LOGINเจ้าดวงดาวที่พลัดมาคล้ายความฝัน โคจรร้อยรอบพันหมื่นครั้ง ดั่งสวรรค์สรรสร้างแลเป็นใจ แม้นชีวิตมิอาจยึดติดวาจาใด ไฉนต้องใคร่ครวญ แค่ยอมเจ้าอยู่ในใจ เมื่อมีรัก ข้าพร้อมภักดิ์ยากปล่อยวาง *** เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหลือกาลเวลายังมีเจ้า… ใครจะคาดคิดว่าจอมทัพหนุ่มผู้เหี้ยมโหดกำลังสู้ศึกกลางสมรภูมิรบอย่างดุเดือดเลือดพล่าน จักบังเอิญปลดปล่อยเหรินเซียนตนหนึ่งออกมาจากกำไลหยกลายคราม นางผู้มีเชื้อสายความร้ายกาจฝังลึกแต่จำต้องเก็บกดเอาไว้ด้วยคัมภีร์คุณธรรมกับคำสอนทั้งอาราม จนบรรลุขั้นเซียน *** พบกับเรื่องราวความรักขององค์ชายนักรบผู้เย็นชากับเซียนน้อยไร้เดียงสาผู้นำพาความน่ารักสดใสมาย้อมหัวใจพยัคฆ์ร้ายอย่าง ‘อ๋องทมิฬ’ ให้กลายเป็นสีสันอันอ่อนหวาน หลอมละลายทั้งสองเข้าด้วยกัน *** เพราะความผูกพันก่อเกิดจากโชคชะตา วาสนาจึงเชื่อมต่อตลอดกาล..
View More*********
เรือนไผ่ริมธารอันเร่าร้อน
สู่วังหลวงอันหนาวเย็น
อบอวลอุ่นไอรักที่ซ่อนเร้น
นางผู้ปรากฏกายให้เห็น
พร้อมบุตรสาวของเขา
*********
หมู่บ้านผิงเหยียน
นางมารจากตำนาน ซานซาน กลายเป็นวิญญาณร้ายมาสิงร่างดรุณีนามชิงหลินแซ่หาน แม่นางน้อยผู้อ่อนแอโง่เขลา
เขาคือราชันย์[1] ถูกปองร้ายจนต้องซ่อนเร้นตัวตน
นามกงหนิวคือชาวบ้านมอบให้ นามเหย่หนิวคือภรรยาตั้งใจเรียกขาน นามแท้จริงคือถังจ้าวเหว่ย ว่าที่องค์ราชัน[2]ต้าถัง
เมื่อครั้งยังเป็นแค่คนธรรมดา มีเพียงบ้านไผ่เก่าคร่ำและสายธารไหลริน อยู่กินเพียงผักปลา อาศัยอยู่ในหมู่บ้านผิงเหยียน
‘ท่านคือเหย่หนิวผู้ร้อนแรง ส่วนข้าซานซานผู้ยิ่งใหญ่ปานภูเขาสูงส่งเฉียดน่านฟ้า’
‘นี่เขาแต่งงานกับสตรีแบบใด?’
โชคชะตาคราวเคราะห์ชักนำทำให้พวกเขาได้แต่งงานกัน เกิดความรักความผูกพันยากลืมเลือน กระทั่งเภทภัยมาเยือน
รัชทายาทถังจ้าวเหว่ยถูกจับตัวกลับวังหลวงจำต้องคืนสู่ฐานันดรอันสูงศักดิ์พิทักษ์บัลลังก์มังกร ในขณะที่ซานซานกำลังตั้งครรภ์ลูกน้อย แล้วกลับเข้าตระกูลเดิม
‘ยุทธภพล้วนซับซ้อน คนผู้หนึ่งอาจจำต้องลี้ภัยไปก่อน นางควรรอเขา ทว่าการรอคอยมักยาวนานเสมอ ยาวไกลเกินไป’
คู่รักทั้งสองต้องประสบปัญหาพลัดพรากจากกันเนิ่นนาน ผ่านกาลเวลาถึงห้าปี
‘ซานซาน...เจ้าจะรอข้าได้หรือไม่?’
