LOGIN“ทำไมคุณทำเหมือนเราไม่เคยทำมาก่อน” เจฟเงยหน้ามองหญิงสาวที่ทำหน้าเลิ่กลั่กเมื่อเขาพูด หญิงสาวตอนนี้ดูมองเขาแปลก ๆ ทั้งที่เขาก็มาหาเธอออกบ่อย แต่ก็ช่างเถอะ มันอาจจะเป็นวิธียั่วเขาแบบใหม่
“ก็เคย!” ตาบ้า มาบอกว่าฉันไม่เคยได้ยังห๊ะ ในฝันยังไงฉันก็เคยอยู่แล้ว ในฝันฉันอย่างเซียนบอกเลย ความในใจของยอดชีวันอยากจะว่าตอกหน้าหล่อ ๆ ของเขา แต่ไม่เอาไม่พูดดีกว่า ยอดชีวันยกลำแขนของตัวเองโอบลำคอของเขา แบบนี้ยังเรียกว่าไร้เดียงสาอยู่ไหม หึ ๆ ภายในใจของหญิงสาวกระหยิ่มยิ้มย่องในใจอย่างผู้ชนะ ไม่รู้อย่างไร เธอเหลือบเห็นมุมปากของเจฟยกยิ้ม “งั้นเหรอมิริน เขามาสนุกกันอีกรอบดีกว่า” เจฟว่าเสียงกระเส่าจัด ก้มกระซิบข้างหูของหญิงสาวนามว่ามิริน ก่อนหน้านี้พวกเขาก็สนุกกันอย่างสุดเหวี่ยงมาแล้วครั้งหนึ่ง พอเสร็จกิจเธอจะรีบกลับและทำตัวเฉยชากับเขาในช่วงพักหลังมานี้ โอ๊ย....ยอดชีวันค่ะยอดชีวัน “ยะ...” ยอดชีวันยังไม่ทันพูดชื่อตัวเองเลย ก็โดยชายหนุ่มจูบปากเธอ บีบปลายคางให้ยอดชีวันยอมให้เขาสอดแทรกปลายลิ้นเข้ามา เจฟกวาดต้อนหยอกเย้าปลายลิ้น จนยอดชีวันที่เพิ่งเคยเจอจูบแบบสูบเลือดสูบเนื้อ ยอดชีวันโดนจูบแบบนี้เข้าให้ร่างกายอ่อนระทวยซวยซบอกแกร่งเปลือย “...” เป็นเจฟเองที่รู้สึกประหลาดใจมากกว่าเดิม เพราะมิรินไม่ค่อยชอบให้เขากอดเท่าไหร่ แต่ครั้งนี้กับกอดเข้าเสียเอง ไม่ให้กอดเขาได้ยังไง ก็จูบเมื่อกี้ ทำเอายอดชีวันหน้าร้อนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิตนี้ เธอยังไม่ทันคิดอย่างอื่นแต่อย่างใด ก่อนเจฟจะจับขาเรียวของเธอโอบสะโพกแกร่ง “จะทำอะไร” “ก็ทำอย่างที่เคยทำอย่างไงล่ะครับ” เจฟบอกแค่นั้นแสยะยิ้มเหมือนตัวร้ายเข้าไปทุกที ยอดชีวันเห็นรอยยิ้มเขาก็ยิ่งเหมือนตัวร้ายในหนังต่างประเทศ ยอดชีวันยิ่งหายใจหายคอเมื่อเห็นว่าตัวเองเปลือยเปล่าแล้วความงามของกายสาวถูกชายหนุ่มมองด้วยสายตาพราวระยับไปด้วยความปรารถนา “จะ...ทำอะไร” “ทำไมคุณพูดมากจังวันนี้ มิริน” ก็ฉันไม่ใช่มิรินไง ถึงได้กล้าพูดออกมา โอ๊ย..แม่จ๋า ช่วยหนูด้วย ยอดชีวันแค่ต้องการเรียกสติของตัวเองกลับมาเท่านั้น พอมาหันมาเจอชายหนุ่มอีกครั้งก็เห็นกำลังทำอะไรบางอย่าง บางอย่างที่ว่าทำให้หญิงสาวตาโตเป็นไข่ห่าน เพราะเห็นฝ่ามือกำลังโอบรอบท่อนเนื้อสีเข้มนั้น ยอดชีวันแทบอยากจะสลบตายตรงนั้น แต่อีกใจก็อยากเห็น ถ้ามันเป็นฝันละก็ เธอจะทำอะไรก็ได้ไม่ผิด ฉะนั้น ปล่อยตัวปล่อยใจเลยค่ะ ยอดชีวันบอกตัวเองแบบนั้น