INICIAR SESIÓN"เดี๋ยวค่ะ" เดือนหนาวยกมือขึ้นห้ามความบ้าคลั่งนี้ "เราเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก หมอรู้ไหมคะว่าฉันเป็นใคร นิสัยยังไง ทำไมถึงมาชวนคนแปลกหน้ามาอยู่ด้วยแบบนี้ หรือหมอ... จีบฉันเหรอคะ" เธอถามออกไปตรงๆ เพราะไม่เห็นเหตุผลอื่นที่ผู้ชายเพอร์เฟกต์ขนาดนี้จะมาชวนผู้หญิงซกมกที่เพิ่งเมาค้างมาแชร์ห้อง
เตติณห์แค่นเสียงในลำคอ มุมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อยคล้ายจะเยาะ "ผมไม่มีเวลาว่างพอจะไปจีบใครหรอกคุณ"
"แล้วทำไม..."
"คุณทำให้ผมนอนหลับ"
ประโยคนั้นหลุดออกมาพร้อมกับสายตาที่จดจ้องมายังเธออย่างเอาแต่ใจ เตติณห์ก้าวเดินออกจากเคาน์เตอร์ครัว เข้ามาหยุดยืนห่างจากโซฟาเพียงไม่กี่ก้าว เขามองเธอด้วยสายตาที่ประเมินคุณค่าเสร็จสรรพแล้ว
"ผมมีปัญหาเรื่องการนอนหลับมานาน แต่เมื่อคืน ผมหลับไปห้าชั่วโมงเต็มๆ เพราะเสียงหายใจและการกอดของคุณ" เขาพูดเรื่องน่าอายด้วยใบหน้าตายด้านที่สุด "ผมต้องการการนอนหลับที่มีคุณภาพเพื่อทำงาน และคุณกำลังต้องการที่พักฟรีที่ปลอดภัย"
เดือนหนาวอ้าปากค้าง ตรรกะความสมเหตุสมผลของผู้ชายคนนี้พังพินาศจนเธอตามไม่ทัน
"หมอจะให้ฉันมานอนแชร์ห้องด้วย... เพราะฉันเป็นเหมือนยานอนหลับของหมองั้นสิ"
"ถูกต้อง" เขารับคำหน้าตาเฉย "คุณจะได้กุญแจห้อง คีย์การ์ด คุณสามารถใช้พื้นที่ในห้องนี้ได้ทุกส่วน แลกกับการที่คุณต้องนอนโซฟานี้ หรือบนเตียง เพื่อให้ผมได้ยินเสียงคุณตอนกลางคืน... ข้อเสนอนี้วิน-วินทั้งสองฝ่าย"
เดือนหนาวมองหน้าผู้ชายที่ยืนกอดอกยื่นข้อเสนอประหลาดที่สุดในชีวิตให้เธอ เธอควรจะปฏิเสธ ควรจะด่าเขาว่าโรคจิตแล้วหอบกระเป๋าหนีไป แต่เมื่อนึกถึงยอดเงินในบัญชีที่ร่อยหรอ และค่ามัดจำคอนโดที่โดนเชิดหนีไปเมื่อวาน ความเป็นจริงก็บีบคั้นให้เธอต้องชั่งน้ำหนักใหม่
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก มองตอบสายตาคมกริบนั้น ก่อนจะแค่นยิ้มประชดประชัน
"โรแมนติกชิบหายเลยค่ะคุณหมอ"
ความรู้สึกแรกหลังจากการลืมตาตื่นคือความหนักอึ้งที่กดทับลงมาตรงขมับทั้งสองข้าง
เดือนหนาวนิ่วหน้า ครางอืออาในลำคอขณะพยายามขยับตัว อาการปวดหนึบแล่นริ้วขึ้นมาตามเส้นประสาทบ่งบอกถึงผลลัพธ์ของการดื่มแอลกอฮอล์เกินขนาดเมื่อคืน เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ ปรือขึ้น แสงสว่างสีขาวนวลตาที่สาดส่องเข้ามาทำให้เธอต้องกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัส
ผิวสัมผัสใต้ร่างไม่ใช่ฟูกนอนยุบตัวที่เธอคุ้นเคย แต่มันคือหนังแท้เนื้อเย็นเฉียบที่ส่งกลิ่นหอมเฉพาะตัว
หญิงสาวยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล มือเรียวยกขึ้นขยี้กลุ่มผมดัดลอนของตัวเองที่ตอนนี้คงยุ่งเหยิงไม่ต่างจากรังนก เสื้อยืดตัวโคร่งสีซีดตกลงมาเปิดเปลือยไหล่ข้างซ้าย เธอรีบดึงมันขึ้นมาลวกๆ สายตายังคงพร่ามัวขณะกวาดมองไปรอบตัว
ผนังห้องสีเทาเข้มตัดกับเฟอร์นิเจอร์สีดำและขาว ไม่มีของตกแต่งกระจุกกระจิก ไม่มีกรอบรูป ไม่มีสีสัน ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยจนดูเหมือนภาพเรนเดอร์สามมิติในโปรแกรมออกแบบมากกว่าจะเป็นพื้นที่ที่มีคนอาศัยอยู่จริง
ที่นี่ไม่ใช่คาเฟ่ของป่าน และแน่นอนว่าไม่ใช่ห้องเช่ารูหนูที่เธอเพิ่งโดนริบเงินมัดจำหนีไปเมื่อวาน
ความทรงจำสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในสมองคือภาพที่ตัวเองนั่งร้องไห้กอดขวดเบียร์อยู่หน้าร้านเพื่อนสนิท โวยวายเรื่องความซวยซ้ำซ้อนที่ตกงานฟรีแลนซ์แถมยังไร้ที่ซุกหัวนอนกะทันหัน จากนั้นป่านก็ลากเธอขึ้นแท็กซี่ บอกว่าจะส่งมานอนห้องเพื่อนหมอที่ไว้ใจได้สักคืน เพราะที่ร้านไม่มีที่พอให้นอน
เพื่อนหมอ...
