เข้าสู่ระบบทะลุมิติมาอยู่ในยุค60 ที่กำลังประสบปัญหาข้าวยากหมากแพง สามีที่เจ้าของร่างเดิมแต่งงานด้วยก็พึ่งพาไม่ได้ เธอรู้สึกว่าชีวิตคู่กับเขาช่าง ‘เสียเวลา’ และ ‘การหย่า’ คือเป้าหมาย จากนั้นเธอจะออกไปใช้ชีวิตให้ดีกว่าเดิม
ดูเพิ่มเติมหลังจากที่ปิดร้านแล้ว หลินเสี่ยวเหยาก็ให้หลินชงเมิ่งผู้เป็นอาและจ้าวหนิงลูกจ้างวัยสิบแปดนำอาหารในร้านที่แบ่งไว้กลับไปกินที่บ้านเธอนับเงินที่ขายได้วันนี้ หักต้นทุนวัตถุดิบออกแล้วและหักค่าจ้างเฉลี่ยรายวันออกก็ได้กำไรมากถึงสิบห้าสิบหยวน ทำงานวันเดียวเทียบเท่าเงินเดือนครึ่งเดือนของคนทั่วไป“กำไรวันละสิบห้าหยวน เดือนหนึ่งก็สี่ร้อยห้าสิบหยวน ถือว่าไม่เลว” ไป๋เจิ้งฉวนมองดูจำนวนเงินที่ภรรยาคำนวณออกมาก็ยิ้มอย่างพอใจ“ร้านของพ่อกับแม่ทำกำไรวันละยี่สิบกว่าหยวน บางวันทะลุสามสิบหยวนคุณยังไม่ตื่นเต้นเท่านี้เลย” เธอส่ายหน้ากับท่าทางตื่นเต้นนั้น“นั่นในตำบลนะ แต่นี่เราขายในหมู่บ้าน ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่จะมีลูกค้าต่างถิ่นแวะมา แล้วอีกอย่างโรงงานซาลาเปาของคุณก็ทำกำไรได้เดือนละพันกว่าหยวน แซงหน้าร้านฉันไปแล้ว ตั้งแต่มีเครื่องจักรมาช่วยก็ทุ่นแรงและสร้างกำไรมากกว่าเดิมเกือบสามเท่า” เขาเองก็พูดถึงความร่ำรวยของภรรยาเดิมทีเขาต้นทุนต่ำกว่าเธอกำไรมากกว่าและขยายกิจการได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่เธอค่อย ๆ ทำไปอย่างไม่เร่งรีบ เก็บเงินเปิดโรงงานแล้วเพิ่มปริมาณการผลิตจนกำไร
หลังจากย้ายมาอยู่ที่เรือนหอ คู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันก็ยังคงทำงานสร้างตัวเหมือนอย่างเคยบ้านเดิมของหลินเสี่ยวเหยาถูกปรับปรุงเป็นร้านอาหาร ขายหมี่ไก่ฉีก ขายซาลาเปา โดยที่เธอจ้างคนในหมู่บ้านให้มาช่วยดูแลเป็นลูกมือสร้างรายได้ให้แก่เด็กสาวในหมู่บ้านที่ไม่มีงานทำ และจ้างหลินชงเมิ่งอาของเธอให้มาเป็นผู้ดูแลร้านเพื่อให้เขามีรายได้ลูกชายของเขาถูกจับกุมข้อหาปล้นชิงทรัพย์ และอาสะใภ้ก็ติดการพนันโดยมีชายชู้เป็นผู้ชักชวน เขาต้องขายบ้านและที่ดินเพื่อชดเชยให้แก่คู่กรณี และประกันตัวสองแม่ลูก จากนั้นจึงหย่ากับภรรยาที่ไร้ศีลธรรม