนนี้เธอถูกท่านจับใส่พาน เอาไปถวายส่งให้ใครมาปู้ยี่ปู้ยำแทนจ่ายค่าดอกเบี้ยอีกก็ไม่รู้ได้...
มายาวีถอนหายใจ สลัดความขุ่นมัวทิ้งอีกหน
ณ ตอนนี้ ตัวลุงบวรเอง ท่านยังไม่ยอมเปิดเครื่อง รับสายเธอด้วยซ้ำ เธอลองโทรหาท่านอีกหลายครั้งหลังจากเดวิสกลับออกไปจากห้อง พอเธอแน่ใจเขาจะไม่ย้อนกลับเข้ามาหา ด้วยความอยากรู้เรื่องจริงทั้งหมดจากปากของคุณลุง ด้วยเพราะเธอยังไม่อยากปักใจเชื่อคำพูดของคนสารเลวนั่นเสียทีเดียว เธออยากรู้ความจริง ท่านทำจริงอย่างที่เดวิสบอกหรือไม่
ทว่าต้องพบกับความผิดหวัง ท่านไม่ยอมเปิดเครื่องอีกเช่นเคย...
พอโทรญาติเพียงคนเดียวไม่ติด มายาวีจึงเปลี่ยนความตั้งใจ เปลี่ยนเป็นโทรติดต่อหาพี่รบิลแทน พี่ชายผู้แสนดีของเธอ ชายหนุ่มที่เธอแอบหลงรักและมีเขาอยู่เต็มหัวใจทั้งดวง
มายาวีตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากรบิลเรื่องที่พักอาศัย ด้วยว่าชายหนุ่มเป็นคนกว้างขวางพอสมควร ถ้าเลือกโทรหาบิดา หญิงสาวกลัวถูกท่านซักไซ้ถามไถ่ถึงลุงบวร จนท้ายที่สุดแล้วอาจเป็นตัวเธอเอง ต้องถูกเรียกตัวกลับบ้านด่วน หากท่านรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้
สุดท้ายสิ่งที่เธอเกลียดที่สุด นั่นคือการได้เห็นสายตาสมน้ำหน้าของสองแม่ลูกคู่นั้น..
หญิงสาวได้ที่อยู่ในเพียงชั่วโมงถัดมา รบิลส่งรายละเอียดผ่านมาทางอีเมลโดยไม่ถามถึงสาเหตุให้ต้องรู้สึกอึดอัดใจในการหาคำอธิบาย
เธอขอบคุณเขาด้วยหัวใจเปี่ยมรัก แต่ถึงแม้จะรู้สึกดีกับเขามากมายยังไง เธอต้องหักห้ามพร้อมตัดใจ นั่นเป็นเพราะเธอรู้เสมอมา รบิลเห็นเธอเป็นเพียงน้องสาวของเขาคนหนึ่งเท่านั้น เขาไม่ได้มีใจคิดเป็นอื่นไกล ตอนนี้ทั้งสี่ห้องหัวใจ ทั้งหมดของความรัก เขามีเพียงโมนาอยู่เพียงคนเดียว ไยเลยจะมีสายตาไว้มองผู้หญิงอย่างเธอ
แต่เธอยังแอบหวังเสมอ สักวันหนึ่ง พี่รบิลต้องตาสว่าง มองเห็นนิสัยแท้จริงของโมนา ยัยเด็กนั่นไม่ได้เป็นเด็กสาวใสซื่อบริสุทธิ์ เป็นคนมีจิตใจแสนงดงามอย่างเจ้าตัวมักแสแสร้ง แกล้งแสดงออกตอนอยู่ต่อหน้าพี่รบิล ทุกอย่างที่เขาเห็นมันคือภาพลวงตา คือความตอแหลที่สองแม่ลูกคู่นั้นสร้างมันขึ้นมาทั้งเพ
โมนาขอบเที่ยวกลางคืน แถมยังมั่วผู้ชายมากหน้าหลายตา ที่สำคัญที่สุด น้องสาวเธอไม่ได้รักพี่รบิลอย่างที่เธอรักเขา ยัยนั่นแค่ต้องการกลั่นแกล้ง อยากเห็นเธอเจ็บปวด เสียใจแค่นั้นเอง ...
