Share

หลบไม่พ้น(3)

ฟาริศาเลือกนั่งหลบอยู่ตรงมุมห้องประชุมเหมือนเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือเธอเลือกเก้าอี้ที่จะไม่ต้องสบตากับประธานบริษัทมากนัก

สิ่งแรกที่ธีรณัฐเดินมาถึงห้องประชุมคือการกวาดสายตาหาคนเจ้าเนื้อ เขาเห็นเธอหลบมุมอยู่ที่เดิม ความรู้สึกหงุดหงิดผุดขึ้นในใจทีละน้อย

เขาไม่ชอบปฏิกิริยาที่เธอทำสักเท่าไร ถึงจะมีคนบอกว่าเขาดูเย็นชาและเข้าถึงยาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาชอบที่มีคนทำเป็นกลัวหรือคอยหลบหน้าหลบตาสักเท่าไร

การที่เราได้ไปชิมอาหารด้วยกัน หรือเขายอมไปส่งถึงร้านขายหมึกย่างของแม่เธอ มันไม่ทำให้เราสองคนสนิทกันขึ้นมาบ้างเลยหรือไง

ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากัน ก่อนจะไล่ความคิดออกนั้นออกไป แล้วเปิดแฟ้มเอกสารที่เลขาฯ เตรียมเอาไว้มาเปิดดูเพื่อเริ่มการประชุม

การประชุมเต็มไปด้วยความตึงเครียด ทุกคนแทบกลั้นหายใจ เมื่อประธานบริษัทถามจี้ปัจจัยที่ทำให้ความนิยามของสินค้าตัวเก่าลดลง จนต้องเพิ่มงบประมาณในการโพรโมตสินค้ามากกว่าเดิม

ฟาริศาที่เป็นคนทำเตรียมเอกสาร และชี้แจ้งในส่วนของตรงนั้น เธอตอบอย่างตรงไปตรงมา แม้จะมีบ้างที่สบตากัน แต่เธอก็เลือกหลบซ่อนความประหม่าเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนเอาไว้

หลังจากเลิกประชุม ฟาริศารีบออกจากห้องประชุมก่อนเพื่อน เพื่อเลี่ยงการที่ต้องเจอหน้าธีรณัฐโดยตรง เขาได้แต่ถอนหายใจออกมากับท่าทีเหล่านั้น ตอนนี้ยังไม่สะดวกที่จะคุย แต่เขาคงไม่ปล่อยผ่านความอึดอัดให้พ้นวันนี้ไปหรอก

“พี่สุริดูนี่ดิ”

แพรพายเดินเข้าไปหาพร้อมยื่นโทรศัพท์ให้ เขารับมาดูแล้วไหวไหล่ ฟาริศาเห็นอย่างนั้นจึงเดินเข้าไปหา เพราะอยากเป็นมนุษย์เผือกอย่างคนอื่นเขาบ้าง

“ดูอะไรกันคะ ฟาดูด้วยได้ไหม มันเป็นความลับหรือเปล่า”

“ดูได้ย่ะ ก็แค่ข่าวของทายาทคนรวย ขาเตียงสั่นน่ะ”

“ปกติไม่เห็นพี่สุริสนใจข่าวไฮโซนี่คะ”

ฟาริศาย่นคิ้วเข้าหากัน เพราะตั้งแต่รู้จักพี่ท่านมา ก็เห็นแต่ตามติดข่าวดาราจีน ไม่ก็เกาหลีเสียมากกว่า

“จะไม่ให้สนใจได้ยังไงล่ะ ก็ผู้หญิงที่เป็นข่าวน่ะ เป็นแฟนเก่าของท่านประธานนะสิ”

สุริยายังไม่ได้เป็นคนตอบเอง แต่เป็นแพรพายเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับยื่นโทรศัพท์ของตัวเองมาให้ดูเช่นกัน

