Masukกลับมาทางด้านหลี่ซือหยวน เมื่อเข้ามาในตลาดมืดก็มองหางานเผื่อว่ามีคนจะว่าจ้าง แต่เหมือนว่าวันนี้มีคนเข้ามาใช้แรงงานเยอะ เขาเลยแทบจะไม่มีงาน
“วันนี้เงียบเหงามาก แต่ผู้ว่าจ้างยังคงมีเหมือนเดิม”
อาเหอพูดอย่างปลงตก วันนี้เขายังไม่มีคนว่าจ้างเลย
“อย่าเพิ่งคิดมาก รอดูอีกสักหน่อยเดี๋ยวคงจะมีคนมาสอบถามเองแหละ” หลี่ซือหยวนให้กำลังใจสหาย แม้ว่าตอนนี้เขาเองก็ยังไม่มีคนว่าจ้างเหมือนกัน แต่ก็ยังมีความหวังว่าจะได้เงินกลับบ้าน
“นั่นสิ เหมือนวันนี้พ่อค้าไม่ค่อยมีหรือเปล่า แต่ฉันก็มาตั้งแต่เช้าเพิ่งมีลูกค้าคนเดียวเอง” อาเฉียวพูดขึ้นมาบ้าง
“เอาน่า อย่าเพิ่งคิดมากอย่างที่อาหยวนบอกนั่นแหละ รอดูอีกหน่อยเผื่อว่าช่วงเย็นจะมีงานให้ทำ พ่อค้าบางกลุ่มน่าจะมาช่วงเย็น”
อาเจิ้นเองก็ได้งานน้อยมาก บ้านเขาเองไม่ได้มีฐานะอะไร การทำงานเกษตรจึงไม่พอที่จะจุนเจอครอบครัว เลยต้องมาหาใช้แรงงานที่นี่แทบจะทุกวัน
ทั้งสี่คนเป็นสหายกันมานานแล้ว ยิ่งถ้ามีงานใหญ่ก็มักจะเรียกคนกันเองมาช่วย
ขณะนั้นก็มีคนที่หลี่ซือหยวนคุ้นตาเดินตรงเข้ามาหา
“พวกนายว่างกันใช่ไหม วันนี้มีขนของเข้าโกดัง ฉันต้องการห้าคน นายไหวไหม เจ้านายให้คนละสามหยวน แต่งานหนักหน่อยไม่รู้ว่าจะเลิกงานกี่โมง เสร็จเมื่อไรก็กลับเมื่อนั้น”
หลี่ซือหยวนได้ยินอย่างนั้นจึงยิ้มออกมา วันนี้ไม่เสียเที่ยวแล้วที่มาทำงาน เงินสามหยวนไม่น้อยเลย “พวกนายจะไปไหม”
“ไป!” ทุกคนตอบแทบพร้อมกัน
ทว่าขาดอีกคนหนึ่ง อาเฉียวจึงรีบไปหาสหายที่รู้จักเพราะคิดว่างานนี้พลาดไม่ได้ บางครั้งทำงานทั้งวันยังไม่ได้เท่านี้เลย
เมื่อทุกคนมาพร้อม จื่อหางจึงพาทุกคนออกมาจากตลาดมืด เพื่อไปขนของที่พ่อค้ามาส่งเข้าโกดัง และงานนี้ก็ไม่ได้หนักมากเนื่องจากทั้งห้าคนวางแผนงานอย่างดี ทำให้การขนของเข้าโกดังไม่ล่าช้าอย่างที่คิด
ส่วนหลี่เหมยเมื่อกลับเข้าบ้านเธอก็ตรงดิ่งเข้าครัว ไม่รู้ว่าวันนี้ทุกคนจะกินอะไร จึงตัดสินใจทำอาหารที่คิดว่าถูกปากทุกคน เธอเอาผักกูดออกมาผัดน้ำมันหอยใส่เนื้อหมูสามชั้น
แม้ว่าบ้านรองหลี่ของเธอไม่ได้ยากจนขนาดที่จะไม่มีอะไรกิน แต่การซื้อเนื้อมาทำกินทุกวันมันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้
และเธอทำหมูผัดพริกหยวกเพิ่มขึ้นมา และอาหารอย่างสุดท้ายคือ ปลานึ่งซีอิ๊ว
“แค่นี้ก็เรียบร้อยหวังว่าทุกคนจะชอบ แม้ว่าฉันเป็นนักเขียนแต่เรื่องทำอาหารไม่เป็นรองใครแน่นอน”
เธอพูดอย่างภูมิใจในการทำอาหารของตัวเอง
หลี่ลู่หรานนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องได้กลิ่นอาหารเลยคิดว่าจมูกเธอไม่ดี เพราะบ้านเธอไม่มีใครเข้าเมืองไปซื้อของ เลยนั่งอ่านหนังสือต่อ
ทว่าเมื่อได้กลิ่นอาหารจานเนื้อหนักเข้า ก็อดไม่ไหวรีบออกมาดู แล้วก็พบว่าพี่สาวทำอาหารมื้อเย็นเรียบร้อยแล้ว
“พี่รอง พี่ทำอาหารเองเหรอ!”