เพียงเพราะว่ามันเป็นแค่ความฝัน ก็เลยปล่อยตัวออกไป เพราะอย่างไรนี่ก็ถือว่าเป็นฝันดีที่สุดในรอบหลายวันที่ผ่านมา ที่ฝันเห็นแต่ผีสางอะไรก็ไม่รู้ “อ่า...” เสียงหลุดครางออกมาจากริมฝีปากของยอดชีวัน แม้แต่ตัวเองก็ยังแปลกใจว่าทำไมถึงเผลอไผลขนาดนี้ ปกติเรื่องพวกนี้เธอแทบไม่รู้สึกอยากจะมี แต่ชายที่กำลังซุกไซ้ซอกคอ แถมฝ่ามือบีบเคล้นหน้าอกของเธออย่างหนัก “วันนี้คุณดู....เร่าร้อนผิดปกตินะครับ” เจฟผละหน้าออกมามองเธอที่กำลังทำหน้าตาเร่าร้อนเกินบรรยาย ใบหน้าของมิรินตอนนี้กำลังแดงซ่าน สายตาหลุบต่ำเหมือนเนียมอายไม่กล้ามองเขา ปกติเซ็กซ์ที่ผ่านมาพวกเขาทั้งสองไม่เคยกักต่อกันอยู่แล้ว แล้วทำไมวันนี้เธอถึงดูแปลกกว่าทุกวัน แต่เป็นแปลกที่เขาเองก็รู้สึกร้อนเร่าไปตามกัน ๆ เธอทำให้เขาทึ่งได้อยู่เสมอ แต่จะไม่ได้ยั่วยวนอะไรเขามากมาย แต่ก็ทำให้เขาดิ้นตามได้ พูดมากจัง ความฝันอะไร “พูดมาก....”ยอดชีวันตะเบ็งเสียงร้องเรียกเขา เจ้าของชื่อได้ยินถึงกลับหยุดนิ่งทันที เหลียวมองหญิงสาวที่กำลังวิ่งมาหยุดตรงหน้าเขาด้วยความเหนื่อยหอบเล็กน้อย จนเขาแปลกใจว่าเธอจะรับอะไรหนักหนา เขาไม่ได้ไปไหนเสียหน่อย “มีอะไรหรือครับ” “เราสองคนเคยเจอกันมาก่อนไหม” “ไม่เคยนะครับ” คำตอบของหนุ่มหน้าละม้ายคล้ายพระเอกทำให้เธอผิดหวังไม่น้อย ยอดชีวันรู้สึกผิดหวังขึ้นมา เสียจนคนชอบแกล้งไม่อยากแกล้งต่อ “ไม่ต้องร้องนะครับมิริน หรือ ให้ผมเรียกว่า ยอดชีวัน ดีครับ” คิ้วขมวดเป็นปมเข้าไปอีก ไม่เข้าใจที่เขาพูด “ผมชื่อ ธิเบตนะครับ ไม่ใช่ เจฟ ผมเคยเจอคุณในฝัน” “ถ้างั้น เราสองคนมาเป็นแฟนกันเถอะนะคะ ฉันไม่อยากเสียคุณไปอีก” “อะไรนะครับ” คราวนี้ธิเบตเองที่เป็นฝ่ายนิ่งงัน เพราะคำขอของหญิงสาวที่เพิ่งเจอและรู้จักยังไม่ถึงชั่วโมง เจ้าหล่อนก็ขอคนอื่นเป็นแฟนเสียแล้ว มันน่าตีจริง ๆ “เป็นแฟนฉันไหม ถ้าคุณไม่มีใครมาเป็นแฟนฉันเถอะนะ” ยอดชีวันไม่รีรอ เมื่อคิดว่าเขาคือ
ยอดชีวันพะวงแต่เรื่องของเจฟ เธอคิดถึงเขาเหลือเกิน “เป็นห่วงเขาขนาดนั้น” แม่มดยังคงไม่ยอมเรื่องราวของคนที่ยอดชีวันเป็นห่วง “บอกมาเถอะนะคะ เจ๊” ยังไม่ทันที่แม่มดจะตอบ ก็มีใครบางคนเปิดประตูเข้ามาเรียกความสนใจจากยอดชีวันได้ไม่น้อย แต่แม่มดมายาก็ยกยิ้มเหมือนรู้เหตุการณ์บางอย่าง “ป้าครับ ของที่แม่ผมฝากซื้อได้หรือยัง” น้ำเสียงแสนคุ้นหู ยอดชีวันอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างมองผู้มาเยือนแต่งตัวเรียบง่าย เสื้อยืดกางเกงยีน ผมเผ้าดูยุ่งเหยิง