LOGINหลิ่วซื่อกลับจากเรือนกู้หลินเซียงก็รีบตรงดิ่งไปหาสามีที่ห้องทำงานของเขาทันที ครั้นเล่าเรื่องที่เก
เซี่ยเส้าอันกำลังก้มหน้าอ่านเอกสารที่เขาเพิ่งรื้อขึ้นมาใหม่ เนื้อหาในนั้นพูดถึงนักฆ่ารับจ้างคนหนึ่ง ซึ่งได้ลงมือสังหารพวกขุนนางใหญ่ตามหัวเมืองต่างๆ ตายไปหลายคน แต่จนป่านนี้ก็ยังจับตัวนักฆ่าคนนั้นไม่ได้เขามีลางสังหรณ์ใจบางอย่าง จึงได้หยิบคดีนี้ขึ้นมาดูใหม่อีกครั้ง ไม่แน่ว่านักฆ่าที่คนทั้งแคว้นกำลังตามหา อาจอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี้ก็ได้" ใต้เท้าก็คิดว่าเรื่องนี้มันแปลกๆ ใช่หรือไม่ขอรับ" เหลียงเกอเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว ที่จริงเขาอยากถามเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องแล้ว เพียงแต่ไม่มีเวลาได้ถามเสียทีเซี่ยเส้าอันพยักหน้า " จากข้อมูลที่พวกเจ้าได้มา สองสามีภรรยาสกุลเถาเป็นพวกอันธพาลมีเรื่องกับผู้อื่นไปทั่ว มีทั้งคนชัง คนเกลียดมากมาย แต่ก็ไม่ผู้ใดคิดการใหญ่อยากฆ่าพวกเขาสักคน ดูจากรอยแผลที่เกิดขึ้นตามร่างกาย ผู้ร้ายน่าจะแค้นสองคนนี้ไม่น้อย "" จะเป็นไปได้หรือไม่ หากว่าผู้ร้ายจะเป็นคุณหนูรองหยาง " หวังฮั่นตั้งคำถาม" ก็อาจจะเป็นไปได้ " คำพูดของเขาไม่ได้สื่อถึงอารมณ์ใดทั้งสิ้น นั่นก็อาจจะเป็นเพราะว่า...คนที่เขาสงสัยว่าเป็นผู้ร้ายไม่ใช่หยางเสี่ยวอิง
เซี่ยเส้าอันหันไปยิ้มให้สตรีร่างบอบบาง ทว่าสีหน้าของนางในตอนนี้ กลับดูไม่สดใสเอาเสียเลย คล้ายมีเรื่องให้ครุ่นคิดหนัก" งั้นพวกเจ้าอยู่คุยกันไปนะ พ่อขอไปคุยกับใต้เท้าหว่านก่อน " หยางเต๋อหมิงพูดด้วยสีหน้ามีรอยยิ้มหยางซินหรานพยักหน้า ก่อนฝืนยิ้มจางๆหลังบิดาของหยางซินหรานไปแล้ว เขาก็หันมาพูดกับนางว่า " เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ"หยางซินหรานรู้สึกอึดอัดใจมานาน จึงระบายความขุ่นหมองใจออกมาให้ว่าที่คู่หมั้นฟังทั้งหมด " ข้ารู้สึกว่าช่วงนี้อิงเอ๋อร์ดูแปลกๆ นางดูไม่ใช่คนเดิมที่ข้ารู้จัก "" ไม่แปลกหรอก เพราะพวกเราไม่ได้รู้จักนางตั้งแต่แรก " ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดูไม่แปลกใจกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของหยางเสี่ยวอิงสักนิด" ท่านหมายความว่าเช่นไร"ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสั่นไหวของนาง ความกลัวกำลังกัดกินนางอย่างช้าๆ สีหน้าที่แสดงอยู่ในตอนนี้บ่งบอกได้ว่า นางก็เริ่มไม่ไว้วางใจน้องสาวตนเองแล้วเช่นกันเซี่ยเส้าอันยอมเล่าทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบให้หยางซินหรานฟัง และขอร้องว่าอย่าไปบอกใครเด็ดขาด เรื่องนี้จะต้องเก็บเป็นความลั