เสียงเครื่องบดเมล็ดกาแฟดังกระหึ่มขึ้นทำลายความเงียบของห้อง เดือนหนาวสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปตามต้นเสียงทันที
ตรงบริเวณเคาน์เตอร์แพนทรีหินอ่อนสีดำสนิท มีร่างสูงโปร่งของผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่
เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนเนื้อผ้าเรียบกริบไร้รอยยับ กางเกงสแล็กสีเข้มทรงเข้ารูป แขนเสื้อถูกพับขึ้นมาถึงข้อศอกลวกๆ เผยให้เห็นท่อนแขนที่มีเส้นเลือดปูดโปนชัดเจน ใบหน้าหล่อเหลาคมคายนั้นถูกบดบังด้วยแว่นตากรอบเงินบางเฉียบ
ชายคนนั้นไม่ได้กำลังชงกาแฟ เขาชงเสร็จแล้ว และตอนนี้กำลังยืนพิงสะโพกกับขอบเคาน์เตอร์ ยกแขนข้างหนึ่งขึ้นกอดอก ส่วนมืออีกข้างถือถ้วยกาแฟเซรามิกสีดำ
สายตาคมกริบภายใต้เลนส์แว่นนั้นกำลังจดจ้องมาที่เธอ
เดือนหนาวชะงักค้าง มือที่กำลังขยี้ตาหยุดนิ่งอยู่ตรงหางคิ้ว ท่าทางของเขาไม่ได้ดูตกใจที่มีสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมมานอนน้ำลายยืดอยู่บนโซฟาราคาแพงหูฉี่ของเขา ตรงกันข้าม เขามองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่ง นิ่งเสียจนเธอมองไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ มันเหมือนสายตาของคนที่กำลังประเมินราคาสินค้า หรือไม่ก็สายตาของหมอที่กำลังพิจารณาเคสคนไข้หนัก
ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอหอย สัญชาตญาณนักออกแบบภายในบอกเธอได้ทันทีว่าโซฟาอิตาลีตัวที่เธอนั่งทับอยู่นี้ราคาเหยียบหลักแสน และการที่ผู้หญิงซกมก เพิ่งสร่างเมา แถมยังไม่ได้อาบน้ำ มานอนขดตัวอยู่บนเฟอร์นิเจอร์สุดหรูในห้องที่สะอาดหมดจดระดับนี้ คงทำให้เจ้าของห้องหงุดหงิดไม่น้อย
เขาคงกำลังคิดคำด่าอยู่ในใจแน่ๆ
"เอ่อ..." เดือนหนาวรีบดึงคอเสื้อตัวเองให้เข้าที่อีกครั้ง พยายามส่งยิ้มแห้งแล้งไปให้เพื่อทำลายความอึดอัด "ขอโทษค่ะ ฉันรบกวนคุณหรือเปล่า"
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขายกถ้วยกาแฟขึ้นจิบช้าๆ สายตาไล่มองสภาพความยับเยินของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า การกวาดสายตาของเขาไม่ได้มีความคุกคามทางเพศเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย แต่มันทะลุทะลวงจนเดือนหนาวต้องขยับขาที่สวมกางเกงยีนส์ขาดเข่าให้ชิดกันมากขึ้น"คุณกำลังหาที่อยู่ใหม่ใช่ไหม"เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้น เป็นประโยคแรกที่หลุดออกจากปากเขา ไม่มีคำทักทาย ไม่มีการแนะนำตัว มีเพียงการพุ่งตรงเข้าประเด็นเดือนหนาวกะพริบตาปริบๆ ความงุนงงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เธอพยักหน้าช้าๆ สมองประมวลผลคำตอบอย่างยากลำบาก "ค่ะ พอดีมีปัญหาเรื่องมัดจำคอนโดนิดหน่อย วันนี้ฉันจะรีบเก็บของแล้วรีบออกไปหาที่พักใหม่ทันทีค่ะ จะไม่รบกวน...""ย้ายมาอยู่กับผมไหม"คำพูดของเดือนหนาวถูกตัดฉับและกลืนหายลงไปในลำคอเธอนั่งนิ่ง เบิกตากว้างขึ้น จ้องมองผู้ชายหน้าตายตรงหน้าอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ประโยคเมื่อครู่มันสั้น กระชับ และชัดเจนเกินกว่าจะฟังผิด แต่บริบทของมันกลับผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง"คะ? หมอว่าอะไรนะคะ"เขาอาจจะพูดว่า 'ให้ช่วยหาที่อยู่ให้ไหม' หรืออะไรทำนองนั้น เธอคงหูฝาดไปเองเพราะอาการแฮงก์โอเวอร์"ผมบอกว่า ให้ค
