LOGINด้วยคำสั่งเด็ดขาดจากคุณปู่ ทำให้‘อัคนี’ มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ต้องแต่งงานกับหญิงสาวที่ตนเองไม่เคยรัก ‘รินรดา’ และนั่นก็ทำให้หญิงคนรักต้องไปแต่งงานกับคนอื่น เขาเกลียดเธอยิ่งกว่าอะไรดี ยิ่งได้เห็นเธอทรมาน ได้เห็นน้ำตา ได้เห็นความทุกข์ของเธอ มันยิ่งทำให้เขารู้สึกสะใจ ‘ใบหย่า’คือสิ่งเดียวที่เขาต้องการจากเธอมากที่สุด ไม่ใช่ความรัก หรือทายาทของตระกูล เพราะเขาจะไม่มีวันมีลูกกับเธอ!
View Moreครั้งหนึ่งฉันเคยคิดว่า ความอดทน ความใส่ใจ และความดีของผู้หญิงคนหนึ่ง จะสามารถเอาชนะใจผู้ชายที่ไม่เคยคิดจะรักกันให้หันกลับมามองกันได้ และสักวัน…ความรักของเราคงดีขึ้น ฉันเคยเชื่อในความรัก เคยเชื่อว่าความดีความเอาใจใส่ ความอ่อนโยน ความเข้าใจ ของผู้หญิงคนนึงจะสามารถทำให้อะไรมันเปลี่ยนแปลงไปได้บ้าง
แต่ไม่เลย เพราะสุดท้าย ความพยายามทั้งหมดของฉัน มันไม่ได้ทำให้เขารักฉันขึ้นมาได้เลย มันก็แค่ทำให้ฉันอยู่และชินกับความเจ็บปวดที่เขามอบให้ ฉันอยู่กับเขาในฐานะภรรยา แต่ไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง ไม่มีสิทธิ์หึงหวง แม้แต่จะเสียใจ…ก็ยังไม่มีสิทธิ์ คนรักในสายตาของเขาไม่ใช่ฉัน แต่เป็น “เธอคนนั้น” รักแรกที่เขาไม่เคยลืม และเขาคอยปกป้องเธอ แม้กระทั่งลูกของเธอ…เขายังเลือกจะรับมาเป็นลูกของตัวเอง โดยไม่เคยถามฉันสักคำ ไม่เคยสนใจเลยว่าฉันจะรู้สึกยังไง ฉันอดทนกับการเป็น “ภรรยา” ที่ไม่มีตัวตนในสายตาของเขา จนกระทั่งวันนั้นมาถึง วันเปิดพินัยกรรม วันที่ฉันเฝ้ารอคอย... เพราะมันคือโอกาสเดียวที่จะหลุดพ้นจากเขา ถ้าฉันไม่มีลูก…เราจะหย่ากันได้โดยไม่มีพันธะต่อกันอีก ตามสัญญาที่ฉันได้ตกลงเอาไว้กับคุณปู่ของเขา ซึ่งเป็นผู้มีพระคุณของฉัน และใช่ ฉันเลือกจะไม่บอกว่าตอนนั้นฉันกำลัง “ท้อง” ฉันเลือกจะเดินออกมาพร้อมกับลูกในท้อง และตัดเขาออกจากชีวิตให้หมด เพราะฟางเส้นสุดท้ายของฉัน ไม่ใช่วันที่เขานอกใจหรือไม่เคยรัก แต่เป็นวันที่เขาเลือกปกป้องผู้หญิงคนนั้น ทั้งที่ฉันไม่ได้ทำผิดอะไรเลย เขาเลือกจะปกป้องเธอโดยที่ไม่ถามหาเหตุผลหรือความจริง ฉันถูกตราหน้าว่าเป็นคนทำผิดต่อหน้าคนมากมาย ทั้งที่ความเป็นจริงมีแค่ฉันเท่านั้นที่รู้ และมันก็ทำให้ฉันได้รู้ว่า เขาไม่ได้เลือกที่จะเชื่อฉันหรือความจริง เขาเลือกที่จะเชื่อเธอคนนั้น ในเมื่อเขาเลือกแล้ว งั้นฉันก็จะเป็นคน “ออกมาเอง” ให้เขาได้อยู่กับคนที่เขารัก ส่วนฉัน…จะไม่ขออยู่ในที่ที่ไม่มีตัวตนในสายตาของเขาอีกต่อไป ฉันจะขออยู่กับลูกและไม่ไปรบกวนไม่ไปวุ่นวายในชีวิตของเขาอีก ต่อจากนี้ถ้าเราได้เจอกันอีกเราจะกลายเป็นแค่คนแปลกหน้าที่ผ่านมาเจอกัน ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกัน เขาจะไม่เคยเป็นสามี และจะไม่มีวันได้เป็นพ่อของลูกฉัน#เช้าวันต่อมา จอมทัพรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาบนเตียงนอน ภาพความทรงจำเมื่อวานและเมื่อคืนค่อยๆ ไหลเข้ามาในหัวเมื่อพยายามนึกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และเรื่องนั้นมันก็ทำให้เขาถึงกับหน้าแดงทันที “อ้าว ตื่นแล้วเหรอคุณ” “พะ พี่..” อ้อมขวัญเดินเข้ามาในห้องพอดี และทักทายเขาตามปกติเหมือนไม่มีะไรเกิดขึ้นเมื่อคืน “แฮงค์หรือเปล่าล่ะ ปวดหัวไหม?” “ผะ ผม ผม...” “เรื่องเมื่อคืนช่างมันเถอะ” เธอพูดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเขาอ้ำๆ อึ้งๆ ไม่ยอมพูดสักที เหมือนมีอะไรที่พูดไม่ได้ เธอก็เลยพอจะเดาได้ว่าเขาหนักใจเรื่องนี้อยู่ “พี่...” “ฉันรู้ว่าคุณเมา คุณก็เลยเพ้อ พูดอะไรไปเรื่อยเปื่อยตามประสาคนเมาแหละ อย่าคิดมาก ฉันเข้าใจ” ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่คำพูดว่ารักที่เขาพูดเมื่อคืนมันก็ยังตราตรึงอยู่ในใจของเธออยู่ดี จะให้ลืมก็คงยาก “ผมขอโทษนะครับ” “ฉันเข้าใจ ช่างมันเถอะ ผู้ชายยังไงก็ต้องมีเที่ยวมีดื่มกับเพื่อนปกติอยู่แล้ว” “.....” “แต่ถ้าจะขอโทษเรื่องที่พูดเพราะเมาเมื่อคืน ฉันเข้าใจ คนเมาก็พูด...” “มะ ไม่ใช่นะครับ!” จอมทัพรีบพูดแทรกขึ้นมาทันที และนั่นเองก็ทำให้อ้อมขวัญเงียบลง ไม่ได้พูดอะไร
เวลาผ่านไปอีกเนิ่นนาน ~ ตึก ตึก ตึก ~ เสียงฝีเท้าของอ้อมขวัญดังมาจากด้านในบ้าน เธอเดินไปหาแม่บ้านที่กำลังเตรียมจัดโต๊ะอาหารช่วงเย็นกันอยู่ ก่อนจะถามขึ้น “จอมทัพยังไม่กลับเหรอ?” “ยังเลยค่ะคุณอ้อม” แม่บ้านคนนึงหันกลับมาตอบเธอ “......” คนตัวเล็กขมวดคิ้วย่นจนเป็นปม เพราะนี่มันเกินเวลาที่เขาจะต้องกลับบ้านแล้ว ถึงจะแต่งงานกันหลอกๆ แต่ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเห็นการใช้ชีวิตของกันและกัน และการที่จอมทัพกลับผิดเวลาแบบนี้ ก็ไม่แปลกที่เธอจะสงสัย “ขอโทษนะคะ ยังไม่ต้องจัดโต๊ะอาหารก็ได้ค่ะ รอจอมทัพกลับมาก่อนก็ได้ค่ะ ฉันเองก็ยังไม่ค่อยหิว” “ค่ะคุณอ้อม” หลังจากที่สั่งงานแม่บ้านเรียบร้อยแล้ว เธอก็กลับขึ้นไปด้านบน จัดการเรื่องส่วนตัวต่างๆ ของตัวเองจนกระทั่งฟ้ามืด แต่ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจอมทัพจะกลับมาเลย เขาหายไปไหน อ้อมขวัญมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเองอยู่ซ้ำๆ หวังจะได้รับข้อความหรือสายโทรเข้าจากเขาบ้าง เธอจะได้หายห่วง เรื่องผู้หญิงน่ะเธอไม่ได้กลัวหรอก กลัวแต่จะเกิดเรื่องไม่ดีกับเขาเนี่ยสิ “หายไปไหนของเขา” อ้อมขวัญพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนที่จะเดินไปทำอะไรต่อมิอะไรต่อ กระทั่งเวลาผ
