เข้าสู่ระบบ"คุณมันโรคจิต!""เออฉันมันโรคจิต!และฉันก็เสพติดความหวานจากรูหอยของเธอ จนฉันอยากจะเย็*เธอทุกวินาที เย็*จนกว่าน้ำกามของฉันจะเอ่อล้นออกจากร่องแดงๆของเธอจนหมด..เตรียมตัวสำลักความเงี่ย*ของฉันได้เลย กุ้งน้อยของผัว!"“ไม่ใช่..อ๊าาา!คุณฟีนิกซ์!”มือหนากดบันทึกวิดีโอวินาทีที่เขากำลังเย็*ใส่รูสวาทสาวอย่างบ้าคลั่งด้วยความสะใจ ก่อนจะถอนท่อนเอ็นลำใหญ่ออกอย่างรวดเร็วแล้วยัดไข่สั่นเข้าไปในร่องรักที่บวมเป่งแทน พลางแสยะยิ้มร้ายกดเปิดสวิตช์แรงสั่นสะเทือนระดับสูงสุดทันที “ฮึก..อ๊ะ!หนูเจ็บ..เสียว..ไม่ไหวแล้ว!”กุ้งแก้วกรีดร้องเสียงหลงพร้อมกับร่างบางที่สะดุ้งสุดตัว กลีบนุ่มอวบอูมบีบรัดไข่สั่นตัวร้ายไว้แน่นจนตัวโยกคลอน ร่องหลืบที่ฉ่ำแฉะตอดรัดรุนแรงจนเครื่องสั่นถูกดูดกลืนหายลึกเข้าไป มิหนำซ้ำฟีนิกซ์ยังส่งนิ้วยาวแข็งแรงสอดแทรกตามเข้าไปกระดกรัวกระแทกอย่างบ้าคลั่ง จนร่องสวาทบิดเร้าสู้มือส่ายไปมาอย่างร่านร้อน “อ้าส์..หอยสวยๆของเธอมันร้ายกาจฉิบหาย ตอดรัดนิ้วฉันจนแทบขาด!สารภาพมาซะดีๆว่ารูหอยฉ่ำๆ ของเธอมันกำลังโหยหาลำคว*ใหญ่โตของผัวคนนี้อยู่..อยากโดนฉันตอกเข้าไปลึกๆแล้วใช่ไหม”
ดูเพิ่มเติม“เครื่องดื่มใหม่ของทางร้านค่ะ…” พริตตี้สาวสวยในชุดเดรสสั้นรัดรูปเดินนวยนาดเข้ามาพร้อมกับถาดเครื่องดื่มชั้นเลิศ เธอจงใจโน้มตัวลงจนเห็นหน้าอกอวบอิ่ม แสร้งทำเป็นวางแก้วช้าๆ แล้วค่อยๆ เลื่อนมือเรียวสวยไปสัมผัสที่ต้นขาแกร่งของผู้ชายที่เธอหมายปองอย่างมีหยั่งเชิง
“คุณฟีนิกซ์สนใจให้ ‘หนู’ ช่วยชิมก่อนไหมคะ?”
ฟีนิกซ์ ไม่แม้แต่จะปรายตามองขาสวยๆ นั่นด้วยซ้ำ แววตาของเขาดูแคลนและรำคาญใจอย่างเห็นได้ชัด แม้เขาจะเป็นชายหนุ่มร่างกายกำยำที่มีสัญชาตญาณดิบเต็มเปี่ยม แต่เขากลับมองว่าผู้หญิงและการยั่วยวนพวกนี้เป็นเรื่อง ‘ไร้สาระ’ เสียเวลาทำมาหากิน
“ออกไป...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นสั้นๆ แต่เย็นเฉียบจนอุณหภูมิรอบข้างดูเหมือนจะลดฮวบ
“คะ...คุณฟีนิกซ์ หนูแค่...”
“ฉันบอกให้ออกไป!”