นี่คือสิ่งที่น่าตกใจที่สุด เนื่องจากที่ผ่านมานั้นพี่สาวของเธอไม่เคยเข้าครัว เรื่องที่จะทำอาหารเองไม่ต้องพูดถึงเลย
“ใช่แล้ว แปลกใจอะไรนักหนา พี่ไม่เคยทำใช่ว่าพี่จะทำไม่เป็น เมื่อครู่นี้พี่เดินไปเรื่อย ๆ เลยไปที่หมู่บ้านข้างเคียง ที่นั่นเหมือนมีตลาดเล็ก ๆ เลยได้เนื้อหมูมาน่ะ ตอนนี้ก็ลงกระทะเรียบร้อยแล้ว มีปลาด้วยนะ”
หลี่เหมยยังไม่พร้อมที่จะบอกใครเรื่องระบบเลยอ้างเรื่องนี้แทน เพราะหมู่บ้านข้างเคียงมีตลาดที่ได้รับการอนุญาตจากรัฐแล้ว ส่วนพ่อค้าแม่ค้าคือชาวบ้านที่ขออนุญาตไว้ และชาวบ้านทั่วไปที่หาของป่ามาขาย แต่ตลาดแห่งนี้ไม่ได้มีทุกวัน
หลี่ลู่หรานพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วก็ไม่สงสัยอะไรอีก ส่วนคนเป็นพี่ก็โล่งใจที่น้องไม่ถามต่อ
หลี่เหมยนั้นอยากแลกเปลี่ยนจักรยานออกมาสักคัน เพราะมันจะสะดวกต่อการค้าขาย แต่รู้ว่ายุคนี้ต้องทำเรื่องขออนุญาต เลยตั้งใจว่าคืนนี้จะถามพี่ชายเพราะเขาน่าจะรู้ว่าต้องทำอย่างไร
ตอนนี้หน้าบ้านรองหลี่ คนที่เดินผ่านไปมาต่างก็หยุดสูดดมกลิ่นของอาหารจานเนื้อ แม้ว่าภาครัฐจะจำกัดอาหารแต่ก็ไม่ห้ามไม่ให้กิน คนที่มีกำลังก็ซื้อกับสหกรณ์และร้านค้าของรัฐ
เนื่องจากว่าโรงฆ่าสัตว์จะมีเนื้อมาส่งทุกวันตอนฟ้ายังไม่ทันสว่างดี หรือก็ตามตลาดที่ได้รับอนุญาตและคนขายต้องซื้อเนื้อมาจากโรงฆ่าสัตว์เท่านั้น
“สงสัยหลี่เหมยได้เงินคืนหลายร้อยหยวน วันนี้บ้านรองหลี่เลยซื้อเนื้อมาทำกิน” ชาวบ้านคนหนึ่งพูดออกมาอย่างอิจฉา
เงินสี่ร้อยหยวนนั้นใช้ได้หลายปีเลยนะ!