หลินเสี่ยวเหยาเป็นคนที่รับซื้อบ้านของเขาเอาไว้แล้วยกให้ผู้เป็นอาได้อาศัยอยู่ต่อโดยไม่คิดค่าเช่าส่วนโรงงานทำซาลาเปาในตำบล นอกจากจะผลิตซาลาเปาเพื่อส่งขายจำนวนมากแล้ว ก็ยังมีหน้าร้านที่นึ่งขาย หลินเสี่ยวเหยาเข้าไปดูแลสัปดาห์ละหนึ่งถึงสองครั้ง เพราะเธอจ้างผู้จัดการโรงงานให้คอยดูแลแทนเธอ แล้วยังมีพนักงานบัญชีที่เธอจ้างให้ดูแลเรื่องการทำบัญชีโรงงานและรายรับรายจ่ายประจำวัน ไม่รับพนักงานที่เป็นญาติกันเพื่อป้องกันการทุจริต แนวคิดของภรรยานั้นทำให้ไป๋เจิ้งฉวนทึ่งอ
เดือนเจ็ดปีนั้น เรือนหอที่สร้างใหม่ก็เสร็จสมบูรณ์ ที่ใช้เวลาการก่อสร้างนานหลายเดือนนั่นก็เป็นเพราะว่าบ้านหลังนี้ออกแบบโดยหลินเสี่ยวเหยา ซึ่งทำให้เป็นรูปแบบสมัยใหม่ แต่แปลกตาสำหรับคนชนบทในยุคนี้“บ้านหลังใหม่ของไป๋เจิ้งฉวนที่สร้างสำหรับเป็นเรือนหอ เหมือนบ้านที่เคยเห็นในเมืองเลย ไม่คิดว่าจะมีคนสร้างบ้านแบบนี้ในชนบท”“นั่นสิ บ้านสองชั้นก่ออิฐฉาบปูนปิดแล้วทาสีขาวสว่างไปทั้งหลังแบบนี้ หน้าต่างก็เป็นกระจกทั้งบาน หากไม่ร่ำรวยจริงไม่สามารถทำได้แน่”เสียงของชาวบ้านที่ผ่านบ้านหลังใหม่นั้นหยุดมองอย่างชื่นชมหลินเสี่ยวเหยาและไป๋เจิ้งฉวนที่ยืนสำรวจรอบ ๆ บ้านอยู่ภายในรั้วปูนปิดทึบก็มองกันแล้วอมยิ้มรับความชื่นชมนั้นเอาไว้“บ้านเสร็จแล้ว ต่อไปก็แต่งงานกันนะ ฉันจะให้แม่หาฤกษ์ที่เร็วที่สุดเอาไว้ ถ้าไม่ติดว่านี่เป็นเดือนเจ็ด เดือนผี ฉันคงแต่งงานกับเธอตั้งแต่เดือนนี้แล้ว” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เสียดาย“เรารอมาตั้งหลายเดือน รออีกสักสองเดือนจะเป็นอะไรไปเล่า เถ้าแก่ไป๋” เธอเรียกเขาด้วยฉายาที่ชาวบ้านเรียกกันนอกจากจะสร้างเรือนหอหลังใหม่สำหรับตนเองแล้ว ก็ยังซื
เทศกาลปีใหม่ ร้านรวงทุกร้านต่างก็ปิดตัวลง ยกเว้นร้านหมี่ไก่ฉีกของสกุลไป๋ที่ยังเปิดขาย และเพิ่มจำนวนการขายน้ำปรุงรสและลูกชิ้นไก่เด้งสำหรับคนที่อยากซื้อกลับบ้านเป็นสองเท่า ในขณะที่แบบหมี่ไก่ฉีกที่ปรุงสำเร็จลดลงมาเพราะคนส่วนใหญ่จะซื้อไปทำกินเองกับครอบครัว เป็นกิจกรรมทำอาหารร่วมกันกับหมี่ไก่ฉีกที่ขึ้นชื่อตอนแรกพวกเขาไม่คิดจะเปิดร้าน อยากจะหยุดฉลองเทศกาลกับครอบครัว แต่หลินเสี่ยวเหยาบอกว่าในช่วงเทศกาลที่ใคร