LOGINผ่านมาเกือบสิบชั่วโมงรถทัวร์ก็จอดนิ่งที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดสุราษฎร์ธานี อันดารีบลงจากรถก่อนจะเรียกต่อรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างให้ตรงไปยังโรงพยาบาลประจำจังหวัดทันที
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล อันดาวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปด้านในอย่างไม่คิดชีวิต ดวงตาคู่สวยกวาดมองหาป้ายห้องผู้ป่วยวิกฤตตามที่ป้าสุดาส่งข้อความมาบอกล่าสุด
แต่คนที่เธอได้เจอคนแรกไม่ใช่ป้าสุดาหากแต่เป็นชายร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกางยีนดูทะมัดทะแมงยืนกอดอกคุยกับคุณหมอท่านหนึ่งด้วยสีหน้าเคร่งเครีด พอเธอเดินเข้าไปใกล้ก็เห็นว่าชายคนนั้นคือ ‘นายหัวนที’ เจ้านายของมารดา
หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้ๆ เพราะไม่แน่ใจว่าเรื่องที่ทั้งสองคุยกันนั้นเกี่ยวกับมารดาของเธอหรือเปล่า
“อันดาใช่ไหม” นายหัวนทีหันมาถามเพราะไม่แน่ใจเท่าไหร่ ครั้งสุดท้ายที่เขาเห็นเธอก็ตอนที่หญิงสาวกำลังจะเข้าไปเรียนที่กรุงเทพซึ่งมาก็ผ่านมาสีปีกว่าแล้ว ในตอนนั้นเธอเป็นแค่เด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง แต่วันนี้เธอดูโตขึ้น สวยขึ้นแต่ใบหน้าสวยนั้นกลับซีดเซียว ดวงตาบวมช้ำและดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด
“สวัสดีค่ะนายหัว” หญิงสาวจำชายหนุ่มได้ดีเพราะมารดามักพูดถึงเขาให้เธอฟังอยู่ตลอด อีกทั้งหน้าตาของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเลย
“อือ เพิ่งมาถึงใช่ไหม”
“ค่ะนายหัว แม่หนูเป็นยังไงบ้างคะ” อันดาคว้าท่อนแขนแกร่งของชายหนุ่มไว้โดยลืมตัว น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ตลอดทางไหลพรากลงมาอีกครั้ง
นทีไม่ได้ขยับหนี เขาลดมือลงข้างหนึ่งแล้วกุมมือสั่นเทาของเธอเอาไว้เบาๆ สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่อบอุ่นและสากระคายตามประสาคนทำงานหนัก ทำให้อันดารู้สึกเหมือนได้ยึดเหนี่ยวที่พึ่งสุดท้ายเอาไว้
“เดี๋ยวฟังที่หมอบอกดีกว่านะ”
“สวัสดีค่ะคุณหมอหนูชื่ออันดาเป็นลูกสาวแม่ประไพค่ะ แม่หนูอาการเป็นยังไงบ้างคะ”
“คนไข้มีอาการหัวใจวาย พอมาถึงโรงพยาบาลทางเราก็ปั๊มหัวใจจนเธอกลับมามีชีพจรอีกครั้ง ตอนนี้อาการทรงตัว แต่ยังต้องดูอาการอย่างใกล้ชิดและห้ามเยี่ยมชั่วคราว” คุณหมอเจ้าของไข้อธิบายด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย
“หมอคะ แม่จะหายเป็นปกติไหมคะ”
“ตอนนี้หมอยังให้คำตอบไม่ได้ คงต้องรอดูอาการวันต่อวัน ก่อนหน้านี้คนไข้ได้รักษาหรือทานยาที่โรงพยาบาลไหนมาก่อนหรือเปล่า”
“หนูไม่รู้เลยค่ะ หนูไม่ได้อยู่กับแม่ แต่ตอนโทรมาแม่ก็บอกว่าสบายดี หนูไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการป่วยของแม่เลย” อันดาตอบคุณหมอด้วยเสียวสั่น เธอรู้สึกผิดมากที่ไม่ได้ใส่ใจมารดาให้มากกว่านี้
