เมื่อฉันกลายเป็นนางร้ายในนิยายที่เขียน 70s

เมื่อฉันกลายเป็นนางร้ายในนิยายที่เขียน 70s

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-03
Oleh:  sanvittayamOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
57Bab
2.0KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เสี่ยวหลิงนักเขียนนิยายที่เพิ่งจะเขียนเรื่องใหม่ได้ไม่กี่ตอนต้องมาตายเพราะพักผ่อนน้อย อดหลับอดนอน เพื่อจะเขียนนิยายเรื่องใหม่ ไม่ใช่บ้าพลังหรอกนะ แต่เธอเป็นคนมีค่าอย่างไรละ ค่ารถ ค้าบ้าน ค่ากิน ยังไม่รวมต้องส่งให้กับทางบ้าน แถมเธอยังส่งเสียน้องเรียนอีกด้วย เมื่อตายแล้วคนเราต้องลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเธอถึงเข้ามาอยู่ในนิยายของตัวเองล่ะ ใช่แล้ว!! เสี่ยวหลิงเข้ามาอยู่ในนิยายที่เขียนของตัวเองที่เพิ่งเขียนได้ไม่กี่ตอน แล้วแบบนี้เนื้อเรื่องยังเป็นไปอย่างที่เธอวางไว้หรือเปล่า หลี่เหมย นางร้ายในนิยาย เดิมทีเธอมีนิสัยหยิ่งยโสขี้อิจฉาและชอบกลั่นแกล้งสหายตนเอง (นางเอกในนิยาย) แต่เมื่อเสี่ยวหลิงเข้ามาอยู่ในร่างนี้ เธอไม่อยากมีชะตาเหมือนเนื้อเรื่องที่วางไว้จึงเปลี่ยนตัวเองใหม่ แต่ไม่ทิ้งนิสัยเดิมที่กล้าได้กล้าเสีย ไม่ยอมคน จะร้ายเฉพาะกับคนที่ร้ายกับเธอเท่านั้น!!

Lihat lebih banyak

Bab 1

เวรแล้วไงเข้ามาในนิยายที่เขียน 1.1

เวรแล้วไงเข้ามาในนิยายที่เขียน

เสี่ยวหลิง นักเขียนนิยาย เธอเขียนได้ทุกแนว แต่เวลานี้ต้องการเงินมากจึงเร่งปั่นนิยาย ซึ่งแนวที่กำลังทำเงินก็คือนิยายจีนย้อนยุค เธอจึงตัดสินใจเขียนขึ้นมาเรื่องหนึ่ง ตอนแรกตั้งใจจะเขียนจีนโบราณแต่บอกตามตรงว่าไม่ถนัดเลยต้องเขียนแนวนี้แทน

การเขียนนิยายแต่ละเรื่องไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ไหนจะต้องหาข้อมูล กว่าจะเค้นเนื้อหาและเขียนออกมาได้แต่ละตอนต้องกินยาแก้ปวดไปหลายเม็ด จะบอกว่าหลายกระปุกก็ไม่ใช่เรื่องโกหก

“เฮ้อ...วางพล็อตเสร็จแล้วเหลือแต่ทรีทเม้นท์นี่สิจะทำยังไงดีละเสี่ยวหลิง” หญิงสาวบ่นกับตัวเองเล็กน้อย เนื่องจากเธอเป็นนักเขียนที่ชอบดั้นสดมากกว่าทำทรีทเม้นท์เส้นเรื่องไว้  

“แกก็ดั้นสดสิ จะยากอะไร สรุปจะกินไหมข้าวน่ะ พวกฉันทำเสร็จแล้ว มีหมูกระทะด้วย จะกินก็รีบมา”

เสียงของเพื่อนสนิทดังขึ้น ทำให้เสี่ยวหลิงรู้แล้วว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่คนเดียว!!

หนำซ้ำวันนี้ทุกคนนัดกันกินหมูกระทะที่ห้องของเธอ แต่เจ้าตัวกลับลืมเสียสนิท มันน่าไหมล่ะ!