จากดรุณีนางน้อยกลายเป็นจอมยุทธ์หญิงแม่ลูกอ่อน
จากเด็กหนุ่มผู้ลี้ภัยเติบใหญ่กลายเป็นมังกรแห่งราชันย์
กระทั่งโชคชะตาชักนำทำให้พวกเขาได้พบเจอกันอีกครั้ง ด้วยฐานะที่แตกต่างและฐานันดรที่ขวางกั้น
หนึ่งคือว่าที่องค์ราชัน มหาบุรุษแห่งต้าถัง ผู้สลักนางไว้เป็นดวงใจเพียงหนึ่งเดียว หนึ่งคือจอมยุทธ์หญิงผู้เร่ร่อนทั่วแดน นางผู้ตัดขาดแล้วซึ่งเยื่อใยด้วยเข้าใจผิดมหันต์
‘เจ้าลูกเต่าเหย่หนิว สามีชั่ว ทิ้งลูกทิ้งเมีย ข้าจะฆ่าเจ้า’
ฐานะสามีภรรยาและบุตรสาวถูกแขวนเอาไว้บนเส้นทางที่ไม่อาจเปิดเผยความสัมพันธ์
ถังจ้าวเหว่ยไม่คิดเฉือนหัวใจของตนเอง เขาทำทุกทางเพื่อเหนี่ยวรั้งนางไว้ข้างกาย ซ่อนเร้นไว้ในหัวใจอันรุ่มร้อน
‘ไม่ว่าลักลอบแย่งชิงล่อลวงขืนใจ ในฐานะสามีล้วนทำกับนางผู้เป็นภรรยาได้ทั้งนั้น’
ซานซานยิ่งไม่คิดเห็นแก่ตัวและไม่เคยกลัวใครหน้าไหน มีเพียงสามีผู้สูงศักดิ์และบุตรสาวอันเป็นที่รักเท่านั้นที่นางจำต้องคอยระวังภัยให้
ชิงหลินผู้ถูกตามฆ่าหมายตัดเส้นวาสนากับจ้าวเหว่ย จึงถูกทิ้งร้างไว้เป็นเพียงอดีตอันลึกลับไร้ตัวตนอยู่เบื้องหลัง
เบื้องหน้าของนางคือซานซานผู้ต่ำต้อยมีลูกน้อยติดตัวถูกสามีทิ้งขว้าง
นางผู้เห็นแก่เงินเป็นหลัก สร้างฐานะตนด้วยการเข้ากองทัพในตำแหน่งพลทหาร กระทั่งไต่เต้าเป็นแม่ทัพหญิง
จ้าวเหว่ยดำรงไว้ซึ่งตำแหน่งองค์รัชทายาทจนกระทั่งขึ้นครองราชย์สมบัติ สืบบัลลังก์มังกรทอง
คู่รักคู่หนึ่งคือสามีภรรยาแปลกประหลาด ทำตัวคล้ายชายหญิงแพศยา ลอบคบชู้ไม่เว้นวัน ต่างร่วมมือกันฝ่าฟันอุปสรรคโดยไม่เลือกวิธีการ
เมืองหลวงต้าถัง
บนแท่นประทับมังกร เหนือเหล่าขุนนางและปวงประชา
ภายใต้ม่านระย้าทองคำฝังมุกล้ำค่า เพียงเห็นพระพักตร์ขององค์จักรพรรดิรำไร ทว่ากลับรู้สึกได้ถึงศักดานุภาพแผ่ไพศาล
ทิศบูรพาห่างจากกลุ่มข้าราชบริพาร
ซานซานในอาภรณ์ทหารสวมชุดเกราะหนักสีทองอร่ามของตำแหน่งแม่ทัพหญิงกำลังนั่งนิ่งบนหลังอาชา
หญิงสาวทอดสายตามองสามีด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนตะปบสีข้างม้าแล้วพามันหมุนกายหายไปจากครรลองสายตาของจักรพรรดิหนุ่ม
ชายแดนแคว้นต้าถัง
