แชร์

ตอนที่ 9 นายจ้าง

ผู้เขียน: จินเหมยเทียน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-03 11:00:20

ตอนที่ 9 นายจ้าง

สุดท้ายแล้ว หย่งเล่อเลือกใช้เหตุผลมากกว่าความรู้สึก ศักดิ์ศรีอาจสำคัญ แต่ท้องต้องอิ่มก่อน ความเจ็บปวดอาจกัดกินใจ ทว่าหากมีเงินในมือ อย่างน้อยก็ทำให้เธอมีชีวิตที่ดีกว่า การปวดใจนั้นเธอจะยอมกลืนมันลงท้องเอง!

เธอจึงตัดสินใจอยู่ต่อ อย่างน้อยก็ในตอนนี้ เพราะเธอคิดคำนวณแล้วว่าการอยู่ที่นี่ให้ผลตอบแทนมากกว่า

รุ่งเช้าวันถัดมา เธอลืมตาตื่นก่อนนาฬิกาปลุก ก่อนจะสวมเสื้อคลุมแล้วออกจากบ้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง

ตลาดในเมืองใหญ่คึกคักตั้งแต่เช้ามืด พ่อค้าแม่ค้าต่างเปิดร้านพร้อมขายของ หย่งเล่อเลือกซื้อวัตถุดิบทำอาหารอย่างคล่องมือ ทั้งผักสด เนื้อหมู เต้าหู้ ไข่ คำนวณในใจไปด้วยว่าเช้านี้จะทำอาหารอะไรบ้าง แต่สายตาของเธอไม่ได้มองแค่ของสด เธอสังเกตทุกอย่าง

ร้านโชห่วยตามหัวมุมถนนเปิดกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง เจ้าของร้านกำลังยกถังน้ำยาซักผ้าออกมาวางหน้าร้าน ชั้นวางสบู่ก้อนเรียงแน่น แกลลอนน้ำยาล้างจานขนาดใหญ่ตั้งกองอยู่มุมหนึ่ง

เธอแกล้งหยุดดูของ หยิบขวดขึ้นมาพลิกฉลาก จำราคาคร่าว ๆ ในใจ น้ำยาซักผ้าขวดหนึ่งราคาเท่าไร ขนาดกี่กิโลกรัม กลิ่นอะไรขายดี บางร้านติดป้ายราคาพิเศษ บางร้านวางของบางยี่ห้อที่ไม่คุ้นตา นั่นแปลว่ามีผู้ผลิตรายย่อยอยู่ในเมืองนี้แล้ว

เธอเคยมาซื้อของใช้ แต่ไม่ได้ดูรายละเอียดมากขนาดนี้ ไม่ได้สังเกตว่ามีสินค้าชนิดเดียวกันให้เลือกเยอะไหม เธอซื้อแต่แบบที่เคยเห็นในบ้านสามีเท่านั้น ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมาก

เธอดูราคาสินค้าแต่ละอย่างและคำนวณอยู่เงียบ ๆ ความรู้จากชาติที่แล้วผุดขึ้นมาในความทรงจำ ครั้งหนึ่งเธอเคยเรียนเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ เคยเรียนทำสบู่ก้อน ผสมน้ำยาซักผ้า ทำยาสระผม เธอรู้ว่าทำอย่างไรให้ฟองนุ่ม รู้ว่ากลิ่นแบบไหนผู้หญิงชอบ รู้ว่าถ้าต้องการให้ต้นทุนต่ำลงควรปรับอะไร ต่างกันเพียงอย่างเดียว ตอนนี้เธอไม่มีทุนมากนัก

เธอเดินสำรวจต่ออีกสองร้าน สังเกตว่าร้านโชห่วยเปิดเช้าทั้งนั้น เพราะต้องขายให้แม่บ้านที่ออกมาจับจ่ายใช้สอย เธอสามารถเดินดูราคาได้หลายร้านโดยไม่เป็นที่สะดุดตา

แต่เวลาก็เดินเร็วเกินไป เธอต้องกลับแล้วไปทำอาหารให้ ‘นายจ้าง’ เสร็จแล้วค่อยวางแผนชีวิตใหม่ เพราะเธอคิดจะหารายได้เสริม ต้องทำตั้งแต่อยู่ในบ้านของเขา เธอจะออกไปก็ต่อเมื่องานเสริมของเธอมีรายได้มั่นคงแล้ว