“อ้าว! ฉันลืมเสียสนิทเลยว่านัดพวกแกมากินหมูกระทะ แต่ขอเขียนสักตอนก่อนได้ไหม แล้วค่อยไปกิน กำลังสมองแล่นเลย” เสี่ยวหลิงยังคงดื้อรั้น เธอต้องการเขียนนิยายก่อน เนื่องจากหัวสมองกำลังแล่น เลยไม่ยอมไปกินหมูกระทะที่เพื่อนเตรียมไว้แล้ว

เพื่อนที่ได้ยินก็เข้าใจเพราะทั้งกลุ่มคือนักเขียนนิยายเหมือนกัน แม้จะเขียนคนละแนวแต่ความเป็นเพื่อนกลับเหนียวแน่นยิ่งกว่าอะไรเสียอีก

พอเพื่อนเดินไป เสี่ยวหลิงก็จ้องหน้าคอมพิวเตอร์ต่อเพื่อเขียนนิยาย หวังว่าก่อนไปกินหมูกระทะกับเพื่อนจะเขียนได้สักตอนสองตอน

แต่ใครจะคิดกันละว่าเพราะไม่ค่อยได้นอน จะทำให้เธอเกิดวูบหน้าคอมพิวเตอร์ที่กำลังเขียนนิยาย ก่อนจะมีแสงประหลาดเกิดขึ้น นั้นจึงทำให้วิญญาณของเสี่ยวหลิงถูกดูดเข้ามาในนิยายที่เธอเขียนอย่างไรล่ะ!

เมืองเฉียนไท่ หมู่บ้านไห่เฉิน ปี 1973

วันนี้ในหมู่บ้านดูจะวุ่นวายไม่น้อยเพราะทางการแจ้งมาว่าจะมียุวปัญญาชนมาทำงานอีกสี่คน ทำให้เป็นที่สนใจของคนในหมู่บ้านว่าจะมีใครมากันบ้าง แล้วคนกลุ่มนั้นมาจากที่ไหน ถึงแม้ว่าในหมู่บ้านจะมียุวปัญญาชนจำนวนไม่น้อยแล้วก็ตาม

แต่กลับมีบ้านหนึ่งที่ไม่สนใจเรื่องนี้ แต่สนใจเรื่องของลูกสาว นั่นเพราะเธอป่วยมาหลายวันแล้วแต่ไม่ยอมฟื้นขึ้นมาเสียที แม้หมอจะบอกว่าเธอไม่เป็นอะไรก็ตาม

หลี่กวงที่ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกสักเท่าไร แต่ครั้งนี้กลับแสดงความกังวลออกมาไม่น้อยเลย

“หากอาเหมยยังไม่ตื่น พ่อคิดว่าคงต้องพาไปโรงพยาบาลในเมืองแล้วล่ะ” เสียงของเขาเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

“ฉันเห็นด้วยนะพี่ อย่างน้อยหมอในเมืองน่าจะตอบเราได้ว่าทำไมอาเหมยถึงยังไม่ฟื้น” เฉินรุ่ยเมิ่ง แม่เลี้ยงของหลี่เหมยพูดด้วยเสียงที่เป็นกังวลไม่ต่างกัน

แม้ว่าเธอจะเป็นภรรยาคนที่สองของหลี่กวง แต่ก็รักลูกของเขาทั้งสองคนไม่ต่างจากลูกของเธอเอง นั่นเพราะแม่ของหลี่เหมยตายเพราะเสียเลือดมากตอนคลอด และตอนนั้นเธอเองก็ถูกแม่บังคับให้แต่งกับบ้านหลี่เพราะเงินสินสอด

แต่เมื่อแต่งมาแล้วก็เกิดความรักให้กันจนมีลูกสาวหนึ่งคน และถึงแม้หลี่เหมยจะร้ายกาจสักต่อคนรอบข้างสักแค่ไหน ทว่าเธอก็รักครอบครัวมากเหมือนกัน

“พี่รองจะฟื้นขึ้นมาใช่ไหมคะพ่อ แม่ พี่ใหญ่”