เซี่ยเส้าอันอ่านกระดาษแผ่นนั้นอย่างจดจ่อ สายตาคมกริบไล่อ่านทุกตัวอักษรที่นักชันสูตรเมืองตู้โจวเขียนมา ซึ่งวิเคราะห์ไว้ว่า สองสามีภรรยาสกุลเถาถูกคนร้ายทรมานอย่างทารุณ ก่อนเสียเลือดตาย " ผู้ตรวจการเมืองตู้โจวว่าอย่างไรบ้าง" " เขาบอกว่าจะเร่งมือสืบหาตัวคนร้ายให้เร็วที่สุดขอรับ " หวังฮั่นตอบ เซี่ยเส้าอันพยักหน้าช้าๆ " เรื่องนี้อย่าเพิ่งเอะอะไป รอให้หยางเสี่ยวอิงเสร็จจากพิธีปักปิ่นก่อน แล้วพวกเราค่อยดำเนินการตามแผนต่อไป " " ยังมีอีกเรื่องขอรับ " เหลียงเกอพูด คิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างสงสัย " เรื่องอะไร " เหลียงเกอเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับคนสกุลเถาให้เจ้านายฟัง ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาได้ทราบมาจากท่านผู้เฒ่าคนนั้นอีกที ยิ่งฟัง เซี่ยเส้าอันก็ยิ่งขมวดคิ้วคิดหนัก มีหลายจุดที่เขาบังเกิดความสงสัย แต่ไม่สามารถไปถามใครได้ เพราะคนที่รู้ดีที่สุดดันตายไปแล้ว " เห็นทีคงต้องรอคาดคั้นเอาจากปากนาง เพราะในตอนนี้มีแค่นางคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น " ดวงตาคมเข้มทอประกายความระทึกใจ นานมากแล้
" พี่หญิงได้พูดเรื่องแต่งงานกับท่านรึยังเจ้าคะ " น้ำเสียงหวานเอ่ยถามขึ้นมา ชายหนุ่มร่างสูงหยุดชะงัก หันกลับไปมองคนถามดวงตาว่างเปล่ามองไปที่คนถาม สีหน้าดูเย็นชาปราศจากอารมณ์ใด " เจ้าถามไปทำไม "หยางเสี่ยวอิงคลี่ยิ้ม " ข้าแค่อยากรู้น่ะเจ้าค่ะ ว่าพวกท่านจะมีฤกษ์มงคลยามใด "นัยน์ตาเฉียบคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเสแสร้งของนาง หยางเสี่ยวอิงผู้นี้นับว่าแสดงละครเก่งชั้นยอด ไม่มีผู้ใดจับพิรุธของนางได้สักคน แม้แต่หยางซินหรานก็ถูกนางหลอกแต่สำหรับเขา กลับรู้สึกไม่ชอบมาพากลตั้งแต่แรกเห็นแล้ว ดูอย่างไรก็เหมือนพวกชอบสร้างสถานการณ์ขึ้นมาชัดๆ" เมื่อถึงเวลาเจ้าก็จะรู้เอง" เขาพูดด้วยเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ ทำสีหน้าท่าทางเหมือนไม่อยากอยู่สนทนากับนางต่อสตรีในอาภรณ์สีชมพูอ่อนก้าวเท้าเดินเข้าใกล้บุรุษร่างสูงมากขึ้น ใบหน้าของนางยังคงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม " แล้วพี่หญิงได้บอกหรือไม่เจ้าคะ ว่านางจะพาข้าไปด้วย "ดวงตาคมกริบเกิดความวูบไหวครู่หนึ่ง ก่อนรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เพื่อเก็บซ่อนความรู้สึกหงุดหงิดใจเอาไว้ภายใน" หยางเสี่ยวอิง ข้าจะบอ
