Mag-log inหลังจากที่รับประทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยคุณแม่กับคุณพ่อก็เดินมาส่งลูกชายแล้วก็อัญญาที่รถ
"ตรวจสุขภาพทำอะไรให้เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไปเดินช็อปปิ้งนะลูก แกพาน้องไปซื้อของที่อยากได้เสื้อผ้าอะไรก็ซื้อที่มันหลวมแล้วก็เหมาะสำหรับคนท้องนะ รองเท้าก็อย่าใส่ส้นสูงใส่รองเท้าผ้าใบหรือพื้นปกติจะได้ไม่ปวดหลัง"
"ได้ครับแม่ผมรู้น่า เข้าไปนั่งในรถได้แล้ว"
เขาถอนหายใจออกมาก็จะดันตัวหญิงสาวให้ขึ้นไปนั่งตรงข้างฝั่งคนขับ หลังจากนั้นเขาก็เดินอ้อมมายังฝั่งคนขับจากนั้นก็หันไปมองสบตาคุณพ่อกับคุณแม่
"ผมไปก่อนนะครับ"
"แกไปฝากกับอาจารย์หมอที่โรงพยาบาลของเรานะ คนนั้นเป็นคุณหมอสูตินรีเวชที่เก่งมาก ให้เขาคอยดูแลหนูอัญญาให้ดี อ้อ... ตอนตรวจสุขภาพจะมีเจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างเลือดไปตรวจ DNA ให้ด้วย ส่วนแกไม่ต้องพูดอะไรเยอะรอฟังผลก็พอ"
"อายุครรภ์แค่นี้ตรวจ DNA ได้แล้วเหรอคะ"
คุณแม่หันไปถามสามีเพราะเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอายุครรภ์เพียงแค่ 2 เดือนสามารถตรวจดีเอ็นเอตรวจหาความเป็นพ่อลูกได้แล้ว
"ได้สิเจ้าหน้าที่จะเก็บเลือดจากแขนของแม่ช่วยตรวจ DNA ของเจ้าตัวเล็กที่ปะปนอยู่ในกระแสเลือดของแม่ แล้วก็จะเก็บตัวอย่างจากคนเป็นพ่อโดยใช้การเก็บตัวอย่างจากปากหรือใช้เลือด เจ้าหน้าที่จะนำมาเปรียบเทียบกับ cfDNA ของทารกในครรภ์โดยใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ทางพันธุกรรมที่มีความแม่นยำสูงมาก ผลตรวจน่าจะออกประมาณ 5 วันหรืออาจจะเร็วกว่านั้น"
"ถ้าแบบนี้หนูอัญญาก็จะไม่รู้ใช่ไหมคะว่าเราแอบตรวจ DNA"
"ไม่รู้หรอก รีบไปเถอะ"
"ครับพ่อ"
เขาส่งยิ้มให้กับคุณพ่อคุณแม่ก่อนจะเดินขึ้นรถไปทันที อัญญาเอียงคอมองชายหนุ่มแต่ไม่ได้พูดอะไรซึ่งมันทำให้เขาถึงกับเลิกคิ้วด้วยความสงสัย
"มองอะไร"
ไม่พูดเปล่าแถมยังยื่นนิ้วไปดีดหน้าผากของเธอด้วยความมันเขี้ยว คำพูดคำจาแต่ละอย่างไม่เคยจะรักษาน้ำใจของเขาเลย ผู้หญิงแบบนี้ความอ่อนโยนอยู่ที่ไหนทำตัวแข็งกระด้างเหมือนคนขาดความอบอุ่น
"ก็พี่สุดหล่อหล่อนี่นาก็เลยมอง"
"หึ... ก็ถือว่าตาถึงนะแล้วทำไมถึงไม่อยากแต่งงานกับพี่ล่ะ ผู้ชายที่หล่อรวยขนาดนี้หาไม่ได้ง่ายๆ นะ ก่อนจะพูดอะไรคิดให้ดีก่อนเข้าใจหรือเปล่า"
"หลงตัวเองชะมัดเลย ผู้ชายแบบพี่เนี่ยหาเจอได้ทั่วไปตามท้องตลาด เพียงแค่หนูไม่ได้สนใจผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น นี่ถ้าไม่ติดว่าท้องนะหนูไม่มาหาหรอก เฮอะ!"