#ผ่านมาอีกราวหนึ่งเดือน หลังแต่งงานกัน ชีวิตของอ้อมขวัญกับจอมทัพเต็มไปด้วยความบังเอิญแปลกๆ อยู่ตลอด บังเอิญตื่นมาเจออีกฝ่ายนอนกอดอยู่ทั้งที่ก่อนนอนต่างคนต่างนอนคนละฝั่ง บังเอิญเดินสวนกันในบ้านแล้วสะดุดชนกันจนเกือบล้ม บังเอิญที่มือแตะกันบ่อยเกินไป สายตาสบกันบ่อยเกินไป หรือแม้แต่บังเอิญที่ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ทันตั้งตัว และส่วนใหญ่ไอ้ความบังเอิญพวกนั้นมักจบลงด้วยสถานการณ์ชวนเขินทุกที อย่างเช่นคืนนี้ ฝนตกหนักตั้งแต่หัวค่ำ เสียงฟ้าร้องดังเป็นระยะทำให้ทั้งบ้านดูเงียบสงัดไปหมด อ้อมขวัญอาบน้ำเสร็จแล้วกำลังเดินออกจากห้องน้ำด้วยเสื้อคลุมบางๆ สีอ่อน ผมยาวเปียกชื้นแนบแผ่นหลัง เพราะคิดว่าจอมทัพคงยังทำงานอยู่ห้องด้านล่างเหมือนทุกวัน แต่ทันทีที่เปิดประตูออกมา เธอก็ชะงักทันทีเพราะจอมทัพอยู่ในห้อง แถมกำลังยืนเปิดตู้เสื้อผ้าอยู่พอดี อ้อมขวัญหยุดเดินทันทีโดยอัตโนมัติ ส่วนจอมทัพก็หันมามองเธอพร้อมกันพอดี สายตาของผู้ชายตรงหน้าชะงักไปเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นสภาพเธอ เสื้อคลุมตัวบางเปียกน้ำเล็กน้อยจนแนบกับผิว ผมยาวชื้นๆ ยิ่งทำให้ภาพตรงหน้ามันดูยั่วยวนมากกว่าเดิมอีก อ้อมขวัญรีบดึงชายเส
หลังจากคืนเมาเละวันนั้น อ้อมขวัญก็เริ่มหลบหน้าจอมทัพอย่างเห็นได้ชัด จริงๆ จะเรียกว่าหลบหน้าก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะเธอยังอยู่บ้านเดียวกับเขา กินข้าวโต๊ะเดียวกัน นอนห้องเดียวกันแต่ถ้าจะให้พูดตรงๆ ก็คือ เธอไม่กล้าสบตาเขาเลยมากกว่า ทุกครั้งที่เผลอนึกถึงสิ่งที่ตัวเองพูดตอนเมา หน้าเธอก็ร้อนขึ้นมาทันทีอย่างห้ามไม่ได้ทั้งเรื่องหึง ทั้งเรื่องห้ามเขามีคนอื่น ทั้งการซบหน้าใส่อกเขาตอนเมา แค่คิดก็อยากมุดพื้นหนีแล้วอ้อมขวัญไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเมื่อคืนทำไมถึงพูดอะไรออกไปเยอะขนาดนั้น ทั้งที่ปกติเธอเป็นคนเก็บอาการเก่งมาก ต่อให้คิดอะไรอยู่ในใจก็ไม่ค่อยแสดงออกแต่แอลกอฮอล์คงทำให้สมองพังไปหมดในเวลานั้น หลังจากวันนั้น เธอเลยเริ่มหาวิธีเลี่ยงจอมทัพแบบเงียบๆ ตอนเช้า ถ้าได้ยินเสียงเขาลงมาชั้นล่างเมื่อไหร่ เธอก็จะรีบกินข้าวให้เสร็จก่อนแล้วหนีขึ้นห้อง ตอนเย็น ถ้ารู้ว่าเขาใกล้กลับบ้าน เธอก็จะออกไปนั่งเล่นในสวน หรือไม่ก็แกล้งหลับอยู่บนห้องแม้แต่ตอนดูทีวีด้วยกัน เธอยังพยายามนั่งห่างจากเขาเกือบสุดโซฟา จนคนดูยังดูออกว่าเธอผิดปกติจอมทัพเองก็เหมือนจะรู้ทันทุกอย่าง แต่เขาไม่พูดอะไร ไม่แซว ไม่ถามจี้ ไม่ถ