登入จากที่มองว่าเธอคือเด็กในปกครอง แต่เมื่อได้ลิ้มลองกลับทั้งรักและหลงจนถอนตัวไม่ขึ้น “การปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ผู้ชายรุมในสภาพไร้สติแบบนั้นเธอคิดว่ามันดีแล้วเหรอ” “มันจะมากไปแล้วนะ หนูไม่ได้ปล่อยเนื้อปล่อยตัว” “แม่เธอคงเสียใจ ถ้าเห็นเธอเมาปลิ้นแบบนั้น” “หนูโตแล้วค่ะ หนูเรียนจบแล้ว มีงานทำแล้ว หนูจะทำอะไร จะไปเที่ยวที่ไหน จะแต่งตัวยังไงมันก็เป็นสิทธิ์ของหนู นายหัวไม่มีสิทธิ์มาควบคุมชีวิตหนู นายหัวไม่ใช่พ่อหรือแม่หนูนะคะ” “แล้วฉันต้องมีสิทธิ์อะไรในตัวเธอบ้างล่ะอันดา” เขาพยายามปรับเสียงให้ดูอ่อนลง “ไม่มีค่ะ” อันดาเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องกลับอย่างท้าทาย “ไม่มีงั้นเหรอ” “ค่ะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย นายหัวก็แค่คนรู้จักของแม่ เป็นผู้ใหญ่ที่คอยช่วยเหลือ แต่ตอนนี้ทุกอย่างจบลงแล้ว เราไม่เกี่ยวข้องกันในฐานะอะไรทั้งนั้น” “แต่เมื่อคืนเธอจูบฉันไปแล้วนะ จำได้ไหม จูบแล้วต้องรับผิดชอบสิอันดา”
查看更多เสียงคีย์บอร์ดที่และเสียงพูดคุยเรื่องยอดขายภายในออฟฟิศไม่ได้ทำให้ ‘อันดา’ เสียสมาธิเลยแม้แต่น้อยหญิงสาววัยยี่สิบสองปีในชุดทำงานเรียบร้อยยังคงก้มหน้าก้มตาจัดการกับกองเอกสารตรงหน้าอย่างเร่งรีบ
เธอเพิ่งเรียนจบและได้เข้าทำงานในบริษัทแห่งนี้ได้เพียงสองเดือนเท่านั้น ในฐานะเด็กจบใหม่ย่อมรู้ดีว่าโอกาสที่จบแล้วได้งานทำเลยนั้นมีน้อย เพราะฉะนั้นหญิงสาวจึงตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่แม้จะมีความกดดันจากทั้งจากงานและรุ่นพี่ที่มากด้วยประสบการณ์แต่อันดาก็ไม่เคยท้อเพราะทุกอย่างที่ทำก็เพื่อมารดาที่ทำงานหนักซึ่งตอนนี้ท่านยังทำงานเป็นคนงานในสวนอย่างอยู่ทางใต้
ครืด... ครืด...
โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างกองเอกสารสั่นขึ้น เมื่อเห็นรายชื่อของป้าสุดาเพื่อนบ้านทางใต้อันดาก็ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เพราะปกติป้าสุดาจะไม่ค่อยโทรหาเธอในเวลางานนอกจากจะมีเรื่องด่วน
“สวัสดีค่ะป้าสุดา” อันดากดรับสายแล้วกรอกเสียงลงไปเบาๆ เพื่อไม่ให้รบกวนคนอื่น
“นั่นหนูอันดาใช่ไหม” ปลายสายถามอย่างไม่แน่ใจเพราะเสียวของอันดาเบาเหมือนกำลังกระซิบ
“ใช่ค่ะ หนูเอง ป้าสุดามีอะไรหรือเปล่าคะ หนูพูดเสียงดังไม่ได้ค่ะตอนนี้หนูอยู่ที่ทำงาน”
“อันดา หนูรีบกลับมาสุราษฎร์ด่วนเลยนะ” เสียงป้าสุดที่ปลายสายเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนอันดาใจคอไม่ดี
“เกิดอะไรขึ้นคะป้าสุดา แม่เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” หญิงสาวมือสั่นใจสั่นไปหมดเพราะไม่น่าจะมีเรื่องอะไรด่วนสำหรับเธอนอกจากเรื่องมารดา