เด็กสาววัยสิบสี่จะเข้าสิบห้าพูดออกมาน้ำตาคลอ เธออยากให้พี่สาวหายจากอาการป่วย ถึงแม้หลี่ลู่หรานจะไม่ร้องออกมาให้เห็นแต่น้ำเสียงก็สะอื้นไม่น้อย

“อย่าร้องเลย อาเหมยต้องฟื้นสิ เชื่อพี่เถอะนะเสี่ยวหราน”

พี่ชายคนโตอย่างหลี่ซือหยวนเข้ามาโอบกอดน้องสาวคนเล็กอย่างปลอบโยน เขารู้อาการเสียใจนี้ดี เพราะเวลานี้ใจเขาก็แทบขาดแล้วเหมือนกัน ที่น้องสาวคนรองอย่างหลี่เหมยป่วยแบบไร้สาเหตุ และตอนนี้เธอก็ยังไม่ยอมฟื้นขึ้นมาทั้งที่หลายวันแล้ว ซึ่งท่าทางของเธอเหมือนกันคนนอนหลับ

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Nattery
Nattery
เนื้อเรื่องน่าติดตาม สนุกดี ยังมีคำผิด ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2026-04-27 18:00:00
0
0
57 Bab
เวรแล้วไงเข้ามาในนิยายที่เขียน 1.1
เวรแล้วไงเข้ามาในนิยายที่เขียนเสี่ยวหลิง นักเขียนนิยาย เธอเขียนได้ทุกแนว แต่เวลานี้ต้องการเงินมากจึงเร่งปั่นนิยาย ซึ่งแนวที่กำลังทำเงินก็คือนิยายจีนย้อนยุค เธอจึงตัดสินใจเขียนขึ้นมาเรื่องหนึ่ง ตอนแรกตั้งใจจะเขียนจีนโบราณแต่บอกตามตรงว่าไม่ถนัดเลยต้องเขียนแนวนี้แทนการเขียนนิยายแต่ละเรื่องไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ไหนจะต้องหาข้อมูล กว่าจะเค้นเนื้อหาและเขียนออกมาได้แต่ละตอนต้องกินยาแก้ปวดไปหลายเม็ด จะบอกว่าหลายกระปุกก็ไม่ใช่เรื่องโกหก“เฮ้อ...วางพล็อตเสร็จแล้วเหลือแต่ทรีทเม้นท์นี่สิจะทำยังไงดีละเสี่ยวหลิง” หญิงสาวบ่นกับตัวเองเล็กน้อย เนื่องจากเธอเป็นนักเขียนที่ชอบดั้นสดมากกว่าทำทรีทเม้นท์เส้นเรื่องไว้ “แกก็ดั้นสดสิ จะยากอะไร สรุปจะกินไหมข้าวน่ะ พวกฉันทำเสร็จแล้ว มีหมูกระทะด้วย จะกินก็รีบมา”เสียงของเพื่อนสนิทดังขึ้น ทำให้เสี่ยวหลิงรู้แล้วว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่คนเดียว!!หนำซ้ำวันนี้ทุกคนนัดกันกินหมูกระทะที่ห้องของเธอ แต่เจ้าตัวกลับลืมเสียสนิท มันน่าไหมล่ะ!“อ้าว! ฉันลืมเสียสนิทเลยว่านัดพวกแกมากินหมูกระทะ แต่ขอเขียนสักตอนก่อนได้ไหม แล้วค่อยไปกิน กำลังสมองแล่นเลย” เสี่ยวหลิงยังคงดื้อรั้น เธอต้องก
Baca selengkapnya
เวรแล้วไงเข้ามาในนิยายที่เขียน 1.2