หญิงสาวรับมาแล้วก็ต้องเบิกตาขึ้น เมื่อภาพผู้หญิงคนนั้นคือคนเดียวกันกับที่เห็นเมื่อคืน มืออีกข้างถึงกับยกขึ้นปิดปาก ไม่อยากจะเชื่อว่าเขากับเธอจะทำเรื่องผิดศีลธรรมกันได้

“เป็นอะไรยะ รู้จักเหรอถึงทำตาตื่นขนาดนั้น”

สุริยาตวัดมอง ฟาริศารีบส่ายหน้าปฏิเสธ แล้วก็เดินกลับไปนั่งโต๊ะทำงาน ทั้งที่ตอนนั้นไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรแล้ว

หลังจากเลิกงาน ฟาริศาเดินออกมาจากออฟฟิศพร้อมกับกระเป๋าสะพาย สีหน้าเธอเคร่งเครียดนิดหน่อย แต่มันไม่ได้มาจากเรื่องงานเลยสักนิด

หลังเลิกงาน...

พนักงานต่างเร่งฝีเท้าไปยังลานจอดรถเพื่อกลับบ้าน ฟาริศาซึ่งไม่ได้มีรถกับเขา แต่ทางออกที่ใกล้รถเมล์ที่สุดดันอยู่ทางนี้พอดีจึงจำเป็นต้องใช้ทางเดินนี้ออกจากบริษัท

ร่างอ้วนเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเดิน เธอไม่ได้สังเกตเลยว่ามีร่างสูงของใครคนหนึ่งยืนพิงประตูรถรออยู่ก่อนแล้ว

“จะหลบหน้ากันไปถึงเมื่อไร?”

เสียงทุ้มดังขึ้น ฟาริศาชะงักฝีเท้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับธีรณัฐที่ยืนพิงรถหรูสีดำของตัวเองอยู่ เธอหันมองซ้ายมองขวาไม่เห็นพนักงานคนอื่นอยู่บริเวณนั้นแล้ว

สีหน้าเขายามนี้เรียบนิ่งจนไม่สามารถเดาได้ว่าจะมาอารมณ์ไหน ไม่ได้แสดงความโกรธหรือหงุดหงิด แต่ก็ใช่ว่าจะทำให้เธอสบายใจได้ที่ต้องเผชิญหน้ากัน

“คุณธีรณัฐ...” เธอพึมพำชื่อเขาออกมา

“เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

เขาเอ่ยเสียงเรียบ แล้วผละจากรถ เปิดประตูฝั่งคนขับให้เธออย่างสุภาพ

“ขึ้นไปนั่งก่อน เดี๋ยวคุยแป๊บเดียว”

“ไม่เป็นไรค่ะ คุยตรงนี้ก็ได้ ฟาต้องกลับบ้าน”

“งั้นยิ่งต้องรีบคุย” ธีรณัฐถอนหายใจ แล้วก้าวมายืนตรงหน้าเธอ ใกล้พอที่ฟาริศาจะได้กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ที่คุ้นเคย

“เรื่องเมื่อคืน...”

หญิงสาวเบือนหน้าหนีแทบจะทันที แต่อีกฝ่ายก็ยังพูดต่อ

“ผมรู้ว่า ... คุณเห็น”

ฟาริศาเม้มปากแน่น เธอพยักหน้าเบา ๆ โดยไม่กล้ามองหน้าเขา

“ผมว่าคุณกำลังเข้าใจผิด” ธีรณัฐว่าต่อ น้ำเสียงเริ่มเคร่งขึ้น

“ผมอยากให้คุณเก็บเรื่องนั้นไว้เป็นความลับ ห้ามเล่าให้ใครฟัง” ประโยคนี้ไม่ใช่คำขอ เธอมั่นใจว่าน้ำเสียงนั้นออกจะเป็นคำสั่งเสียด้วยซ้ำ แต่สั่งในสถานะไหนล่ะ เพราะมันไม่ใช่เรื่องงาน

“เพราะเธอเป็นแฟนเก่าคุณเหรอคะ...” ฟาริศาเงยหน้าขึ้น ในดวงตามีความลังเลเจือความสงสัย “คุณยัง... ยังรักเธออยู่เหรอ”