“แม่ของหนูวูบหมดสติกลางสวนยาง ตอนนี้ไอ้แหลมกับไอ้ต๋องกำลังช่วยกันหามมันส่งโรงพยาบาลในเมือง หมอบอกว่าอาการหนักมาก หนูรีบกลับมาได้ไหม พวกป้า ๆ ก็ทำอะไรไม่ถูก คุยกับหมอก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง”
เมื่อที่ได้ยินว่ามารดาหมดสติและอาการหนักมาก หญิงสาวก็ตัวสั่นทำอะไรไม่ถูกเพราะเมื่อวานเธอยังคุยกับท่านและยังบอกอีกด้วยว่าช่วงวันหยุดนี้เธอจะกลับบ้านเพื่อไปทานอาหารฝีมือของท่าน น้ำตาของอันดาเอ่อคลอเพราะความเป็นห่วง
“อะไรนะคะป้า แล้วแม่เป็นอะไรมากไหม” อันดารีบถามกลับด้วยความตกใจ
“ป้าก็ไม่รู้เหมือนกัน หมอไม่ยอมบอกอะไรป้าเลย เขาบอกจะคุยกับญาติ นี่ป้าก็ให้คนไปตามนายหัวมาแล้วนะ เผื่อเขาจะช่วยได้” หญิงสูงวัยหมายถึงนายหัวนทีผู้เป็นเจ้านาย
“แล้วตอนนี้แม่อาการเป็นยังไงคะ” ระหว่างที่คุยหญิงสาวก็เก็บของบนโต๊ะไปพลาง ๆ
“ตอนนี้แม่ของอันดายังไม่ฟื้นเลยหนูรีบมานะ ป้าใจคอไม่ดี”
“หนูจะรีบกลับค่ะป้าสุดา ป้าบอกแม่รอหนูก่อนนะคะ หนูจะรีบไปให้เร็วที่สุด”
หลังจากวางสาย อันดาสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสติก่อนจะรีบคว้าแฟ้มงานและเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานของหัวหน้าที่อยู่มุมในสุด
“มีอะไรเหรออันดา” หัวหน้าแผนกวัยกลางคนวางงานในมือแล้วเงยหน้ามองลูกน้องคนล่าสุดที่เพิ่งรับเข้ามาเมื่อสองเดือนก่อน
“พี่รัตนาคะ คือหนูอยากขอลางานได้ไหมคะ” หญิงสาวรู้ดีว่าตนเองยังอยู่ในช่วงทดลองงานและการลางานจะมีผลกับการพิจารณาว่าจะผ่านช่วงทดลองงานนี้ไปได้ไหมแต่ตอนนี้เธอก็ไม่มีทางเลือก
“มีเรื่องด่วนเหรออันดา” รัตนา
“ค่ะพี่รัตนา ป้าข้างบ้านโทรมาบอกว่าแม่วูบหมดสติตอนนี้ยังไม่ฟื้นเลยค่ะ หนูอยากรีบกลับไปดูแม่”
“ได้สิ ไปดูแลแม่ให้เต็มที่นะ ส่วนงานที่พี่จะทำต่อเองขอให้แม่อาการดีขึ้นนะอันดา ถ้ามีอะไรจะให้พี่ช่วยก็บอก ส่วนจะลาจนกว่าแม่จะอาการดีขึ้นก็ได้” หัวหน้าแผนกบอกอย่างใจดี
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยกมือไว้ขอบคุณ
อันดาส่งมอบงานให้หัวหน้าแล้วรีบเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานก่อนจะเก็บของลงกระเป๋าแล้วเดินออกไปโดยไม่สนใจสายตาของเพื่อนร่วมงานอีกสองคนที่มองด้วยความสงสัย
เมื่อลงมาถึงชั้นล่างออฟฟิศหญิงสาวก็โบกแท็กซี่ให้ตรงไปยังสถานีขนส่งผู้โดยทันที ในหัวของเธอมีแต่ความกังวลเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยของมารดา
‘แม่ต้องไม่เป็นอะไรนะรอหนูก่อน’ อันดาสวดอ้อนวอนในใจ
เมื่อมาถึงสายใต้ใหม่ อันดารีบวิ่งไปที่ช่องขายตั๋ว โชคดีที่เธอยังทันตั๋วรถทัวร์เที่ยวเย็นที่กำลังจะออกเดินทางไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ตลอดระยะเวลาหลายชั่วโมงบนรถทัวร์ อันดานั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และรู้สึกว่าระยะทางจากกรุงเทพไปยังบ้านเกิดมันไกลกว่าทุกครั้ง