แต่แล้วขณะที่ทั้งบ้านกำลังกังวลใจอยู่นั้น ร่างที่นอนอยู่กลับมีปฏิกิริยาขึ้นมา ซึ่งหลี่ลู่หรานเห็นเข้าจึงรีบบอกทุกคนอย่างดีใจ “ทุกคนดูนั่นสิ นิ้วพี่รองเหมือนจะขยับ”“นั่นสิ นิ้วของอาเหมยขยับจริง ๆ ครับพ่อ แม่”หลี่ซือหยวนดีใจไม่น้อยแล้วรีบบอกพ่อกับแม่เลี้ยง ที่เขารักและเคารพเธอเหมือนแม่ตัวเองตอนนี้ทุกคนยิ้มได้แล้ว แต่ก็ยังอยากจะพาหลี่เหมยเข้าเมืองเพื่อไปตรวจที่โรงพยาบาลสักครั้ง และคิดว่าเมื่อเธอฟื้นจะรีบพาไปทันทีส่วนร่างของหลี่เหมยที่กำลังนอนอยู่นั้น เริ่มขยับเปลือกตาเล็กน้อย ก่อนจะลืมตาขึ้นมา เมื่อเห็นบรรยากาศรอบกายเปลี่ยนไป เธอจึงลุกพรวดด้วยความตกใจ“พวกคุณเป็นใคร” นี่คือคำถามแรกที่เธอถาม และคำถามนี้สร้างความตกใจให้กับคนภายในห้องไม่น้อยเลย นั่นเพราะกลัวว่าเกิดการกระทบกระเทือนที่สมอง ทุกคนจึงมีความเคร่งเครียดและกังวลอาการของเธออย่างเห็นได้ชัดขณะนั้นเอง หลี่เหมยกรีดร้องออกมาเหมือนกับเจ็บปวดมาก เธอเอามือกุมศีรษะไว้ ก่อนจะมีภาพเรื่องราวต่าง ๆ ฉายชัดเข้ามาในหัว ทำให้รู้ว่านี่คือร่างของหลี่เหมย นางร้ายในนิยายที่เธอเขียน!‘นี่ฉันเข้ามาในนิยายเหรอเนี่ย!’ ใช่แล้ว เธอคือเสี่ยวหลิงที่ตายเพ
Baca selengkapnya
ระบบแลกเปลี่ยนสินค้า 1.1
ระบบแลกเปลี่ยนสินค้าเมื่อพ่อแม่ออกไปหมดแล้ว หลี่ลู่หรานก็ดูพี่สาวอีกพักหนึ่ง พอพี่ชายกลับมาเธอจึงออกมาเพื่อต้มยา หวังว่าพี่สาวจะตื่นขึ้นมาในเร็ว ๆ นี้ส่วนพี่ชายอย่างหลี่ซือหยวนก็รีบออกมาทำงานเหมือนกัน แต่วันนี้เขาเข้าเมืองเพื่อไปใช้แรงงานในตลาดมืด เพราะนั่นจะทำให้ครอบครัวมีเงินเก็บไว้ใช้ยามจำเป็นหลี่เหมยเมื่อเห็นว่าทุกคนไม่อยู่แล้วก็รีบลุกขึ้นแล้วสะบัดศีรษะเล็กน้อยเพื่อคลายความมึนงง ไม่คิดเลยว่าเพราะไม่ค่อยได้พักผ่อนจากการที่เขียนนิยายเรื่องต่อเรื่องจนตัวเองต้องเข้ามาอยู่ในนิยายที่กำลังเขียน และเพิ่งเขียนได้ไม่กี่ตอนแม้จะวางโครงเรื่องไว้หมดแล้วก่อนตาย แต่ก็ไม่มีเนื้อเรื่อง แล้วแบบนี้เธอจะทำอย่างไรต่อไป“ฉันคงต้องเดินเรื่องต่อเอง ไม่รู้ว่าพระเอกของเรื่องจะนิสัยอย่างไร หากมาหลอกหลี่เหมย ฉันคงไม่เอาไว้แน่ พระเอกก็พระเอกเถอะ นางร้ายพ่วงตำแหน่งคนเขียนเรื่องนี้มีหรือจะไม่ทันเกม ว่าแต่นางเอกคือสหายของร่างนี้ใช่ไหม หากมีสหายหน้าไว้หลังหลอกแบบนี้อย่ามีเสียดีกว่า”หญิงสาวพูดกับตัวเอง โครงเรื่องต่อให้วางไว้แล้ว แต่เธอคือคนเขียนมีหรือจะเปลี่ยนไม่ได้ ในเมื่อพระนางอยากอยู่ด้วยกันก็ปล่อยไป เธอจะ
Baca selengkapnya
ระบบแลกเปลี่ยนสินค้า 1.2