แต่ใบหน้าเหมือนกับพ่อพระเอกนิยายมากจนเธอไม่อยากจะเชื่อว่า คนหน้าตาแบบเจฟจะมีอยู่จริง “เจฟ” ยอดชีวันเผลอเรียกคนที่เพิ่งเข้ามาในร้านหนังสือเก่าที่ขายของสารพัดอย่างขยี้ผมตัวเองเบา ๆ เลิกคิ้วหญิงสาวตัวเล็กที่มองเขาอย่างอึ้งทึ่ง “เรียกผมเหรอครับคุณ” ชายหนุ่มหน้าใสเงยหน้ามองส่งยิ้มให้สาวตรงหน้า แต่เหมือนคนที่เขาฝันเมื่อคืนมากทีเดียว แถมชื่อเรียกที่คุ้นเคยในฝันสาวก็คล้ายเธอไม่น้อย “อ้าว มาแล้วเหรอจ๊ะ พ่อหนุ่มน้อยธิเบต แม่กลับมาจากต่างประเทศแล้วเหรอจ๊ะ”
ยอดชีวันตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอนของตัวเอง เธอรับรู้ได้ทันทีว่าเธอกลับมาอยู่ในโลกของเธอแล้ว ไม่มีอีกแล้วพระเอกนิยายของเธอ มีเพียงความว่างเปล่าของห้อง สายตาพลันเหลือบเห็นนิยายปกสีแดงที่นอนแน่นิ่งข้างกาย ถูกปิดสนิทเอาไว้ ครั้งล่าสุดเธอจำได้เธอเปิดมันเอาไว้แล้วคว่ำหน้าที่เธออ่านลงกับเตียงนอน “จบแล้วสินะ” ปลายนิ้วลูบปกนิยายเอาไว้ ก่อนนำมันแนบขึ้นบนอก เธอมองโทรศัพท์ พบว่า เรื่องราวต่าง ๆ มากมายในนิยายมันก็แค่หนึ่งคืนที่เธอฝันไป ยอดชีวันหยิบโทรศัพท์ติดต่อหาหัวหน้างานของเธอ ขอลางาน เธอไม่มีอารมณ์จะทำงาน วันนี้เธอต้องไปหาแม่มดที่ส่งเธอเข้าไปอยู่ในนิยาย แล้วเรื่องทุกอย่างมันไม่ใช่แค่ความฝัน ยอดชีวันใช้เวลาไม่นานในการอาบน้ำแต่งตัว ในใจภาวนาให้ร้านของยัยแม่มดยังอยู่ที่เดิมไม่หายไปไหน เพราะถ้าร้านหายไป เรื่องราวที่คลั่งค้างอยู่ในใจของเธอก็ไร้คำตอบ เธอไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น ลงมาถึงใต้คอนโด ยอดชีวันเรียกพี่วินเจ้าประจำไปที่ปากซอย ร้านของยัยแม่มดยังไม่หายไปไหน โชคดีเป็นของเธอ “ยัยแม่มด”
ยอดชีวันเริ่มเล่าเรื่องราวมากของตัวเองว่าแท้จริงแล้วตัวเองอยู่ในโลกอีกแห่งทำอะไรบ้าง ที่สำคัญ เธอบอกว่าตัวเองโสด แล้วเจอแม่มดในร้านหนังสือ แล้วพลั้งปากขอให้เธอมีแฟนพระเอกนิยายเรื่องนี้ อาจจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้ต้องมาเจอกับเขา “จริงเหรอที่มีแม่มด” ยิ่งฟังเรื่องราวของเธอ เจฟก็ยิ่งรู้สึกว่ามันลึกลับเข้าไปใหญ่ แต่วินาทีนี้ไม่มีอะไรที่เขาคิดว่ามันไม่เป็นความจริง แค่คิดว่าตัวเองเป็นแค่นิยายมันก็ห่อเยี่ยวหัวใจพอแล้ว จากต้องมาจากลาคนรักของเขาเป็นอะไรที่เศร้าเสียใจยิ่งกว่า แต่เขาก็เป็นคนมีเหตุผลมากพอ และอยากให้เธอใช้ชีวิตที่ปกติสุข สำหรับเขาแค่เห็นรอยยิ้มของเธอก็นับว่าเป็นความสุขแล้ว “จริงสิ” ทั้งคู่แลกเปลี่ยนความคิดกันไปมา ส่วนมากยอดชีวันมากกว่าที่เป็นคนเล่าเรื่องตัวเอง เจฟเห็นคนตัวเองในอ้อมแขนของเขาเป็นตัวของตัวเอง เขายิ่งรู้สึกเสียดายเวลาที่อยู่กับเธอน้อยเหลือเกิน คุยไปคุยมาหญิงสาวก็หลับในอ้อมอกของเจฟ โดยที่เขาไม่ลืมจุมพิตขมับของหญิงสาวด้วยความรัก ตอนนี้เขารู้แจ่มแจ้งแล้วว่าความรักเขาเป็นอย่างไร “ผมรักคุ