เสียงขยับหม้อกระทะในครัวดังแว่วตั้งแต่เช้าตรู่ ตงหยางลืมตาตื่นอยู่บนเตียงครู่หนึ่ง ก่อนจะตั้งใจฟังอีกครั้ง มันเป็นเสียงธรรมดา แต่กลับทำให้มุมปากของเขาคลี่ออกโดยไม่รู้ตัว เพราะความรู้สึกแบบนี้คุ้นกว่าความเงียบที่เคยสัมผัสเมื่อวันก่อน

เขาลุกขึ้นอาบน้ำทำธุระส่วนตัวจนเรียบร้อยก่อนลงมาชั้นล่าง เขารู้สึกว่าทางเดินระหว่างครัวกับโต๊ะอาหาร วันนี้ดูไม่เงียบเหงาเหมือนวันก่อนแล้ว

บนโต๊ะมีจานกับข้าวจัดวางเรียบร้อย และข้าง ๆ กันมีห่อข้าวหนึ่งห่อวางไว้เหมือนแต่ก่อน ภาพนี้ทำให้เขายิ้มกว้างขึ้นทันที

“อาหารพร้อมแล้วค่ะ ทานเลยไหม” หย่งเล่อโผล่หน้าออกมาจากครัว มองคนที่ยืนยิ้มกับโต๊ะอาหาร

เขาพยักหน้าช้า ๆ เพียงได้กลิ่นก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันที

หย่งเล่อเดินออกมา ตักข้าวใส่ชามให้เขาอย่างชำนาญ สีหน้าปกติไม่เผยอารมณ์ใด ๆ ราวกับเมื่อคืนไม่มีบทสนทนาเรื่องสำคัญเกิดขึ้นเลย

“ฉันรับข้อเสนอของคุณ แต่ขอเซ็นเอกสารหย่าไว้ก่อน” ตักข้าวเสร็จเธอก็พูดอย่างตรงไปตรงมา

มือที่กำลังจะรับตะเกียบของตงหยางชะงักเล็กน้อย

“เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องยื่นรายงานการแต่งงานใช่ไหมคะ ถ้าหย่าก็ต้องส่งเรื่องเหมือนกัน ขั้นตอนมันใช้เวลา” เธออธิบายอย่างมีเหตุผล ไม่ได้ใช้น้ำเสียงประชด

ในยุคนี้ เจ้าหน้าที่รัฐต้องรายงานสถานภาพสมรสต่อหน่วยงาน การแต่งงานต้องแจ้ง การหย่าก็ต้องแจ้ง และกระบวนการอนุมัติไม่ได้รวดเร็วอย่างใจคิด เธอเพียงต้องการเตรียมทุกอย่างไว้ล่วงหน้าเท่านั้น

“ครับ” เขาไม่รู้จะพูดอะไร ก็คงได้แต่ตอบรับ

“แล้วฉันจะหารายได้เสริม ขอใช้พื้นที่หลังบ้านทำงาน รับรองว่าจะไม่ให้เกะกะ และหน้าที่ในบ้านจะไม่ขาดตกบกพร่องด้วย” ในเมื่อเขาคือเจ้าของบ้าน เธอจะทำอะไรก็ต้องขออนุญาตเขาก่อน

“จะทำอะไร” เขาเงยหน้ามองเธออย่างไม่เข้าใจ ทำไมภรรยาของเขาถึงมีเรื่องให้เขาแปลกใจอยู่ตลอดเวลา หากมอบโล่ให้ได้ เขาคงมอบโล่ให้แล้ว เพราะเล่อเล่อคือคนแรกที่ทำให้เขาพูดไม่ออกบอกไม่ถูก บางครั้งต้องนิ่งค้างเพราะไม่รู้จะพูดหรือตอบอะไร

“กำลังคิดอยู่ค่ะ ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ทำอะไรให้เสียเกียรตินายตำรวจแน่นอน” เธอคิดไว้หมดแล้ว แต่ยังไม่บอก เพราะยังไม่รู้ว่าจะหาซื้อวัตถุดิบได้ไหม

“เงินไม่พอใช้เหรอ ทำไมไม่เรียกให้พอ จะได้ไม่ต้องทำงานเพิ่ม” เขาวางตะเกียบ ถามตรง ๆ ทำไมต้องทำงานให้เหนื่อยด้วย