หลี่เหมยแทบจะร้องเมื่อน้องสาวบอกจะเอายามาให้ ยุคนี้ชาวบ้านมักจะกินยาต้มซึ่งมันขมมาก ยาเม็ดส่วนมากจะใช้ในโรงพยาบาลใหญ่ หรือโรงพยาบาลของทหาร นั่นเพราะว่ามันมีราคาแพง“แต่พี่รองต้องกิน พี่ใหญ่สั่งไว้ค่ะ” เด็กสาวไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน นอกจากหมออีสั่งแล้วพี่ใหญ่ยังสั่งไว้ก่อนไปทำงานว่าต้องให้พี่รองกินยาด้วยพอเห็นหน้าตาของหลี่ลู่หรานที่เกือบจะร้องไห้อยู่แล้ว ก็ตัดสินใจพยักหน้ายินยอมดื่มยา เด็กสาวเห็นอย่างนั้นก็ดีใจรีบวิ่งออกไปเพื่อเอายาเข้ามาทันทีหลังจากดื่มยาขมหมดแล้ว หลี่เหมยแทบร้องไห้ เพราะว่ายามันขมกว่าที่เธอคิดไว้มาก“พี่อยู่คนเดียวได้ไหม เดี๋ยวฉันจะไปบอกพ่อกับแม่ก่อนว่าพี่ตื่นแล้ว พอดีพ่อสั่งไว้น่ะ” หลี่ลู่หรานบอกกับพี่สาว“งั้นเราไปพร้อมกับดีกว่าเพราะตอนนี้พี่เองก็ไม่มีอาการอะไรแล้ว ออกจากบ้านสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน ขยับร่างกายสักหน่อยจะได้สดชื่น”หลี่เหมยอยากออกไปสูดอากาศสักหน่อย บรรยากาศชนบทแบบนี้เธอชอบมากเพราะไม่มีมลพิษเหมือนที่เธอเคยอยู่อย่างไรล่ะ และตอนนี้ร่างกายก็ไม่เป็นอะไรแล้วอีกอย่างเธออยากทดลองระบบเหมือนกันว่าจะมีอะไรแลกเปลี่ยนได้บ้าง พรุ่งนี้จะได้ออกมาคนเดียว“อย่างน
Baca selengkapnya
ทวงคืนอย่างเจ็บแสบ 1.1
ทวงคืนอย่างเจ็บแสบหลี่ลู่หรานเดินคล้องแขนพี่สาวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะตลอดทาง ทำให้หลี่เหมยรู้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ร้ายไม่ใช่เล่นเหมือนกัน ถึงจะเป็นอย่างนั้นเธอมองว่าดีเหมือนกันจะได้ไม่โดนใครรังแก“ว่าแต่ความเรียบร้อยของน้องพี่หายไปไหนหมดแล้วเนี่ย เดินหัวเราะมาตลอดทาง ไม่กลัวใครเห็นแล้วตำหนิหรือไง”“โธ่...พี่รอง ฉันก็แค่หัวเราะอย่างสุขใจเท่านั้นเอง ไม่รู้ว่าคนพวกนั้นรู้ตัวหรือยังว่าพี่หลอกด่าน่ะ ฉันอยากจะหัวเราะให้ลั่นทุ่งไปเลย” เด็กสาวยังคงชอบใจกับสิ่งที่เจอก่อนหน้านี้ ถ้าไม่เกรงใจคงหัวเราะมากกว่านี้แล้ว“ป่านนี้น่าจะรู้แล้วล่ะ พวกนั้นไม่โง่นานหรอก แต่ตอนนี้เราน่ะหยุดหัวเราะได้แล้ว หากเกิดแม่ได้ยินเข้าจะดุเอาน่ะสิ พี่ไม่ช่วยนะ”พอได้ยินพี่สาวบอกแบบนั้น หลี่ลู่หรานรีบปิดปากตัวเองทันที ไม่นานทั้งสองก็เดินมาถึงไร่ที่พ่อกับแม่ทำงานอยู่“พ่อ แม่” สองพี่น้องประสานเสียงเรียกพร้อมกับโบกมือให้ เมื่อสองสามีภรรยาเห็นว่าใครมาก็รีบวางอุปกรณ์ลง แล้วเร่งเท้าเดินมาหาด้วยความร้อนใจ“นี่หายป่วยแล้วเหรอ แดดเปรี้ยงขนาดนี้เดี๋ยวจะไม่สบายเอาอีกนะ” เฉินรุ่ยเมิ่งรีบพูด พร้อมกับสำรวจร่างกายของลูกเลี้ยงอย่าง