หลังจากเดินทางมาถึงเมืองเล็กๆยังรัฐใกล้เคียง ตรงหน้าหญิงสาวคือตึกสูงราวสิบชั้น มันเป็นอพาร์ทเม้นท์ทรงยุโรปซึ่งสร้างด้วยอิฐสีน้ำตามไหม้ทั้งหลังทอดตัวยาวเหยียดจนสุดถนนทั้งสาย ก่อนถึงทางเข้าใกล้ริมถนนสายเล็ก ยังมีแผ่นป้ายทำจากสังกะสีขนาดใหญ่ เขียนด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษฉวัดเฉวียนดูน่าเวียนหัว ระบุบอกถึงชื่อของตัวตึกดังกล่าว
“เอ...น่าจะใช่ตึกนี่นะ...”
มายาวีวางกระเป๋าเดินทางใบโตลงกับพื้นถนน ล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายขึ้นมาดูข้อความ เป็นที่อยู่เดียวกันกับที่รบิลส่งผ่านมาทางมือถือให้เธอหรือไม่ พอแน่ใจว่าไม่ผิดที่แน่ๆ หญิงสาวจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจ คืนนี้เธอไม่ต้องเดินขาลาก เที่ยวเดินหาโรงแรมสำหรับซุกหัวนอนชั่วคราวตามแผนสำรองอีกแล้ว
หญิงสาวยืนหมุนรอบตัวเองด้วยใบหน้าสดชื่นแจ่มใส นึกชื่นชอบความสงบเงียบรวมทั้งบรรยากาศของเมืองนี้อยู่ในใจ พอชดเชยเรื่องเฮงซวยก่อนหน้านี้ได้ ไม่มากก็น้อย...
หยุดชื่นชมบรรยากาศแปลกตาโดยรอบตัวอยู่สักพักหนึ่ง มายาวีก้มหยิบกระเป๋าเดินทางขึ้นมาถือไว้ สูดลมหายใจเข้าปอดยาว แล้วค่อยขยับเดินเข้าสู่ภายในตัวตึกสูงตรงหน้า ทำการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ด้านล่าง มีหญิงสาวสองคนนั่งประจำการอยู่หลังเคาน์เตอร์
อพาท์เม้นท์แห่งนี้ตั้งอยู่ย่านเดียวกับมหาวิทยาลัย... ทุกอย่างเป็นไปตามความตั้งใจเดิมแต่แรก ทั้งหมดนี้เธอต้องขอบคุณพี่รบิล ได้เขายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือจัดการให้เสียทุกอย่าง โดยเธอแทบไม่ได้ทำอะไรเลย แม้กระทั่งโทรเข้ามาติดต่อขอเช่าห้องพักกับทางเจ้าหน้าที่
ทั้งที่ความจริงพี่รบิลไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นให้เธอก็ได้...
พอเธอเดินทางมาถึงที่นี่ปุ๊บ เพียงแจ้งความประสงค์ บอกชื่อพร้อมนามสกุลแก่เจ้าหน้าที่สองสาวเท่านั้น เจ้าหน้าที่ของอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าวต่างรีบกุลีกุจอ พาเธอขึ้นมาดูห้อง ก่อนขอตัวลงมาปฏิบัติหน้าที่ด้านล่าง...
พอมายาวีได้รับกุญแจพร้อมคีย์การ์ดมาถือไว้ในมือ หญิงสาวพรูลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนรีบลากกระเป๋าเดินทางเข้าห้องพัก โดยไม่ทันสังเกตด้านนอกตัวตึก มีชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้ม เขาคนนั้นกำลังจ้องมองมายังเธอด้วยสายตาคมกริบ พร้อมยกมือถือขึ้น กรอกเสียงรายงานปลายสายตามที่ได้รับคำสั่งมา...
