LOGINเจ้าดวงดาวที่พลัดมาคล้ายความฝัน โคจรร้อยรอบพันหมื่นครั้ง ดั่งสวรรค์สรรสร้างแลเป็นใจ แม้นชีวิตมิอาจยึดติดวาจาใด ไฉนต้องใคร่ครวญ แค่ยอมเจ้าอยู่ในใจ เมื่อมีรัก ข้าพร้อมภักดิ์ยากปล่อยวาง *** เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหลือกาลเวลายังมีเจ้า… ใครจะคาดคิดว่าจอมทัพหนุ่มผู้เหี้ยมโหดกำลังสู้ศึกกลางสมรภูมิรบอย่างดุเดือดเลือดพล่าน จักบังเอิญปลดปล่อยเหรินเซียนตนหนึ่งออกมาจากกำไลหยกลายคราม นางผู้มีเชื้อสายความร้ายกาจฝังลึกแต่จำต้องเก็บกดเอาไว้ด้วยคัมภีร์คุณธรรมกับคำสอนทั้งอาราม จนบรรลุขั้นเซียน *** พบกับเรื่องราวความรักขององค์ชายนักรบผู้เย็นชากับเซียนน้อยไร้เดียงสาผู้นำพาความน่ารักสดใสมาย้อมหัวใจพยัคฆ์ร้ายอย่าง ‘อ๋องทมิฬ’ ให้กลายเป็นสีสันอันอ่อนหวาน หลอมละลายทั้งสองเข้าด้วยกัน *** เพราะความผูกพันก่อเกิดจากโชคชะตา วาสนาจึงเชื่อมต่อตลอดกาล..
View Moreเดือนสี่ผืนดินแห้งแล้ง แต่หญ้าแห้งเหี่ยวเฉากลับชุ่มฉ่ำไปด้วยธาราเลือดเจิ่งนองท่ามกลางสมรภูมิรบอันดุเดือดเลือดกระเซ็นสาดกระจายไปทั่วทุกหย่อมหญ้า อ๋องทมิฬบนอาชาแกร่งจัดการรุกไล่ปกป้องดินแดนอย่างทะนงองอาจบนใบหน้าราบเรียบเย็นชามีแววตาคมกริบภายใต้หน้ากากอักขระโบราณมองกวาดศัตรูรอบด้านพร้อมคำรามว่า“ฆ่า!”ขุนพลทหารกล้าต่างชี้อาวุธขึ้นฟ้ากรีฆ่าทัพฮึกเหิมสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นจนแผ่นดินสั่นไหววันนี้เป็นวันสุดท้ายในการตัดสินชะตาข้าศึกผู้เหิมเกริม หลังจากกวาดล้างจนสิ้นซาก ถังไห่เฉิงก็พร้อมยกทัพเคลื่อนขบวนกลับเมืองหลวงทันที เพราะเวลานี้กำลังมีสิ่งที่ดีที่สุดรอเขาอยู่ที่วังจี๋เสียงลี่เซียนใกล้ได้เวลาให้กำเนิดบุตรคนแรกแก่เขาเต็มทีเนิ่นนานหลายเดือนกว่าครึ่งปีแล้วที่เขามิได้เจอนาง เนื่องจากสตรีมีครรภ์ไม่ควรใช้พลังมากไป ควรถนอมร่างกาย ยิ่งกว่าไข่ในหิน ยิ่งกว่าสิ่งล้ำค่าในอุ้งมือรุ่ยชินอ๋องคิดเสมอว่าตนเองทนคิดถึงพระชายาสุดที่รักได้ ทว่าท้ายที่สุดกลับไม่อาจทานทนไหวแม้การศึกมิอาจเร่งรัด กำลังพลไม่อาจไม่รอบคอบและต้องใช้เวลาจัดการอย่างเป็นระบบระเบียบ ทว่าการเดินหมากยังต้องตัดสินชัยชนะอย่างเ