ครั้งนี้เขาตวาดเสียงเรียบแต่ทรงพลังจนหญิงสาวสะดุ้งสุดตัว หน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ ลูกน้องที่ยืนคุมอยู่รอบนอกรีบปรี่เข้ามาหิ้วปีกเธอออกไปจากโซนวีไอพีทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้านายสั่งซ้ำ
ฟีนิกซ์ นั่งอยู่ตรงกลางในชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักนั้นนิ่งสนิทและเย็นชาจนน่าขนลุก ดวงตาคมกริบจ้องมองแก้วบรั่นดีในมือโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ขนาบข้างด้วย ไลเอิน มาเฟียหนุ่มเจ้าสำราญ และ ดราก้อน มาเฟียดุดัน ร่างสูงสง่าของชายหนุ่มสามคนนั่งอยู่ด้วยท่าทางที่คุกคามจนไม่มีใครกล้าสบตา
“โถ่... ไอ้นกเพลิง ใจคอจะเย็นชาเป็นน้ำแข็งขั้วโลกไปถึงไหนวะ สวยระดับพรีเมียมขนาดนั้นมึงยังไล่เหมือนหมูเหมือนหมา” ไลเอินหัวเราะร่าพลางพิงหลังกับโซฟา
“นั่นดิ นานๆ ทีจะมาผ่อนคลาย มึงก็ทำซะบรรยากาศเสียหมด” ดราก้อนเสริมพร้อมยิ้มมุมปาก
ฟีนิกซ์ยกบรั่นดีขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะปรายตาคมกริบมองเพื่อนทั้งสองแล้วสวนกลับด้วยเสียงนิ่งๆ
“ทำไม... หรือพวกมึงชอบเรื่องไร้สาระแบบนั้น? เท่าที่กูจำได้ พวกมึงก็เขี่ยผู้หญิงทิ้งเป็นว่าเล่นเหมือนกันไม่ใช่หรือไง”
"หึๆๆ / ฮ่าๆๆ" เสียงหัวเราะของไลเอินและดราก้อนประสานกันลั่นโซนวีไอพี เมื่อโดนเพื่อนรักย้อนเข้าให้แบบเต็มเปา
ฟีนิกซ์ไม่สนใจเสียงหัวเราะเยาะเหล่านั้น เขาขยับข้อมือขึ้นเพื่อก้มดูนาฬิกาเรือนหรู สายตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นเวลาที่ผ่านไปสมควรแก่เหตุ
"คืนนี้กูอยู่ได้ไม่นานนะ... เดี๋ยวอีกพักกูคงต้องกลับก่อน" ฟีนิกซ์เอ่ยเสียงเรียบพลางวางแก้วบรั่นดีลงบนโต๊ะกระจก
ไลเอินที่กำลังรินเหล้าถึงกับชะงักขวดในมือ ส่วนดราก้อนก็เลิกคิ้วมองอย่างจับผิด
"เฮ้ย ทำไมรีบกลับวะ? " ดราก้อนถามขึ้นด้วยความสงสัย
"นั่นดิ..." ไลเอินขยับยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาล้อเลียนพุ่งตรงไปที่เพื่อนหน้านิ่งทันที "อย่าบอกนะว่าที่รีบกลับเนี่ย เพราะแอบซุกผู้หญิงไว้ที่ห้อง? กลัวสาวเจ้าตื่นมาไม่เจอแล้วจะงอนหรือไงวะไอ้เสือซุ่ม"
ฟีนิกซ์ปรายตามองเพื่อนที่กำลังมโนไปไกลด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย
"เพ้อเจ้อ... พรุ่งนี้เช้ากูมีไปมอบทุนการศึกษาให้เด็กแต่เช้า”
"เด็กขนาดไหนวะ?" ไลเอินเลิกคิ้วถามพลางกลั้วหัวเราะในคอ
"มหาลัยฯ" ฟีนิกซ์ตอบสั้นๆ ขณะลุกขึ้นยืนจัดสูทให้เข้าที่
"หืมม... มหาลัยฯ เหรอวะ กำลังน่ากินเลยนะมึง" ดราก้อนสำลักขำ แววตาเจ้าเล่ห์พุ่งเป้าไปที่เพื่อนรักทันที
"มึงก็ไปกินสิ" ฟีนิกซ์ปรายตาคมกริบมองด้วยความเย็นชา "พรุ่งนี้กูจะรีบมอบรีบกลับ สถานที่แบบนั้นกูไม่อยากอยู่นาน มนุษย์เยอะ... น่ารำคาญ"
