LOGINตอนที่ 10 ตัวจริงมาแล้ว
ตลอดทั้งวันหย่งเล่อแทบไม่ได้หยุดพัก หลังเก็บครัวเรียบร้อย เธอก็ขึ้นไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อผ้าที่เตรียมไว้ไปขาย เธอเลือกเก็บไว้เพียงห้าชุดสำหรับใช้สลับใส่ในแต่ละวันเท่านั้น
ยังดีที่ในเมืองใหญ่จะมีร้านรับซื้อเสื้อผ้ามือสองอยู่หลายแห่ง เธอสามารถนำไปขายได้ แม้จะรู้ดีว่าเสื้อผ้ามือสอง ต่อให้จะมีสภาพดีสักแค่ไหน แต่ทางร้านก็ไม่ได้รับซื้อในราคาสูง ถึงได้เงินมาไม่มาก แต่สำหรับเธอแล้ว มันคือเงินสดที่จับต้องได้
หลังขายซื้อผ้าเสร็จ เธอก็มุ่งหน้าไปตลาดขายส่งที่มีร้านวัตถุดิบเคมีภัณฑ์ตั้งเรียงอยู่ในซอยเล็ก ๆ มีทั้งหัวเชื้อทำความสะอาด น้ำหอมสังเคราะห์ สารเพิ่มฟอง สารที่ทำให้น้ำยามีความหนืดมากขึ้น เธอสอบถามราคาอย่างละเอียด เปรียบเทียบคุณภาพ เลือกซื้อมาเพียงปริมาณเล็กน้อยให้พอสำหรับทดลองทำสบู่ ยาสระผม น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน
เธอไม่ได้คิดจะผลิตจำนวนมากในทันที ต้องทดลองสูตรก่อน เพื่อปรับกลิ่น คำนวณต้นทุน แล้วจึงค่อยถือของตัวอย่างไปเสนอร้านค้า เมืองใหญ่มีร้านเล็ก ๆ เปิดตั้งแต่เช้า หากสินค้าใช้ดี ย่อมมีคนสนใจ
ถึงอย่างนั้นเธอยังไม่ลืมหน้าที่หลัก เธอแวะตลาดสด ซื้อหมูสด ปลาทะเล กุ้งตัวใหญ่ ผักตามฤดูกาล ผลไม้สำหรับจัดเป็นของหวาน และวัตถุดิบอีกหลายอย่างสำหรับต้อนรับแขก
เมื่อมีสิ่งของจำนวนมาก สุดท้ายเธอต้องเหมาสามล้อเครื่องคันหนึ่งให้ช่วยขนของกลับบ้าน พอถึงหน้าบ้าน คนขับช่วยยกของลงทีละถุง เพราะหากให้เธอขนคนเดียวคงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะเสร็จ
“วันนี้ใช้เงินไปเยอะเลย... ” พอมองสิ่งของที่ซื้อมาและเงินที่เหลืออยู่ก็ได้แต่ใจแป้ว
“เงินนี่หายาก กว่าจะได้มาแต่ละหยวน แต่เวลาใช้ทำไมมันไหลออกเหมือนสายน้ำเลยล่ะ” ถึงแม้จะรู้ดีว่านี่คือการลงทุน แต่ก็อดปวดใจไม่ได้อยู่ดี
ตกเย็นตงหยางก็กลับบ้านมาพร้อมเพื่อนร่วมงานสามคน เขาได้กลิ่นอาหารลอยออกมาตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวเข้าประตู พอเข้ามาถึงก็เห็นโต๊ะอาหารถูกจัดไว้เรียบร้อย กับข้าวร้อน ๆ วางครบ ทั้งจานผัด แกง ต้ม และผลไม้หั่นไว้อย่างสวยงาม
เดิมทีตั้งใจจะคุยงานก่อน แต่พอเห็นโต๊ะอาหารแล้ว ทั้งสี่คนต่างมองหน้ากันเงียบ ๆ อย่างพร้อมเพรียง ดูเหมือนไม่มีใครมีกะจิตกะใจจะทำงานต่อ