"เดี๋ยวค่ะ" เดือนหนาวยกมือขึ้นห้ามความบ้าคลั่งนี้ "เราเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก หมอรู้ไหมคะว่าฉันเป็นใคร นิสัยยังไง ทำไมถึงมาชวนคนแปลกหน้ามาอยู่ด้วยแบบนี้ หรือหมอ... จีบฉันเหรอคะ" เธอถามออกไปตรงๆ เพราะไม่เห็นเหตุผลอื่นที่ผู้ชายเพอร์เฟกต์ขนาดนี้จะมาชวนผู้หญิงซกมกที่เพิ่งเมาค้างมาแชร์ห้องเตติณห์แค่นเสียงในลำคอ มุมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อยคล้ายจะเยาะ "ผมไม่มีเวลาว่างพอจะไปจีบใครหรอกคุณ""แล้วทำไม...""คุณทำให้ผมนอนหลับ"ประโยคนั้นหลุดออกมาพร้อมกับสายตาที่จดจ้องมายังเธออย่างเอาแต่ใจ เตติณห์ก้าวเดินออกจากเคาน์เตอร์ครัว เข้ามาหยุดยืนห่างจากโซฟาเพียงไม่กี่ก้าว เขามองเธอด้วยสายตาที่ประเมินคุณค่าเสร็จสรรพแล้ว"ผมมีปัญหาเรื่องการนอนหลับมานาน แต่เมื่อคืน ผมหลับไปห้าชั่วโมงเต็มๆ เพราะเสียงหายใจและการกอดของคุณ" เขาพูดเรื่องน่าอายด้วยใบหน้าตายด้านที่สุด "ผมต้องการการนอนหลับที่มีคุณภาพเพื่อทำงาน และคุณกำลังต้องการที่พักฟรีที่ปลอดภัย"เดือนหนาวอ้าปากค้าง ตรรกะความสมเหตุสมผลของผู้ชายคนนี้พังพินาศจนเธอตามไม่ทัน"หมอจะให้ฉันมานอนแชร์ห้องด้วย... เพราะฉันเป็นเหมือนยานอนหลับของหมองั้นสิ""ถูกต้อง" เขารับคำหน้าตา
07:30 น.ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยภายใต้กรอบแว่นที่ไม่ได้สวมใส่ เขาเพ่งมองเข็มนาฬิกาอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาดเจ็ดโมงครึ่ง...เขาหลับไปตั้งแต่ตอนตีสองสิบห้านาที ลากยาวมาจนถึงเจ็ดโมงครึ่ง โดยไม่ตื่นขึ้นมากลางดึก ไม่ฝันถึงเคสผ่าตัด ไม่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงอะไรเลยห้าชั่วโมงกว่าของการหลับสนิทบนพื้นแข็งๆ ในท่านั่งที่ผิดหลักสรีระศาสตร์อย่างรุนแรงเตติณห์สำรวจสภาพร่างกายและสมองของตัวเองอย่างรวดเร็ว ไม่มีอาการตกค้างจากความเครียด พลังงานฟื้นฟูกลับมาเกือบเต็มเปี่ยม นี่เป็นการนอนหลับที่มีคุณภาพที่สุดนับตั้งแต่เขาเริ่มเรียนแพทย์เฉพาะทางสายตาของเขาเลื่อนกลับมามองตัวต้นเหตุที่ทำให้เขามีสภาพแบบนี้ผู้หญิงซกมกที่นอนน้ำลายยืดใส่แขนเขาเขามองรอยคราบจางๆ บนแขนเสื้อนอนผ้าไหมของตัวเองแล้วคิ้วกระตุก ทว่าความรำคาญใจกลับมีไม่มากเท่าความสงสัยเชิงทฤษฎีที่กำลังตีรวนในหัวเป็นไปได้อย่างไรที่กลไกการนอนหลับของเขา ซึ่งดื้อรั้นต่อการบำบัดทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเป็นการทำสมาธิ การดื่มนมอุ่น หรือแม้กระทั่งการจัดสภาพแวดล้อมห้องนอนให้มืดสนิทและเงียบกริบ จะพ่ายแพ้ให้กับเสียงลมหายใจและสัมผัสของคนแปลกหน้าท