คำถามนั้นเล่นเอาธีรณัฐชะงักไปชั่วครู่ ตัวแข็งทื่อไม่ต่างจากหิน

“มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด” เขาตอบเพียงเท่านั้น

ฟาริศาได้แต่มองเขานิ่ง น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีแววโกหกเลย แต่ความสับสนในใจเธอกลับเริ่มพันกันยุ่งเหยิง

“ค่ะ ฟาจะไม่บอกใคร”

หญิงสาวตอบเสียงเรียบนิ่ง แล้วกำลังจะขยับเท้าเดินไปจากตรงนั้น แต่ทันใดนั้นเอง… รถยนต์สีเทาเข้มคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดเทียบข้าง

ฟาริศาชะงัก หันไปมองด้วยความตกใจ ขณะที่ธีรณัฐขมวดคิ้วทันทีที่เห็นทะเบียนรถ

“พ่อ...” เขาพึมพำเบา ๆ

ประตูฝั่งคนขับของรถคันนั้นถูกเปิดออก พร้อมกับชายวัยกลางคนในชุดสูทที่ยังดูภูมิฐานก้าวลงมา สีหน้าคมดุของเขาหันไปมองลูกชายแววตาเป็นประกาย คล้ายคนกำลังดีใจกับอะไรบางอย่าง

“ลุงนัย…” ฟาริศาหลุดพึมพำชื่อออกมาด้วยความประหลาดใจ

“คุณพ่อมาทำอะไรที่บริษัทครับ” ธีรณัฐเอ่ยถาม แต่คนที่จะอึ้งไปเลยกลับเป็นฟาริศา

“เดี๋ยวนะคะ คุณบอกว่าลุงนัยเป็นพ่อของคุณ?”

ชายหนุ่มหันกลับมามองหน้าเธอ แล้วพยักหน้ารับ อีกทั้งแปลกใจว่าเธอไม่รู้ได้ยังไง ทั้งที่ป้ายก็ติดประกาศชัดเจนว่าผู้ก่อตั้งบริษัทเป็นใคร

ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง โลกของฟาริศาเหมือนหมุนคว้างกับข้อมูลที่ได้รับใหม่

ลุงนัยคนที่เธอสนิทด้วยเพราะคิดว่าเป็นเพื่อนสนิทของพ่อ และยังเป็นขาประจำร้านหมึกย่างของแม่ กลับเป็นอดีตประธานบริษัทที่ตัวเองทำงานอยู่

สองมือยกคิดปิดปากไม่รู้ว่าต้องทำหน้ายังไง ที่ตัวเองโง่ได้ถึงขนาดนี้ ได้แต่กลอกตามองสองพ่อลูกไปมา

“แต่ทำไม… ฟาไม่เคยรู้เลย…”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมียอ้วนในความลับ   ตอนพิเศษ