ขณะนั้นเองหย่งเล่อก็เดินออกมาจากครัว ทำให้ทั้งหมดเงยหน้าขึ้น และชะงักไปพร้อมกัน สำหรับตงหยางนั้นไม่ได้ตกใจ แต่รู้สึกอุ่นใจที่ได้เจออีกฝ่าย แต่อีกสามคนนั้นต่างออกไป เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นภรรยาของเพื่อนหรือจะบอกว่าหัวหน้าก็ได้
ที่บอกแบบนั้นเพราะตงหยางไม่ได้จัดงานแต่งงานใหญ่โต อีกทั้งเจ้าสาวนั้นอยู่ต่างเมือง ถึงแม้จะเป็นเพื่อนสนิทก็ไม่ได้เดินทางไปร่วมงาน มีแค่ญาติพี่น้องสายเลือดเดียวกันเท่านั้นที่ไปร่วมงาน
พอได้เห็นใกล้ ๆ ถึงได้รู้ว่าเธอตัวเล็กกว่าที่คิด รูปร่างบอบบาง ใบหน้ากลมเล็ก แก้มอิ่ม ดวงตาใสสะอาด หน้าตาหมดจดน่ามอง ทั้งที่ไม่ได้แต่งแต้มอะไรบนใบหน้า เสื้อผ้าที่ใส่ก็เรียบง่ายธรรมดา แต่กลับน่ามองจนละสายตาไม่ได้ ความน่ารักของเธอไม่ใช่ความฉูดฉาด หากเป็นความสะอาดตา ดูอ่อนโยน และดูมีชีวิตชีวา
“จะกินไหมข้าว” ตงหยางเห็นทั้งสามคนจ้องมองคนตัวเล็กอยู่นานจนเขาต้องเอ่ยปากพูด
ทั้งสามคนถึงได้สะดุ้งกลับมามีสติอีกครั้ง
“สวัสดีครับ ผมอ้าวเทียนครับ” อ้าวเทียนทักทายอย่างสุภาพ
“สวัสดีครับ ผมเฉินคุนครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ วันนี้ขอฝากท้องด้วยนะครับพี่สะใภ้! ” เฉินคุนยิ้มกว้าง
“ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” หย่งเล่อยิ้มรับอย่างสุภาพ กระทั่งคนที่สามก้าวออกมาข้างหน้า และในวินาทีนั้น รอยยิ้มของเธอก็ค้างอยู่บนใบหน้า
“สวัสดีครับพี่สะใภ้ ผม ‘เฟิงตู’ เพิ่งมาใหม่ครับ ฝากตัวด้วยนะครับ” เฟิงตูเพิ่งย้ายมาประจำอยู่ในเมืองนี้ได้ไม่นาน นี่คือครั้งแรกที่เขาได้มาบ้านพักข้าราชการของหัวหน้า
“เช่นกันค่ะ” หย่งเล่อมองชายหนุ่มผิวขาวสะอาดจนเกือบโปร่งแสง ใบหน้าของเขาเนียนละเอียด ริมฝีปากบางได้รูป ดวงตาเรียวยาว ขนตางอนงาม โครงหน้าอ่อนหวานจนแทบทำให้เธอเผลอมองซ้ำ ๆ
เขารูปร่างไม่สูงมาก ไหล่ไม่กว้างนัก ท่าทางสะอาดเรียบร้อย ดูงดงามเกินกว่าจะมองข้ามไปได้ งดงามจนคล้ายผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเสียอีก
เธอเข้าใจทันทีว่าทำไมพระเอกในนิยายถึงได้ตกหลุมรัก เข้าใจว่าทำไมเส้นเรื่องถึงพาไปทางนั้น เพราะคนตรงหน้านี้ดูดีจนยากจะละสายตา และในวินาทีนี้เธอก็รู้ว่า ‘นายเอกตัวจริง’ ของเรื่องนี้ปรากฏตัวแล้ว
หลังจากแนะนำตัวเรียบร้อยแล้ว ทั้งสี่คนก็นั่งลงประจำที่โดยไม่ต้องรอชวนซ้ำ หย่งเล่อตั้งสติแล้วตักข้าวให้ครบทุกคน วางกับข้าวเรียงอย่างพอดีมือ เธอใส่ใจแม้กระทั่งจัดจานสำรองเผื่อไว้ด้านข้าง เผื่อไม่พอกินจะได้ไม่ต้องลุกบ่อย ๆ
