INICIAR SESIÓNเรื่องราวหลังจากยอดชีวันตกเข้าไปในอยู่ในนิยายเรื่องที่เพิ่งซื้อมาอ่าน พอได้โอกาสยอดชีวันก็ใช้โอกาสนี้แก้แค้นพระเอกแสนเจ้าชู้ที่ทำให้นางเอกต้องเสียใจ เรื่องนี้ยอดชีวันจัดการเอง จากเหตุการณ์นี้ทำให้ร่างกายเธอทรุดโทรมจนล้มป่วย เดือดร้อนแม่มดต้องมาเตือนเธอ....จนได้รู้ความจริงอย่างที่เธอคาด ตัวเองมาอยู่ในร่างของนางเอก ถ้าทำให้พระเอกหมดรักมากเท่าไหร่ ร่างกายของนางเอกก็จะยิ่งทรุดโทรมลงเท่านั้น ทางเดียวที่เธอจะได้กลับบ้านคือต้องทำให้ มิรินนางเอกของเรื่องสมหวังในรัก เธอจะทำได้อย่างไร ในเมื่อพระเอกมันเจ้าชู้เหลือเกิน อีกอย่าง เธอก็อ่านนิยายเรื่องนี้ไม่จบด้วย....
Ver másเนี่ยมันอะไรกัน!
สิ่งแรกที่หญิงสาวลืมตาขึ้นมาเพดานสีแดงจัด สายตาเหลือบไปเห็นสีดำที่ตัดกับห้องสีแดงได้เป็นอย่างดี อากาศหนาวเหน็บราวกับอยู่ขั้วโลกเหนือ ไม่สิ! ไม่ใช่แค่นั้น ตอนนี้เธอกำลังเปลือยเปล่ามือทั้งสองยกขึ้นสัมผัสผิวเนื้อของตัวเองไร้อาภรณ์ใด ๆ ดวงตากลมเบิกโพลงด้วยความตกใจ เธออยู่ที่ไหน? มันไม่ใช่คำถามของนางเอกละคร.... แต่เป็น ยอดชีวัน เองค่ะ กำลังอึ้งกับชีวิตตัวเองอยู่ตอนนี้ ตื่นมาก็อยู่ในห้องนี้ได้เยี่ยงไร เธอฝันแน่ ๆ กูฝันไปแน่ ๆ ฝันไป ต้องฝันไป ว่าแล้วหญิงสาวก็หยิกเนื้อตัวเองไปหนึ่งทีแรง ๆ จนถึงกลับต้องร้องออกมา “โอ๊ย...ไม่ได้ฝันเหรอเนี่ย” สมองของยอดชีวันยังไม่ทันประมวลผลก็มีผู้ชายร่างกำยำเปลือยเปล่าไม่ทั้งร่างกายเดินออกมาจากมุมมืดของห้อง ยอดชีวันที่สายตาสั้นเป็นทุนเดิมต้องหรี่ตามองชายคนนั้น หล่อมากค่ะ เสียงในหัวของยอดชีวันบอกแบบนั้น เธอไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมาเจอผู้ชายที่หล่อล่ำขนาดนี้ แม่เจ้าเว้ย..... เออว่าแต่ใครกัน? ยอดชีวันเอียงคอด้วยความสงสัย เธอสงสัยว่าตัวเองตกลงมาในโลกบ้าอะไรกันถึงได้พิลึกขนาดนี้ “Hello Mirin, are you ready?” เสียงทุ้มทรงเสน่ห์ก็ดังขึ้น ยอดชีวันขมวดคิ้วกับเสียงไม่คุ้น เกิดมาไม่เคยสนิทกับตัวผู้ตนใดมาก่อน ถึงได้อยู่เป็นโสดมาถึงทุกวันนี้ “มาฮัลหลง ฮัลโหลอะไร อ๊าย...นายเป็นใครเข้ามาห้องฉันได้ยังไง จะแจ้งตำรวจนะเว้ย....” ยังไม่ทันพูดจบชายร่างกำยำคนนั้นก็จับขาเธอดึงแรง ๆ แล้วมือหยาบกร้านนั้นก็จับผ้าห่อที่คลุมร่างอรชรออก เปิดเปลือยความงามแก่สายตาอันร้อนแรงที่ทอดมองมาที่ยอดชีวัน หญิงสาวงงงวยเป็นไก่ตาแตกกับสถานการณ์ตรงหน้าเป็นเวลาสี่วินาที ดีเลย์อีกสองวินาที มองใบหน้าหล่อเหลาเอาการของชายคนนั้นสลับกับมองร่างกายของตนที่ดูเซ็กซี่เกินไปกว่าเดิม มันไม่เหมือนร่างกายของเธอที่ส่องกระจกมองทุกวัน มันดูมีส่วนโค้งเว้า และเซ็กซี่กว่าเดิมเป็นไหน ๆ “มิรินทำไมคุณดูเปลี่ยนไป