“ฉันไม่ได้คิดจะอยู่ที่นี่ตลอดไปค่ะ อย่างไรก็ต้องมีงาน มีเงินเป็นของตัวเอง” เธอบอกตามตรง เมื่อถึงเวลาเธอก็ต้องเดินตามทางของตัวเอง

“ตามใจคุณเถอะ แต่ถ้าเหนื่อยก็ไม่ต้องฝืน ผมจะเพิ่มเงินให้” ตงหยางมองคนตัวเล็กแต่ดื้อรั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดออกมา ในเมื่ออีกฝ่ายดื้อรั้น เขาก็คงพูดอะไรมากกว่านี้ไม่ได้

บางครั้งเขาก็อยากถามว่าไม่รู้หรือว่าสามีของตัวเองนั้นรวย ไม่รู้หรือว่าเขาได้เงินมรดกจากฝั่งมารดามาเท่าไร แต่ก็เข้าใจได้เพราะน้อยคนที่จะรู้ว่าเขามีเงินมรดก เพราะเขามีเงิน เขาถึงซื้อรถไว้ให้เธอใช้ส่วนตัวได้ และเขาเองที่สอนให้เธอขับรถแล้วยังพาไปสอบจนได้ใบขับขี่ด้วย ก็เพื่อหวังให้เดินทางได้สะดวก หากไม่มีเงินจะทำสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร...

“เรื่องรถ เดี๋ยวผมให้คนที่อู่ดูให้ก่อน ช่วงนี้อาจลำบากหน่อย ต้องเดินทางเองไปก่อน ถ้าผมว่างจะพาไปเลือกคันใหม่” ในเมื่อโอ้อวดตรง ๆ ไม่ได้ เขาเลยต้องบอกเป็นนัย ๆ หากสามีมีเงินซื้อรถให้ใหม่ได้ง่าย ๆ นั่นเท่ากับว่าเขามีเงินมากพอ

แต่ไหนเลยคนที่คิดจะหย่าอย่างหย่งเล่อจะรู้เรื่อง เธอได้แต่หรี่ตาจ้องเขาอย่างจับผิด ในหัวน้อย ๆ ของเธอนั้นไม่ได้คิดเรื่องเงินของเขาเลย เธอแค่ไม่เข้าใจในพฤติกรรมของเขามากกว่า เมื่อก่อนเขาไม่เคยอธิบายละเอียด ไม่เคยเสนอเพิ่มเงิน ไม่เคยถามว่าเธอเหนื่อยไหม แต่วันนี้กลับพูดราวกับกำลังพยายามชดเชยอะไรบางอย่าง

“ถ้าผมให้คุณทำอะไรเพิ่ม ก็คิดเงินเพิ่มได้เลย” ตงหยางถอดใจ ดูเหมือนว่าคนตัวเล็กจะไม่รู้ว่าเขากำลังบอกถึงสถานะทางการเงิน

“ทำเพิ่มนี่... หมายถึงเรื่องอะไร งานหรือเรื่องบนเตียง” เธอเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย คำว่าทำเพิ่มนั้นมันตีความหมายได้มากมาย แน่นอนว่าเธอไม่ลืมถามกวน ๆ ว่าให้ทำเรื่องบนเตียงด้วยไหม

คำถามนั้นทำให้ตงหยางถึงกับสำลักน้ำแกงอย่างไม่ทันตั้งตัว

“วันนี้จะมีเพื่อนร่วมงานมาคุยงานที่บ้านสามคน อยากให้คุณช่วยทำอาหารให้หน่อย” พอตั้งสติได้ เขาก็บอกเรื่องที่จะให้เธอทำ เพื่อกลบเกลื่อนว่าเขานั้นเสียอาการกับคำถามของเธอ

“ได้สิ รวมสี่คน... อยากได้อาหารอะไรเป็นพิเศษไหม” เมื่อเห็นว่าเขาจริงจัง หย่งเล่อก็ไม่คิดจะพูดจาก่อกวนเขาอีก

“คุณเลือกเลย คุณทำอะไรก็อร่อยทั้งนั้น แค่มีของหวานเพิ่มหน่อยก็พอ ผลไม้ก็ได้” เขาบอกตามตรงว่าเล่อเล่อนั้นทำอาหารอร่อยและน่ากิน แม้อาหารนั้นจะเป็นเพียงอาหารธรรมดา แต่เชื่อเถอะว่าหากได้ลิ้มลองแล้วจะบอกว่ามันวิเศษมาก ๆ