“แต่หลี่กวงและภรรยายังไม่กลับบ้าน เรื่องซื้ออาหารไม่ใช่หลี่เหมยกับน้องสาวเหรอที่จัดการ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็สิ้นเปลืองและไม่ค่อยน่ารักที่ใช้เงินเกินตัว”
จากนั้นเสียงวิ่งตึงตังก็ดังขึ้น ทำให้หลี่เหมยอดไม่ได้ที่จะทุบลงที่ไหล่หนาของสามี“พี่อี้ข่าย พี่พูดอะไรน่ะ แบบนี้ฉันจะมีหน้าลงไปพบคนอื่นได้ยังไง สองคนนั้นยิ่งช่างพูดอยู่ด้วย” หลี่เหมยพูดกับสามีอย่างเขินอาย“อายทำไมครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาของสามีภรรยาที่รักกันมาก ๆ อย่างเรา แล้วสองคนนั้นก็อยากได้น้องสาวมาก”หยางอี้ข่ายพูดขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ไม่รู้ล่ะ พี่รีบทำเถอะ ฉันไม่ไหวแล้วนะคะ พี่จับฉันพลิกคว่ำพลิกหงายมาตั้งแต่เช้ามืด จนตอนนี้ตะวันส่องตูดแล้วนะ”หญิงสาวพูดอย่างงอแง ก่อนจะใช้มือตบที่ตูดของสามีอย่างหยอกล้อ“จัดไปครับที่รัก” พูดจบหยางอี้ข่ายก็หยัดกายขึ้นมา เขาจับเอวบางไว้ แล้วเริ่มกระแทกแก่นกายใส่ร่างเธออีกครั้ง เริ่มจากช้าๆ แล้วเร็วขึ้น แรงขึ้น จนสองเต้าตรงกลางอกขึ้นกระเพื่อมขึ้นลงตับ ๆ ตับ ๆ ตับ ๆหยางอี้ข่ายอัดใส่อย่างหนักหน่วงรุนแรง เพราะรู้ว่ามีเวลาน้อย ส่วนหลี่เหมยก็นอนส่ายหน้าไปมาอย่างเสียวซ่าน มือเรียวของเธอยกขึ้นมาจับแขนแกร่งไว้ทั้งสองสบสายตากัน และยิ้มให้กันด้วยความรัก ไม่นานก็ครางออกมาด้วยความเสร็จสม“โอ้ววววว มันดีจริง ๆ พี่ไม่ไหวแล้ว” หยางอี้ข่ายแหงนหน้าขึ้น
ตอนพิเศษ 2 คุณพ่อจอมหื่น5 ปีผ่านไปตอนนี้สถานการณ์ครอบครัวของหลี่เหมยก็เข้าที่เข้าทางแล้ว ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น และตอนนี้ลูกฝาแฝดของเธออย่างหยางกวนโม่กับหยางเสี่ยวเหมยก็อายุครบห้าขวบในวันนี้ ดังนั้นวันนี้ที่บ้านตระกูลหยางจึงครึกครื้นมากเป็นพิเศษ เพราะสมาชิกทั้งสองครอบครัวลงไปจัดเตรียมสถานที่ตั้งแต่เช้ามืด แขกที่มาก็จะเป็นทั้งญาติพี่น้อง และคู่ค้าที่มีสัมพันธ์อันดีแต่ในห้องนอนของหยางอี้ข่ายนั้นมีแสงส่องผ่านผ้าม่านสีฟ้าอ่อนเข้ามาเล็กน้อย และในห้องนั้นก็กำลังร้อนระอุกับบทรักยามเช้าที่สามีกำลังมอบให้ภรรยา“อา....เสียวมากครับอาเหมย ไม่ว่ากี่ปีผ่านไปน้องก็ทำให้มีความสุขทุกครั้ง” หยางอี้ข่ายถึงกับแหงนหน้าครางออกมาอย่างสุขสมฮึก...ฉันก็เสียวและมีความสุขค่ะ แต่พี่ต้องทำเวลาหน่อยนะ ตอนนี้ทุกคนตื่นแล้ว ซี๊ดดด!” หลี่เหมยที่ตอนนี้อยู่ในท่าคุกเข่าหันก้นให้สามีอัดกระแทกแก่นกายเข้าในร่องเสียว เธอครางด้วยความเสียวซ่าน เมื่อตอนนี้สะโพกหนากระแทกใส่เธอไม่ยั้งตับ ๆ ตับ ๆ ตับ ๆ“โอ้ววว พี่ก็พยายามอยู่ แต่พี่อยากมีความสุขกับอาเหมยนาน ๆ พี่รักอาเหมยที่สุด จุ๊บ!”ชายหนุ่มที่แหงนหน้าครางได้ยินอย่างนั้
