INICIAR SESIÓNจากที่มองว่าเธอคือเด็กในปกครอง แต่เมื่อได้ลิ้มลองกลับทั้งรักและหลงจนถอนตัวไม่ขึ้น “การปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ผู้ชายรุมในสภาพไร้สติแบบนั้นเธอคิดว่ามันดีแล้วเหรอ” “มันจะมากไปแล้วนะ หนูไม่ได้ปล่อยเนื้อปล่อยตัว” “แม่เธอคงเสียใจ ถ้าเห็นเธอเมาปลิ้นแบบนั้น” “หนูโตแล้วค่ะ หนูเรียนจบแล้ว มีงานทำแล้ว หนูจะทำอะไร จะไปเที่ยวที่ไหน จะแต่งตัวยังไงมันก็เป็นสิทธิ์ของหนู นายหัวไม่มีสิทธิ์มาควบคุมชีวิตหนู นายหัวไม่ใช่พ่อหรือแม่หนูนะคะ” “แล้วฉันต้องมีสิทธิ์อะไรในตัวเธอบ้างล่ะอันดา” เขาพยายามปรับเสียงให้ดูอ่อนลง “ไม่มีค่ะ” อันดาเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องกลับอย่างท้าทาย “ไม่มีงั้นเหรอ” “ค่ะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย นายหัวก็แค่คนรู้จักของแม่ เป็นผู้ใหญ่ที่คอยช่วยเหลือ แต่ตอนนี้ทุกอย่างจบลงแล้ว เราไม่เกี่ยวข้องกันในฐานะอะไรทั้งนั้น” “แต่เมื่อคืนเธอจูบฉันไปแล้วนะ จำได้ไหม จูบแล้วต้องรับผิดชอบสิอันดา”
Ver másเมื่อวานอันดาได้ออกไปเดินเที่ยวไปดูหนังกับเพื่อนแล้วก็รู้สึกสบายใจมากขึ้น แต่พอกลับมาที่ห้องก็ยังคิดถึงเรื่องของตนเองกับนายหัวนทีอยู่ และตั้งแต่เย็นวันเสาร์เขาก็ยังไม่ติดต่อมาอีกเลยจนกระทั่งเช้าวันจันทร์หญิงสาวนึกย้อนไปแล้วมันก็เป็นเรื่องปกติเพราะเขากับเธอก็ไม่ได้คุยกันทุกวันอยู่แล้ว แต่เป็นตัวเธอเองต่างหากที่ไม่ปกติ เพราะตั้งมอบกายให้เขาไปแล้วใจของเธอก็เหมือนจะไปอยู่ที่เขาด้วยแม้เขาไม่ติดต่อมาแต่อันดาก็ต้องเดินหน้าต่อ วันนี้หญิงสาวก็ตื่นนอนตั้งแต่เช้าและเตรียมตัวไปทำงานเหมือนกับทุกวัน เธอหวังว่าการไปที่บริษัทวันนี้จะไม่เจอกับชยพลตัวต้นเรื่องของความยุ่งยากที่เธอกำลังเผชิญอยู่อันดาเดินเข้ามาในอาคารด้วยชุดทำงานที่ดูเรียบร้อยใบหน้าหวานดูสดใสขึ้นกว่าสองวันที่ผ่านมารอยแดงตามร่างกายเริ่มหายไปเหลือแต่บาดแผลในหัวใจ หญิงสาวพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกกำลังใจให้ตัวเองสู้กับงานในสัปดาห์ใหม่ แล้วในจังหวะที่กำลังเดินเข้ามาเธอก็สวนทางกับคนที่ไม่อยากเจอวันนี้ชยพลเดินหน้าเครียด คิ้วขมวดแทบผูกเป็นโบว์ เขากำลังหอบกล่องอะไรบางอย่างไว้ในมือ อันดาชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อย ความรู้สึกโกรธและขยะแขยงปนเป
นายหัวนทีไม่ได้พูดอะไรต่อแต่การนิ่งเงียบของเขาก็เท่ากับการยอมรับ พสุเห็นแบบนั้นก็หัวเราะที่เห็นเสืออย่างนายหัวนทีสิ้นลายให้เด็กสาวรุ่นน้องเข้าจนได้“ไอ้ที นายฟังฉันนะ ฉันไม่ว่าเลยที่นายจะมาพักที่บ้านฉัน จะอยู่เป็นเดือนเป็นปีก็ได้ แต่นายจะหนีปัญหาแบบนี้ตลอดไปไม่ได้นะ เมย์ไม่ใช่คนที่จะยอมอะไรง่ายๆ หรอกนะ ยิ่งเธอรู้ว่าตอนนี้นายยังไม่มีใคร เธอก็ยิ่งได้ใจ คิดว่านายยังลืมเธอไม่ได้เลยยอมให้เธอกับลูกอยู่บ้านหลังนั้น” พสุออกความเห็นอย่างตรงไปตรงมา“แล้วนายจะให้ฉันทำยังไง ในเมื่อเธอหอบลูกมาด้วยจะให้ฉันไล่ผู้หญิงกับเด็กตัวเล็กๆ ออกจากบ้านทันทีมันก็ดูใจร้ายเกินไป”“นายหนีมานอนนี่น่ะดีแล้ว