ยิ่งพวกเขาเหยียบย่างเข้าไปลึกมากเท่าไร กลิ่นเหม็นนั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆเหลียงเกอกับหวังฮั่นเริ่มแน่ใจแล้วว่า สิ่งที่เขาจะเห็นต่อจากนี้ อาจเป็นศพของใครสักคนทว่า...มันกลับไม่ได้มีแค่ศพเดียวสิ่งที่พวกเขาเห็นคือศพสองศพถูกตรึงกับเสาไม้ที่ตั้งขึ้นมา สภาพเน่าเปื่อยจนจำเค้าโครงเดิมไม่ได้ เศษเนื้อเศษหนังแห้งกรังติดกระดูก ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งลอยไปทั่วอากาศเหลียงเกอเบิกตาอ้าปากค้างกับสิ่งที่เห็น หวังฮั่นก็มีท่าทีไม่ต่างกันเพียงแต่เก็บสีหน้าได้ดีกว่าหนึ่งชั่วยามผ่านไป มือปราบหลายสิบคนรวมถึงนักชันสูตรศพก็มาถึงจุดเกิดเหตุ จากข้อมูลที่ได้รับ พบว่าในหมู่บ้านแห่งนี้นอกจากสองผัวเมียสกุลเถาก็ไม่มีผู้ใดสูญหายอีก หวังฮั่นจึงแน่ใจหลายส่วนว่า นี่ต้องเป็นศพของคนที่พวกเขาตามหาอย่างแน่นอนชายหนุ่มทั้งสองยืนมองนักชันสูตรจับศพพลิกไปมา ก่อนจะเริ่มวิเคราะห์สาเหตุการตาย" สาเหตุการตายเกิดจากการทรมานอย่างหนัก พวกท่านดูตรงนี้สิ" เขาชี้ไปที่ผิวหนังแห้งกรัง ตรงนั้นมีร่องรอยบางอย่างที่ลากยาวตั้งแต่ฐานอกลงไปจนถึงสะดือ " แผลพวกนี้เกิดจากถูก
เมืองตู้โจวเหลียงเกอกับหวังฮั่นออกตามหาญาติห่างๆ ของอนุเสิ่นที่มีแซ่เถา แต่คนแซ่เถามีมากกว่าสิบคน พวกเขาจึงค่อยๆ ไล่สอบถามทีละคน จนมาถึงคนสุดท้ายบุรุษร่างกำยำสองคนแหงนมองประตูเรือนนอกของสกุลเถา ประตูถูกปิดตายมีท่อนไม้ตอกเป็นรูปกากบาท บ่งบอกว่าเจ้าของเรือนไม่อยู่ครั้นสอบถามจากคนบ้านใกล้เรือนเคียง จึงทราบว่าสองสามีภรรยาคู่นี้หนีหนี้เจ้ามือบ่อนการพนันไปแล้ว" แล้วเด็กผู้หญิงที่อยู่กับพวกเขาเล่า ท่านพอจะทราบที่มาที่ไปหรือไม่ " เหลียงเกอเอ่ยถามชายชราที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้หน้าเรือน" เด็กผู้หญิงงั้นเรอะ " ชายชราทำสีหน้าครุ่นคิด ใช้มือลูบเคราแพะตรงปลายคาง แหงนหน้ามองขึ้นบนฟ้า พยายามนึกย้อนกลับไปก่อนที่สองสามีภรรยาคู่นั้นจะหนีไป " ถ้าหมายถึงเด็กคนนั้น นางหายไปจากหมู่บ้านของเราหลายปีแล้ว "" หายไปงั้นหรือขอรับ "เหลียงเกอกับหวังฮั่นมองหน้ากัน เพราะเท่าที่จำได้ คุณหนูรองหยางเพิ่งกลับไปที่เมืองหลวงเมื่อสองสามเดือนก่อนหน้านี้ และบอกว่าตนเองมาจากเมืองตู้โจว ทั้งยังบอกว่าส่งจดหมายมาให้ป้าเถาเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้อีกแล้วทำไมจ







