LOGINซูหย่าฉินดาราสาวตัวท็อปถูกบ้านถล่มทับตาย ทว่าตายแล้วก็ตายไป ทำไมถึงต้องเกิดใหม่มาเป็นภรรยานายทหารที่ถูกทิ้ง ซ้ำยังยากจนไม่มีแม้แต่น้ำข้าวให้กิน ยังต้องเลี้ยงลูกฝาแฝดวัย5ขวบอีก นี่มันเกิดใหม่แบบไหนกัน
View More"หยาหยา ลูกพาพี่ชายไปที่บ้านฮั่วก่อน พ่อกับแม่มีเรื่องที่จะต้องคุยกันให้ชัดเจน"เด็กทั้งสองหันมาสบตากันอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากบ้านไปอีกหน เซียวอี้เหยาลอบหันมามองชายตัวโต ในส่วนลึกของจิตใจคาดหวังว่าบิดาคนนี้จะสามารถทำให้มารดาของเขาเปิดใจยอมรับได้จริงๆ สักทีเมื่อเด็กๆ จากไปแล้วเซียวอี้หยางก็ประชิดตัวซูหย่าฉิน ตวัดแขนแกร่งโอบเอวบางดึงเธอมาแนบชิดตัว"ฉินฉิน อธิบายมาให้ชัดเจน"ไม่ต้องสอบถามซูหย่าฉินก็พอจะคาดเดาได้ว่าเรื่องที่เขาต้องการให้เธออธิบายนั้นเป็นเรื่องใด ทว่าเธอในตอนนี้ไม่รู้ว่าจะอธิบายต่ออีกฝ่ายอย่างไร ดังนั้นจึงทำได้เพียงเบนหน้าหลบสายตาคาดคั้นของคนตัวโต ทว่าเธอต้องการหลบแต่เซียวอี้หยางกลับไม่ต้องการให้เลี่ยง นิ้วยาวจับคางเรียวให้หันมาสบตาแล้วก้มลงจุมพิตริมฝีปากบาง ทั้งขบเม้มทั้งดูดกลืนลมหายใจของหญิงสาว จนเมื่อเห็นว่าเธอหายใจไม่สะดวกจึงยามปล่อย แต่ก็ยังคงไม่ยอมถอยห่าง"ฉินฉิน ฉันให้เธอพูดอีกครั้งยังคิดหย่ากับฉันอยู่หรือไม่""เรื่องนี้ฉัน..."พูดยังไม่ทันจบริมฝีปากบางก็ถูกครอบครองปิดกั้นอีกหน ทว่ารุนแรงกว่าครั้งแรก เอวบางถูกมือหนาจับยกตัวเธอวางลงบนโต๊ะอาหาร ก่อนที่ร่าง
เซียวอี้หยางกำลังฝึกนายทหารในสังกัด ฉั่วโม่เฉินก็รีบวิ่งมารายงานว่า ซูหย่าฉินและลูกๆ ทั้งสองคนของเขา ถูกผู้ชายหน้าตาดีดูมีฐานะคนหนึ่งพาขึ้นรถยนต์ออกไปทานข้าว มือหนาพลันกำเข้าหากันแน่น ไม่พูดให้มากความก็ไปเอารถทหารขับออกจากค่ายไปในทันที แน่นอนว่ารถคันนี้เป็นรถประจำตำแหน่งของเขา เพียงแต่เมื่อก่อนเขาคิดว่ารถราชการก็ควรใช้ในกิจของราชการ ดังนั้นที่ผ่านมาจึงไม่เคยขับรถคันนี้ไปทำเรื่องส่วนตัวเลยสักครั้ง ร้านอาหารในเมืองเจิ้งไห่มีไม่ถึงสิบร้าน ดังนั้นใช้เวลาไม่นานเซียวอี้หยางก็พบคนที่ตามหา สองขายาวก้าวเข้าไปด้านในด้วยท่าทางร้อนรน สีหน้าดุดันจนแม้แต่ฮั่วโม่เฉินก็ไม่กล้าขัดขวาง"ซูหย่าฉิน"เสียงเรียกที่เข้มงวดทำให้ซูหย่าฉินที่กำลังดื่มน้ำส้มสำลักออกมาเบา