หลังจากทั้งสองกลับมาจากเดินเล่นชายหาด เจฟก็ยังไม่ยอมพูดอะไรออกมา มาถึงห้อง เขาก็นั่งนิ่งบนโซฟา จนเธอต้องมานั่งข้าง ๆ เขา เธอรู้ว่าตอนนี้เขากำลังช็อกอยู่ สีหน้าที่ดูเคร่งเครียดมันก็ทำให้เธอรู้สึกผิดต่อเขาไม่น้อย “เออ...คุณ” “คุณจะจากผมไปวันไหน” น้ำเสียงสั่นเครือ แววตาเออหล่นไปด้วยน้ำตา ยอดชีวันตกใจไม่น้อย ไม่คิดว่าที่เขาก้มหน้าก้มตาร้องไห้เพราะเธอ เหมือนเด็ก เจฟที่เห็นยอดชีวันที่ยิ้มมุมปากก็เกิดความสงสัยว่าเธอกำลังยิ้มอะไรกัน เขากำลังเสียใจ หรือเขารักเธออยู่คนเดียวอย่างนั้นเหรอ “คุณยิ้มอะไร” “ก็ยิ้มให้คนน่ารักสิค่ะ” ยอดชีวันแนบฝ่ามือแนบแก้มทั้งสองข้างของชายหนุ่ม ก่อนขยับไหวไปมา “อือ ผมกำลังร้องไห้อยู่นะ” ยอดชีวันฉีกยิ้มกว้าง เม้มปากก่อนจะพูดอะไรออกมา “ฉันรักคุณนะคะ” “หะ....” เขาดูตกใจ “ยอดชีวันรักคุณนะคะ พระเอกนิยายของฉัน ฉันสัญญาถ้ากลับไปฉันไม่ลืมคุณหรอกนะ” ปลายนิ้วเช็ดนิ้วขอบตาร้อนผ่าวของเจฟ ไม่คิดเลยว่าพระเอกที่เข้มแข็งจะมีมุมที่
ไม่นานทั้งคู่มาถึงห้องอาหารแสนหรูหราวชมวิวริมทะเล คนที่จองยิ้มร่า อวดฟันขาว ๆ เขากำลังมีความสุข ข้อนั้นยอดชีวันไม่อยากทำร้ายจิตใจของเขา เขาเริ่มรักเธอ.....คิดแค่นั้นจิตใจภายในของเธอก็สั่นไหว “เป็นอะไรหรือเปล่าครับที่รัก เดี๋ยวนี้ผมเห็นคุณเหม่อบ่อย” เจฟสังเกตเห็นสาวน้อยของเขาทำหน้าครุ่นคิด กำลังหนักใจอะไรสักอย่าง คิ้วเป็นโบตั้งแต่ตื่นขึ้นมา “กำลังคิดเรื่องคุณ” “หือ ผมมีอะไรให้คุณต้องคิด ผมเลิกเจ้าชู้แล้วเหอะ...ไม่มีแล้วเนี่ย ผู้หญิง หรือคนอื่น ไม่มีกิ๊กอีกแล้ว” เขาไม่ได้สัญญาเปล่า พร้อมชูสาวนิ้วขึ้นเหมือนลูกเสือ “คือ ฉันมีเรื่องจะบอก” “ครับ” เขารับคำสั้น ๆ มันก็ทำให้หัวใจดวงน้อย ๆ ของยอดชีวันเต้นรัวเร็ว “เอ่อ....” “ถ้าคุณมัวแต่อ้ำอึ้งอยู่แบบนี้ ผมขอก่อนแล้วกัน” จากนั้นคนตัวโตก็ลุกขึ้นยืน บรรยากาศในร้านดูเปลี่ยนไปแสงไฟที่จ้าเริ่มหรี่ลงจนมันสลัวเป็นสีส้มอ่อน ๆ ดนตรีเริ่มบรรเลงเพลงรัก พนักงานเดินอุ้มช่อดอกไม้ช่อใหญ่ตรงมาทางพ่อพระเอกหนุ่ม หัวใจของยอดชีวันที่เต้นแรงมันก็เริ่มเต้นแรงเข้า