ทุกครั้งที่บังเกิดการถกเถียงเหมือนเด็กชายตัวน้อย ถังไห่เฉิงค้นพบมาโดยตลอดว่า เขาไม่เคยเถียงชนะพี่ชายผู้สุขุมเยือกเย็นได้เลยภายใต้ใบหน้าหล่อเหลาอ่อนโยน มีริมฝีปากสีแดงสดที่วาทะศิลป์เป็นเลิศ ท่าทางสุภาพสง่างามยังมีความเด็ดขาดแฝงเอาไว้อย่างแนบเนียน ไม่แปลกหากถังไท่หลินจะมีเสน่ห์ลึกล้ำยากต้านทานต่ออิสตรี กระทั่งถังไห่เฉิงยังหลงคารมทุกครา อ๋องหนุ่มยินยอมตามเหตุผลของพี่ชายในที่สุดหากลี่เซียนต้องการเป็นหมอหญิงจริงๆ การฝึกฝนกับคนระดับปรมาจารย์เช่นท่านแม่คือวาสนาสูงสุดแล้ว ระหว่างครุ่นคิดถังไห่เฉิงยังได้ยินบิดาส่งเสียงกล่าวคำจากโต๊ะอีกฝั่ง “ภายภาคหน้าลี่เซียนของเจ้ายังจะได้ใช้วิชาความรู้และความสามารถที่มีสร้างคุณงามความดี ช่วยเหลือมนุษย์ได้อีกมากโข ยังได้ช่วยเหลืออาการเจ็บป่วยของคนทั่วไปที่มิใช่แค่การเจ็บป่วยจากบาดแผลธรรมดาของพวกทหาร”พี่เขยยังช่วยเอ่ยกล่อมอีกแรง “ย่อมเป็นเช่นนั้น”ถังไห่เฉิงมีหรือจะโต้แย้งได้ ด้วยการหว่านล้อมเช่นนี้ เห็นทีท่านแม่คงเตรียมการเอาไว้แล้วเป็นอย่างดีอ๋องหนุ่มหมดคำใดจะเอ่ยแล้วจริงๆทางฝั่งหนึ่งคือถังไห่เฉิงที่ใจอ่อนยินยอมตามเหตุผลของบิดากับพี่ชาย
เมื่อแสงรุ่งอรุณมาเยือน ขบวนเกี้ยวจึงถูกจัดเตรียมเอาไว้พร้อมสรรพ สำหรับเดินทางไปยังตำหนักฮวาหยางของไท่ซ่างหวงกับไทเฮาอย่างเอิกเกริกยิ่งใหญ่ถังไห่เฉิงจำต้องลุกจากเตียงนอนก่อนเวลาอันควร ยอมละเว้นกิจกรรมรัญจวนก่อนตื่น ยอมกลั้นใจไม่มองลี่เซียนยามออดอ้อนอย่างน่ารักในอ้อมแขนอุ่น เพื่อพานางเข้าพบครอบครัวยกน้ำชาตามประเพณี เมื่อเกี้ยวถูกหามมาถึงหน้าตำหนักฮวาหยางอันยิ่งใหญ่ ชายหญิงสูงศักดิ์จึงถูกจับประคองลงมาจากเกี้ยวของแต่ละคน ระหว่างทางเดินงดงามอลังการ ลี่เซียนเบิกตากลมโตมองไปทั่วอย่างเพลิดเพลิน ลืมเรื่องราวอันโศกเศร้าของเมื่อคืนวานจนสิ้น นางมีความคิดเป็นเพียงเด็กหญิง อารมณ์ใดๆ ล้วนอยู่ได้ไม่นาน แต่ที่มีมากหน่อยคือความสดใสเบิกบาน แม้ซุกซนไปบ้างบางครา แต่กลับว่านอนสอนง่ายที่สุดถังไห่เฉิงจูงมือเล็กนุ่มนิ่มพลางมองภรรยายิ้มๆ ก่อนก้มหน้าลงหอมแก้มนางอย่างอดใจเอาไว้มิได้ ทั้งรักใคร่หวงแหนอย่างไม่รู้จะพรรณนาเป็นคำพูดใดข้ารับใช้ที่เดินตามหลังขบวนเสด็จหลุบตาลงมองพื้นดินแทบไม่ทัน พวกเขาหน้าแดงหูแดงกันถ้วนหน้า คงมีเพียงเย่เสียที่ไม่ขัดเขินเอาแต่กลั้นยิ้มจนสองไหล่สั่นไหวไม่หยุดเมื่อทั้ง