“พี่สะใภ้ไม่ทานด้วยกันเหรอครับ” เฉินคุนถามอย่างเกรงใจ
“ฉันทานแล้วค่ะ พวกคุณทานกันเถอะ” หย่งเล่อยิ้มบาง ๆ พอเป็นมารยาท
“มีอะไรเรียกได้นะคะ” พูดจบก็ถอยออกมาจากโต๊ะอย่างเป็นธรรมชาติ
แต่ความจริงแล้ว เธอไม่ได้กลับขึ้นชั้นบน เธอแอบยืนอยู่ด้านหลังฉากกั้นครัว มองผ่านช่องเล็ก ๆ ไปยังโต๊ะอาหาร
“มาแล้วจริง ๆ ” เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
นายเอกของเรื่องนี้คือคนรักของพระเอก หรือจะบอกว่าคู่แท้ของสามีเธอปรากฏตัวแล้วก็สามารถพูดแบบนั้นได้
“แล้วเขาจะเริ่มรักกันตอนไหนกันนะ” เธอไม่รู้ เพราะยังไม่เคยอ่านนิยายเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ
“ขาวผ่องเด่นมาแต่ไกลขนาดนั้น... ” สายตาของเธอเลื่อนไปยังเฟิงตูอีกครั้ง
“เข้าใจเลยว่าทำไมพระเอกถึงชอบ” ว่าแล้วก็ชะเง้อคอมองอีกนิด เธอทำตัวเหมือนคนแอบส่องฉากสำคัญในละคร แล้วภาพที่เห็นก็ทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย
ตงหยางกำลังเอื้อมมือไปเทน้ำใส่แก้วให้เฟิงตู แล้วยังเลื่อนจานอาหารที่อยู่ไกลให้ด้วย ท่าทางปกติ แต่ดูใส่ใจอย่างเห็นได้ชัด
“โอ้... ” ดวงตาของหย่งเล่อเบิกกว้าง ก่อนจะรีบหดตัวลงทันที หัวใจของเธอเหมือนถูกเข็มเล็ก ๆ นับพันทิ่มลงมา
“อยากจะฟินอยู่หรอก... ” เธอบ่นพึมพำ
“ถ้าเป็นคนอ่านนิยายนะ คงกรี๊ดกระจายไปแล้ว” นี่คือฉากพระนางเชียวนะ!
พระเอกหล่อ นายเอกก็สวยใส ฉากดูแลกันแบบนั้น ใครเห็นก็ต้องใจเต้น แต่ปัญหาคือ ตอนนี้เธอไม่ใช่คนอ่าน เธอคือเมียของพระเอก ถึงจะกำลังดำเนินเรื่องหย่า แต่อย่างว่า ตัวเธอรู้สึกกับพระเอกไปแล้ว พอได้เห็นฉากนี้ความรู้สึกเลยไม่ได้หวานอย่างที่ควรเป็น มันกลับแปลบ ๆ อยู่ลึก ๆ ในอก
ความเจ็บแปลบในอกนั้นอยู่ได้เพียงชั่วครู่ เหมือนเข็มบาง ๆ ทิ่มแล้วก็ถอนออก เจ็บ แต่ไม่ถึงกับเลือดไหล หย่งเล่อหลับตา สูดลมหายใจหนึ่งครั้ง แล้วปล่อยลมออกช้า ๆ
“พอแล้ว” เธอให้เวลาตัวเองเจ็บปวดเท่านั้น เธอไม่ใช่เด็กสาวที่จะมัวแต่นั่งจมอยู่กับความรู้สึก
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาก็กลับมานิ่งและมุ่งมั่นดังเดิม
“สู้เขาสิหญิง! ” เธอให้กำลังใจตัวเอง ก่อนจะหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดเคาน์เตอร์ครัวต่อราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ตัวจริงของเรื่องมาแล้ว เส้นเรื่องกำลังจะเดินหน้า เราต้องรีบ! ” เธอไม่ลืมจุดประสงค์ของตัวเอง