“ที่หมอถามไม่ใช่จะให้หนูรู้สึกผิดหรอกนะ หมอแค่อยากรู้เพื่อจะวางแผนรักษาต่อไป บางทีคนไข้เป็นคนแข็งแรงก็เลยไม่แสดงอาการของโรค แต่พอช่วงที่ทำงานหนักหรือพักผ่อนน้อยอาการก็เลยแสดงออกมา”
“หมอคะ แล้วอีกนานไหมกว่าแม่จะฟื้น” อันดาร้อนใจและอยากให้ท่านฟื้นไวๆ
“ตอนนี้คนไข้รู้สึกตัวแล้ว หมอขอดูอาการอีกสักครึ่งวันนะ ตอนเย็นก็คงจะให้เข้าเยี่ยม หมอขอตัวก่อนนะ”
“ขอบคุณค่ะคุณหมอ”
คุณหมอเดินไปแล้วแต่อันดายังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตามองไปยังร่างของมารดาที่อยู่ในห้อง ICU ที่เป็นกระจก เธอเห็นสายระโยงระยางอยู่รอบตัวมารดา นอกจากนั้นท่านยังมีท่อสีฟ้าสอดอยู่ในปากอีกด้วย อันดารู้สึกสงสารมารดาจับใจอยากจะเข้าไปกอด ไปสอบถามว่าท่านเจ็บมากไหมแต่ก็ทำได้แค่เพียงยืนมองเท่านั้น
อันดารู้สึกเคว้งคว้างไม่รู้จะไปทางไหนดีเพราะอีกหลายชั่วโมงหมอจึงจะให้เข้าเยี่ยมมารดาได้
นทียืนมองหญิงสาวอยู่เงียบๆ ทั้งที่จริงอยากเข้าไปปลอบโยนแต่ด้วยสถานะของเขาเป็นเพียงเจ้านายของมารดาของเธอเท่านั้น
“กลับบ้านก่อนไหมอันดา ไปนอนพักก่อนตอนเย็นค่อยมาใหม่” นายหัวแตะที่แขนของหญิงสาวเบาๆ
“นายหัวคะ หนูอยากอยู่กับแม่ที่นี่”
“แม่เธออยู่ในมือหมอแล้วฉันว่าเธอกลับไปนอนพักก่อนดีไหม จะได้สดชื่นตอนที่มาเจอแม่” เขาเห็นสภาพของหญิงสาวแล้วก็เดาได้ว่าตอนที่นั่งรถมาเธอคงร้องไห้มาตลอดทาง
อันดาไม่อยากกลับไปที่บ้านเลย แต่ตอนนี้เธอก็รู้สึกเหนื่อยและอยากจะนอนพัก แต่หญิงสาวคิดว่านายหัวนทีพูดถูกถ้าหากเธอมาเยี่ยมมารดาในสภาพอิดโรยท่านคงไม่สบายใจ
“นายหัวคะ หนูต้องไปติดต่อเรื่องค่ารักษาแม่ตรงไหนนะคะ” หญิงสาวอยากจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนจะกลับไปพัก
“เรื่องค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด ไม่ต้องห่วง ฉันจัดการเองเพราะน้าไพเป็นคนงานของฉัน ฉันไม่ทิ้งแกหรอก”
นายหัวนทีเป็นนายหัวที่คนภายนอกมองว่าดุและเข้มงวดกวดขันกับคนงานในสวนยางพารามากเพียงใด แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขากลับดูแลเอาใจใส่คนงานของเขาทุกคนเป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนงานเก่าแก่ที่ทำงานซื่อสัตย์กับเขามานานสิบกว่าปีอย่างน้าประไพ มารดาของหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าในตอนนี้
อันดาเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความเกรงใจ เขาเป็นเจ้านายที่ดีของมารดา ที่มักจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเธอกับมารดาเสมอ จึงไม่แปลกใจเลยที่นายหัวนทีคือคนที่มารดาให้ความเคารพรักและจงรักภักดีมาตลอดชีวิต