อันดามีมารดาคนเดียวในครอบครัวเธอกับมารดาสนิทกันมากแต่ท่านก็ยอมให้หญิงสาวขึ้นมาเรียนไกลถึงกรุงเทพเพื่ออนาคตที่กว่าและเมื่อเรียนจบอันดาก็ได้ทำงานที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่เธอตั้งใจแล้วว่าถ้าทำงานเก็บเงินได้สักก้อนก็จะกลับไปหางานทำในตัวจังหวัดเพราะจะได้ดูแลมารดาที่อายุมากขึ้นทุกวัน
เมื่อภาคินเดินออกไปแล้วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบจนอันดารู้สึกอึดอัด หญิงสาวกำลังสับสนกับสิ่งที่ได้รับรู้ เธอดีใจที่นายหัวนทีคอยห่วงใยและคอยช่วยเหลือมาตลอดแต่ก็รู้สึกว่าเขาเข้ามายุ่งกับเธอจนเกินไป“หนูขอบคุณที่นายหัวช่วยเหลือหนูมาตลอดทั้งเรื่องช่วยจ่ายค่าเทอม ช่วยให้ได้ทำงานแล้วยังช่วยเรื่องพี่กอล์ฟ เอาเป็นว่าเงินที่แม่เอามาจากนายหัวหนูจะทยอยคืนให้ก็แล้วกันนะคะ”“ไปกันใหญ่แล้วอันดา อย่าเอาแต่ละเรื่องมารวมกันแบบนี้สิ”“แต่หนูว่ามันก็เรื่องเดียวกัน”“ทำไมฉันรู้สึกว่ายิ่งเราคุยกันก็ยิ่งไม่รู้เรื่องเลยนะ ทั้งที่เรื่องมันไม่ได้มีอะไรเลย”“สำหรับนายหัวมันอาจเป็นเรื่องเล็กแต่สำหรับหนูมันคือเรื่องใหญ่”“แต่ทุกเรื่องฉันก็มีคำอธิบาย”“งั้นก็ลองอธิบายมาสิคะ”“เอาไว้เราคุยกันเย็นนี้ดีไหม ตอนมันยังอยู่ในเวลางานฉันไม่อยากให้เพื่อนร่วมงานเธอสงสัยว่าทำไมเธอถึงหายมานาน”“นายหัวไม่คุยตอนนี้เพราะยังหาคำแก้ตัวไม่ถูกใช่ไหมล่ะ” อันดาพูดจบก็สะบัดหน้าใส่ก่อนจะเดินออกจากห้องของประธานบริษัทไป....“มีอะไรหรือเปล่าอันดา” ฝ้ายรีบถามเมื่ออันดาเดินกลับมาที่แผนก“ไม่มีอะไรหรอกค่ะท่านประธานก็แค่เรียกไปถามว่าทำงานที่น
เมื่อนายหัวนทีกลับออกจากห้องไปแล้วอันดาก็นั่งร้องไห้อยู่ในห้องนอน หญิงสาวคิดทบทวนคำพูดของเขาแล้วมันก็มีโอกาสที่เป็นไปได้สูงว่าเรื่องราวระหว่างเขากับคนรักเก่าน่าจะจบลงไปแล้ว แต่เธอก็ยังไม่เชื่อใจเขาร้อยเปอร์เซ็นต์เธออาบน้ำขับไล่ความเมื่อยล้าระหว่างที่นั่งรถมาตลอด สิบกว่าชั่วโมง พอร่างกายรู้สึกสดชื่นขึ้นบ้างก็เปิดกระเป๋าเป้แล้วหยิบสมุดบันทึกของมารดามาดูหญิงสาวพลิกสมุดในแต่ละหน้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นรายการรายรับรายจ่ายประจำเดือนที่มารดามักจดไว้เป็นประจำ เธอเปิดดูเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงสรุปค่าใช้จ่ายระหว่างที่เธอใช้ในการเรียนแล้วอันดาก็สะดุดตากับคำอธิบายด้านหลังวงเล็บของ ในรายการค่าเทอมรวมถึงค่าหอพักซึ่งมารดาของเธอวงเล็บไว้ว่านายหัวเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้เธอทั้งหมดหญิงสาวไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยเธออ่านไปทีละบรรทัดตั้งแต่ค่าเทอมปีหนึ่งจนถึงปีสี่ ทุกเทอมที่เธอใช้จ่ายในการเรียนมาจากนายหัวนทีทั้งหมด เธอเข้าใจมาตลอดว่าเงินที่ใช้เรียนเป็นเงินที่มารดาบอกว่าได้มาจากส่วนแบ่งในการขายที่ของญาติทางเชียงใหม่เธอรวมยอดเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่นายหัวนทีส่งให้เธอแล้วมันก็มากเกินกว่าครึ่งล้าน หญิงสาวตัวชาไปหม