อัญญาเชิดหน้าใส่เจอริคที่ใบหน้าดูเอือมระอากับเธอไม่น้อย
"แล้วมาหาถึงที่บ้านไม่ได้ต้องการความรับผิดชอบหรือไง"
"ก็ต้องการความรับผิดชอบไง ต้องการให้รับผิดชอบลูกในท้อง"
"แต่ไม่ต้องรับผิดชอบแม่..."
"ใช่สิ"
เธอพยักหน้าทันทีรอดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจอะไรแล้ว การที่เธอมาหาถึงที่ก็แค่เรียกร้องการรับผิดชอบเจ้าตัวเล็กในท้องเท่านั้น ส่วนตัวของเธอไม่ต้องการให้ผู้ชายคนไหนมารับผิดชอบ ถึงแม้ว่าครั้งนั้นจะเป็นความบริสุทธิ์ของเธอที่ถูกพรากไปก็เถอะ
"แต่ตอนที่มาที่นี่ครั้งแรกเราบอกว่าพี่จะต้องรับผิดชอบหนูแล้วก็ลูกไม่ใช่หรือไง ทำไมตอนนี้กลับคำล่ะ"
"แต่เราไม่ได้รักกันนี่นาถ้าเกิดว่าพี่รับผิดชอบหนูเราจะต้องอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต พี่ไม่ได้รักหนูพี่ก็ไม่ได้มีความสุข หนูไม่ได้รักพี่หนูก็ไม่มีความสุขเหมือนกัน เพราะฉะนั้นต่างคนต่างทำหน้าที่พ่อและแม่ที่ดีแค่นั้นก็พอแล้วนี่ พี่แฮปปี้หนูก็แฮปปี้โอเคไหม"
เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะขับรถออกไปทันทีเพราะขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับเธอ ตอนนี้ยังตัดสินใจเรื่องพวกนี้ไม่ได้เพราะจะต้องรอการพิสูจน์หลายอย่างก่อน ซึ่งการพิสูจน์อันดับแรกก็คือการตรวจความเป็นพ่อลูก ถ้าเด็กในท้องเป็นลูกของเขาจริงจะใช้วิธีบังคับให้เธอจดทะเบียนสมรส สั่งให้ย้ายมาอยู่ที่นี่โดยไม่มีเงื่อนไขอะไรทั้งนั้น แล้วมารอดูกันว่าเขาคนนี้จะบังคับยัยเด็กแสบนี่ได้หรือเปล่า
และเมื่อทั้งสองคนมาถึงโรงพยาบาลเขาก็พาเธอเข้าไปเจออาจารย์หมอในห้องตรวจ ขั้นตอนแรกก็จะต้องทำการซักประวัติสุขภาพเบื้องต้น ประวัติการมีประจำเดือน โรคประจำตัวของคุณพ่อกับคุณแม่ เคยมีประวัติการผ่าตัดหรือเปล่าหรือมียาอะไรที่ต้องใช้เป็นประจำไหม จากนั้นก็ไปตรวจร่างกายทั่วไปพวกความดันโลหิต ชั่งน้ำหนัก ตรวจเต้านม หน้าท้อง แล้วก็ไปตรวจเลือดกับปัสสาวะซึ่งแน่นอนว่าคุณแม่จำเป็นจะต้องตรวจหลายอย่าง ทั้งตรวจความเข้มข้นของเลือด โรคติดต่อทั้งหลายเพื่อประเมินการดูแลขั้นตอนต่อไป
"จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหม"
ในระหว่างที่หญิงสาวกำลังเจาะเลือดอยู่เขาก็เดินไปหาอาจารย์หมอซึ่งตอนนี้อยู่อีกห้องหนึ่ง
"เรียบร้อยแล้วค่ะหมอเจอริค ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะผลการตรวจจะออกให้เร็วที่สุด จะพยายามให้เสร็จเรียบร้อยภายในวันสองวันนี้นะคะ"