"ไม่แน่นะมึง...มึงอาจเจอผู้หญิงที่ได้สัมผัส 'แท่งทองคำ' ของมึงก็ได้นะ ใครจะไปรู้" ไลเอินพูดทิ้งท้ายพลางยักคิ้วให้ดราก้อน
"มึงมันไร้สาระฉิบ!" ฟีนิกซ์สบถทิ้งท้ายก่อนจะเดินสะบัดหน้าออกไปจากโซนวีไอพีทันที ทิ้งให้เพื่อนมาเฟียทั้งสองหัวเราะร่าลับหลัง
เช้าวันใหม่ ณ มหาวิทยาลัยชื่อดัง
บรรยากาศในหอประชุมใหญ่คึกคักไปด้วยเหล่านักศึกษาที่มารอรับทุนการศึกษาประจำปี กุ้งแก้วสาวน้อยวัยสิบเก้าปี ในชุดนักศึกษาถูกระเบียบ ที่มาพร้อมกับใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักสดใสฉายแววมีความสุขอย่างปิดไม่มิด
"ดีใจด้วยนะ กุ้งแก้ว!" พะแพงเพื่อนสนิทเอ่ยขึ้นพร้อมกอดคอเธอแน่น
"ขอบคุณนะ ตอนแรกกุ้งแก้วก็กลัวจะไม่ได้เหมือนกัน" เธอตอบพลางยิ้มจนตาหยี
"ไม่ได้สิแปลก กุ้งแก้วเก่งขนาดนี้ เกรดเฉลี่ยก็พุ่งกระฉูด"
"งื้ออ... ไม่ขนาดนั้นหรอก แต่กุ้งแก้วดีใจที่สุดเลย อย่างน้อยก็ประหยัดเงินค่าเทอมไปเยอะเลย จะได้เอาเงินส่วนนี้ไปช่วยแม่ด้วย"
ในขณะที่กุ้งแก้วกำลังปราบปลื้มยิ้มอย่างมีความสุขให้กับความสำเร็จของตัวเอง เสียง "เหอะ!" ที่เต็มไปด้วยความหมั่นไส้ก็ดังขึ้นใกล้ๆ มิกกี้ นักศึกษาสาวสายแฟชั่นจ๋า เดินเบะปากเข้ามาหาด้วยสายตาเหยียดหยาม
"แหม... ซึ้งซะเหลือเกิน ปลื้มปริ่มจังเลยเน๊าะกับเงินทุนไม่กี่บาท" มิกกี้ปรายตามองกุ้งแก้วตั้งแต่หัวจรดเท้า
"นี่...ใครจะไปเหมือนเธอล่ะมิกกี้" พะแพงรีบสวนกลับทันควัน "ที่เธอได้ทุนน่ะ ได้เพราะอะไรเหรอ? ได้เพราะความสามารถ... หรือเพราะพ่อเป็นหนึ่งในผู้บริหารมหาวิทยาลัยกันแน่!"
"นี่แก!" มิกกี้หน้าสั่นด้วยความโกรธ
แต่ทว่าในจังหวะที่สงครามฝีปากกำลังจะปะทุ เสียงฮือฮาจากหน้าหอประชุมก็ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของขบวนรถยุโรปสีดำสนิทหลายคันที่แล่นเข้ามาจอดนิ่งสนิท บรรยากาศรอบข้างพลันเย็นเยียบและดูน่าเกรงขามขึ้นมาทันที
ฟีนิกซ์ ก้าวลงจากรถในชุดสูทสีเทาเข้มมาดเนี๊ยบ ใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบเฉยและดวงตาคมกริบที่ซ่อนอยู่ใต้แว่นกันแดดสีดำ ทำให้สาวๆ ทั้งมหาลัยถึงกับลืมหายใจ
“ว๊ายย... คุณฟีนิกซ์มาแล้ว! ฉันไม่อยู่พูดกับพวกเธอให้เสียเวลาหรอกนะ” มิกกี้รีบสะบัดหน้าแล้วจ้ำอ้าวตรงไปยังกลุ่มผู้บริหารที่ยืนเรียงแถวต้อนรับฟีนิกซ์อย่างประจบสอพลอ
กุ้งแก้วได้แต่ลอบมองตามแผ่นหลังของมิกกี้ไป สายตาของเธอไปหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเทาเข้มที่ดูโดดเด่นออกมาจากฝูงชน
“คุณฟีนิกซ์... หล่อจริงๆ ด้วย”
“หล่อสุดๆ ไปเลยล่ะ ถึงว่ายัยมิกกี้ถึงวิ่งเร็วขนาดนั้น สงสัยกลัวไม่ได้อ่อย” พะแพงกระซิบตอบอย่างหมั่นไส้
“คิก... คิก...ดูพูดเข้าสิ”