ในเมื่อตัวจริงมาแล้ว นางร้ายตัวประกอบอย่างเธอก็ควรถอยออกไปให้ทันเวลา ยิ่งอยู่จะยิ่งพัวพัน ยิ่งช้าจะยิ่งตัดยาก เธอเลยต้องรีบหาเงิน รีบตั้งหลัก รีบสร้างทางของตัวเองให้มั่นคง
ตอนพิเศษ 3ตงหยางลงจากรถก่อน แล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้คนในรถทีละคน ตงตงลงมาก่อนอย่างคล่องแคล่ว ถัดมาจินจินก็ปีนลงตามพี่ชาย เยว่เยว่กระโดดลงจากรถเป็นคนสุดท้ายของสามพี่น้องหย่งเล่อยังคงอุ้มซินซินที่หลับสนิทอยู่เหมือนเดิม พอทุกคนลงมายืนรวมกัน ก็เห็นคนสองคนกำลังเดินเข้ามาทางพวกเขา หนึ่งในนั้นคือตงเหวิน ส่วนอีกคนคือชายหนุ่มร่างเล็ก ผิวขาวสะอาด ใบหน้าดูสุภาพอ่อนโยน“ซาลาเปาขาวจั๊วะ ๆ ! ของอารอง! ” ทันทีที่เยว่เยว่เห็น เธอก็ชี้นิ้วทันที“ใช้นิ้วชี้คนอื่นไม่ได้ครับ” ตงหยางปรามลูกสาวทุกคนต่างรู้ดีว่าซาลาเปาขาวจั๊วะ ๆ นั้นหมายถึงคนรักของตงเหวิน ตั้งแต่วันนั้นที่ตงเหวินวิ่งลงไปหา ‘ซาลาเปา’ ของตัวเอง ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ค่อย ๆ พัฒนา จนตอนนี้พวกเขาคบกันมาหลายปีแล้วชายหนุ่มคนนั้นทำงานอยู่ในโรงงานของหย่งเล่อด้วย แม้จะยังดูเกร็งอยู่บ้างเวลาต้องเจอคนเยอะ ๆ แต่เขาเป็นคนใจดีและเข้ากับเด็กได้ดีมาก“เยว่เยว่ ยังเรียกซาลาเปาอีกเหรอ” ผ่านมานานแล้ว แต่เจ้าตัวเล็กก็ยังเรียกแบบนี้อยู่
ตอนพิเศษ 2หย่งเล่อเก็บเอกสารชุดสุดท้ายเข้าลิ้นชัก ก่อนจะลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย ตอนนี้ถึงเวลาที่เธอต้องออกไปรับลูกแล้ว เธออุ้มลูกสาวคนเล็กที่กำลังนอนดูดขวดนมมาแนบอก ก่อนเดินออกไปข้างนอก พอออกมาก็เห็นรถตู้จอดรออยู่ก่อนแล้วตงหยางนั่งอยู่หลังพวงมาลัยตามปกติ ทุกวันนี้แม้จะมีคนขับรถ แต่เขายังคงชอบขับรถไปรับลูกด้วยตัวเอง โดยเฉพาะวันที่ภรรยาว่างพอจะไปด้วยกันได้ อีกทั้งวันนี้เรามีนัดทานข้าวกับคนสนิทด้วย“เสร็จแล้วเหรอ” พอเธอเดินออกมา เขาก็หันมายิ้มให้ทั้งแม่ทั้งลูก“เสร็จแล้วค่ะ ไปเถอะ เดี๋ยวเด็ก ๆ รอ” หย่งเล่อพยักหน้าด้านหลังรถมีที่นั่งเด็กติดตั้งไว้อย่างเรียบร้อย โดยมีเด็กชายตัวกลมอายุสามขวบกำลังนั่งแกว่งขาอยู่บนนั้น ‘ตงจิน’ หรือที่ทุกคนเรียกว่า ‘จินจิน’ คือลูกคนที่สามของทั้งสอง เด็กน้อยมีดวงตากลมสดใสเหมือนพี่สาว และนิสัยช่างพูดไม่แพ้กัน“แม่ วันนี้ผมเห็นมดตัวใหญ่มากเลยครับ” พอเห็นแม่ขึ้นรถ เขาก็รีบพูดทันที“มันแบกเศษขนมปังด้วย” เขาเห็นชัดมาก เข