"ขอบคุณมากครับยังไงฝากจัดการด้วย อย่าให้อัญญารู้เรื่องนี้นะ"
"ได้ค่ะ"
เขาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปหาอัญญาที่ตอนนี้กำลังนั่งเจาะเลือดอยู่ และเมื่อทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเขาก็พาหญิงสาวออกมานั่งเล่นในห้องรับรองระหว่างที่รอผลตรวจเลือด
"หิวไหมอยากกินอะไรหรือเปล่า"
"อยากกินอะไรก็ไม่รู้ค่ะ ปกติไม่ได้กินเยอะขนาดนี้นะทำไมช่วงนี้ถึงหิวบ่อยก็ไม่รู้"
หญิงสาวบ่นออกมาก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อพยาบาลถือถาดอะไรบางอย่างเดินเข้ามา ซึ่งภายในถาดนั้นมีทั้งน้ำผลไม้และขนมอีกหลายอย่าง
"เป็นเรื่องปกติของคุณแม่ตั้งครรภ์ต้องกินเยอะอยู่แล้ว กินของว่างรองท้องไปก่อนนะเดี๋ยวตรวจสุขภาพเสร็จจะพาไปกินข้าวที่ห้าง"
"ขอบคุณค่ะ"
หญิงสาวยิ้มออกมาด้วยความดีใจกว่าจะหยิบคุกกี้ตรงหน้ากินด้วยความเอร็ดอร่อย เจอริคเห็นแบบนั้นก็อดยิ้มตามเธอไม่ได้ เป็นเด็กที่ดูใสซื่อไร้พิษสงแต่ก็ฉลาดทางความคิดไม่ให้ใครมาหลอกง่ายๆ ผู้หญิงแบบนี้มักจะซ่อนความเก่งไว้ในตัว ไม่แปลกหรอกที่คุณพ่อกับคุณแม่เขาจะชอบเธอตั้งแต่แรกเห็น
"อร่อยไหม"
"อร่อยค่ะ กินไหม"
"ถ้าป้อนก็กินนะ"
และเมื่อเขาพูดแบบนั้นหญิงสาวก็ส่ายหน้าทันที
"มือก็มีกินเองสิ ชิ~"
"หัดมีน้ำใจกับผู้มีพระคุณหน่อยเถอะ พี่ให้พยาบาลลงไปซื้อของว่างมาให้หนูกินเลยนะ ไม่ขอบคุณไม่ว่าแต่ช่วยมีน้ำใจหน่อยเถอะ"
"เฮอะ! ทวงบุญคุณเก่ง"
หญิงสาวบ่นออกมาก่อนจะยื่นคุกกี้ไปตรงหน้าเขา เจอริคเห็นแบบนั้นก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะอ้าปากงับคุกกี้เข้าไปเต็มคำ อัญญาจิปากออกมาด้วยความขัดใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ยกน้ำผลไม้ดื่มต่อไม่ได้สนใจเขาอีก
"พอมีคนป้อนก็อร่อยเหมือนกันนะเนี่ย"
"พูดมากกินไป"
หนึ่งปีต่อมา...เสียงร้องของเด็กน้อยในยามเช้าทำให้หมอเจอริคสะดุ้งตื่นด้วยความงัวเงีย ตอนแรกนึกว่าตัวเองกำลังฝันอยู่ แต่มีเสียงอ้อแอ้ดังขึ้นจากข้างเตียงทำให้เขาจำต้องลืมตาตื่น จากนั้นก็ขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ถึงแม้ว่ายังคงง่วงอยู่ก็ตาม"ตัวเล็กทำไมหนูตื่นเช้าขนาดนี้"เขาบ่นพึมพำออกมา พลางมองเจ้าตัวเล็กในเปลที่กำลังดีดขาและเล่นน้ำลายจนยืดเยิ้มบริเวณมุมปาก อัญธิชาลูกสาวคนแรกของเขาในวัยเกือบ 8 เดือน น่ารักน่าชังจนคนเป็นพ่อหลงแทบจะโงหัวไม่ขึ้น