“กุ้งแก้ว! มาช่วยครูหน่อยลูก หนูช่วยเอาพานเข็มกลัดอันนี้ไปให้ ผอ. ตรงโน้นที ครูปวดท้องจนทนไม่ไหวแล้ว จะรีบไปห้องน้ำ!” คุณครูท่านหนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหา
“ได้ค่ะคุณครู” กุ้งแก้วรับพานสีทองอร่ามที่มีเข็มกลัดเกียรติยศวางอยู่มาถือไว้อย่างระมัดระวัง เธอค่อยๆ เดินตรงไปยังกลุ่มวีไอพีที่กำลังยืนสนทนากันอยู่
“ยินดีต้อนรับคุณฟีนิกซ์นะครับ ผมชูเทพ เป็น ผอ. คนใหม่ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ครับ” ผอ. ชูเทพยิ้มกว้างพลางค้อมศีรษะให้มาเฟียหนุ่มอย่างนอบน้อม
“อืม” ฟีนิกซ์ตอบเพียงสั้นๆ ใบหน้าหล่อเหลายังคงนิ่งสนิทราวกับน้ำแข็ง สายตาคมกริบมองดูรอบๆ อย่างไร้อารมณ์ จนกระทั่ง ผอ. ชูเทพหันไปเห็นกุ้งแก้วที่เดินเข้ามาพอดี
“อ้อ... นี่ครับเข็มกลัดที่ระลึกของทางมหาวิทยาลัยเรา”
ฟีนิกซ์ สบเข้ากับดวงตากลมโตคู่นั้น เสียงอื้ออึงรอบข้างดูเหมือนจะดับวูบลงในโสตประสาทของเขาในทันที...
กุ้งแก้ว ย่อตัวลงอย่างอ่อนช้อย พานในมือถูกประคองอย่างตั้งใจ แต่ดูเหมือนคนตัวโตที่ยืนอยู่เบื้องหน้าจะไม่ได้สนใจเข็มกลัดราคาแพงบนพานนั่นเลยแม้แต่น้อย สายตาคมกริบที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกกลับตรึงอยู่ที่ใบหน้าสวยหวาน แก้มเนียนใสที่ซับสีระเรื่อ และริมฝีปากอิ่มสีชมพูที่กำลังคลี่ยิ้มบางๆ ให้เขาอย่างเป็นมิตร
"เชิญ... เชิญติดเข็มกลัดเกียรติยศได้เลยค่ะคุณฟีนิกซ์"
เสียงหวานใสที่เอ่ยขึ้นเบาๆ ราวกับระฆังแก้ว เรียกสติที่หลุดลอยของมาเฟียหนุ่มให้กลับคืนมาเพียงเสี้ยววินาที เขาขยับกายเข้าไปใกล้แต่แทนที่จะหยิบเข็มกลัดเพียงอย่างเดียว มือหนากลับจงใจสัมผัสเข้ากับมือนุ่ม พร้อมกับลูบไล้ผิวเนียนของหญิงสาวที่ประคองพานอยู่เบื้องล่าง
กุ้งแก้วสะดุ้งน้อยๆ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ผิวเนื้อที่สัมผัสกันเพียงนิดกลับส่งกระแสความร้อนวูบวาบไปทั่วร่าง
ฟีนิกซ์จ้องมองใบหน้าสวยหวานราวกับต้องมนต์สะกด เพียงแค่สัมผัสสัญชาตญาณความเป็นชายในกายพลุ่งพล่านและตื่นตัวขึ้นอย่างรุนแรง จนมาเฟียหนุ่มผู้มาดนิ่งถึงกับพลั้งปากเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่าอย่างลืมตัว
"ชื่ออะไร..."
“คะ? หนู... หนูเหรอคะ?” กุ้งแก้วตาโตด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าคนระดับเขาจะสนใจถามชื่อคนอย่างเธอ
“อืม...” ฟีนิกซ์ขยับตัวก้มลงเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนได้กลิ่นกายสาวจางๆ จากตัวเธอ และมันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกแปลกไปจากผู้หญิงที่เขาเคยเจอมาตลอด
“กุ้งแก้วค่ะ... หนูชื่อกุ้งแก้ว”
“กุ้งแก้วงั้นเหรอ” คำตอบนั้นทำให้มุมปากของฟีนิกซ์กระตุกยิ้มเพียงบางเบาที่คนอื่นแทบมองไม่เห็น
"อ้าส์...ชื่อน่ากิน...เหมือนเจ้าของเลย..."