หญิงวัยกลางคนยกยิ้มเยียบเย็นเอ่ยเสียงเรียบเรื่อยว่า “เจ้าย่อมไม่อาจวุ่นวายกับชีวิตคู่ของผู้ใดได้อีก” จบคำนางหันไปสั่งการผ่านบุตรสาวคนโตนามถังลู่หลิ่ง“ลูกแม่ ช่วยพาหลานรักไปหุบเขามรณะเพื่อดัดนิสัย ก่อนนำส่งสำนักนารีแดงคืนบิดามารดาของนาง”หญิงสาวสะคราญโฉมชุดแดงเพียงรับคำแค่เสียงหนึ่ง แต่กลับนุ่มนวลน่าฟังผสานอำนาจอันลงตัวอย่างประหลาด “ข้าจะรีบไปรีบกลับเพื่อมาปลอบโยนน้องสะใภ้ในวันรุ่ง”“ดีมาก...ไป!”สิ้นเสียงสองสตรีเบื้องบน บุรุษตัวโตคนหนึ่งตรงเข้ามาแบกอิงอิงขึ้นบ่ากว้างอย่างอุกอาจแล้วพาจากไปอย่างรวดเร็ว“ข้าผิดไปแล้ว...ไม่กลับสำนักนารีแดงนะ...”เสียงกรีดร้องแหบโหยค่อยๆ ถูกกลืนหายไปกับลมราตรีการกลับสำนักนารีแดงของอิงอิงคือการถูกบิดามารดาจับฝึกวิชาหฤโหดเพื่อยกสำนักให้ดูแล แต่นางยังมีความปรารถนาที่จะเที่ยวเล่นไร้สาระไปวันๆ เท่านั้นหาใช่ต้องรับผิดชอบภาระหน้าที่อันหนักอึ้งไม่สิ้นเสียงอิงอิงกลับไม่มีเสียงใดต่อจากนั้น เพราะหลิงเจินสงบเสงี่ยมนิ่งเงียบมาก นางยอมรับคำตัดสินโทษโดยดุษฎีหมอหญิงยินดีถูกลงทัณฑ์โดยไร้ซึ่งคำโต้แย้งใดๆซานซานและลู่หลิ่งเพียงมองหลิงเจินเงียบๆ เช่นกันระหว่างนั้นถังไ
“ท่านพี่...”เส้นเสียงของเมิ่งหรูสั่นพร่าเจือริ้วกระแสหนึ่งที่สื่อถึงอารมณ์อันสั่นสะเทือนรุนแรงทำทุกชีวิตเบื้องหลังมองตามโดยพลันเบื้องหน้าของทุกคนคือบุรุษหน้าตาหล่อเหลาคมคาย รูปร่างสูงใหญ่ อยู่ในชุดลำลองสีน้ำเงินเข้มเขาคือแม่ทัพหวังกำลังนั่งดื่มชากับหญิงสาวชุดเขียวผู้หนึ่งท่าทางของพวกเขาไม่คล้
เมื่อฝ่ายบุรุษแต่งกายเสร็จ จึงจับจูงมือฝ่ายสตรีเดินออกจากห้องตนกลับมาที่ห้องนางห้องของทั้งสองเชื่อมติดกันจากด้านในอยู่แล้วจึงไม่ต้องพาคนงามเดินผ่านหน้าผู้ใดโดยที่ยังมิได้ผลัดผ้าม้วนผม เมื่อเข้ามายังห้องของอีกลี่เซียน ถังไห่เฉิงกล่าวย้ำอีกว่า“แต่งกายเสร็จก็กินข้าวให้อิ่มหนำ นอนนั่งพักผ่อนหรือเดิ
เส้นเสียงขาดหายเพียงครู่ก่อนผู้พูดจะถอนหายใจอีกครา แล้วเอ่ยต่ออย่างจริงใจ “ข้าเคยปรนนิบัติผู้ชายหลายคนเหลือเกิน อีกอย่าง...ข้าไม่มีทางให้กำเนิดทายาทชั่วชีวิต ความผิดพลาดของท่านแม่ทำให้ข้าตัดสินใจกินยาแรงเข้าไปท่านก็รู้”เป็นเว่ยฉีบ้างที่ถอนหายใจหนักอก “ช่างเถอะ! ไม่แต่งก็ไม่แต่ง เจ้าไม่แต่ง ข้าไม่แ
นิ้วแกร่งเรียวยาวเอื้อมขึ้นมาบิดแก้มนวลนางเบาๆ อย่างเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน มันใช่เวลามาคิดลึกซึ้งกับใบหูของเขาหรือไม่?“เข้าใจก็ดี...เจ้าพาเย่เสียกลับค่ายไปก่อน”“อื้ม”ลี่เซียนโอบกอดพี่สาวผู้หลับใหลหายตัวไปอย่างเชื่อฟังคงเหลือไว้เพียงร่างสูงใหญ่ของถังไห่เฉิงกับกลุ่มคนร้ายที่นอนแน่นิ่งสลบเหมือดหมดสภา