เหลือบสายตาหันไปมองภรรยาที่นอนหมดแรงอยู่ข้างๆ เนื่องจากว่าเมื่อช่วงดึกให้นมลูกไปแทบไม่ได้นอนเขาขยับตัวลุกขึ้นไปลูบหัวเด็กน้อยด้วยความแผ่วเบา ก่อนจะเอื้อมไปหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดน้ำลายให้"ป๊าอยู่นี่แล้วค่ะ ไม่ต้องร้องนะคะ"ชายหนุ่มค่อยๆ อุ้มเจ้าตัวเล็กออกจากเปล พยายามอย่างยิ่งไม่ให้เสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยกับลูกบุคคลรักที่กำลังหลับสนิทอยู่ มือหนายังคงสั่นนิดๆ ทุกครั้งที่ได้อุ้มลูกสาว ไม่ค่อยชินสักเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าเขาเริ่มคุ้นชินมากขึ้น"ฉี่เยอะเลยนะ เดี๋ยวปะป๊าเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ก่อนดีกว่า"ภารกิจแรกของวันนี้ตื่นนอนก็คือการพาเจ้าตัวเล็กไปเปลี่ยนผ้าอ้อม ซึ
คุณหญิงกนกวลีทุบประตูเสียงดังเพื่อให้หลานสาวที่อยู่ข้างนอกยอมเปิดประตูให้ ท่านนรินทร์เห็นแบบนั้นก็เดินเข้าไปใกล้ก่อนจะโอบกอดเธอไว้จากทางด้านหลัง"ไม่ต้องตะโกนเรียกหรอก คงกลับห้องไปแล้วแหละ""คุณ... ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะคะ"เธอพยายามดีดดิ้นให้ออกจากการเกาะกุมของเขา แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ชายหนุ่มจะดื้อไม่ยอมปล่อยเธอสักที"ไม่ได้ยินที่ลูกพูดเมื่อกี้หรือไง ถ้าเกิดว่าคืนนี้เราสองคนเป็นสามีภรรยากันจริง ๆ พรุ่งนี้อัญญาจะเรียกคุณว่าคุณแม่นะ""ยัยเด็กเจ้าเล่ห์ อย่าให้เจอนะ จะจับตีตูดซะให้เข็ด""จะไปโทษลูกทำไมล่ะ อัญญาก็แค่อยากให้เราสองคนใช้ชีวิตเป็นสามีภรรยากันก็เท่านั้น คุณจะคิดมากทำไมอีก นี่มันก็ผ่านมากี่ปีแล้ว ทำไมถึงยังคิดมากอยู่ล่ะ"ท่านนรินทร์จ้องมองสบตากับกนกวลีก่อนจะเอ่ยถามเหตุผลที่เธอไม่ยอมให้เขาแตะเนื้อต้องตัวเลยสักครั้ง แถมยังแยกห้องนอนอีก"ฉันก็แค่ไม่อยากรู้สึกผิดกับพี่สาว คุณเป็นสามีของพี่สาว มันคงไม่ดีเท่าไหร่ถ้าเราสองคน...""พี่สาวของคุณจัดแจงทุกอย่างให้เสร็จสรรพแล้ว ถ้าเกิดว่าพี่มีคนอื่นก็จะถือว่าผิดคำสัญญาที่เคยให้ไว้ เรื่องนี้มันร้ายแรงกว่าอีก ไม่ใช่หรือไง"กนกวลีเงยหน้ามองสบตากั
