LOGINชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขายกถ้วยกาแฟขึ้นจิบช้าๆ สายตาไล่มองสภาพความยับเยินของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า การกวาดสายตาของเขาไม่ได้มีความคุกคามทางเพศเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย แต่มันทะลุทะลวงจนเดือนหนาวต้องขยับขาที่สวมกางเกงยีนส์ขาดเข่าให้ชิดกันมากขึ้น
"คุณกำลังหาที่อยู่ใหม่ใช่ไหม"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้น เป็นประโยคแรกที่หลุดออกจากปากเขา ไม่มีคำทักทาย ไม่มีการแนะนำตัว มีเพียงการพุ่งตรงเข้าประเด็น
เดือนหนาวกะพริบตาปริบๆ ความงุนงงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เธอพยักหน้าช้าๆ สมองประมวลผลคำตอบอย่างยากลำบาก "ค่ะ พอดีมีปัญหาเรื่องมัดจำคอนโดนิดหน่อย วันนี้ฉันจะรีบเก็บของแล้วรีบออกไปหาที่พักใหม่ทันทีค่ะ จะไม่รบกวน..."
"ย้ายมาอยู่กับผมไหม"
คำพูดของเดือนหนาวถูกตัดฉับและกลืนหายลงไปในลำคอ
เธอนั่งนิ่ง เบิกตากว้างขึ้น จ้องมองผู้ชายหน้าตายตรงหน้าอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ประโยคเมื่อครู่มันสั้น กระชับ และชัดเจนเกินกว่าจะฟังผิด แต่บริบทของมันกลับผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง
"คะ? หมอว่าอะไรนะคะ"
เขาอาจจะพูดว่า 'ให้ช่วยหาที่อยู่ให้ไหม' หรืออะไรทำนองนั้น เธอคงหูฝาดไปเองเพราะอาการแฮงก์โอเวอร์
"ผมบอกว่า ให้คุณย้ายมาอยู่ที่นี่" เขาทวนประโยคด้วยน้ำเสียงระดับเดิม ไม่ดังขึ้น ไม่เบาลง และไม่มีร่องรอยของการล้อเล่น แววตาของเขาจริงจังและเด็ดขาดราวกับกำลังสั่งออร์เดอร์ยาพาราเซตามอลให้คนไข้
เดือนหนาวสูดลมหายใจเข้าลึก ยกมือขึ้นห้ามความบ้าคลั่งตรงหน้า "เดี๋ยวค่ะ" เธอขมวดคิ้ว "เราเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก หมอรู้ไหมคะว่าฉันเป็นใคร นิสัยยังไง ทำไมถึงมาชวนคนแปลกหน้ามาอยู่ด้วยแบบนี้ หรือหมอ... จีบฉันเหรอคะ"
เธอถามออกไปตรงๆ เพราะไม่เห็นเหตุผลอื่นเลย ผู้ชายที่ดูเพียบพร้อม หน้าตาดี แต่งตัวเนี้ยบตั้งแต่เช้าตรู่ และอาศัยอยู่ในเพนต์เฮาส์กลางเมืองแบบนี้ จะมาชวนผู้หญิงที่เพิ่งเมาค้างนอนน้ำลายยืดใส่โซฟาเขามาแชร์ห้องด้วยเหตุผลอะไรได้อีก ถ้าไม่ใช่เพราะเขามีรสนิยมแปลกๆ หรือหวังผลประโยชน์บางอย่าง
ชายหนุ่มแค่นเสียงในลำคอ มุมปากหยักยกขึ้นเพียงมิลลิเมตรเดียวคล้ายจะเยาะหยันความคิดของเธอ
"ผมไม่มีเวลาว่างพอจะไปจีบใครหรอกคุณ" เขาตอบ วางถ้วยกาแฟเซรามิกสีดำลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อน เสียงก้นถ้วยกระทบพื้นผิวดังคลิกเบาๆ
"แล้วทำไม..."