“คิกๆ... หนูไม่ได้อยากได้อะไรสักหน่อยค่ะ” กุ้งแก้วหลุดหัวเราะคิกคักขำท่าทางเหวอของคนตัวโตฟีนิกซ์จับจ้องรอยยิ้มและฟังเสียงหัวเราะใสกระจ่างนั้นด้วยหัวใจที่พองโต พลันความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว... เขาอยากจะเห็นเธอหัวเราะและมีความสุขแบบนี้ตลอดไป ตั้งแต่เธอเข้ามาอยู่ในกรงขังของเขา ดูเหมือนจะเป็นวันนี้และวินาทีนี้เองที่เขาได้มีโอกาสเห็นมุมอ่อนโยนและขี้อ้อนของเธอ“เธอ... เป็นอะไรไป” ฟีนิกซ์ถามซ้ำ น้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลลงจนคนฟังใจสั่น พลางกระชับอ้อมกอดรัดเอวบางให้จมลงกับอกกว้างยิ่งขึ้น“หนู... ก็เป็นเมียของคุณไม่ใช่เหรอคะ”คำตอบแสนออดอ้อนอย่างยั่วยวนที่หลุดออกมาจากริมฝีปากจิ้มลิ้ม ทำเอาคนฟังถึงกับสูดหายใจเข้าลึก นัยน์ตาคู่คมแปรเปลี่ยนเป็นเข้มจัดและร้อนแรงขึ้นมาทันตา“ตอบแบบนี้... อยากโดนดีใช่ไหม” ฟีนิกซ์เค้นเสียงทุ้มต่ำพร่าชิดใบหูบาง ฝ่ามือหนาเริ่มลูบไล้ขึ้นลงตามสะโพกมนอย่างย่ามใจ“เดี๋ยวเธอจะได้จุกจนเดินขาถ่างหรอก...”“คิกๆ... รู้ค่ะ...” กุ้งแก้วช้อนสายตาฉ่ำปรือขึ้นมองสบตาเขาอย่างท้าทาย พลางส่งยิ้มหวานระคนแก่นเซี้ยวที่ชวนให้คนมองตบะแตก“...และหนูก็ ‘อยาก’ เดินขาถ่างด้วยสิคะ”“!!”“เธอกำลั
ไมค์พยักหน้ารับรู้ ใบหน้าหล่อเหลายังคงนิ่งสนิทเดาอารมณ์ไม่ได้ แต่เขากลับเลือกที่จะหันไปพูดกับพะแพงด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลลงกว่าเดิมเล็กน้อย“สวัสดีครับคุณพะแพง... พอดีเมื่อกี้ผมเดินมาทันได้ยินเสียงแว่วๆ ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ผม ‘ช่วย’ หรือเปล่าครับ”คำพูดเรียบๆ ทว่าเน้นคำชัดเจนบวกกับนัยน์ตาคมกริบที่จ้องลึกคล้ายรู้ทัน ทำเอาพะแพงหัวใจเต้นรัวโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก นึกอยากจะมุดแผ่นดินหนีเสียให้รู้แล้วรู้รอดที่ดันมาพ่นไฟปากดีไว้เมื่อกี้“ปะ... เปล่าค่ะ! พะแพงไม่ได้เรียกเลยค่ะพี่ไมค์ พะแพงแค่... แค่บ่นพึมพำคนเดียวเฉยๆ ค่ะ!” พะแพงปฏิเสธเสียงสูงปรี๊ด ลนลานจนแทบจะก้าวขาไม่ออกบอดี้การ์ดหนุ่มไม่พูดอะไร เขาเพียงแค่กระตุกยิ้มที่มุมปากขึ้นเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น ท่าทางสุขุมนิ่งลึกแต่แฝงไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจแบบผู้ใหญ่ทำเอาพะแพงแทบละลาย“ครับ... ถ้าอย่างนั้นเชิญคุณกุ้งแก้วเข้าพบคุณฟีนิกซ์ด้านในได้เลยครับ ท่านกำลังรออยู่ด้านในพอดี”ไมค์ผายมือเปิดประตูห้องทำงานให้กุ้งแก้วอย่างสุภาพ ก่อนจะหันมาสบตากับยัยตัวแสบที่ยืนหน้าแดงแป๊ดอีกครั้ง “ส่วนคุณพะแพง... จะเข้าไปในห้องด้วยหรือเปล่าครับ”“เอ่อ... เออ..