    เสียงเจื้อยแจ้วเล็ก ๆ ดังขึ้นพร้อมกับร่างป้อม ๆ ในชุดนักเรียนอนุบาลสีฟ้าสดใสวิ่งลงมาจากชั้นบนตัวบ้าน ‘น้องพราว’ หรือเด็กหญิงพราวรศา อัศวเมธากุล ในวัยสี่ขวบเต็มกำลังตื่นเต้นกับวันแรกของการไปโรงเรียนอย่างสุดขีด กระเป๋าเป้ลายเจ้าหญิงเงือกน้อยแทบจะใหญ่กว่าแผ่นหลังเล็กๆ แต่เจ้าตัวก็ยังสะพายมันอย่างกระฉับกระเฉงไม่มีท่าทีว่าหนักเลยสักนิด“คุณพ่อขา คุณแม่ขา หนูพราวพร้อมแล้วค่ะ”ฟาริศาที่กำลังจัดเตรียมอาหารเช้าอยู่บนโต๊ะหันมายิ้มให้ลูกสาวด้วยความเอ็นดู “รอทานข้าวก่อนสิคะลูก เดี๋ยวคุณแม่ป้อนนะ”“ไม่เอาค่ะ พราวโตแล้ว ทานเองได้ค่ะ”เด็กหญิงตอบอย่างฉะฉาน ก่อนจะปีนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งอย่างแข็งขันภาพนั้นทำให้ฟาริศาทั้งขำทั้งภูมิใจในความรักอิสระของลูกสาว แต่สำหรับใครอีกคน มันคือภาพที่บาดลึกเข้าไปในหัวใจธีรณัฐเดินลงมาจากบันไดด้วยท่าทางราวกับคนป่วยที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืน เขาอยู่ในชุดทำงานเรียบร้อย แต่แววตากลับหม่นหมองอิดโรยราวกับคนไม่ได้หลับได้นอนเขาทรุดตัวลงนั่งข้างลูกสาว มองแก้มยุ้ยที่กำลังเคี้ยวข้าวตุ้ย ๆ แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่“เป็นอะไรของคุณแต่เช้าคะ” ฟาริศาถามสามีพลางเลิกคิ้ว เธอ

  • เมียอ้วนในความลับ   เมียไม่ลับ... (2)(จบ)

    เวลาล่วงเลยไปจนฟาริศาอุ้มท้องแก่ใกล้คลอดเต็มที การเดินเหินเริ่มอุ้ยอ้ายไปบ้างตามประสา แต่เธอก็ยังคงมีความสุขกับการได้มาทำงานและอยู่ใกล้ ๆ สามี แม้ว่าธีรณัฐจะลดปริมาณงานของเธอลงจนแทบไม่ต้องทำอะไรแล้วก็ตามวันนี้ทำเอาฟาริศาถึงกับขมวดคิ้วเมื่อคุณนักรบเข้ามาบอกว่ารายการทอล์คโชว์ชื่อดังติดต่อมายังบริษัทเพื่อขอสัมภาษณ์เธอกับเขาในฐานะคู่รักที่มีเรื่องราวเป็นที่สนใจของสังคม ธีรณัฐผู้ซึ่งไม่เคยออกสื่อในเรื่องส่วนตัวกลับตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล“คุณธีจะดีเหรอคะ ฟา... เอ่อ ... ตอนนี้ฟาไม่สวยเลยนะคะ อ้วนก็อ้วน ตัวก็บวม"ฟาริศาบอกอย่างไม่มั่นใจ ขณะลูบท้องกลมโตของตัวเองหน้ากระจก ธีรณัฐเดินเข้ามากอดเธอจากด้านหลัง วางคางเกยบนไหล่แล้วมองภาพของพวกเขาสะท้อนในกระจก"ใครว่าไม่สวย สำหรับผม คุณสวยที่สุดเสมอ สวยกว่าผู้หญิงบางคนที่ผมเคยเจออีกนะ แต่ไม่ใช่หน้าตา แต่เป็นตรงนี้" เขาทาบมือไปยังหน้าอก“ผมอยากให้ทุกคนได้รู้ว่าผู้หญิงที่ผมรัก และกำลังจะเป็นแม่ของลูกเป็นใคร ผมอยากจะเปิดตัวคุณอย่างเป็นทางการสักขี ไม่ต้องหลบซ่อนเป็นเมียในความลับแบบเมื่อก่อน”คำพูดที่หนักแน่นและแววตาที่เปี่ยมด้วยรักของเขาปัดเป่าความกังวลใ

  • เมียอ้วนในความลับ   เมียไม่ลับ... (1)