คำชมตรงไปตรงมานั้นทำให้หย่งเล่อชะงักไปครู่หนึ่ง เธอจ้องเขามากกว่าเดิม ก่อนจะทำท่าขนลุกขนพอง แต่งงานมาหกเดือน เขาไม่เคยชม เธอตื่นตั้งแต่ไก่โห่ออกไปซื้ออาหาร เขาก็ไม่เห็นจะถาม ไม่เห็นจะห่วง ไม่เคยได้พูดอะไรมากความ แต่ตอนนี้เขาพูดกับเธอมากขึ้น และยังรู้จักชมเธออีกด้วย!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อนางร้ายตัวประกอบขอหย่า   ตอนพิเศษ 3

    ตอนพิเศษ 3ตงหยางลงจากรถก่อน แล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้คนในรถทีละคน ตงตงลงมาก่อนอย่างคล่องแคล่ว ถัดมาจินจินก็ปีนลงตามพี่ชาย เยว่เยว่กระโดดลงจากรถเป็นคนสุดท้ายของสามพี่น้องหย่งเล่อยังคงอุ้มซินซินที่หลับสนิทอยู่เหมือนเดิม พอทุกคนลงมายืนรวมกัน ก็เห็นคนสองคนกำลังเดินเข้ามาทางพวกเขา หนึ่งในนั้นคือตงเหวิน ส่วนอีกคนคือชายหนุ่มร่างเล็ก ผิวขาวสะอาด ใบหน้าดูสุภาพอ่อนโยน“ซาลาเปาขาวจั๊วะ ๆ ! ของอารอง! ” ทันทีที่เยว่เยว่เห็น เธอก็ชี้นิ้วทันที“ใช้นิ้วชี้คนอื่นไม่ได้ครับ” ตงหยางปรามลูกสาวทุกคนต่างรู้ดีว่าซาลาเปาขาวจั๊วะ ๆ นั้นหมายถึงคนรักของตงเหวิน ตั้งแต่วันนั้นที่ตงเหวินวิ่งลงไปหา ‘ซาลาเปา’ ของตัวเอง ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ค่อย ๆ พัฒนา จนตอนนี้พวกเขาคบกันมาหลายปีแล้วชายหนุ่มคนนั้นทำงานอยู่ในโรงงานของหย่งเล่อด้วย แม้จะยังดูเกร็งอยู่บ้างเวลาต้องเจอคนเยอะ ๆ แต่เขาเป็นคนใจดีและเข้ากับเด็กได้ดีมาก“เยว่เยว่ ยังเรียกซาลาเปาอีกเหรอ” ผ่านมานานแล้ว แต่เจ้าตัวเล็กก็ยังเรียกแบบนี้อยู่

  • เมื่อนางร้ายตัวประกอบขอหย่า   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2หย่งเล่อเก็บเอกสารชุดสุดท้ายเข้าลิ้นชัก ก่อนจะลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย ตอนนี้ถึงเวลาที่เธอต้องออกไปรับลูกแล้ว เธออุ้มลูกสาวคนเล็กที่กำลังนอนดูดขวดนมมาแนบอก ก่อนเดินออกไปข้างนอก พอออกมาก็เห็นรถตู้จอดรออยู่ก่อนแล้วตงหยางนั่งอยู่หลังพวงมาลัยตามปกติ ทุกวันนี้แม้จะมีคนขับรถ แต่เขายังคงชอบขับรถไปรับลูกด้วยตัวเอง โดยเฉพาะวันที่ภรรยาว่างพอจะไปด้วยกันได้ อีกทั้งวันนี้เรามีนัดทานข้าวกับคนสนิทด้วย“เสร็จแล้วเหรอ” พอเธอเดินออกมา เขาก็หันมายิ้มให้ทั้งแม่ทั้งลูก“เสร็จแล้วค่ะ ไปเถอะ เดี๋ยวเด็ก ๆ รอ” หย่งเล่อพยักหน้าด้านหลังรถมีที่นั่งเด็กติดตั้งไว้อย่างเรียบร้อย โดยมีเด็กชายตัวกลมอายุสามขวบกำลังนั่งแกว่งขาอยู่บนนั้น ‘ตงจิน’ หรือที่ทุกคนเรียกว่า ‘จินจิน’ คือลูกคนที่สามของทั้งสอง เด็กน้อยมีดวงตากลมสดใสเหมือนพี่สาว และนิสัยช่างพูดไม่แพ้กัน“แม่ วันนี้ผมเห็นมดตัวใหญ่มากเลยครับ” พอเห็นแม่ขึ้นรถ เขาก็รีบพูดทันที“มันแบกเศษขนมปังด้วย” เขาเห็นชัดมาก เข