ตอนพิเศษ 1เมื่อเวลาผ่านไป ชีวิตของหลายคนก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามทางของตัวเอง รวมถึงทางเดินชีวิตของตงเหวินด้วยนับตั้งแต่วันที่รู้ว่าเฟิงตูเลือกฉินมู่ ตงเหวินก็เสียใจอย่างหนัก เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะรู้สึกเจ็บปวดมากขนาดนี้ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่เคยคิดจะยื้อหรือฉุดรั้งเฟิงตูเอาไว้ เพราะเขาเห็นชัดเจนว่าอีกฝ่ายมีความสุขดีรอยยิ้มของเฟิงตูตอนอยู่กับฉินมู่ มันชัดเจนเกินกว่าจะหลอกตัวเองได้ ดังนั้นเขาจึงเคารพการตัดสินใจของอีกฝ่ายแล้วถอยออกมาอย่างเงียบ ๆแต่เรื่องที่ทำให้เขาเจ็บปวดมากกว่านั้น กลับไม่ใช่เรื่องความรัก แต่เป็นสายตาของคนรอบตัว หลังจากที่เขาเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่า ‘เขารักผู้ชาย’ หลายคนรอบตัวก็เริ่มมองเขาเปลี่ยนไป ทั้งญาติ ทั้งคนรู้จัก แม้แต่คนในครอบครัวแม่แทบไม่มองหน้าเขาอีกเลย เหมือนลูกชายคนนี้กลายเป็นคนแปลกหน้าไปแล้ว พ่อก็เลือกนิ่งเงียบ ไม่ตำหนิ แต่ก็ไม่ได้พูดปกป้อง บรรยากาศในบ้านทำให้ตงเหวินอึดอัดจนอยู่ไม่ไหว สุดท้ายเขาจึงค่อย ๆ ปลีกตัวออกมา ไม่ค่อยกลับบ้าน ไม่ค่อยเจอพ่อแม่ แม้แต่กับน้องชายของเขาก็เว้นร
ตอนที่ 45 บทส่งท้ายหย่งเล่อนั่งยอง ๆ อยู่หน้าตู้เสื้อผ้า มือกำลังติดกระดุมเสื้อให้เด็กชายตัวกลมที่ยืนกางแขนอยู่ตรงหน้า เด็กน้อยอายุสองขวบ มีแก้มกลม ตาโต ผิวขาวสะอาด หน้าตาคล้ายพ่ออย่างเห็นได้ชัด เด็กชายคนนี้คือลูกชายคนแรกของเธอ ชื่อว่า ‘ตงตง’เจ้าตัวเล็กยืนอยู่นิ่ง ๆ ให้แม่แต่งตัวให้ บางครั้งก็เงยหน้ามองแม่ บางครั้งก็ก้มมองรองเท้าตัวเองอย่างสนใจ ไม่งอแง ไม่ดิ้น ไม่ร้อง เลี้ยงง่ายจนหย่งเล่อประหลาดใจ“เรียบร้อยแล้ว” หย่งเล่อสวมรองเท้าเล็ก ๆ ให้ลูก ก่อนจะลูบหัวเด็กน้อยเบา ๆ“ขอบคุณครับ” ตงตงเงยหน้ามองแม่ ก่อนจะยิ้มโชว์ฟันซี่เล็ก ๆเด็กชายเป็นเด็กที่กินง่าย นอนง่าย ตั้งแต่เล็กจนถึงตอนนี้แทบไม่เคยทำให้คนในบ้านต้องเหนื่อย เพราะเหตุนี้เอง หย่งเล่อจึงยังสามารถทำงานของตัวเองต่อได้กิจการของเธอเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ สินค้าจากโรงงานไม่เพียงขายดีในประเทศ แต่ยังส่งออกไปต่างประเทศ ลูกค้าต่างแดนที่เฟิงตูช่วยหามาให้ กลายเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้สินค้าไปได้ไกลกว่าที่คิดทุกอย่างเป็นอย่า