"คุณทำให้ผมนอนหลับ"
ประโยคนั้นหลุดออกมาพร้อมกับสายตาที่จดจ้องมายังเธออย่างเอาแต่ใจ เติร์กก้าวเดินออกจากเคาน์เตอร์ครัว สองมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงสแล็ก เข้ามาหยุดยืนห่างจากโซฟาเพียงไม่กี่ก้าว เขาก้มหน้ามองเธอที่นั่งอยู่ต่ำกว่า
"ผมมีปัญหาเรื่องการนอนหลับมานาน" เขาเริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกำลังรายงานผลการตรวจร่างกายให้เพื่อนร่วมงานฟัง "แต่เมื่อคืน ผมหลับไปห้าชั่วโมงเต็มๆ เพราะเสียงหายใจและการกอดของคุณ"
เดือนหนาวอ้าปากค้าง สมองที่ทำงานช้าอยู่แล้วยิ่งรวนหนักกว่าเดิม
กอด? เธอไปกอดเขาตอนไหน? แล้วไอ้เหตุผลที่ว่าหลับเพราะเสียงหายใจของเธอนี่มันทฤษฎีการแพทย์แขนงไหนกัน
"ผมต้องการการนอนหลับที่มีคุณภาพเพื่อทำงาน และคุณกำลังต้องการที่พักฟรีที่ปลอดภัย" เขายังคงพูดต่อไป นำเสนอผลประโยชน์ด้วยใบหน้าตายด้านที่สุด "คุณจะได้กุญแจห้อง คีย์การ์ด คุณสามารถใช้พื้นที่ในห้องนี้ได้ทุกส่วน ยกเว้นโต๊ะทำงานของผม"
"หมอจะให้ฉันมานอนแชร์ห้องด้วย... เพราะฉันเป็นเหมือนยานอนหลับของหมองั้นสิ" เธอสวนกลับ เสียงเริ่มดังขึ้นนิดหน่อยตามแรงอารมณ์
"ถูกต้อง" เขารับคำหน้าตาเฉย ไม่มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในตรรกะของตัวเองเลยสักนิด "แลกกับการที่คุณต้องนอนโซฟานี้ หรือบนเตียง เพื่อให้ผมได้ยินเสียงคุณตอนกลางคืน... ข้อเสนอนี้วิน-วินทั้งสองฝ่าย"
เดือนหนาวนั่งกำชายเสื้อยืดของตัวเองแน่น มองหน้าผู้ชายที่ยืนยื่นข้อเสนอประหลาดที่สุดในชีวิตให้เธอ
นี่มันบ้าบอคอแตกที่สุด เธอควรจะปฏิเสธ ควรจะด่าเขาว่าโรคจิตแล้วหอบกระเป๋าหนีไปให้พ้นจากห้องบ้าๆ ที่มีแต่สีเทากับดำนี่เสีย แต่เมื่อนึกถึงความจริงที่รออยู่หลังบานประตูบานนั้น...
ยอดเงินในบัญชีธนาคารที่มีตัวเลขหลักพัน
งานออกแบบอินทีเรียของลูกค้าล่าสุดที่ยังไม่ได้เบิกงวดแรก
และค่ามัดจำคอนโดสามเดือนที่โดนเจ้าของห้องเชิดหนีไปเมื่อวาน
ความเป็นจริงบีบคั้นให้ความโกรธของเธอฝ่อลงอย่างรวดเร็ว เธอไม่มีเงินไปเช่าโรงแรม ไม่มีเงินไปจ่ายมัดจำห้องใหม่กะทันหัน ป่านเองก็มีปัญหาเรื่องพื้นที่ในร้านที่ต้องใช้เก็บของสต๊อกจนไม่มีที่ให้นอน เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับสภาพ
ผู้ชายตรงหน้าอาจจะดูแปลกๆ และตรรกะพังพินาศ แต่เขาเป็นเพื่อนของเขตต์ ซึ่งเขตต์เป็นเพื่อนของป่าน อย่างน้อยเขาก็มีตัวตน มีหน้าที่การงานที่มั่นคงค้ำคออยู่ เขาคงไม่ฆ่าหั่นศพเธอหมกคอนโดหรอกมั้ง
แค่แชร์ห้อง... ไม่ต้องจ่ายค่าเช่า แลกกับการนอนให้เขาได้ยินเสียงหายใจ
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขายกถ้วยกาแฟขึ้นจิบช้าๆ สายตาไล่มองสภาพความยับเยินของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า การกวาดสายตาของเขาไม่ได้มีความคุกคามทางเพศเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย แต่มันทะลุทะลวงจนเดือนหนาวต้องขยับขาที่สวมกางเกงยีนส์ขาดเข่าให้ชิดกันมากขึ้น"คุณกำลังหาที่อยู่ใหม่ใช่ไหม"เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้น เป็นประโยคแรกที่หลุดออกจากปากเขา ไม่มีคำทักทาย ไม่มีการแนะนำตัว มีเพียงการพุ่งตรงเข้าประเด็นเดือนหนาวกะพริบตาปริบๆ ความงุนงงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เธอพยักหน้าช้าๆ สมองประมวลผลคำตอบอย่างยากลำบาก "ค่ะ พอดีมีปัญหาเรื่องมัดจำคอนโดนิดหน่อย วันนี้ฉันจะรีบเก็บของแล้วรีบออกไปหาที่พักใหม่ทันทีค่ะ จะไม่รบกวน...""