“อืม... อย่ากวน” เสียงหวานแหบพร่าพึมพำงัวเงีย ก่อนที่เจ้าตัวจะซุกหน้าลงกับท่อนแขนของเขา ถูไถแก้มไปมาเพื่อหาตำแหน่งที่สบายที่สุด แล้วหลับต่อหน้าตาเฉยเตติณห์ตัวแข็งทื่อผิวแก้มของเธอที่แนบอยู่กับท่อนแขนที่โผล่พ้นแขนเสื้อนอนของเขามีอุณหภูมิสูงกว่าปกติเล็กน้อย น่าจะเป็นผลจากการดื่มแอลกอฮอล์ ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดผิวเนื้อของเขาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ มือสองข้างของเธอกอดรัดแขนเขาไว้แน่นราวกับเป็นหมอนข้างใบโปรดความหงุดหงิดตีตื้นขึ้นมาในอก ชายหนุ่มเกลียดการถูกเนื้อต้องตัวโดยไม่จำเป็น เขาพยายามออกแรงดึงแขนกลับ การสลัดผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่กำลังเมาไม่ได้ใช้แรงมากมายอะไรเลยสำหรับผู้ชายสูงร้อยแปดสิบสามเซนติเมตรอย่างเขาแต่ในจังหวะที่เขากำลังจะกระชากแขนออกนั้นเอง เสียงบางอย่างก็ดังขึ้น“อืม... ฮืม...”มันคือเสียงฮัมเพลงผู้หญิงที่กอดแขนเขาอยู่ไม่ได้ละเมอพูดเป็นคำ แต่กำลังฮัมทำนองเพลงป๊อปจังหวะช้าๆ ออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นไม่ได้ไพเราะอะไรมากมาย ติดจะแหบและขาดห้วงด้วยซ้ำ แต่มันกลับเป็นเสียงที่มีความถี่สม่ำเสมอ เป็นคลื่นเสียงรบกวนต่ำๆ ที่ดังแทรกเข้ามาในความเงียบสงัดของห้องเตติณห์ชะงักการออกแรงดึงแขนตัวเอง
อาการปวดหนึบที่ขมับขวาลามไปถึงท้ายทอยรบกวนระบบประสาทจนไม่อาจเพิกเฉยได้อีกต่อไปเตติณห์ลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืดมิดภายในห้องนอนกว้าง เขานอนนิ่งอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์ที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีเทาเข้มเนื้อละเอียด การขยับตัวเพียงนิดเดียวอาจทำให้เส้นเลือดในสมองที่กำลังเต้นตุบเต้นแรงขึ้นกว่าเดิม ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามกำหนดจังหวะการสูบฉีดเลือดของตัวเองให้ช้าลง แต่มันไม่ได้ผลความเงียบในเพนต์เฮาส์ชั้นสี่สิบแปดไม่ได้ช่วยให้สมองของศัลยแพทย์กระดูกและข้อหยุดทำงาน ภาพฟิล์มเอ็กซ์เรย์กระดูกสันหลังคดงอของคนไข้เคสเมื่อเย็นยังคงฉายซ้ำไปมา สลับกับรายชื่อยาและขั้นตอนการผ่าตัดที่เขารับผิดชอบในฐานะแพทย์ประจำบ้านต่อยอด พรุ่งนี้เขามีเคสผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าตอนเก้าโมงเช้า ต่อด้วยการเข้าเวรยาวไปจนถึงเช้าอีกวัน มือของเขาต้องนิ่ง สติของเขาต้องสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ความผิดพลาดเพียงมิลลิเมตรเดียวบนโต๊ะผ่าตัดหมายถึงชีวิตที่เหลือของคนไข้เตติณห์รู้ข้อเท็จจริงนั้นดี และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เซลล์ประสาทของเขาตื่นตัวตลอดเวลาสิบนาทีผ่านไปโดยไม่มีทีท่าว่าความง่วงจะมาเยือน ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นนั่ง อาการปวดหัวเล่นงานจนต