Baca selengkapnya
ทวงคืนอย่างเจ็บแสบ 1.2
มีใครบ้างไม่รู้เรื่องที่ถังชุนเป้ยเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่หร่วนเจินฮ่าวคอยปกป้องและคอยเอาใจ เพราะเธอก็คือหลานสาวของน้องสะใภ้ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้าน และนี่คงเป็นสาเหตุที่เขาคอยเอาใจ และคอยช่วยเหลือเธอมาตลอด“เฮอะ! คิดเหรอว่าหลี่เหมยจะกล้า เธอรักฉันจะตาย แล้วจะมาประจานฉันทำไม ปล่อยไปเถอะอย่าไปสนใจเลย”เขายังคงคิดว่าหลี่เหมยนั้นไม่กล้าทำอย่างที่ประกาศ คิดว่าเธอทำแบบนี้เพราะเรียกร้องความสนใจเท่านั้น เลยไม่คิดจะสนใจส่วนหลี่ลู่หรานและคนบ้านรองหลี่ เมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นนิ่งเงียบก็ได้แต่มองหลี่เหมยพร้อมกัน และรอดูว่าเธอจะทำอย่างไรต่อไปหญิงสาวกระตุกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจแล้วมองไปทางอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง‘คิดว่าตีมึนทำเฉยแล้วฉันจะปล่อยไว้เหรอ ฝันไปเถอะ อย่างนั้นมาดูกันว่าใครกันแน่ที่จะอับอาย เงินและทรัพย์สินของหลี่เหมยคนก่อน ฉันคนนี้จะทวงคืนทุกอย่างเอง!’ “เสี่ยวหราน เราไปที่ห้องกระจ่ายข่าวกัน ในเมื่อเรียกมาคุยดี ๆ ไม่ชอบ อย่างนั้นก็ต้องประกาศให้คนรู้ทั่วหมู่บ้าน ให้ทุกคนรับรู้ไปเลย” หญิงสาวบอกน้องสาวและยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์“แต่ห้องกระจายข่าวมีคนคอยดูแลนะพี่รอง พี่จะเข้าไปใช้เครื่องขยาย
Baca selengkapnya
นี่คือพระเอกใช่ไหม 1.1
นี่คือพระเอกใช่ไหมเมื่อออกจากห้องกระจายเสียง หลี่เหมยก็รีบพาน้องสาวมุ่งหน้ากลับบ้าน เพราะรู้ว่าตอนนี้หร่วนเจินฮ่าวน่าจะไปตามหาตัวเธอที่นั่นแล้ว“พี่ใหญ่ หากหร่วนเจินฮ่าวคนนั้นไม่จ่ายเงินและไม่ยอมคืนของทั้งหมดให้พี่ พี่จะทำอย่างไร” เด็กสาวเอ่ยถามพี่สาว เธอคิดว่าชายคนนั้นคงไม่มีเงินคืนแน่ แล้วเงินจำนวนนั้นที่ยืมไปก็ไม่น้อยเลย“ต่อให้ได้คืนไม่ครบ พี่ก็ต้องเอาเท่าที่มีก่อน ส่วนที่เหลือให้เขาทำสัญญาผ่อนจ่ายไปว่าจะจ่ายคืนยังไง แต่ต้องจ่ายเป็นรายเดือนนะ พวกยุวปัญญาชนได้เงินเดือนด้วยนี่ พี่ได้ข่าวว่าได้เดือนละสามหยวน” หญิงสาวตอบกลับ ก่อนจะพูดต่อ“อีกอย่างบ้านหร่วนก็ให้เงินลูกชายมาจำนวนหนึ่ง เพื่อแลกไม่ให้ลูกชายคนเล็กต้องมาทำงานในชนบท อย่างน้อย ๆ พี่ต้องได้เงินคืนไม่ทั้งหมดแต่ก็เกือบหมดล่ะ ส่วนของหรือตั๋วคงยากที่จะได้ครบ”เธอบอกออกมาตามความทรงจำของร่างเดิม และตามที่เธอได้วางโครงเรื่องนิยายไว้“ในเมื่อบ้านหร่วนให้เงินเขามา แล้วทำไมผู้ชายคนนั้นยังมาขอยืมพี่อีกล่ะ ฉันไม่เข้าใจเลย” เด็กสาวถามอย่างไม่เข้าใจ ว่าทำไมชายคนนั้นถึงได้มาขอยืมเงินพี่สาวเธอทั้งที่เขาเองก็น่าจะมีเงินมาเหมือนกัน“เพราะเขา
Baca selengkapnya
นี่คือพระเอกใช่ไหม 1.2
เมื่อเห็นพ่อกับแม่ออกหน้าปกป้อง ทำให้หลี่เหมยรู้สึกดีไม่น้อย แต่เรื่องนี้เธอต้องจัดการและจบมันด้วยตัวเอง จึงเดินออกมาด้านหน้า“ทำไมฉันจะไม่กล้า ก่อนหน้านี้ฉันโง่ที่ชอบคุณ แต่ตอนนี้ฉันตาสว่างแล้ว แต่ก็นะ เรื่องชอบกับเรื่องยืมเงินและเอาข้าวของที่มีค่าของฉันไปมันคนละเรื่องกันเลย” เธอเว้นคำเล็กน้อยเพื่อดูท่าทีของทุกคน“ว่าอย่างไร คุณจะคืนเงินและตั๋วฉันเมื่อไร รวมถึงอาหารและของอย่างอื่นด้วย เอา...ดูซะสิ ตามรายการที่ฉันจดบันทึกนี่แหละ ไม่มีขาดสิ่งได้สักอย่าง”เธอเปิดสมุดให้ทุกคนดู และในนั้นเธอเขียนทุกอย่างเอาไว้ทั้งหมดเห็นอย่างนั้นหร่วนฮ่าวเฉินหน้าซีดลงทันที ไม่คิดว่าหลี่เหมยจะละเอียดอย่างนี้ แต่มีเหรอที่เขาจะยอมเสียผลประโยชน์หรือยอมควักกระเป๋าคืนเงินให้อีกอย่างเงินที่มีอยู่ก็ไม่ได้เหลือมากขนาดนั้น ก่อนหน้านี้เขาได้ซื้อเสื้อผ้าและของใช้ให้กับถังชุนเป้ยไปแล้วอย่างไรล่ะ“ฉันไม่มีคืนหรอก เธอจะโหดร้ายกับฉันขนาดนั้นเลยเหรอหลี่เหมย” น้ำเสียงประโยคสุดท้ายไม่แข็งกระด้างเหมือนตอนแรก นั่นเพราะว่าหร่วนเจินฮ่าวต้องการให้หลี่เหมยยอมจำนน เนื่องจากยังมั่นใจว่าเธอยังชอบตัวเองอยู่“หน้าด้าน! ยืมเงินหลี
Baca selengkapnya
อย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีก 1.1
อย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีกถังชุนเป้ยได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มมีสีหน้าไม่ค่อยดี เนื่องจากตอนนี้สายตาชาวบ้านทุกคนทุกคู่มองมาที่เธอเพื่อขอคำตอบ แต่ถ้าปฏิเสธว่าไม่เคยเอาอะไรมาจากหร่วนเจินฮ่าวเลย เธอก็จะกลายเป็นสตรีร้ายกาจแทนน่ะสิ เนื่องจากใครหลายคนก็เห็นว่าเขามักจะปกป้องเธอเสมอ และยังซื้อของมาให้เป็นประจำอยู่แล้ว“เอ่อ...