ที่ราบลุ่มโล่งกว้างอันเวิ้งว้างเห็นสันเขารำไร บนพื้นดินปรากฏกองทัพทหารผู้องอาจเหี้ยมหาญหลายหมื่นนาย บรรยากาศรายรอบปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายมรณะหลังความตาย
เหนือไฟสงครามซึ่งกำลังแผดเผาซากศพที่ตกตายกระจายเกลื่อน คือร่างระหงงามงอนในอาภรณ์สีแดงดุจเพลิงสวมทับด้วยเกราะหนักสีทองอร่าม นางนั่งสง่าบนหลังอาชาแกร่ง ในมือเรียวถือเพียงทวนเหล็กไหลย้อมโลหิตสีแดงฉาน
นางคือซานซาน
เบื้องหลังของนางคือขบวนกองทัพนักรบและสมุนในอาณัติจากสำนักนารีแดง
ขุมพลังมหาศาลก่อเกิดจากกระบวนทัพซึ่งถูกจัดอย่างเหี้ยมหาญเฉลียวฉลาดเหนือคาด กอปรกับอาวุธสังหารหน้าตาประหลาดไม่เหมือนใคร ทั้งหมดถูกผนวกไว้ทางด้านหลังวีรสตรี
เบื้องหน้าของซานซานคือกองทัพศัตรูหมายรุกรานเพื่ออำนาจแผ่ไพศาล พวกมันช่างไม่รู้ชะตากรรมว่าวาระสุดท้ายกำลังคืบคลานเข้ากลืนกิน
“ฆ่า!”
เสียงคำรามกังวานใสกึกก้องสะท้านโสตไกลถึงแผ่นฟ้า เรียวขางามตะปบสีข้างอาชาควบตะบึงพุ่งทะยาน
ซานซานนำทัพอย่างเอิกเกริกเกรียงไกรสู้สิบทิศชนะทั้งสิบทิศ รบร้อยชนะร้อยไม่เคยหวั่น
ยามยกพลถล่มศัตรูนางคล้ายหงส์เพลิงสยายปีกกระนั้น ไพร่พลที่ติดตามประหนึ่งพยัคฆ์คำรามก็ไม่ปาน
บิดาคือมังกร มารดาเป็นหงส์ดำรงพยัคฆ์
ลูกจักเป็นสุนัขได้อย่างไร
[1] ราชันย์ หมายถึง เชื้อสายกษัตริย์
[2] ราชัน หมายถึง พระราชา
ด้านหน้าเรือนจำอันเป็นคุกมืดของค่ายทหารเมื่อบุรุษชุดม่วงปรากฏกาย อี๋เป่าที่แอบเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ด้านนอกจึงปรากฏตัวต่อหน้ารุ่ยอ๋องทันที เขารีบประสานมือค้อมศีรษะแล้วกล่าว“ท่านอ๋อง ในที่สุดพระองค์ก็เสด็จมา ได้โปรดช่วยแม่นางลี่เซียนด้วยพ่ะย่ะค่ะ”เรียวคิ้วยาวขมวดวูบ สีหน้าราบเรียบแปรเปลี่ยนฉับพลัน ถังไห่เฉิงปรายตามองผู้พูดอย่างสนใจทันที“นางถูกพาตัวมาที่นี่ได้อย่างไร?”อี๋เป่าได้ยินเช่นนั้นให้รู้สึกตื่นเต้นลอบแย้มยิ้มอย่างยินดีเขาตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ ที่แอบมาเฝ้าแม่นางผู้นั้นเพื่อรอท่านอ๋องเสด็จมาแล้วเสนอหน้าเยี่ยงนี้คิดพลางทำหน้าระรื่นเอ่ยปากขอความดีความชอบต่อไป“ทูลท่านอ๋อง แม่นางของท่านกำลังถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพวกเดียวกับคนร้าย นางถูกพาตัวมาจากเรือนบัญชาการ กระหม่อมเป็นคนยับยั้งมิให้นางถูกตัดหัว จึงจำเป็นต้องถูกส่งตัวมารอที่ห้องขังก่อนพ่ะย่ะค่ะ”เด็กหนุ่มเงียบอยู่อึดใจแล้วเอ่ยต่อ “พระองค์รีบเสด็จเถิด กระหม่อมได้ยินเสียงโบยตีดังสนั่นหลายทีแล้วพ่ะย่ะค่ะ”กล่าวจบพลันเห็นถุงเงินลอยมา อี๋เป่ารีบปล่อยมือที่ประสานหมัดอยู่ เอื้อมรับรางวัลทันทีไม่มีชักช้าถังไห่เฉิงรู้จักนิสัยหนุ่มน้อยผู้
เรือนพำนักพักฟื้นประจำค่ายทหารภายในห้องกว้างรอบด้านเต็มไปด้วยเตียงและตั่งสำหรับคนเจ็บ เก้าอี้ตัวใหญ่ทางทิศเหนือตรงตำแหน่งประธานของห้องมีร่างสง่าสูงศักดิ์นั่งจิบชาด้วยท่าทางนิ่งสงบ เบื้องหน้าบุรุษผู้นี้คือกลุ่มทหารยามที่เพิ่งฟื้นตัวจากอาการสลบไสล พวกเขายืนเรียงแถว ประสานมือก้มหน้า เก็บงำความหวาดหวั่นเอาไว้ด้วยสีหน้าราบเรียบ ตามวิสัยเหล่าทหารถังไห่เฉิงยังคงละเลียดชิมชาเนิบช้า กิริยาทั้งสุขุมและเยือกเย็นปานนั้น ทว่าเสียงรายงานจากทหารยามยิ่งทำเรียวคิ้วของอ๋องหนุ่มขมวดมุ่น ดวงหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยเริ่มเผยความเครียดขมึงขึ้นทีละน้อย“สตรีผู้นั้นเป็นจอมยั่วยวนชวนพิสมัย วาจากล่าวอ้างว่าต้องการปรนนิบัติท่านอ๋อง ทั้งๆ ที่พระองค์ไม่เคยเรียกหาสตรีใด แต่ในขณะที่กระหม่อมกำลังหลงกลเผลอไผล กระทั่งหลวมตัวยอมรับฟังถ้อยวาจานุ่มหวานละมุนละไมไม่กี่ประโยค ปลายนิ้วยังมิทันได้เชยคางมนด้วยซ้ำ นางก็ปล่อยปราณสังหารวิชามารสำนักใดมิอาจทราบ ทำทุกคนสิ้นสติทันทีพ่ะย่ะค่ะ”จบคำรายงานของหัวหน้าทหารยาม บรรยากาศภายในห้องพลันดำทะมึนอึมครึมมืดฟ้ามัวดินปานพายุฤดูร้อนตั้งเค้าพร้อมโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงบ้าคลั่ง โดยที่คนพูดไ