ย้ายมาอยู่กับผมไหม"คำพูดของเดือนหนาวถูกตัดฉับและกลืนหายลงไปในลำคอเธอนั่งนิ่ง เบิกตากว้างขึ้น จ้องมองผู้ชายหน้าตายตรงหน้าอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ประโยคเมื่อครู่มันสั้น กระชับ และชัดเจนเกินกว่าจะฟังผิด แต่บริบทของมันกลับผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง"คะ? หมอว่าอะไรนะคะ"เขาอาจจะพูดว่า 'ให้ช่วยหาที่อยู่ให้ไหม' หรืออะไรทำนองนั้น เธอคงหูฝาดไปเองเพราะอาการแฮงก์โอเวอร์"ผมบอกว่า ให้ค
"เดี๋ยวค่ะ" เดือนหนาวยกมือขึ้นห้ามความบ้าคลั่งนี้ "เราเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก หมอรู้ไหมคะว่าฉันเป็นใคร นิสัยยังไง ทำไมถึงมาชวนคนแปลกหน้ามาอยู่ด้วยแบบนี้ หรือหมอ... จีบฉันเหรอคะ" เธอถามออกไปตรงๆ เพราะไม่เห็นเหตุผลอื่นที่ผู้ชายเพอร์เฟกต์ขนาดนี้จะมาชวนผู้หญิงซกมกที่เพิ่งเมาค้างมาแชร์ห้องเตติณห์แค่นเสียงในลำคอ มุมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อยคล้ายจะเยาะ "ผมไม่มีเวลาว่างพอจะไปจีบใครหรอกคุณ""แล้วทำไม...""คุณทำให้ผมนอนหลับ"ประโยคนั้นหลุดออกมาพร้อมกับสายตาที่จดจ้องมายังเธออย่างเอาแต่ใจ เตติณห์ก้าวเดินออกจากเคาน์เตอร์ครัว เข้ามาหยุดยืนห่างจากโซฟาเพียงไม่กี่ก้าว เขามองเธอด้วยสายตาที่ประเมินคุณค่าเสร็จสรรพแล้ว"ผมมีปัญหาเรื่องการนอนหลับมานาน แต่เมื่อคืน ผมหลับไปห้าชั่วโมงเต็มๆ เพราะเสียงหายใจและการกอดของคุณ" เขาพูดเรื่องน่าอายด้วยใบหน้าตายด้านที่สุด "ผมต้องการการนอนหลับที่มีคุณภาพเพื่อทำงาน และคุณกำลังต้องการที่พักฟรีที่ปลอดภัย"เดือนหนาวอ้าปากค้าง ตรรกะความสมเหตุสมผลของผู้ชายคนนี้พังพินาศจนเธอตามไม่ทัน"หมอจะให้ฉันมานอนแชร์ห้องด้วย... เพราะฉันเป็นเหมือนยานอนหลับของหมองั้นสิ""ถูกต้อง" เขารับคำหน้าตา
07:30 น.ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยภายใต้กรอบแว่นที่ไม่ได้สวมใส่ เขาเพ่งมองเข็มนาฬิกาอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาดเจ็ดโมงครึ่ง...เขาหลับไปตั้งแต่ตอนตีสองสิบห้านาที ลากยาวมาจนถึงเจ็ดโมงครึ่ง โดยไม่ตื่นขึ้นมากลางดึก ไม่ฝันถึงเคสผ่าตัด ไม่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงอะไรเลยห้าชั่วโมงกว่าของการหลับสนิทบนพื้นแข็งๆ ในท่านั่งที่ผิดหลักสรีระศาสตร์อย่างรุนแรงเตติณห์สำรวจสภาพร่างกายและสมองของตัวเองอย่างรวดเร็ว ไม่มีอาการตกค้างจากความเครียด พลังงานฟื้นฟูกลับมาเกือบเต็มเปี่ยม นี่เป็นการนอนหลับที่มีคุณภาพที่สุดนับตั้งแต่เขาเริ่มเรียนแพทย์เฉพาะทางสายตาของเขาเลื่อนกลับมามองตัวต้นเหตุที่ทำให้เขามีสภาพแบบนี้ผู้หญิงซกมกที่นอนน้ำลายยืดใส่แขนเขาเขามองรอยคราบจางๆ บนแขนเสื้อนอนผ้าไหมของตัวเองแล้วคิ้วกระตุก ทว่าความรำคาญใจกลับมีไม่มากเท่าความสงสัยเชิงทฤษฎีที่กำลังตีรวนในหัวเป็นไปได้อย่างไรที่กลไกการนอนหลับของเขา ซึ่งดื้อรั้นต่อการบำบัดทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเป็นการทำสมาธิ การดื่มนมอุ่น หรือแม้กระทั่งการจัดสภาพแวดล้อมห้องนอนให้มืดสนิทและเงียบกริบ จะพ่ายแพ้ให้กับเสียงลมหายใจและสัมผัสของคนแปลกหน้าท