    หนึ่งเดือนผ่านไป...ชีวิตของฟาริศากลับคืนสู่สภาวะปกติ หัวใจที่เคยบอบช้ำกลับได้รับการเยียวยาจนเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เธอยืนกรานที่จะกลับมาทำงานฝ่ายการตลาดเหมือนเดิม แม้ว่าธีรณัฐจะอ้อนวอนขอให้เธอพักผ่อนอยู่บ้านจนกว่าจะคลอด แต่คนดื้อรั้นอย่างเธอก็ไม่ยอมท่าเดียว“คุณธีไม่ต้องห่วงฟานะคะ ฟาสัญญาว่าจะดูตัวเองกับลูกอย่างดีที่สุด แค่นั่งทำงานเอกสารในออฟฟิศ ไม่ได้ใช้แรงอะไรเลย ดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆ น่าเบื่อจะตาย”เธอบอกกับเขาในเช้าวันแรกของการกลับมาทำงานธีรณัฐที่อยู่ในชุดสูทเต็มยศทำได้เพียงถอนหายใจเบาๆ กับความดื้อของภรรยา เขาโน้มตัวลงจูบหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา“ตามใจครับ แต่ถ้าเหนื่อยหรือว่ารู้สึกไม่ได้แม้แต่นิดเดียว ต้องโทรหาผมทันทีนะ รู้ไหม”“รับทราบค่ะ ท่านประธาน!” ฟาริศารับคำอย่างแข็งขัน พร้อมกับทำท่าตะเบ๊ะ จนเขาอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้บรรยากาศในออฟฟิศวันนี้ดูจะสดใสเป็นพิเศษ ทันทีที่ฟาริศาก้าวเข้ามา สุริยาและแพรพายก็รีบวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาด้วยความดีใจ“น้องฟา! กลับมาแล้วเหรอคะ” แพรพายโผเข้ากอดเธอเบา ๆ อย่างระมัดระวัง “พวกพี่คิดถึงน้องฟาจะแย่แล้วค่ะ”“ใช่ค่ะ ที่นี่ไม่มีคุณน้องแล้วมันเหงา ๆ ยังไง

  • เมียอ้วนในความลับ   แลกด้วยชีวิตก็ยอม(2)

    เวลาผ่านไปไม่นานนัก ในที่สุดประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออกอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นนายแพทย์ในชุดสีกาวน์เดินออกมา ทุกคนต่างลุกพรวดขึ้นไปหาคุณหมอโดยพร้อมเพรียงกัน“หมอคะ สามีของดิฉันเป็นยังไงบ้างคะ เขาปลอดภัยไปไหม”ฟาริศาเป็นคนแรกที่เอ่ยถามขึ้น น้ำเสียงของเธอสั่นเครือจนแทบไม่เป็นคำพูดนายแพทย์วัยกลางคนถอดหน้ากากอนามัยออก เผยให้เห็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่ส่งผลให้หัวใจของทุกคนพองโตขึ้นด้วยความหวัง“ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ คนไข้ปลอดภัยแล้ว”คำพูดสั้น ๆ นั้นทรงพลังราวกับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจฟาริศาแทบจะทรุดลงกับพื้นหากไม่ได้ธีรนัยช่วยประคองไว้ น้ำตาที่เธอพยายามกลั้นไว้ก็ไหลทะลักออกมาทันที แต่มันคือน้ำตาแห่งความโล่งใจ“โชคดีมากที่กระสุนแค่ถากกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ไปเท่านั้น ไม่ได้โดนอวัยวะสำคัญหรือเส้นเลือดใหญ่ ที่คนไข้หมดสติไปน่าจะเกิดจากการเสียเลือด และความอ่อนเพลียสะสมของร่างกายมากกว่าครับ”คุณหมอกวาดสายตามองทุกคน ก่อนจะอธิบายต่อ“ตอนนี้คนไข้ฟื้นแล้วนะครับ หมอทำแผลและให้น้ำเกลือเรียบร้อยแล้ว ผมให้พยาบาลย้ายไปห้องพักฟื้นแล้ว ญาติเข้าไปเยี่ยมได้เลยนะครับ”สิ้นเสียงคุณหมอ ทุกคนต่างหันไปมองฟาริศาเป็นตาเดียวกัน

  • เมียอ้วนในความลับ   แลกด้วยชีวิตก็ยอม(1)