ๆ ต่างก็ปิดร้านเพื่อเดินทางไปฉลองเทศกาล ร้านค้าเปิดน้อย หากเปิดในช่วงนี้ต้องขายดีมาก ๆ พวกเขาจึงไม่อยากพลาดโอกาสนี้ และทำตามคำแนะนำของเธอ และพบว่าขายดีมาก ๆเช่นเดียวกับโรงงานทำซาลาเปาของหลินเสี่ยวเหยา เธอถามความสมัครใจของคนงาน ใครที่ไม่ได้ลาหยุดก็จะให้เงินพิเศษในช่วงวันหยุดเทศกาลนี้ เร่งทำซาลาเปาออกมาในจำนวนที่เพิ่มจากเดิม จากที่สามารถทำได้วันละสามพันลูกก็เร่งทำเป็นวันละห้าพันลูกเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการซาลาเปาของเธอกลายเป็นของฝากขึ้นชื่อประจำตำบล ช่วงแรกขายในจำนวนจำกัด รายได้พอเพียงและคงที่ในจำนวนหลักร้อยหยวนต่อเดือน แต่พอลงทุนสร้างเป็นโรงงาน ก็สร้างรายได้ห
หลังจากกลับมาส่งไป๋จวงจวงจนถึงบ้านแล้ว ไป๋เจิ้งฉวนก็ย้อนกลับไปเพื่อที่จะอยู่เฝ้ายามที่หน้าบ้านของหลินเสี่ยวเหยาเมื่อไปถึงก็พบว่าประตูหน้าเรือนนั้นไม่ได้ปิดสนิท เขาเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล จึงเปิดประตูเข้าไปแล้วพบว่าเธอไม่อยู่ในบ้าน และดูเหมือนว่าจะไม่ใช่การเต็มใจออกไปด้วยตนเอ
หมี่ไก่ฉีกและลูกชิ้นไก่ของร้าน “ไป๋หมี่คลุก” ลูกค้าที่ได้ลองชิมต่างพูดกันปากต่อปาก ไม่นานนัก ข่าวลือเรื่อง “หมี่ไก่ฉีกสูตรพิเศษ” ก็เริ่มกระจายไปทั่วตำบล คนมากมายแวะเวียนมาลองซื้อไปชิมไม่ขาดสายบรรยากาศรอบร้านเต็มไปด้วยเสียงชื่นชมจากลูกค้า และรอยยิ้มของพวกเขาคือสิ่งที่ยืนยันได้ว่าร้านหมี่ไก
เมื่อทุกอย่างเริ่มลงตัว หลินเสี่ยวเหยาหยุดรับคำสั่งซื้อเพิ่มเนื่องจากอยากควบคุมปริมาณและคุณภาพเอาไว้ รอให้เธอเก็บเงินได้มากและพร้อมกว่านี้ก็มีความคิดจะซื้อที่ดินทำโรงงานผลิตซาลาเปาและเปิดหน้าร้านขายทั้งปลีกและส่งตอนนี้รายได้ของเธออยู่ตัวแล้ว สามารถอยู่ได้อย่างไม่ขัดสนโดยไม่ต้องใช้สินเดิมด
หลังจากที่ปรึกษาเรื่องหัวใจกับหลินเสี่ยวเหยาแล้ว ซ่งเหยาก็กลับออกไปท่ามกลางสายตาของชาวบ้านที่มองพวกเขาด้วยความชื่นชมคนหนึ่งลูกชายสกุลซ่งที่กตัญญูเลี้ยงดูมารดาตามลำพัง ขยันและมุ่งมั่นจนเปิดเขียงหมูเล็ก ๆ เป็นของตัวเองได้ ส่วนอีกคนคือหญิงหม้ายสู้ชีวิตที่ขายซาลาเปาหมั่นโถวจนร่ำรวย ในสายตาของ

