“อืม... อย่ากวน” เสียงหวานแหบพร่าพึมพำงัวเงีย ก่อนที่เจ้าตัวจะซุกหน้าลงกับท่อนแขนของเขา ถูไถแก้มไปมาเพื่อหาตำแหน่งที่สบายที่สุด แล้วหลับต่อหน้าตาเฉยเตติณห์ตัวแข็งทื่อผิวแก้มของเธอที่แนบอยู่กับท่อนแขนที่โผล่พ้นแขนเสื้อนอนของเขามีอุณหภูมิสูงกว่าปกติเล็กน้อย น่าจะเป็นผลจากการดื่มแอลกอฮอล์ ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดผิวเนื้อของเขาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ มือสองข้างของเธอกอดรัดแขนเขาไว้แน่นราวกับเป็นหมอนข้างใบโปรดความหงุดหงิดตีตื้นขึ้นมาในอก ชายหนุ่มเกลียดการถูกเนื้อต้องตัวโดยไม่จำเป็น เขาพยายามออกแรงดึงแขนกลับ การสลัดผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่กำลังเมาไม่ได้ใช้แรงมากมายอะไรเลยสำหรับผู้ชายสูงร้อยแปดสิบสามเซนติเมตรอย่างเขาแต่ในจังหวะที่เขากำลังจะกระชากแขนออกนั้นเอง เสียงบางอย่างก็ดังขึ้น“อืม... ฮืม...”มันคือเสียงฮัมเพลงผู้หญิงที่กอดแขนเขาอยู่ไม่ได้ละเมอพูดเป็นคำ แต่กำลังฮัมทำนองเพลงป๊อปจังหวะช้าๆ ออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นไม่ได้ไพเราะอะไรมากมาย ติดจะแหบและขาดห้วงด้วยซ้ำ แต่มันกลับเป็นเสียงที่มีความถี่สม่ำเสมอ เป็นคลื่นเสียงรบกวนต่ำๆ ที่ดังแทรกเข้ามาในความเงียบสงัดของห้องเตติณห์ชะงักการออกแรงดึงแขนตัวเอง
อาการปวดหนึบที่ขมับขวาลามไปถึงท้ายทอยรบกวนระบบประสาทจนไม่อาจเพิกเฉยได้อีกต่อไปเตติณห์ลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืดมิดภายในห้องนอนกว้าง เขานอนนิ่งอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์ที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีเทาเข้มเนื้อละเอียด การขยับตัวเพียงนิดเดียวอาจทำให้เส้นเลือดในสมองที่กำลังเต้นตุบเต้นแรงขึ้นกว่าเดิม ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามกำหนดจังหวะการสูบฉีดเลือดของตัวเองให้ช้าลง แต่มันไม่ได้ผลความเงียบในเพนต์เฮาส์ชั้นสี่สิบแปดไม่ได้ช่วยให้สมองของศัลยแพทย์กระดูกและข้อหยุดทำงาน ภาพฟิล์มเอ็กซ์เรย์กระดูกสันหลังคดงอของคนไข้เคสเมื่อเย็นยังคงฉายซ้ำไปมา สลับกับรายชื่อยาและขั้นตอนการผ่าตัดที่เขารับผิดชอบในฐานะแพทย์ประจำบ้านต่อยอด พรุ่งนี้เขามีเคสผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าตอนเก้าโมงเช้า ต่อด้วยการเข้าเวรยาวไปจนถึงเช้าอีกวัน มือของเขาต้องนิ่ง สติของเขาต้องสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ความผิดพลาดเพียงมิลลิเมตรเดียวบนโต๊ะผ่าตัดหมายถึงชีวิตที่เหลือของคนไข้เตติณห์รู้ข้อเท็จจริงนั้นดี และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เซลล์ประสาทของเขาตื่นตัวตลอดเวลาสิบนาทีผ่านไปโดยไม่มีทีท่าว่าความง่วงจะมาเยือน ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นนั่ง อาการปวดหัวเล่นงานจนต