    ธีรณัฐรู้สึกตัวอีกครั้งจากความเจ็บปวดที่ระบมไปทั่วร่าง เขากะพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสงไฟสลัว ๆ ก่อนจะพบว่าตัวเองถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้เหล็กเก่า ๆ ในโกดังร้างที่ไหนสักแห่ง“ตื่นแล้วเหรอ ไอ้ท่านประธาน”เสียงแหบพร่าอันแสนคุ้นคอยดังขึ้นจากมุมมืด ทำให้ธีรณัฐต้องหันไปมอง หัวใจเขากระตุกวูบเมื่อเห็นอัศนียืนแสยะยิ้มอยู่ไม่ไกล“แก!”"ใช่! กูเอง!" อัศนีหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง"เซอร์ไพรส์ของกูถูกใจไหม"มันเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะชูโทรศัพท์มือถือของธีรณัฐขึ้นโชว์ แล้วนิ้วหยาบกร้านก็กดโทรออกไปยังหมายเลขที่เขาเพิ่งโทรออกล่าสุด เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า‘ที่รัก’“แกจะทำอะไร!” ธีรณัฐดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แต่เชือกที่มัดแน่นหนาเกินไป ความกลัวพุ่งขึ้นสุดขีดอัศนียกโทรศัพท์แนบหู รอไม่นานปลายสายก็กดรับ“ฮาโหล... คุณธีเหรอคะ เป็นยังไงบ้าง คุณกลับมาหรือยัง คุณนักรบบอกว่าคุณออกมาตั้งนานแล้วนี่”น้ำเสียงที่รอดผ่านสายเต็มไปด้วยความห่วงใยดังขึ้น ทำเอาหัวใจธีรณัฐแทบแตกสลาย“เมียมึงเสียงหวานดีนี่ ตรงข้ามกับสารรูปเลย” อัศนีกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงเป็นเย็นเยียบ“สวัสดีฟาริศา ยังจำกั

  • เมียอ้วนในความลับ   หล่อกล่อ(2)

    “พ่อรู้นะว่าสิ่งที่เจ้าธีทำกับหนูมันเลวร้ายเกินกว่าจะให้อภัยได้ง่ายๆ ในฐานะพ่อตาธี ก็อยากจะขอโทษหนูแทนลูกชายของพ่อด้วย”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณพ่อ เรื่องมันผ่านไปแล้ว” ฟาริศาตอบเสียงเรียบ พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้“มันยังไม่ผ่านไปหรอกลูก ตราบใดที่หนูยังไม่ยกโทษให้เจ้าธี” ธีรนัยหันมาสบตากับเธอตรงๆ“พ่อขอร้องเถอะนะ ให้โอกาสตาธีมันสักครั้งได้ไหม พ่อเลี้ยงมันมากับมือ ไม่เคยเห็นมันยอมทิ้งทุกอย่างแล้วมาทำตัวลำบากเพื่อใครแบบนี้มาก่อนเลย”ฟาริศานิ่งเงียบไป เธอรู้ว่าตลอดสองเดือนที่ผ่านมา ธีรณัฐดูแลเธอดีแค่ไหน เขาไม่เคยล่วงเกิน ไม่เคยตอแยให้รำคาญใจ มีแต่สายตาห่วงใยและคอยช่วยเหลืออยู่ห่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ แต่บาดแผลในใจมันยังคงสดใหม่เกินไปเห็นลูกสะใภ้ยังคงนิ่ง ธีรนัยจึงบอกความจริงอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันออกไป“หนูฟา... ที่พ่อต้องรีบมาวันนี้ จริงๆ แล้วมีอีกเหตุผลหนึ่ง ที่ตาธีมันดึงดันจะมาเฝ้าหนูอยู่ที่นี่ไม่ยอมห่าง ก็เพราะมันเป็นห่วงความปลอดภัยของหนูกับลูก”คิ้วเรียวสวยของฟาริศาขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความไม่เข้าใจ“ความปลอดภัยเหรอคะ? ที่นี่สงบสุขดีออกค่ะ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเลยสักนิด ผ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status