เจอริคเข้าไปนั่งลงเคียงข้างคุณพ่อที่ตอนนี้กำลังกวักมือเรียกให้เข้าไปหา ส่วนอนุวัฒน์เขากำลังถือไอแพดอ่านรายงานการประชุมเพราะเขาจะต้องเข้าร่วมประชุมประจำเดือนในวันพรุ่งนี้"สวัสดีครับพี่เจอริค เห็นอัญญาบอกว่าวันนี้ไปหาหมอมา และอัลตร้าซาวด์ด้วยนี่ สรุปเจ้าตัวเล็กเพศอะไรครับ คุณหมอบอกหรือยัง"อนุวัฒน์เงยหน้าขึ้นมองสบตากับหมอเจอริคซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องเขย แต่ด้วยความที่ตัวเขานั้นอายุน้อยกว่าก็เลยเรียกพี่ชายเพราะมันดูสะดวกใจกว่า"ไปหามาเรียบร้อยแล้ว คุณหมอบอกว่าได้ลูกสาวแหนะ กำลังจะได้หลานสาวนะรู้หรือเปล่า""จริงเหรอครับ! ผมชอบเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กผู้ชาย เพราะว่าเวลาอ้อนมันน่ารักดี สงสัยต้องไปเตรียมของขวัญให้เจ้าตัวเล็กซะแล้ว พ่อว่าไงครับหลานสาวคนแรกถูกใจหรือเปล่า""แน่นอนสิ พ่อชอบเด็กผู้หญิงจะตาย""ถ้าอย่างนั้นคุยกันไปก่อนนะ เดี๋ยวน้าจะไปดูในครัวก่อน ไม่รู้ว่ากับข้าวเสร็จหรือยัง""หนูไปช่วยคุณน้าไหมคะ"อัญญาเสนอตัวไปช่วยคุณน้า แต่ดูเหมือนว่าท่านจะไม่ยอมให้เธอหยิบจับอะไร เพราะตอนนี้หลานสาวท้องโตพอสมควรแล้ว"ได้ยังไงกันล่ะ หนูท้องโตแล้วนะ จะไปหยิบจับอะไรให้ตัวเองลำบากทำไม นั่งคุยกับคุณพ่อเนี
หลังจากที่กลับมาจากฮันนีมูน ทั้งสองคนก็พากันมาอัลตร้าซาวด์เพศลูกที่โรงพยาบาล ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ทั้งคู่จะได้รู้ว่าเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้องเป็นเพศอะไร ตั้งแต่เมื่อคืนพ่อของลูกนั่งสวดมนต์ภาวนาขอให้เจ้าตัวเล็กในครรภ์เป็นเพศหญิง มีความอยากจะได้ลูกสาวเพราะอิจฉาคนอื่นที่มีลูกคอยออดอ้อน หลังจากนั้นก็จะมีเพิ่มอีกเป็นเพศชาย แต่ถ้าเกิดว่าไม่ได้ลูกชาย เขาก็จะทำเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ สรุปแล้วเขาเห็นเธอเป็นแม่ไก่ออกไข่หรือไง ถึงได้ไม่เป็นห่วงเลยว่าจะต้องอุ้มท้องอีกกี่ครั้ง คนแบบนี้มันน่าตีจริงเชียว"ทำไมตื่นเต้นแบบนี้คะ มือเย็นหมดเลยนะ ก็แค่มาอัลตร้าซาวด์เพศลูกเองไหม จะได้เพศไหนก็ลูกเหมือนกัน ไม่เห็นจะต้องตื่นเต้นขนาดนี้เลย""ได้ยังไงล่ะ พี่อยากจะได้ลูกสาวก่อน ถ้าเกิดว่าลูกชายมีพี่สาวก็จะปกป้องพี่มาก แล้วก็เชื่อฟังพี่สาวด้วย แต่ถ้าเกิดว่าเป็นผู้ชายด้วยกัน ไม่มีทางเชื่อฟังแน่""เหมือนกับพี่เจอริคที่ไม่เชื่อฟังพี่ชายของตัวเองใช่ไหมคะ"หญิงสาวเอ่ยแซวชายหนุ่มทันที ซึ่งเขาได้ยินแบบนั้นก็เอานิ้วมาดีดหน้าผากเธอด้วยความหมั่นไส้"นี่แน่ ไอ้นั่นมันเป็นฝาแฝดไม่นับว่าเป็นพี่น้องหรอก ก็แค่ออกมาถัดกันไม่กี่นาทีเอ