ฉันไม่มีเงินหรอกนะ พี่ก็รู้ว่าบ้านฉันเป็นอย่างไร หรือพี่จะให้ฉันเอาของที่พี่ซื้อให้ไปขายล่ะ”เธอแสร้งบีบน้ำตาให้เห็น และยังทำตัวน่าสงสารเหมือนเดิม ซึ่งเรื่องนี้คนในหมู่บ้านรู้ว่าบ้านถังนั้นหากใครทำงานหรือหาเงินได้ทุกอย่างต้องส่งเข้ากองกลางทั้งหมด“ถ้าอย่างนั้นเธอเอาเสื้อผ้าที่ฉันซื้อให้ไปขาย แล้วเอาเงินมารวบรวมคืนหลี่เหมยก่อน เพราะไม่อย่างนั้นฉันต้องเดือดร้อนแน่”เขายังคงกดดันให้เธอช่วย ซึ่งสายตาก็มองเห็นภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านมองอยู่ ทว่าอีกฝ่ายกลับสงบนิ่งมากถังชุนเป้ยหันมาทางหลี่เหมยแล้วแสร้งบีบน้ำตาเรียกความสงสาร “หลี่เหมย เราสองคนเป็นสหายกันมานาน เธออย่าเพิ่งทวงเงินพี่เจินฮ่าวได้ไหม หากเธอทำได้ ฉันสัญญาว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับเขา”“เธออย่าทำอย่างนั้นเลย ฉันไม่ได้ต้องการผู้ชายคน
Baca selengkapnya
อย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีก 1.2
พูดจบก็จับมือน้องสาวเข้าบ้าน ส่วนพ่อกับแม่นั้นกลับไปทำงานต่อ“เก่งมากเลยพี่รอง ฉันสะใจมาก ไม่อยากจะเชื่อตาตัวเองเลย”หลี่ลู่หรานเข้าบ้านมาก็หัวเราะอย่างชอบใจ ไม่คิดว่าจะเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ที่พี่สาวของเธอดักเล่นงานฝ่ายนั้นทุกทางยิ่งการกระทำของเธอเธอยิ่งสะใจมาก ต่อไปผู้ชายคนนั้นคงไม่กล้ามายืมอะไรพี่สาวเธออีก“พี่ก็แค่ทวงของตัวเองคืนน่ะ เดี๋ยวพี่จะออกไปเดินเล่นสักหน่อย เธอก็อ่านหนังสือไปก็แล้วกัน” หลี่เหมยอยากไปทดลองระบบเสียหน่อย และอยากรู้ว่าเมื่อเธอซื้อสินค้ามันจะเอาออกมาได้จริงไหม“ให้ฉันไปด้วยไหมพี่รอง” เด็กสาวรีบเสนอตัวทันที“ไม่เป็นไรหรอกพี่จะไปเดินเล่น เรานั่นแหละอ่านหนังสือไปเถอะ อย่าให้คะแนนตกล่ะ เพราะหากเมื่อไรที่เปิดการสอบเกาเข่าอีกครั้ง พี่จะส่งเธอเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเอง”“พี่ก็พูดไป ไม่รู้เมื่อไรที่มหาวิทยาลัยจะเปิดให้เรียนอีกครั้ง แค่จบมัธยมปลายก็พอแล้ว ฉันก็จะสอบเข้าทำงานดี ๆ เพื่อหาเงินเลี้ยงทุกคนเอง”หลี่เหมยได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน เธอมั่นใจว่าเมื่อถึงวันนั้น หลี่ลู่หรานจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แน่นอน อย่าลืมว่าเธอคือคนเขียนเรื่องนี้เองหญิงสาวเดิน
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status