“ขอบคุณค่ะนายหัว ขอบคุณจริงๆ ค่ะ ตอนนี้หนูทำงานมีเงินเดือนแล้วเดี๋ยวหนูจะทยอยใช้คืนนายหัวนะคะ”
“อย่าเพิ่งพูดเรื่องนั้นเลย เช้านี้เธอคงยังไม่มีอะไรตกถึงท้องใช่ไหม” นทีตัดบท
“หนูกินไม่ลงหรอกค่ะ”
“กินไม่มาลงก็ต้องกินจะได้มีแรงดูแลแม่ ฉันให้ไอ้แหลมไปซื้อของกินมาให้แล้ว” นทีดุเสียงเรียบแต่สายตาอบอุ่น
แม้คำพูดจะฟังดูดุและตรงไปตรงมา แต่อันดากลับรับรู้ได้ถึงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่หญิงสาวรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาบ้างในยามที่กำลังอ่อนแอ
เมื่อภาคินเดินออกไปแล้วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบจนอันดารู้สึกอึดอัด หญิงสาวกำลังสับสนกับสิ่งที่ได้รับรู้ เธอดีใจที่นายหัวนทีคอยห่วงใยและคอยช่วยเหลือมาตลอดแต่ก็รู้สึกว่าเขาเข้ามายุ่งกับเธอจนเกินไป“หนูขอบคุณที่นายหัวช่วยเหลือหนูมาตลอดทั้งเรื่องช่วยจ่ายค่าเทอม ช่วยให้ได้ทำงานแล้วยังช่วยเรื่องพี่กอล์ฟ เอาเป็นว่าเงินที่แม่เอามาจากนายหัวหนูจะทยอยคืนให้ก็แล้วกันนะคะ”“ไปกันใหญ่แล้วอันดา อย่าเอาแต่ละเรื่องมารวมกันแบบนี้สิ”“แต่หนูว่ามันก็เรื่องเดียวกัน”“ทำไมฉันรู้สึกว่ายิ่งเราคุยกันก็ยิ่งไม่รู้เรื่องเลยนะ ทั้งที่เรื่องมันไม่ได้มีอะไรเลย”“สำหรับนายหัวมันอาจเป็นเรื่องเล็กแต่สำหรับหนูมันคือเรื่องใหญ่”“แต่ทุกเรื่องฉันก็มีคำอธิบาย”“งั้นก็ลองอธิบายมาสิคะ”“เอาไว้เราคุยกันเย็นนี้ดีไหม ตอนมันยังอยู่ในเวลางานฉันไม่อยากให้เพื่อนร่วมงานเธอสงสัยว่าทำไมเธอถึงหายมานาน”“นายหัวไม่คุยตอนนี้เพราะยังหาคำแก้ตัวไม่ถูกใช่ไหมล่ะ” อันดาพูดจบก็สะบัดหน้าใส่ก่อนจะเดินออกจากห้องของประธานบริษัทไป....“มีอะไรหรือเปล่าอันดา” ฝ้ายรีบถามเมื่ออันดาเดินกลับมาที่แผนก“ไม่มีอะไรหรอกค่ะท่านประธานก็แค่เรียกไปถามว่าทำงานที่น
เมื่อนายหัวนทีกลับออกจากห้องไปแล้วอันดาก็นั่งร้องไห้อยู่ในห้องนอน หญิงสาวคิดทบทวนคำพูดของเขาแล้วมันก็มีโอกาสที่เป็นไปได้สูงว่าเรื่องราวระหว่างเขากับคนรักเก่าน่าจะจบลงไปแล้ว แต่เธอก็ยังไม่เชื่อใจเขาร้อยเปอร์เซ็นต์เธออาบน้ำขับไล่ความเมื่อยล้าระหว่างที่นั่งรถมาตลอด สิบกว่าชั่วโมง พอร่างกายรู้สึกสดชื่นขึ้นบ้างก็เปิดกระเป๋าเป้แล้วหยิบสมุดบันทึกของมารดามาดูหญิงสาวพลิกสมุดในแต่ละหน้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นรายการรายรับรายจ่ายประจำเดือนที่มารดามักจดไว้เป็นประจำ เธอเปิดดูเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงสรุปค่าใช้จ่ายระหว่างที่เธอใช้ในการเรียนแล้วอันดาก็สะดุดตากับคำอธิบายด้านหลังวงเล็บของ ในรายการค่าเทอมรวมถึงค่าหอพักซึ่งมารดาของเธอวงเล็บไว้ว่านายหัวเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้เธอทั้งหมดหญิงสาวไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยเธออ่านไปทีละบรรทัดตั้งแต่ค่าเทอมปีหนึ่งจนถึงปีสี่ ทุกเทอมที่เธอใช้จ่ายในการเรียนมาจากนายหัวนทีทั้งหมด เธอเข้าใจมาตลอดว่าเงินที่ใช้เรียนเป็นเงินที่มารดาบอกว่าได้มาจากส่วนแบ่งในการขายที่ของญาติทางเชียงใหม่เธอรวมยอดเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่นายหัวนทีส่งให้เธอแล้วมันก็มากเกินกว่าครึ่งล้าน หญิงสาวตัวชาไปหม