ส่วนทางด้านหลี่เหมย เวลานี้รู้สึกหน่วงและเจ็บท้องเป็นระยะ จึงได้รีบบอกแม่ทั้งสองคน“แม่คะ ฉันคิดว่าฉันใกล้จะคลอดแล้ว”“ตายแล้ว งั้นเดี๋ยวแม่จะไปบอกคนขับรถ และเตรียมของไปโรงพยาบาลกันนะ” โม่ซือเจินบอกอย่างลนลานเหมือนกัน เพราะตกใจที่ลูกสะใภ้จะคลอด“หายใจเข้าลึก ๆ นะลูก พี่ซือเจินอยู่กับอาเหมยเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปเอาของเด็กที่เตรียมไว้เอง” เฉินเมิ่งรุ่ยเห็นอาหารแม่สามีของลูกสาวเลยตัดสินใจจะไปเอาของ และบอกคนขับรถเองทว่าลูกชายและลูกเขยกลับมาพอดีเลยรีบบอก“อี้ข่ายไปอุ้มอาเหมยหน่อย ตอนนี้เจ็บท้องคลอดแล้ว ส่วนลูก รีบออกไปเตรียมรถจะได้พาน้องไปโรงพยาบาล” นับว่าเธอคือคนที่มีสติที่สุดแล้วทันทีที่ได้ยินว่าภรรยาสุดรักเจ็บท้องคลอด หยางอี้ข่ายทิ้งทุกอย่างรีบวิ่งไปที่ห้องโถงทันที ส่วนหลี่ซือหยวนก็รีบออกไปเตรียมรถเพื่อพาน้องสาวไปโรงพยาบาล “พี่มาแล้ว อาเหมยไม่ต้องกลัวนะ ใจเย็น ๆ นะครับ”เขาไม่เพียงแค่พูดแต่รีบคว้าร่างของภรรยาขึ้นมาอุ้ม พร้อมกับพาเธอเดินออกมา ยิ่งเมื่อเห็นท่าทีเจ็บปวดของเธอก็รู้สึกใจไม่ดี หากเขาเจ็บปวดเองได้ก็คงจะทำไปแล้ว“ค่ะพี่ พี่เองก็ไม่ต้องกังวลนะ นี่มันเป็นอาการที่ผู้หญิงทุกคนต้องเจ
ตอนพิเศษ 1 ไม่ชายตามองหญิงใดตั้งแต่ที่รู้ว่าหลี่เหมยตั้งท้อง นี่ก็ผ่านมาหลายเดือนจนเกือบจะคลอดอยู่แล้ว ทว่าทุกคนกลับดูแลเธอไม่ต่างจากตอนท้องสองเดือน จนหญิงสาวต้องบ่นออกมาว่าเธอแค่ท้องไม่ได้ป่วยสักหน่อย แล้วคุณหมอก็บอกแล้วว่าท้องนี้ของเธอแข็งแรงดีแม้ว่าจะท้องแฝดก็ตาม “อาเหมยเป็นอย่างไรบ้าง พี่ไม่อยากไปทำงานเลย”หยางอี้ข่ายรีบบอก พร้อมกับมีสีหน้าออดอ้อนภรรยา จนโม่ซือเจินต้องเบะปากใส่ลูกชายที่เสแสร้งจนเกินหน้าเกินตา“ฉันก็เหมือนเดิม วันนี้พี่มีประชุมสำคัญของสมาคมการค้า พี่อย่ามางอแงเหมือนเด็กเลยนะ งานนี้สำคัญนะคะ”หญิงสาวอยากจะขำกับท่าทางของเขา แต่ก็ไม่อยากหักหน้าสามีต่อหน้าคนรับใช้หยางอี้ข่ายถอนหายใจ หากวันนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญเขาคงไม่ไปหรอก เพราะภรรยากำลังอยู่ในช่วงใกล้คลอด“ครับ ถ้าอย่างนั้นพี่ไปก่อนนะ เสร็จงานแล้วจะรีบกลับ”“พ่อถามหน่อยเถอะ คุณชายแห่งตระกูลหยางผู้เหี้ยมโหดไปไหนแล้ว ทำไมพ่อเห็นแค่แมวน้อยเท่านั้นล่ะ” นายท่านหยางอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อลูกชาย“โธ่ พ่อครับ ผมก็แค่คนที่รักลูกรักภรรยา งานก็ส่วนงานสิครับ หากมีคนมารังแก ผมก็พร้อมที่จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม”ชายหนุ่มไม่สนใจว่า