หญิงวัยกลางคนใบหน้าอิ่มเอิบ กำลังนั่งเปิดนิตยสารคอลัมน์ซุบซิบ ตรงกรอบแวดวงไฮโซอ่านด้วยความสนใจ มีอันต้องเงยหน้าขึ้นจากตัวหนังสือ เมื่อนางเหลือบเห็นบุตรสาวแสนรักแต่งตัวสวยเดินหน้าละไมลงบันไดมา
“จะออกไปไหนนะโมนา หรือมีนัดกับพี่รบิล ถึงได้แต่งตัวเสียสวยเชียว”
“เปล่าค่ะคุณแม่ โมนานัดกับเพื่อนคนอื่นไว้ต่างหาก”
หญิงสาวในชุดเดรสสั้นเหนือเข่าสีเปลือกองุ่นเข้ม ซึ่งตัดกับผิวขาวราวน้ำนมส่งให้เรือนร่างอรชรนั้นดูเซ็กซี่นิดๆ เจ้าหล่อนก้าวขาเรียวยาวเดินมาหย่อนสะโพกลงนั่งยังโซฟาด้านข้างผู้เป็นมารดา รั้งเอวหนาท่านไว้อย่างประจบ โดยไม่ลืมแบมือว่างอีกข้างไปหาท่าน เพื่อขอสตางค์สำหรับการออกเที่ยวเตร่วันนี้
“วันนี้โมนาจะไปช้อปปิ้งที่ห้าง... โมนาขอเงินหน่อยนะคะคุณแม่ขา”
“ฮืออะไรกันโมนา...วันก่อนก็ขอแม่ไปตั้งแสน โมนาใช้หมดแล้วเหรอลูก”
มณียาเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ ก่อนขยับลุกขึ้นคว้าหยิบกระเป๋าใส่สตางค์มาเปิดออก กรีดนิ้วหยิบธนบัตรสีเทายื่นส่งให้ลูกสาวคนเดียวปึกใหญ่ พร้อมถอนใจเล็กน้อย
ลูกสาวตนเองนั้นมักใช้เงินเก่ง เรียกว่าใช้เกินตัวคงไม่ผิดนัก อาจด้วยว่าตนเองนั้นไม่เคยห้ามปราม ตามใจลูกสารพัด โมนาเลยติดเป็นนิสัย ถ้าอยากได้เท่าไหร่นางเต็มใจให้เรื่อยมา
“คุณแม่ขา...เงินแค่แสนเดียวเองนะคะ โมนาซื้อกระเป๋าใบเดียวก็หมดแล้วล่ะค่ะ มันไม่ได้เยอะเลยนะคะนั่น”
“จ้ะ...จ้ะ...ไม่เยอะก็ไม่เยอะ ว่าแต่...แล้วนี่ลูกจะไปเที่ยวกับใครล่ะคะ เพื่อนลูกคนนี้แม่รู้จักหรือเปล่าเอ่ย”
มณียาติดอยู่ในวงไฮโซชั้นสูงนับตั้งแต่ตนตบแต่งกับประพรต แล้วย้ายเข้ามาเป็นนายหญิงของคฤหาสน์หลังนี้เต็มตัว ไม่ได้ลักกินขโมยกินเหมือนเคย นางจึงหวังให้ลูกสาวเพียงคนเดียว เลือกคบหากับบรรดาลูกหลานคนในแวดวงเดียวกัน เพื่อความสมฐานะทางสังคม
“คนนี้คุณแม่ไม่รู้จักหรอกค่ะ โมนาไม่เคยพามาบ้าน แต่นิสัยดีนะคะ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วง” บุตรสาวไม่อาจบอกความจริงว่าเป็นใคร ด้วยเพื่อนดังกล่าวไม่ใช่เพื่อนในมหาวิทยาลัยแต่อย่างใด แต่เขาเป็นชายหนุ่มรูปงาม เธอบังเอิญเจอตอนแอบหนีเที่ยวผับเมื่อต้นเดือนก่อนนี้ต่างหาก
ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขา แน่นอนมันต้องจบลงบนเตียง พร้อมด้วยเซ็กส์อันเผ็ดร้อน เร้าใจ
“โมนาไปก่อนนะคะคุณแม่ รักคุณแม่มากนะคะ”
“จ้ะ...เที่ยวให้สนุกก็แล้วกัน”
สองแม่ลูกโผเข้ากอดแล้วหอมแก้มซ้ายขวา ก่อนโมนาลุกขึ้นเดินตัวปลิวออกจากห้องรับแขก เมื่อเธอได้ยินเสียงสัญญาณมือถือส่งเข้ามาหา หญิงสาวยิ้มพราว ตอนสายตาแลเห็นรายชื่อของผู้ส่ง พร้อมกดอักษรบนแป้นพิมพ์หน้าจอสี่เหลี่ยม พิมพ์ข้อความส่ง เป็นการตอบรับ ให้เขาจอดรถรอริมรั้ว ไม่ต้องขับรถเข้ามาด้านใน เธอจะเดินออกไปหาเขาเอง...