ตลอดระยะเวลาสิบกว่าชั่วโมงที่อยู่บนรถโดยสารทำให้อันดาคิดอะไรได้หลายๆ อย่าง ที่ผ่านมาเธอเห็นนายหัวนทีเป็นที่พึ่ง เห็นเขาเป็นผู้ใหญ่ใจดีเลยมอบทั้งกายทั้งใจให้เขา แต่ตอนนี้มันถึงเวลาที่เธอจะต้องออกมาจากอ้อมกอดอันอบอุ่นของเขา ถึงแม้สิ่งที่เสียไปมันจะเรียกคืนกลับมาไม่ได้แต่ก็ยังดีกว่ายอมตกอยู่ใต้อาณัติของเขาแบบนี้ตลอดไปเมื่อมาถึงสถานีขนส่งผู้โดยสารสายใต้หญิงสาวก็เดินลงจากรถเกือบเป็นคนสุดท้าย เธอยังไม่ทันจะเดินไปเรียกวินจักรยานยนต์เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเสียก่อน“อันดา” เสียงที่คุ้นเคยทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นแรง เธอหันไปมองก็เห็นว่าคนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้คือคนที่เธอคิดถึงตลอดเวลาที่เธอนั่งรถจากสุราษฎร์มากรุงเทพ“นายหัว....” อันดาตกใจเพราะไม่คิดว่าเขาจะมาดักรอเธอที่นี่“เห็นหน้าฉันแล้วทำไมต้องตกใจด้วยล่ะอันดา”“นายหัวมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“ก็มาตามเด็กดื้อไงล่ะ เธอบอกว่าจะกลับตอนเช้า”“ก็หนูไม่อยากรบกวนนายหัว” หญิงสาวก้มหน้าไม่กล้าสบตา“ฉันว่าเรามีเรื่องที่จะต้องคุยกันนะ”“หนูไม่มีเรื่องอะไรจะคุยกับนายหัวหรอกค่ะ” หญิงสาวปฏิเสธและพยายามจะเดินหนี“อันดาถ้าเธอยังไม่หยุดเดินฉันจะอุ้มเธอจากตรงนี้กลั
หลังจากเก็บของเสร็จอันดาก็นั่งรถสองแถวออกจากหมู่บ้านทันที ผู้โดยสารบนรถนั่งเบียดกันจนเต็มเสียงพูดคุยดังอยู่เป็นระยะแต่หญิงสาวก็ไม่ได้สนใจอะไรจนกระทั่งได้ยินคนพูดถึงนายหัวนทีเธอก็หูผึ่งขึ้นมาทันที“ฉันได้ข่าวว่ามีผู้หญิงมาอยู่ที่บ้านนายหัวนทีนานเป็นเดือนแล้วเหรอ” หญิงวัยกลางเอ่ยถามผู้หญิงอีกคนที่นั่งติดอยู่กับอันดา“ก็ตามที่เธอได้ยินมานั่นแหละ”“เธอเป็นอะไรกับนายหัว ทำไมถึงมาอยู่บ้านนายหัว”“นี่พวกเธอไม่รู้กันเลยเหรอคุณเมย์น่ะเคยเป็นแฟนของนายหัว”“แต่ฉันได้ว่าเลิกรากันไปนะ คุณเมย์หนีไปแต่งงานกับเศรษฐีชาวต่างชาติ” หญิงคนหนึ่งที่เป็นคนงานในสวนยางพูดขึ้น“แต่ฉันได้ยินมาว่าตอนนี้หย่ากับทางนั้นแล้วก็เลยคิดจะกลับมาคืนดีกับนายหัว”“แล้วนายหัวจะคืนดีกับเธอเหรอ ฉันเห็นว่าเธอเอาลูกมาด้วยนะ”“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่านายหัวจะคืนดีกับเธอหรือเปล่า แต่มันก็น่าแปลกใจอยู่นะ”“แปลกใจอะไร”“ก็ตั้งแต่เลิกกับคุณเมย์น่ะ นายหัวไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้าบ้านอีกเลย สงสัยส่าเขาจะยังลืมเธอไม่ได้” คนงานคนหนึ่งตั้งข้อสังเกต“แต่ถ้านายหัวกลับไปคบกับคุณเมย์ก็น่าเสียดายอยู่นะทั้งหล่อทั้งรวยขนาดนั้นแต่ได้แม่หม้ายลูกติ