“ขอบคุณครับหมอ ผมขอบคุณมาก” ชายหนุ่มตอบกลับอย่างยินดี ก่อนหน้านี้ว่าดีใจแล้ว แต่เมื่อได้ยินจากคุณหมอตรงหน้าก็ยิ่งดีใจมากกว่าเดิม จนตอนนี้มือสั่นไปหมดแล้วเมื่อทั้งคู่ออกมาจากห้องตรวจ หลี่ซือหยวนที่รออยู่ก็รีบลุกขึ้นมาทันที แล้วตรงเข้ามาถาม“สรุปท้องจริงไหม”หลี่เหมยพยักหน้าแล้วยิ้มให้ เพราะนี่คือคำตอบของเธอ“ไชโย ฉันจะมีหลานแล้ว”หลี่ซือหยวนโห่ร้องอย่างดีใจจนลืมไปว่าที่นี่คือโรงพยาบาล และเขาไม่ต้องรอให้ใครบอกรีบเดินไปที่รับยาก่อนใคร จากนั้นก็จ่ายเงินค่าตรวจและค่ายาด้วยตัวเองเมื่อทั้งสามคนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลหยาง ทันทีที่นายท่านและคุณนายหยางรับรู้ว่าลูกสะใภ้ท้องแล้วก็ดีใจจนน้ำตาไหล ด้วยวัยที่โรยราลงเรื่อย ๆ ก็กลัวว่าจะตายก่อนที่จะได้อุ้มหลาน“เดี๋ยวผมขอตัวไปบอกข่าวดีพ่อกับแม่ก่อนนะครับ”หลี่ซือหยวนรีบขอตัวและตั้งใจจะไปรับพ่อกับแม่มาหาน้องสาว“อืมไปเถอะ วันนี้เราต้องเลี้ยงฉลองกัน ฉันอยากดื่มกับอากวงน่ะ”นายท่านรีบโบกมือให้ ตอนนี้เขาทั้งดีใจและตื่นเต้นที่ลูกสะใภ้ท้องแล้วหลี่เหมยมองบรรยากาศตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ไม่คิดว่าตัวเองจะกลายเป็นแม่คน ทั้งที่ชาติที่แล้วเธอยังไม่มีวี่แววว่าจะมีคนรักเล
บทส่งท้าย ครอบครัวสมบูรณ์ (จบ)หลังจากวันแต่งงานนี่ก็ผ่านมาเกือบสามเดือนแล้ว แต่ทว่าหยางอี้ข่ายยังคงคิดภรรยาเหมือนเดิม ทุกครั้งที่ออกไปทำงานเขาพยายามตื้อและขอให้เอไปด้วยซึ่งบางครั้งหลี่เหมยก็ตามไป บางครั้งเธอก็ไม่ไป แต่จะคอยหาของมาแลกเปลี่ยนกับระบบทั้งที่ฐานะของเธอตอนนี้ไม่จำเป็นต้องเอาอะไรมาแลกเปลี่ยนแล้วอีกทั้งตอนนี้ร้านค้าของหลี่ซือหยวนก็ขยายกิจการด้วยความสามารถของเขาเอง สินค้าที่รับมาขายก็ได้จากช่องทางของตระกูลหยาง ทำให้ครอบครัวตระกูลหลี่สายรองมีความเป็นอยู่ที่สบายขึ้นมากวันนี้หลี่เหมยมาที่ร้านของพี่ชาย เพราะไม่อยากจะอยู่บ้านและไม่อยากตามสามีไปที่สำนักงานของเขา นั่นเพราะกลัวลูกน้องจะมองเขาไม่ดี ที่คอยเกาะติดภรรยา เดี๋ยวภาพลักษณ์ของสามีจะเสียและลูกน้องจะไม่เคารพ“พี่ใหญ่ ตอนนี้ครอบครัวเราไม่ได้ลำบากเหมือนก่อนแล้ว เงินที่ขายโสมก็ยังมีอีกเยอะ พี่ไม่คิดจะแต่งงานบ้างเหรอ”เธอเดินเข้ามานั่งกับพี่ชายแล้วเอ่ยถาม“พี่ยังไม่คิดเรื่องนั้น จะรอเลี้ยงหลานก่อน เรื่องแต่งงานค่อยว่ากัน” ชายหนุ่มยังไม่คิดที่จะมีภรรยา เขามองว่าหน้าที่การงานยังไม่มั่นคงสักเท่าไร หรือต่อให้เขาไม่แต่งงานอย่างน้อยใ