  • เมื่อนางร้ายตัวประกอบขอหย่า   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1เมื่อเวลาผ่านไป ชีวิตของหลายคนก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามทางของตัวเอง รวมถึงทางเดินชีวิตของตงเหวินด้วยนับตั้งแต่วันที่รู้ว่าเฟิงตูเลือกฉินมู่ ตงเหวินก็เสียใจอย่างหนัก เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะรู้สึกเจ็บปวดมากขนาดนี้ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่เคยคิดจะยื้อหรือฉุดรั้งเฟิงตูเอาไว้ เพราะเขาเห็นชัดเจนว่าอีกฝ่ายมีความสุขดีรอยยิ้มของเฟิงตูตอนอยู่กับฉินมู่ มันชัดเจนเกินกว่าจะหลอกตัวเองได้ ดังนั้นเขาจึงเคารพการตัดสินใจของอีกฝ่ายแล้วถอยออกมาอย่างเงียบ ๆแต่เรื่องที่ทำให้เขาเจ็บปวดมากกว่านั้น กลับไม่ใช่เรื่องความรัก แต่เป็นสายตาของคนรอบตัว หลังจากที่เขาเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่า ‘เขารักผู้ชาย’ หลายคนรอบตัวก็เริ่มมองเขาเปลี่ยนไป ทั้งญาติ ทั้งคนรู้จัก แม้แต่คนในครอบครัวแม่แทบไม่มองหน้าเขาอีกเลย เหมือนลูกชายคนนี้กลายเป็นคนแปลกหน้าไปแล้ว พ่อก็เลือกนิ่งเงียบ ไม่ตำหนิ แต่ก็ไม่ได้พูดปกป้อง บรรยากาศในบ้านทำให้ตงเหวินอึดอัดจนอยู่ไม่ไหว สุดท้ายเขาจึงค่อย ๆ ปลีกตัวออกมา ไม่ค่อยกลับบ้าน ไม่ค่อยเจอพ่อแม่ แม้แต่กับน้องชายของเขาก็เว้นร

  • เมื่อนางร้ายตัวประกอบขอหย่า   ตอนที่ 45 บทส่งท้าย

    ตอนที่ 45 บทส่งท้ายหย่งเล่อนั่งยอง ๆ อยู่หน้าตู้เสื้อผ้า มือกำลังติดกระดุมเสื้อให้เด็กชายตัวกลมที่ยืนกางแขนอยู่ตรงหน้า เด็กน้อยอายุสองขวบ มีแก้มกลม ตาโต ผิวขาวสะอาด หน้าตาคล้ายพ่ออย่างเห็นได้ชัด เด็กชายคนนี้คือลูกชายคนแรกของเธอ ชื่อว่า ‘ตงตง’เจ้าตัวเล็กยืนอยู่นิ่ง ๆ ให้แม่แต่งตัวให้ บางครั้งก็เงยหน้ามองแม่ บางครั้งก็ก้มมองรองเท้าตัวเองอย่างสนใจ ไม่งอแง ไม่ดิ้น ไม่ร้อง เลี้ยงง่ายจนหย่งเล่อประหลาดใจ“เรียบร้อยแล้ว” หย่งเล่อสวมรองเท้าเล็ก ๆ ให้ลูก ก่อนจะลูบหัวเด็กน้อยเบา ๆ“ขอบคุณครับ” ตงตงเงยหน้ามองแม่ ก่อนจะยิ้มโชว์ฟันซี่เล็ก ๆเด็กชายเป็นเด็กที่กินง่าย นอนง่าย ตั้งแต่เล็กจนถึงตอนนี้แทบไม่เคยทำให้คนในบ้านต้องเหนื่อย เพราะเหตุนี้เอง หย่งเล่อจึงยังสามารถทำงานของตัวเองต่อได้กิจการของเธอเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ สินค้าจากโรงงานไม่เพียงขายดีในประเทศ แต่ยังส่งออกไปต่างประเทศ ลูกค้าต่างแดนที่เฟิงตูช่วยหามาให้ กลายเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้สินค้าไปได้ไกลกว่าที่คิดทุกอย่างเป็นอย่า