แต่นายก็ต้องทำอะไรสักอย่างจะปล่อยให้เธออยู่ที่นั่นตลอดเลยก็คงไม่ได้หรอกนะ”“อือ ฉันว่าจะให้เธออยู่แค่ชั่วคราว ถ้าเธอไม่ย้ายออกก็คงต้องคุยกับครอบครัวของเธอ” นายหัวนทีไม่อยากใจดำจนเกินไปแต่ถ้าจะให้เธออยู่นี่นั่นตลอดก็คงจะไม่ได้ เขาคิดว่าจะให้เมรีญาอยู่ไม่นานจากนั้นก็จะบอกเธอให้ย้ายออกและถ้าหญิงสาวไม่ยอมเขาก็คงต้องไปคุยกับทางบ้านของเธอให้มาพาตัวเธอกลับ“ฉันว่าเรื่องนี้มีทางออกนะ” พสุพยายามช่วยเพื่อน“ยังไงล่ะ”พสุข
เมื่อเมรีญาและลูกเดินตามป้าสุดาไปแล้วนายหัวนทีก็มีสีหน้าเครียดอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มยกมือขึ้นนวดขมับที่ปวดหนึบ เขาต้องรีบจัดการเรื่องของเมรีญาให้เรียบร้อยก่อนที่อันดาจะรู้เรื่องนี้ชายหนุ่มคิดว่าการอยู่บ้านหลังเดียวกับเมรีญาคงไม่เหมาะสมเท่าไหร่เขาจึงเก็บของใช้ที่จำเป็นและเสื้อผ้าบางส่วนใส่กระเป๋าเดินทาง“นายหัวจะไปไหนคะ” ป้าสุดาเดินกลับมาจากห้องรับรองแขกถามเจ้าของบ้านที่ถือกระเป๋าออกมาจากห้อง“ผมว่าจะไปขอค้างบ้านพสุครับป้า” เขาหมายถึงพสุเพื่อนสนิทที่เปิดร้านจำหน่ายอุปกรณ์การเกษตรอยู่ในเมือง“แล้วงานที่สวนยางล่ะคะ”“ผมก็เข้ามาดูอย่างเดิมแหละครับป้า ยังไงผมฝากป้าช่วยดูสองแม่ลูกนั่นด้วยนะครับ”“แล้วเธอจะอยู่ที่นี่นานไหมคะ”“ก็คงไม่นานหรอกครับป้าเดี๋ยวสามีเธอก็คงมาตาม”“ป้ากลัวว่าจะไม่ใช่อย่างนั้นสิคะ ป้าได้ยินมาจากตลาดว่าเธอกลับมาอยู่เมืองไทยนานแล้วนะคะ คนเขาพูดกันว่าเธอหย่ากับสามีแล้วค่ะ แต่ป้าไม่ได้บอกนายหัวเพราะเห็นว่าเลิกกันไปนานแล้ว ป้ากลัวเธอจะมาที่นี่เพราะอยากจะกลับมาคืนดีกับนายหัวค่ะ ป้าขอโทษนะคะที่ยุ่งเรื่องของนายหัว”“ป้าครับ ผมกับเมย์เลิกกันไปนานมากแล้วนะครับ มันนานจนผมลืมทุ
เสียงโทรศัพท์ที่ดังอยู่บนโต๊ะข้างเตียงดังขึ้นในเวลาสายของวันเสาร์ อันดาตกใจตื่นและเอื้อมมือไปจับ แต่ร่างกายก็รู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัว หญิงสาวกัดฟันหยิบมาแล้วรีบกดรับสาย“สวัสดีค่ะ” เสียงที่ตอบรับเบาเหมือนคนเพิ่งตื่น“อันดา เพิ่งตื่นใช่ไหม” นายหัวจับน้ำเสียงของเธอได้“ค่ะ”“ฉันซื้อยากับข้าวไปให้แล้วนะ อยู่บนโต๊ะ ถ้าตื่นแล้วก็กินข้าวกินยาตามที่เขียนไว้ ฉันมีธุระต้องกลับใต้ด่วน ถ้าเคลียร์ทุกอย่างเสร็จแล้วจะรีบขึ้นมานะ”“ค่ะ” อันดารับคำอย่างงงๆเมื่อวางสายแล้วหญิงสาวก็นอนต่อกว่าจะตื่นมาอีกครั้งก็เป็นเวลาเที่ยงเธอลุกขึ้นอาบน้ำและสำรวจตัวเองในกระจกเนื้อตัวมีรอยสีแดงจางๆ ไป อันดาหน้าซีดเมื่อนึกได้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง“ต้องเป็นน้ำส้มแก้วนั้นแน่” หญิงสาวเดาออกในทันทีเพราะหลังจากดื่มน้ำส้มก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติและคนที่เอาให้เธอดื่มก็คือรุ่นพี่ที่เธอไว้ใจอันดาอยากโทรไปถามเขาว่าทำแบบนี้ทำไมแต่เขาก็กลัวว่าเขาจะถามกลับว่าเธอทำยังไงอาการร้อนรุ่มถึงได้หายไป อันดาอยากเอาเรื่องแต่ไม่รู้ว่าจะทำยังไง“เฮ้อ....ซวยชะมัด ดีนะที่นายหัวกลับไปก่อน” หญิงสาวถอนหายใจเพราะเธอไม่รู้จะคุยอะไรกับเขา