ตลอดระยะเวลาสิบกว่าชั่วโมงที่อยู่บนรถโดยสารทำให้อันดาคิดอะไรได้หลายๆ อย่าง ที่ผ่านมาเธอเห็นนายหัวนทีเป็นที่พึ่ง เห็นเขาเป็นผู้ใหญ่ใจดีเลยมอบทั้งกายทั้งใจให้เขา แต่ตอนนี้มันถึงเวลาที่เธอจะต้องออกมาจากอ้อมกอดอันอบอุ่นของเขา ถึงแม้สิ่งที่เสียไปมันจะเรียกคืนกลับมาไม่ได้แต่ก็ยังดีกว่ายอมตกอยู่ใต้อาณัติของเขาแบบนี้ตลอดไปเมื่อมาถึงสถานีขนส่งผู้โดยสารสายใต้หญิงสาวก็เดินลงจากรถเกือบเป็นคนสุดท้าย เธอยังไม่ทันจะเดินไปเรียกวินจักรยานยนต์เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเสียก่อน“อันดา” เสียงที่คุ้นเคยทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นแรง เธอหันไปมองก็เห็นว่าคนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้คือคนที่เธอคิดถึงตลอดเวลาที่เธอนั่งรถจากสุราษฎร์มากรุงเทพ“นายหัว....” อันดาตกใจเพราะไม่คิดว่าเขาจะมาดักรอเธอที่นี่“เห็นหน้าฉันแล้วทำไมต้องตกใจด้วยล่ะอันดา”“นายหัวมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“ก็มาตามเด็กดื้อไงล่ะ เธอบอกว่าจะกลับตอนเช้า”“ก็หนูไม่อยากรบกวนนายหัว” หญิงสาวก้มหน้าไม่กล้าสบตา“ฉันว่าเรามีเรื่องที่จะต้องคุยกันนะ”“หนูไม่มีเรื่องอะไรจะคุยกับนายหัวหรอกค่ะ” หญิงสาวปฏิเสธและพยายามจะเดินหนี“อันดาถ้าเธอยังไม่หยุดเดินฉันจะอุ้มเธอจากตรงนี้กลั
หลังจากเก็บของเสร็จอันดาก็นั่งรถสองแถวออกจากหมู่บ้านทันที ผู้โดยสารบนรถนั่งเบียดกันจนเต็มเสียงพูดคุยดังอยู่เป็นระยะแต่หญิงสาวก็ไม่ได้สนใจอะไรจนกระทั่งได้ยินคนพูดถึงนายหัวนทีเธอก็หูผึ่งขึ้นมาทันที“ฉันได้ข่าวว่ามีผู้หญิงมาอยู่ที่บ้านนายหัวนทีนานเป็นเดือนแล้วเหรอ” หญิงวัยกลางเอ่ยถามผู้หญิงอีกคนที่นั่งติดอยู่กับอันดา“ก็ตามที่เธอได้ยินมานั่นแหละ”“เธอเป็นอะไรกับนายหัว ทำไมถึงมาอยู่บ้านนายหัว”“นี่พวกเธอไม่รู้กันเลยเหรอคุณเมย์น่ะเคยเป็นแฟนของนายหัว”“แต่ฉันได้ว่าเลิกรากันไปนะ คุณเมย์หนีไปแต่งงานกับเศรษฐีชาวต่างชาติ” หญิงคนหนึ่งที่เป็นคนงานในสวนยางพูดขึ้น“แต่ฉันได้ยินมาว่าตอนนี้หย่ากับทางนั้นแล้วก็เลยคิดจะกลับมาคืนดีกับนายหัว”“แล้วนายหัวจะคืนดีกับเธอเหรอ ฉันเห็นว่าเธอเอาลูกมาด้วยนะ”“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่านายหัวจะคืนดีกับเธอหรือเปล่า แต่มันก็น่าแปลกใจอยู่นะ”“แปลกใจอะไร”“ก็ตั้งแต่เลิกกับคุณเมย์น่ะ นายหัวไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้าบ้านอีกเลย สงสัยส่าเขาจะยังลืมเธอไม่ได้” คนงานคนหนึ่งตั้งข้อสังเกต“แต่ถ้านายหัวกลับไปคบกับคุณเมย์ก็น่าเสียดายอยู่นะทั้งหล่อทั้งรวยขนาดนั้นแต่ได้แม่หม้ายลูกติ