  • เมื่อนางร้ายตัวประกอบขอหย่า   ตอนที่ 44 อาการหนัก

    ตอนที่ 44 อาการหนักกว่าหย่งเล่อจะอาบน้ำเสร็จแล้วตามมาที่โรงพยาบาล ตงหยางก็ตรวจร่างกายเบื้องต้นไปเกือบหมดแล้ว ทุกอย่างปกติดี ไม่มีอาการผิดปกติอะไรเลยตงหยางนั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องตรวจ สีหน้ายังซีดเล็กน้อย แต่ก็พยายามทำตัวให้ดูปกติ จนกระทั่งประตูห้องเปิดออกแล้วหย่งเล่อเดินเข้ามา ทันทีที่เห็นเธอ ตงหยางก็ชะงัก แล้วรีบถอยเก้าอี้ออกไปทันทีหย่งเล่อหยุดเดินมองเขานิ่ง ๆ ตงหยางทำหน้าเหมือนจะร้องไห้“ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจ” เขารีบพูด น้ำเสียงของเขาดูร้อนรน“ผมไม่อยากเป็นแบบนี้” ปกติเขาไม่พูดตะกุกตะกัก แต่พอเห็นหน้าเล่อเล่อแล้วเขาก็อยากจะร้องไห้ ยิ่งภรรยาทำหน้านิ่ง เขายิ่งรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย“แต่มันเป็นเอง” เขามองเธอเหมือนกลัวว่าเธอจะเสียใจ“ตรวจแล้วเป็นอย่างไรคะ” หย่งเล่อไม่ได้พูดอะไรกับสามี เพียงหันไปถามหมอ“ร่างกายคุณผู้ชายปกติดีครับ ยังไม่พบอะไรผิดปกติ” หมอส่ายหน้าเบา ๆ ร่างกายแข็งแรงด้วยซ้ำหย่งเล่อก้าวเข้าไปใกล้ตงหยางอีกนิด แต่ทันใดนั้นเขาก็

  • เมื่อนางร้ายตัวประกอบขอหย่า   ตอนที่ 43 ป่วย

    ตอนที่ 43 ป่วยวันเวลาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว จากเขตก่อสร้างที่เต็มไปด้วยฝุ่นและเสียงเครื่องจักร ในที่สุดโรงงานก็สร้างเสร็จสมบูรณ์ เครื่องจักรถูกติดตั้งครบทุกส่วนหลังจากทดลองเดินระบบอยู่พักใหญ่ ก็ได้ผลิตสินค้าชุดแรกออกมาจนสำเร็จ สินค้าล็อตแรกเริ่มถูกบรรจุลงลังแล้วเริ่มส่งออกหย่งเล่อเองก็ยุ่งกับงาน แต่ไม่เหมือนเมื่อก่อน เพราะเธอไม่ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองอีกแล้ว พ่อสามีช่วยหาคนงานมาให้ หลายคนเป็นคนที่พ่อเคยร่วมงานด้วย ไว้ใจได้และทำงานเป็นตงหยางกับเพื่อน ๆ เองก็ช่วยดูเรื่องระบบการจัดการ รวมถึงแนะนำคนมาช่วยงาน บางคนช่วยดูเรื่องขนส่ง บางคนช่วยดูเรื่องบัญชี ทุกอย่างค่อย ๆ เข้าที่เข้าทางจนลงตัวส่วนเฟิงตูก็ยังคงรับหน้าที่ที่เขาถนัด เขาช่วยติดต่อเครื่องจักรตั้งแต่แรก และตอนนี้ก็ยังช่วยติดต่อคู่ค้าจากต่างประเทศให้ด้วยไม่นานก็มีลูกค้าจากต่างแดนเริ่มสั่งสินค้า คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นทีละล็อต จนบางครั้งหย่งเล่อเองยังต้องนั่งดูตัวเลขซ้ำ เพราะไม่คิดว่าธุรกิจจะขยายเร็วขนาดนี้งานมีมากขึ้น แต่กลับไม่วุ่นวายเหมือนแต่ก่อน เพราะทุกคนรู้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status