ตอนที่ 44 อาการหนักกว่าหย่งเล่อจะอาบน้ำเสร็จแล้วตามมาที่โรงพยาบาล ตงหยางก็ตรวจร่างกายเบื้องต้นไปเกือบหมดแล้ว ทุกอย่างปกติดี ไม่มีอาการผิดปกติอะไรเลยตงหยางนั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องตรวจ สีหน้ายังซีดเล็กน้อย แต่ก็พยายามทำตัวให้ดูปกติ จนกระทั่งประตูห้องเปิดออกแล้วหย่งเล่อเดินเข้ามา ทันทีที่เห็นเธอ ตงหยางก็ชะงัก แล้วรีบถอยเก้าอี้ออกไปทันทีหย่งเล่อหยุดเดินมองเขานิ่ง ๆ ตงหยางทำหน้าเหมือนจะร้องไห้“ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจ” เขารีบพูด น้ำเสียงของเขาดูร้อนรน“ผมไม่อยากเป็นแบบนี้” ปกติเขาไม่พูดตะกุกตะกัก แต่พอเห็นหน้าเล่อเล่อแล้วเขาก็อยากจะร้องไห้ ยิ่งภรรยาทำหน้านิ่ง เขายิ่งรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย“แต่มันเป็นเอง” เขามองเธอเหมือนกลัวว่าเธอจะเสียใจ“ตรวจแล้วเป็นอย่างไรคะ” หย่งเล่อไม่ได้พูดอะไรกับสามี เพียงหันไปถามหมอ“ร่างกายคุณผู้ชายปกติดีครับ ยังไม่พบอะไรผิดปกติ” หมอส่ายหน้าเบา ๆ ร่างกายแข็งแรงด้วยซ้ำหย่งเล่อก้าวเข้าไปใกล้ตงหยางอีกนิด แต่ทันใดนั้นเขาก็
ตอนที่ 43 ป่วยวันเวลาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว จากเขตก่อสร้างที่เต็มไปด้วยฝุ่นและเสียงเครื่องจักร ในที่สุดโรงงานก็สร้างเสร็จสมบูรณ์ เครื่องจักรถูกติดตั้งครบทุกส่วนหลังจากทดลองเดินระบบอยู่พักใหญ่ ก็ได้ผลิตสินค้าชุดแรกออกมาจนสำเร็จ สินค้าล็อตแรกเริ่มถูกบรรจุลงลังแล้วเริ่มส่งออกหย่งเล่อเองก็ยุ่งกับงาน แต่ไม่เหมือนเมื่อก่อน เพราะเธอไม่ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองอีกแล้ว พ่อสามีช่วยหาคนงานมาให้ หลายคนเป็นคนที่พ่อเคยร่วมงานด้วย ไว้ใจได้และทำงานเป็นตงหยางกับเพื่อน ๆ เองก็ช่วยดูเรื่องระบบการจัดการ รวมถึงแนะนำคนมาช่วยงาน บางคนช่วยดูเรื่องขนส่ง บางคนช่วยดูเรื่องบัญชี ทุกอย่างค่อย ๆ เข้าที่เข้าทางจนลงตัวส่วนเฟิงตูก็ยังคงรับหน้าที่ที่เขาถนัด เขาช่วยติดต่อเครื่องจักรตั้งแต่แรก และตอนนี้ก็ยังช่วยติดต่อคู่ค้าจากต่างประเทศให้ด้วยไม่นานก็มีลูกค้าจากต่างแดนเริ่มสั่งสินค้า คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นทีละล็อต จนบางครั้งหย่งเล่อเองยังต้องนั่งดูตัวเลขซ้ำ เพราะไม่คิดว่าธุรกิจจะขยายเร็วขนาดนี้งานมีมากขึ้น แต่กลับไม่วุ่นวายเหมือนแต่ก่อน เพราะทุกคนรู้