ในขณะที่เซียวอี้หยางเดินมาประชิดตัวคนแล้ววางมือหนาโอบไหล่บางเอ่ยเสียงหนักแววตาแข็งกร้าวจ้องมองไปยังชายแปลกหน้าที่กล้าชวนภรรยาของเขาออกมากินข้าวลับหลัง"ฉันเซียวอี้หยาง สามีของซูหย่าฉิน พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วนขอตัวก่อน"พูดจบก็ตวัดแขนอุ้มคนที่เพิ่งสำลักน้ำขึ้นแนบอกแล้วพาเดินออกจากร้านอาหารไปในทันที แน่นอนว่าเด็กทั้งสองคนต่างก็เร่งวิ่งตามออกมา
ซูหย่าฉินกลับมาที่บ้านพักในช่วงบ่าย คิดถึงท่าทีสนิทสนมของผู้กองจ้าวเฉินและชุ่ยผิงอันหัวใจที่หนักอึ้งก็พลันผ่อนคลายลงอย่างชัดเจน ดูเหมือนว่าเส้นเรื่องทั้งหมดจะเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ "แม่คะ วันนี้พวกเราจะไปที่ร้านผ้าไหมคะ""ไปสิ"ไม่เพียงแค่ไปร้านผ้า เธอยังต้องเอาสมุนไพรในระบบออกไปขายด้วย ดังนั้นหลังจากจัดแจงเรื่องภายในร้านผ้าแล้วหญิงสาวก็ฝากเด็กๆ ไว้กับซิ่วจื่อฮั่ว ก่อนจะปลีกตัวไปยังร้านกวงซิน โดยใช้วิธีการเดิม นั่นก็คือซื้อรถลากและตะกร้าสานนับสิบใบวางเรียงบทรถ ก่อนจะใช้ผ้าคลุม และลอบเอาสมุนไพรในมิติออกมาอย่างแนบเนียน"เธอ... ในที่สุดเธอก็มาแล้ว"เป็นเถ้าแก่ฉินที่ร้องด้วยความยินดีในทันทีเมื่อเห็นซูหย่าฉินลากรถลากมายังหน้าร้าน"สวัสดีค่ะเถ้าแก่ฉิน ต้องขอโทษด้วยที่ฉันหายหน้าไป พอดีที่บ้านเกิดเรื่องนิดหน่อย""ไม่เป็นไรๆ ว่าแต่วันนี้เธอมีสมุนไพรอะไรมาขายบ้าง"ซูหย่าฉินไม่ได้เอ่ยตอบ แต่เปิดผ้าคลุมบนรถลากออก เถ้าแก่ฉินก็พลันตกใจเบิกตากว้างรีบเข้าไปตรวจสอบสินค้า ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นวิตกกังวล"ที่ร้านมีเงินสดไม่พอ เธอรอหน่อยได้ไหม ฉันจะโทรฯ หาคุณชายให้มาจัดการเรื่องเงินให้""ได้เลยค่ะ ฉันจะร
เช้าวันต่อมาแม้จะรู้ว่าไม่เหมาะสม ทว่าซูหย่าฉินก็ไม่อาจต้านทานความกังวลในใจของตนเอง สุดท้ายก็ขอติดตามเซียวอี้หยางไปยังคณะศิลปะของกองทัพด้วย หากเขากับชุ่ยผิงอันไม่อาจต่อต้านชะตาของเส้นเรื่อง เธอก็จะได้ตัดใจเสียแต่เนิ่นๆ เป็นเหตุผลที่ซูหย่าฉินใช้บอกตนเองในการติดตามชายหนุ่มมาที่คณะศิลปะของกองทัพ ทว่าส่วนลึกในใจกลับรู้สึกไม่ยินยอมอย่างไร้เหตุผลเซียวอี้เหยาใช้มือขวาอุ้มเซียวอี้หยา ในขณะที่มือซ้ายจับข้อมือเล็กของเซียวอี้เหยา ซึ่งยืนระหว่างกลางระหว่างเขาและซุหย่าฉิน เดินลงจากรถทหารตรงเข้าไปในเขตของคณะศิลปะของกองทัพ"เธอไม่ใช่ญาติของทหารในกองทัพ ไม่มีสิทธิ์สมัคร"เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งโวยวาย ณ.