คล้อยหลังเรือนกายสูงค่าของรุ่ยอ๋อง รอบบริเวณยังคงเต็มไปด้วยทหารร่างบึกบึนสูงใหญ่ พวกเขายืนถมึงทึงถืออาวุธพร้อมฆ่าฟัน ประกายตาทุกคนเจือแววอำมหิตข้นคลั่ก แต่ละคนยืนหยัดประดุจเหล็กกล้าศิลาแกร่ง ห้อมล้อมคนร้ายมิให้หลุดรอดไปได้สักคนท่ามกลางบรรยากาศดำทะมึนยิ่งกว่ายามราตรีกาลนั้น ลี่เซียนถูกผลักไหล่ให้เดินมาจนถึงกลุ่มคนร้ายซึ่งถูกมัดไว้ไม่ต่างจากขนมบ๊ะจ่าง ทันทีที่หญิงสาวเห็นคนเหล่านั้นพลันจำได้พวกเขาคือกลุ่มคนที่รุมทำร้ายผู้มีพระคุณ“ไป! รีบเดิน!” ทหารที่คุมตัวลี่เซียนอยู่ทางด้านหลังรีบผลักนางให้ไปรวมกลุ่มกับคนร้าย ก่อนหันหน้าไปกล่าวรายงานแก่รองแม่ทัพท่านหนึ่ง“เรียนท่านรองแม่ทัพ นางคือลี่เซียน สตรีที่ทำร้ายทหารของเราจนสลบเพื่อเปิดทางให้นักฆ่าขอรับ”“ดี! มัดนางไว้”สิ้นคำสั่งของรองแม่ทัพวัยฉกรรจ์ พลทหารคนเดิมรีบกระชากมือของลี่เซียนไพล่หลังมัดอย่างว่องไว ไร้ความปราณีใดๆหญิงสาวยังคงอ่อนแรงหมดกำลังจึงทำได้แค่ขมวดคิ้วไม่ช้า นางพลันถูกพันธนาการไม่ต่างจากนักฆ่าก่อนหน้า จังหวะเดียวกันยังถูกมือหนาผลักจนล้มไปกองกับพื้น“อ๊ะ!”ทว่าสิ่งที่ร่างนุ่มกระแทกใส่ หาใช่พื้นดินที่แข็งกระด้างไม่ ตรงกันข้
ลี่เซียนมิได้ถือสากับกิริยาอันแตกต่างนั่น นางยิ่งคลี่ยิ้มหวานละมุนงดงามจับตาแล้วถามเสียงใส“พวกท่านมีใครเห็นสิ่งของบางอย่างหรือไม่?”ทหารคนหนึ่งถามขึ้น “คือสิ่งใดหรือแม่นาง?”ลี่เซียนยกนิ้วเรียวขาวปานลำเทียนขึ้นกรีดอากาศเพื่อแจกแจงพลางนับจำนวน“คัมภีร์ครวญวสันต์ ภาพวาดอภิรมย์ ตำรารัญจวน ยังมีน้ำมันหอมเร้าอารมณ์ ตลับชาดสัมผัสรักตรึงใจ”อีกคราที่ทหารต้องเบิกตาโพลง หมอหญิงขมวดคิ้ววูบ ก่อนที่ทุกคนจะมีใบหน้าแดงเรื่อส่ายหัวแทบหลุดปฏิเสธแทบคลั่งสิ่งของเหล่านั้นต่อให้เคยผ่านตาหรือศึกษาจนแตกฉาน ย่อมไม่อาจตอบรับซึ่งหน้าแน่นอน“ไม่เลย ไม่เห็น ไม่มีๆ”ลี่เซียนเห็นทุกคนปฏิเสธอย่างสามัคคีก็ไม่เซ้าซี้เพียงรักษารอยยิ้มค้อมศีรษะขอบคุณแล้วเดินผ่านหน้าทุกคนไปด้วยท่าทางปกติเพื่อออกตามหาทุกสิ่งที่ว่าอย่างจริงจังด้วยตนเองทหารยามคนหนึ่งอายุสิบห้าปีนาม อี๋เป่า รู้สึกเป็นห่วงจึงเดินตาม “แม่นางมีสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไม่?”ลี่เซียนหันหน้าไปยิ้มให้ กำลังจะบอกขอบคุณในน้ำใจ ทว่าจังหวะนั้นพลันมีทหารสองคนท่าทางขึงขังสีหน้าถมึงทึงเดินมาจากทิศทางใดมิอาจทราบ ทั้งสองตวาดก้อง“เจ้าคือลี่เซียนรึ?”หนึ่งในสองคนก้าวเท้าฉับเ