และในที่สุดทั้งสองคนก็ได้แต่งงานกันเป็นที่เรียบร้อย จดทะเบียนสมรสกันอย่างยิ่งใหญ่ ภายในงานมีแขกมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง และก็มีงานเลี้ยงในช่วงเย็นซึ่งมีบรรดาเพื่อนรักทั้งหลายมาร่วมยินดีกันมากมายและวันต่อมาเขาก็พาภรรยาสุดที่รักไปฮันนีมูนกันที่ต่างจังหวัด เธอบอกว่าอยากไปเที่ยวทะเล สูดอากาศบริสุทธิ์ เขาจึงจัดให้ตามคำขอ"กรี๊ดดดดดดด ทะเลแสนสวย"หญิงสาววิ่งวุ่นไปทั่วริมชายหาดเมื่อมาถึงทะเลทางภาคใต้ ครอบครัวของเขามีบ้านพักตากอากาศอยู่ และที่นี่สงบไม่มีคนพลุ่งพล่าน เพราะเป็นพื้นที่ส่วนตัวจึงเหมาะแก่การให้คุณแม่ตั้งครรภ์มาพักผ่อนสัก 2-3 วัน"หนูวิ่งระวังหน่อยนะ ถ้าล้มเดี๋ยวลูกจะเป็นอันตราย""รับทราบค่า"เธอตอบรับชายหนุ่มก่อนจะเดินไปนั่งลงริมชายหาดเพื่อฟังเสียงคลื่นซัดเบาๆ สลับกับเสียงนกร้อง เจอริคเอาของไปเก็บภายในบ้านก่อนจะเข้าครัวไปหยิบของกินเล่น จากนั้นก็เดินออกมาจากห้องครัวเล็กพร้อมกับแก้วน้ำผลไม้เย็นๆ ในมือ หญิงสาวในชุดคลุมท้องสีขาวอ่อน มือเล็กกำลังลูบหน้าท้องของตัวเองก่อนจะบ่นไปเรื่อยเปื่อยตามประสาคุณแม่ตั้งครรภ์"วันนี้แม่พาหนูมาเที่ยวทะเลด้วยนะ อากาศดีมาก หนูได้ยินเสียงคลื่นหรือเปล่า
สองเดือนต่อมา...หลังจากที่คุณหญิงกนกวลีออกจากโรงพยาบาล ก็กลับไปอยู่ที่บ้านเพื่อทำกายภาพบำบัดเป็นเวลาประมาณเกือบสองเดือน จนในที่สุดก็กลับมาเป็นปกติอัญญาคอยดูแลคุณน้าของเธอตลอด แต่ทั้งสองคนยังไม่ได้คุยกันถึงเรื่องที่ผ่านมา เพราะสิ่งที่สำคัญก็คือการทำให้คุณน้าฟื้นตัวให้เร็วที่สุด จนตอนนี้หายดีเป็นปกติแล้วคุณหมอเปิดแฟ้มประวัติคนไข้ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองด้วยความพึงพอใจ“ผลเอกซเรย์ล่าสุดดีมากเลยนะครับ กระดูกเชิงกรานติดเกือบสมบูรณ์ ไม่มีการเบี้ยวหรือเคลื่อนผิดรูป ระบบเลือดก็ดีขึ้นมาก ค่าฮีโมโกลบินกลับมาอยู่ในระดับปกติแล้ว ไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด ไม่มีการติดเชื้อ”“ขอบคุณคุณหมอมากเลยนะคะ ที่คอยดูแลตลอดสองเดือนมานี้ นึกว่าจะไม่มีชีวิตรอดกลับมาซะแล้ว”“ถ้าพูดกันตามตรง ตอนนั้นเกือบจะไม่รอดแล้วเหมือนกันครับ โชคดีที่ได้รับการช่วยเหลือทันก็เลยกลับมาเป็นปกติได้หลังจากนี้กลับไปใช้ชีวิตปกติได้เลยนะครับ แต่ว่าอย่าหักโหมมากนัก แล้วก็ยังต้องทำกายภาพบำบัดต่อเนื่องอีกสัก 2 สัปดาห์ เพื่อให้กล้ามเนื้อสะโพกกลับมาแข็งแรงเต็มที่ถ้าจะใช้งานร่างกายแบบปกติเลย อาจจะปล่อยให้ผ่านไปอีกสัก 3 เดือนก็ได้”คุณหมอ





![ม่านรักไฟเสน่หา NC30+ [โคแก่กินหญ้าอ่อน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