จุดรับสมัครลงทะเบียนเข้ารับการคีดเลือกเข้าคณะศิลปะของกองทัพ หัวใจของซูหย่าฉินพลันสั่นไหว ด้วยจดจำเรื่องราวเหล่านี้ได้ว่าเป็นสถานการณ์เหมือนกับในบทละครไม่มีผิดเพี้ยน ดวงตาเรียวลอบช้อนมองคนตัวสูงข้างกายที่กำลังจดจ้องไปยังเหตุการณ์ตรงหน้า"เกิดอะไรขึ้น"น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามทหารหญิงรูปร่างหน้าตาสะดุดตาตรงหน้า"ผู้กองเซียว! คุณมาแล้วหรือคะ ฉันจวิ้นหรานค่ะ วันนี้จะเป็นคนดูแลอำนวยความสะดวกให้คุณกับลูกๆ ค่ะ
"ห้ามแตะต้องแม่!!"น้ำเสียงและท่าทางที่แข็งกร้าวต่อต้านอย่างชัดเจนของเซียวอี้เหยาทำให้คิ้วหนาของเซียวอี้หยางขมวดเข้าหากันแน่น แม้ว่าแรกเริ่มความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเด็กชายตรงหน้าจะไม่ค่อยลงรอยกัน ทว่าตั้งแต่กลับจากเขตเมืองใต้แม้เซียวอี้เหยาจะไม่ได้แสดงออกว่ายอมรับในตัวเขา แต่ก็ไม่ได้ต่อต้านขัดขวาง
"พวกเราเข้าห้องนอนกันเถอะ"ได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม ซูหย่าฉินก็ถึงกับเบิกตากว้างมองคนตรงหน้าด้วยความตกใจ หากแต่ยังไม่ทันพูดอะไรร่างกายของเธอก็ถูกวงแขนแกร่งรวบรัดโอบอุ้มขึ้นแนบอก ไม่ถึงสามลมหายใจแผ่นหลังก็ถูกวางลงบนเตียงนุ่ม"คุณเซียว คุณจะทำอะไร"ทั้งที่รู้ชัดเจนถึงความคิดของเขาผ่านการกระทำ ทว่านอกจาก
สวีเจิ้งชุนและไป๋เมิ่งลี่ส่งคนถึงหน้าค่ายเสร็จก็ขอตัวกลับไปจัดการงานที่โรงงานต่อ โดยมีนายทหารในสังกัดของเซียวอี้หยางเข้ามาช่วยขนของเพื่อไปส่งยังเขตบ้านพัก และทันทีที่มาถึงหน้าบ้าน เซียวอี้เหยาและเซียวอี้หยาที่กำลังนั่งอยู่ที่ลานบ้านฮั่วก็รีบวิ่งมาหาคนเป็นแม่ทันที"แม่!"เสียงเล็กหวานขานเรียกพร้อมกั
"หย่าฉิน เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าป้ากับลุงของเธอจะไม่อยากทำ แต่ที่ดินกว้างขวางพวกเราสองคนเกรงว่า...""อย่างนั้นก็จ้างคนสักสิบคน หากทำเสร็จก่อนฟ้ามืดฉันจะจ่ายให้คนละหนึ่งหยวน"จางเสวี่ยนอิงและหม่ากั๋วอี้ได้ยินคำของหลานสาวก็เบิกตากว้าง ในยุคนี้แม้อาหารการกินจะหาได้ง่ายมากขึ้น ทว่าการจ้างงานก็ยังคงนิยมจ้างกล