หลังจากซื้อของและทานอาหารเย็นเสร็จแล้วนายหัวก็พาอันดากลับมาที่โรงแรม ทั้งสองใช้ชีวิตด้วยกันตลอดแบบนี้ทำให้นายหัวนทีไม่อยากให้เธอกลับไปทำงานเลย แต่เขาก็เข้าใจเธอดีว่าอยากทำงานเก็บเงินไว้เพื่ออนาคตถึงแม้เขาจะบอกว่าสามารถเลี้ยงดูเธอได้และจะไม่ให้เธอลำบากแต่อันดาก็ยืนยันว่าเธออยากหาเลี้ยงตัวเองและรับผิดชอบตัวเองให้ได้เพื่อให้มารดาได้ภูมิใจและเธอเองก็ภูมิใจในตัวเองด้วยเช้าวันใหม่นายหัวนทีก็พาอันดาออกจากโรงแรมและตรงไปยังวัดใกล้บ้านเพื่อทำบุญให้ท่านจากนั้นก็ไปหาคุณครูเพื่อฝากขนมไว้ให้เด็กๆ ทาน ก่อนที่เขาจะขับรถมาส่งหญิงสาวที่บ้านเขาจอดรถที่หน้าบ้านแต่ยังไม่ดับเครื่องยนต์เพราะมีเรื่องจะคุยกับเธอต่อ ชายหนุ่มจับมือเธอเอาไว้แน่น“เย็นนี้ฉันมารับไปกินข้าวในเมืองนะอันดาแล้วก็ไปนอนในเมืองกันนะ”“พรุ่งนี้เช้าหนูต้องขึ้นรถทัวร์กลับแล้วค่ะ”“เปลี่ยนเป็นนั่งเครื่องบินแทนได้ไหม ฉันจะจัดการเรื่องตั๋วให้เอง เธอจะได้ไม่ต้องนั่งเหนื่อยบนรถทัวร์ตั้งสิบกว่าชั่วโมงและที่สำคัญเราจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันนานขึ้นอีกหน่อย” นทีเสนอ“ไม่เป็นไรค่ะนายหัว หนูจองตั๋วรถทัวร์ไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่สัปดาห์ก่อน อีกอย่างก็เก
สายของวันต่อมาอันดายังนอนอยู่ในอ้อมกอดที่อบอุ่นของนายหัวนที หญิงสาวขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้ามองคนรักที่ตอนนี้ยังหลับสนิท เธอเอื้อมมือไปลูบไรหนวดเขียวครึ้มบนคางด้วยความรักใคร่อันดารู้จักนายหัวนทีมาตั้งแต่เด็ก เธอเห็นเขาทำงานในสวนยางและคุมลูกน้องอีกมากมาย เธอแอบชื่นชมเขาอยู่ห่างๆ ในฐานะเจ้านายของมารดาเธอไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะมีโอกาสได้มานอนอยู่ในอ้อมกอดของเขาแบบนี้ความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างเธอกับเขาเพิ่งเริ่มต้นได้ไม่ถึงสองเดือนแต่หญิงสาวกลับรู้สึกผูกพันและรักเขาจนหมดใจ “ตื่นนานแล้วเหรออันดา” เสียงทุ้มกระซิบข้างหู พร้อมกับกดจูบลงบนหน้าผากมนด้วยความเอ็นดู“เพิ่งตื่นค่ะนายหัว” อันดาตอบเสียงอู้อี้ ซุกหน้าเข้าหาอกแกร่ง“รีบไปอาบน้ำกันดีกว่าไหมเดี๋ยวจะได้ออกเดินทาง”“นายหัวหนูเปลี่ยนใจไม่ไปเที่ยวแล้วได้ไหมคะ”“ทำไมล่ะอันดาหรือกลัวว่าไปเที่ยวกับคนแก่อย่างฉันจะไม่สนุก”“ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ นายหัวยังไม่แก่สักหน่อย หนูแค่ไม่อยากไปเที่ยวแล้วค่ะ เวลาที่เราจะได้อยู่ด้วยกันมันมีแค่ไม่กี่วันเอง ขับรถไปกลับพังงาก็เสียเวลาไปตั้งหลายชั่วโมงแล้ว หนูไม่ได้อยากไปเที่ยวหนูแค่อยากใช้เวลาอยู่กับนายหัว