เมื่อกี้เรายังสนุกอยู่เลย” “พูดไทยได้ทำไมไม่ไอ้บ้า ใครเขาสนุกกับมึงเล่า ฉันไม่ได้ชื่อมิริน” คนยิ่งไม่สันทัดภาษาอังกฤษอยู่ คนที่เรียกเธอว่า มิรินขมวดคิ้ว สงสัยขึ้นมา แต่เขาไม่มีเวลามาสงสัย เพราะความต้องการของเขามันมากเหลือเกิน แต่ก็อดเตือนสติหญิงสาวให้มาสนใจงานตรงหน้า “ผมเจฟไงครับคนสวย” “เจฟ” เจฟ ชื่อนี้ช่างคุ้นหูเหลือเกิน เหมือนเธอได้ยินที่ไหนมาก่อน แต่มันก็คิดไม่ออก ความรู้สึกเหมือนติดอยู่หัว ในความทรงจำที่ไหนสักที่ โอ๊ย....ยอดชีวัน เธอจะหัวดีสักเรื่องไม่ได้หรือไง ขณะที่ผู้ชายคนนั้นก็นอกจากจะจับขาของเธอเอาไว้แล้วยังแทรกร่างกายอันแข็งแกร่งของตัวเองเข้ามาอยู่ระหว่างขาของเธอ ใบหน้าที่ยอดชีวันชมว่าหล่อก็เข้ามาซุกไซ้ซอกคอเรียกความรู้สึกเสียววาบไปทั่วกายสาวได้เป็นอย่างดี เธอเป็นอะไรกันแน่ ทำไมมาอยู่ตรงนี้ ต้องฝันไปแน่ ๆ ถ้าเป็นความฝันก็คงไม่แปลกหรอกนะ ถ้าจะมีซัมติงกับผู้ชายหล่อขนาดนี้ บุญกีแกแล้วยอดชีวัน!ยอดชีวันตะเบ็งเสียงร้องเรียกเขา เจ้าของชื่อได้ยินถึงกลับหยุดนิ่งทันที เหลียวมองหญิงสาวที่กำลังวิ่งมาหยุดตรงหน้าเขาด้วยความเหนื่อยหอบเล็กน้อย จนเขาแปลกใจว่าเธอจะรับอะไรหนักหนา เขาไม่ได้ไปไหนเสียหน่อย “มีอะไรหรือครับ” “เราสองคนเคยเจอกันมาก่อนไหม” “ไม่เคยนะครับ” คำตอบของหนุ่มหน้าละม้ายคล้ายพระเอกทำให้เธอผิดหวังไม่น้อย ยอดชีวันรู้สึกผิดหวังขึ้นมา เสียจนคนชอบแกล้งไม่อยากแกล้งต่อ “ไม่ต้องร้องนะครับมิริน หรือ ให้ผมเรียกว่า ยอดชีวัน ดีครับ” คิ้วขมวดเป็นปมเข้าไปอีก ไม่เข้าใจที่เขาพูด “ผมชื่อ ธิเบตนะครับ ไม่ใช่ เจฟ ผมเคยเจอคุณในฝัน” “ถ้างั้น เราสองคนมาเป็นแฟนกันเถอะนะคะ ฉันไม่อยากเสียคุณไปอีก” “อะไรนะครับ” คราวนี้ธิเบตเองที่เป็นฝ่ายนิ่งงัน เพราะคำขอของหญิงสาวที่เพิ่งเจอและรู้จักยังไม่ถึงชั่วโมง เจ้าหล่อนก็ขอคนอื่นเป็นแฟนเสียแล้ว มันน่าตีจริง ๆ “เป็นแฟนฉันไหม ถ้าคุณไม่มีใครมาเป็นแฟนฉันเถอะนะ” ยอดชีวันไม่รีรอ เมื่อคิดว่าเขาคือ
ยอดชีวันพะวงแต่เรื่องของเจฟ เธอคิดถึงเขาเหลือเกิน “เป็นห่วงเขาขนาดนั้น” แม่มดยังคงไม่ยอมเรื่องราวของคนที่ยอดชีวันเป็นห่วง “บอกมาเถอะนะคะ เจ๊” ยังไม่ทันที่แม่มดจะตอบ ก็มีใครบางคนเปิดประตูเข้ามาเรียกความสนใจจากยอดชีวันได้ไม่น้อย แต่แม่มดมายาก็ยกยิ้มเหมือนรู้เหตุการณ์บางอย่าง “ป้าครับ ของที่แม่ผมฝากซื้อได้หรือยัง” น้ำเสียงแสนคุ้นหู ยอดชีวันอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างมองผู้มาเยือนแต่งตัวเรียบง่าย เสื้อยืดกางเกงยีน ผมเผ้าดูยุ่งเหยิง แต่ใบหน้าเหมือนกับพ่อพระเอกนิยายมากจนเธอไม่อยากจะเชื่อว่า คนหน้าตาแบบเจฟจะมีอยู่จริง “เจฟ” ยอดชีวันเผลอเรียกคนที่เพิ่งเข้ามาในร้านหนังสือเก่าที่ขายของสารพัดอย่างขยี้ผมตัวเองเบา ๆ เลิกคิ้วหญิงสาวตัวเล็กที่มองเขาอย่างอึ้งทึ่ง “เรียกผมเหรอครับคุณ” ชายหนุ่มหน้าใสเงยหน้ามองส่งยิ้มให้สาวตรงหน้า แต่เหมือนคนที่เขาฝันเมื่อคืนมากทีเดียว แถมชื่อเรียกที่คุ้นเคยในฝันสาวก็คล้ายเธอไม่น้อย “อ้าว มาแล้วเหรอจ๊ะ พ่อหนุ่มน้อยธิเบต แม่กลับมาจากต่างประเทศแล้วเหรอจ๊ะ”
ยอดชีวันตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอนของตัวเอง เธอรับรู้ได้ทันทีว่าเธอกลับมาอยู่ในโลกของเธอแล้ว ไม่มีอีกแล้วพระเอกนิยายของเธอ มีเพียงความว่างเปล่าของห้อง สายตาพลันเหลือบเห็นนิยายปกสีแดงที่นอนแน่นิ่งข้างกาย ถูกปิดสนิทเอาไว้ ครั้งล่าสุดเธอจำได้เธอเปิดมันเอาไว้แล้วคว่ำหน้าที่เธออ่านลงกับเตียงนอน “จบแล้วสินะ” ปลายนิ้วลูบปกนิยายเอาไว้ ก่อนนำมันแนบขึ้นบนอก เธอมองโทรศัพท์ พบว่า เรื่องราวต่าง ๆ มากมายในนิยายมันก็แค่หนึ่งคืนที่เธอฝันไป ยอดชีวันหยิบโทรศัพท์ติดต่อหาหัวหน้างานของเธอ ขอลางาน เธอไม่มีอารมณ์จะทำงาน วันนี้เธอต้องไปหาแม่มดที่ส่งเธอเข้าไปอยู่ในนิยาย แล้วเรื่องทุกอย่างมันไม่ใช่แค่ความฝัน ยอดชีวันใช้เวลาไม่นานในการอาบน้ำแต่งตัว ในใจภาวนาให้ร้านของยัยแม่มดยังอยู่ที่เดิมไม่หายไปไหน เพราะถ้าร้านหายไป เรื่องราวที่คลั่งค้างอยู่ในใจของเธอก็ไร้คำตอบ เธอไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น ลงมาถึงใต้คอนโด ยอดชีวันเรียกพี่วินเจ้าประจำไปที่ปากซอย ร้านของยัยแม่มดยังไม่หายไปไหน โชคดีเป็นของเธอ “ยัยแม่มด”
ยอดชีวันเริ่มเล่าเรื่องราวมากของตัวเองว่าแท้จริงแล้วตัวเองอยู่ในโลกอีกแห่งทำอะไรบ้าง ที่สำคัญ เธอบอกว่าตัวเองโสด แล้วเจอแม่มดในร้านหนังสือ แล้วพลั้งปากขอให้เธอมีแฟนพระเอกนิยายเรื่องนี้ อาจจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้ต้องมาเจอกับเขา “จริงเหรอที่มีแม่มด” ยิ่งฟังเรื่องราวของเธอ เจฟก็ยิ่งรู้สึกว่ามันลึกลับเข้าไปใหญ่ แต่วินาทีนี้ไม่มีอะไรที่เขาคิดว่ามันไม่เป็นความจริง แค่คิดว่าตัวเองเป็นแค่นิยายมันก็ห่อเยี่ยวหัวใจพอแล้ว จากต้องมาจากลาคนรักของเขาเป็นอะไรที่เศร้าเสียใจยิ่งกว่า แต่เขาก็เป็นคนมีเหตุผลมากพอ และอยากให้เธอใช้ชีวิตที่ปกติสุข สำหรับเขาแค่เห็นรอยยิ้มของเธอก็นับว่าเป็นความสุขแล้ว “จริงสิ” ทั้งคู่แลกเปลี่ยนความคิดกันไปมา ส่วนมากยอดชีวันมากกว่าที่เป็นคนเล่าเรื่องตัวเอง เจฟเห็นคนตัวเองในอ้อมแขนของเขาเป็นตัวของตัวเอง เขายิ่งรู้สึกเสียดายเวลาที่อยู่กับเธอน้อยเหลือเกิน คุยไปคุยมาหญิงสาวก็หลับในอ้อมอกของเจฟ โดยที่เขาไม่ลืมจุมพิตขมับของหญิงสาวด้วยความรัก ตอนนี้เขารู้แจ่มแจ้งแล้วว่าความรักเขาเป็นอย่างไร “ผมรักคุ