เมื่อได้ยินคำเตือนจากเพื่อนสนิท ฟีนิกซ์กลับไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย มาเฟียหนุ่มเพียงแค่แค่นยิ้มบางๆ ทว่าแววตากลับนิ่งสนิทราวกับผืนน้ำที่ไร้ระลอกคลื่นเขารู้อยู่แล้ว... และรู้ดีตั้งแต่แรกว่าการประกาศสถานะของกุ้งแก้วต่อหน้าสาธารณชนนั้นมันคือ ‘ดาบสองคม’ ในมุมหนึ่งมันอาจเป็นเกราะคุ้มกันชั้นดีที่ช่วยสลัดพวกผู้หญิงน่ารำคาญที่คุณแม่ประเคนมาให้ออกไปพ้นทาง แต่อีกมุมหนึ่ง มันก็ไม่ต่างจากการเปิดเผยจุดตายและเป้าล่อชิ้นใหญ่ให้ศัตรูหันมารุมทึ้ง ทว่าคนอย่างฟีนิกซ์ไม่มีวันเดินเกมพลาดโดยไร้แผนรองรับ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในบัดนี้ มันจึงเป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่งในกระดานที่เขาเตรียมซ้อนแผนล่วงหน้าไว้หมดแล้วต่างหาก“ปล่อยให้พวกแม่งขยับไป...” ฟีนิกซ์เอ่ยเสียงเรียบต่ำ ทว่านัยน์ตาคู่คมกลับทอประกายเหี้ยมเกรียมกระหายเลือด“กูอุตส่าห์โยนเหยื่อล่อตัวใหญ่ลงไปขนาดนี้ ถ้าพวกแม่งโง่พอที่จะฮุบเบ็ด... กูจะได้ล้างบางพวกมันทีเดียวให้สิ้นซาก”“แต่มึงก็ต้องระวังตัวด้วย เข้าใจที่กูพูดไหม... กูรู้ว่ามึงเก่ง แต่เหตุการณ์มันมีหลายด้าน บางทีบทจะพลาดขึ้นมา มึงคนเดียวอาจจะดูแลได้ไม่ทั่วถึง” ไลเอินเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี
[“หนูณิชา? ได้ยินแม่ไหมลูก”]“...ค... ค่ะ...” ณิชาพยายามเค้นเสียงสะกดกั้นลมหายใจไม่ให้สั่นพร่า[“ตอนนี้หนูอยู่ที่ไหนทำไมไม่บอกแม่เลย”]“ขะ... ขอโทษด้วยนะคะคุณแม่ อึก...หนูรู้สึกไม่ค่อยสบาย... ก็เลยขอตัวกลับบ้านมาก่อน ฮึก… ต้องขอโทษจริงๆ ที่ไม่ได้โทรบอกนะคะ พอดีหนูทานยาเข้าไปแล้วเผลอหลับไป…”ตลั่บบ!!“ อ๊า! ”หญิงสาวหลุดอุทานเสียงหลงในตอนท้าย เพราะคนใจร้ายด้านหลังแกล้งขยับเอวสอบสวนลึกเข้ามาสะกิดจุดกระสันภายในกายเธออย่างแรง[“ตายจริง! เป็นอะไรมากไหมลูก... แล้วนั่นเสียงหนู ดูไม่ค่อยปกติเลยนะ”] น้ำเสียงของอรนภาเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยณิชาต้องรีบเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ยามเมื่อแก่นกายหนาด้านหลังขยับกระทุ้งเข้าออกรุนแรงและถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับนิ้วหนาของบริกรหนุ่มที่สอดแทรกเข้ามางอกระดกควานสะกิดจุดเสียวซ่าน ค้างคาอยู่ในร่องหลืบจนเธอแทบจะขาดใจ[“ณิชา... ณิชาลูก! ได้ยินแม่ไหม!”]“หนูขอพักผ่อนก่อนนะคะคุณแม่... คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงหนูนะคะ”ติ๊ด!ทันทีที่พูดจบ ณิชารีบกดตัดสายทิ้งอย่างรวดเร็วด้วยหัวใจที่เต้นรัวราวกองศึก ความตื่นเต้นท้าทายผลักดันให้เธอเอื้อมมือลงไปล้วงคลึงขยี้ยอด






ความคิดเห็นเพิ่มเติม