LOGINจู่ๆ ก็เป็นนางร้ายที่หวังจะเคลมพี่เขยแต่งแทนพี่สาว หากเป็นเจ้าร่างเดิมน่ะใช่! แต่สำหรับนางคนนี้เห็นเขาเป็นแค่ม้าตัวผู้ตัวหนึ่งเท่านั้น หลังผ่านคืนเร่าร้อนนางก็รีบหอบเงินสองแสนตำลึงหนีไปทันที
View Moreพอผ้าสีแดงคลุมหน้าหล่นลง ร่างบอบบางขาวผ่องก็ถูกดันลงบนเตียง ฟูกวิวาห์สีแดงขับผิวพรรณของนางให้ใสกระจ่าง จนดวงตาของผู้เป็นสามีเลือนราง เห็นใบหน้าหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเป็นคนรักของตน
ค่ำคืนนั้น เจ้าสาวหมาดๆ ถูกเคี่ยวกรำอย่างหนักหน่วง ไม่ขัดขืนเพราะเต็มใจแต่งงานกับเขาตั้งแต่แรก ผิวนุ่มนวลเปลี่ยนเป็นแดงเรื่อ เกิดจากรอยขบดูดจากผู้ที่สวนกายเข้าออกตัวนาง กู้หลินเซียงส่งเสียงครางแผ่ว ยกแขนโอบรอบลำคอหนา แอ่นกายรับความวาบหวามที่ผู้เป็นสามีมอบให้ พอบทรักเร่าร้อนจบลง เสิ่นอวิ๋นจงสร่างเมาจากฤทธิ์สุรา ใบหน้าเจ้าสาวกลับเปลี่ยนไปอีกคน ชายหนุ่มลุกพรวดขึ้น " นี่เจ้า...." อารมณ์ปรารถนามลายหายไปสิ้น เขาลุกขึ้นหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่ คนที่นอนหมดแรงเห็นเช่นนั้นก็รีบกุลีกุจอลุกตาม " ท่านพี่ " " อย่าเรียกข้าเช่นนั้น เจ้าไม่มีสิทธิ์เรียก!" เขาตวาดนาง กู้หลินเซียงสะดุ้งโหยง รีบคว้าผ้าห่มมาคลุมร่างเปลือยเปล่าของตน ริมฝีปากเม้มแน่นพยายามข่มกลั้นอารมณ์ขมขื่นของตน ขอบตาทั้งสองข้างร้อนผ่าวเมื่อเห็นสีหน้าสามีมองนางด้วยความรังเกียจ " เหตุใดจึงเป็นเจ้าที่มาอยู่ที่นี่ " ครั้นสวมอาภรณ์เรียบร้อยแล้ว เขาก็หันหน้ามาเผชิญกับนาง ใบหน้าจิ้มลิ้มของหญิงสาวซีดเผือดเหมือนกำลังหวาดกลัวเขา กู้หลินเซียงก้มหน้าหลุบตามองต่ำ มือสั่นเทากำผ้าห่มจนยับย่น ก่อนกล่าวเสียงตะกุกตะกักว่า " ทะ...ท่านพ่อให้ข้ามาแทนพี่หลิงเหยา นางหนีไปกับ..." " โกหก! " เสิ่นอวิ๋นจงตะคอกอีกฝ่ายเสียงแข็ง เขาไม่เชื่อหรอกว่ากู้้หลิงเหยาจะทำเช่นนั้น นางกับเขาหมั้นหมายกันมาตั้งนาน ไม่มีทางที่นางจะเปลี่ยนใจไปหาคนอื่นได้หรอก ร่างสูงใหญ่ปรี่เข้าไปหาหญิงสาว เอื้อมมือไปจับต้นแขนเรียวเล็กพร้อมออกแรงกระชากเข้ามาหาตัวเอง แรงบีบทำหญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด ดวงตานองน้ำตาเงยมองชายที่นางรักสุดหัวใจ " บอกข้ามาว่าเจ้ากับบิดาเจ้าช่วยกันวางแผนอะไรอยู่ เหตุใดจึงไม่ยอมให้หลิงเหยาแต่งงานกับข้า ทั้งที่รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะไว้แล้ว " " พี่เสิ่น คือข้า...." เขาออกบีบแขนนางแรงขึ้น จนนางหลุดอุทานด้วยความเจ็บ แต่เสิ่นอวิ๋นจงหาได้สนใจมารยาของนางไม่ เขายังคงเขย่าแขนนางซ้ำๆ ก่อนเอ่ยลอดไรฟันด้วยความกรุ่นโกรธว่า " ตอบแค่สิ่งที่ข้าจะถามก็พอ สิ่งใดไม่จำเป็นไม่ต้องเอื้อนเอ่ยออกมา ข้าไม่อยากฟัง " กู้หลินเซียงพยักหน้าช้าๆ " เข้าใจแล้ว ปล่อยข้าก่อน ข้าเจ็บ " " งั้นก็ตอบมา " เขาสะบัดมือออกจากต้นแขนนาง ก่อนคว้าเก้าอี้ที่อยู่ใกล้มือมานั่ง กู้หลินเซียงรวบผ้าห่มคลุมร่างเปลือยเปล่าของตน แม้รู้ดีว่ามันไม่อาจทำให้เขาเกิดความใคร่กับนางได้อีกครั้ง กระนั้นนางก็ยังเขินอายสายตาของเขาอยู่ดี นัยน์ตากลมโตเหลือบมองแขนของตนที่ขึ้นรอยแดง รู้สึกแสบจมูกขึ้นมา ไม่นึกว่าคืนแต่งงานวันแรกจะจบลงเช่นนี้ ทั้งที่เมื่อก่อนเสิ่นอวิ๋นจงเคยเอ็นดูนางมากแท้ๆ แต่บัดนี้เขากลับเป็นผู้อื่นที่นางไม่รู้จักแม้แต่น้อย กู้หลินเซียงพยายามข่มเสียงไม่ให้สั่น ก่อนกล่าวเสียงแผ่วเบาที่ได้ยินกันแค่สองคนว่า " พี่หลิงเหยาทิ้งจดหมายไว้ให้ท่านพ่อ บอกว่าไม่อยากแต่งงานกับท่านแล้ว ก่อนหน้านี้นางได้เจอกับบัณฑิตผู้หนึ่ง.... " กู้หลินเซียงพูดไม่ทันจบ เสียงขุ่นมัวของเสิ่นอวิ๋นจงก็เอ่ยแทรกขึ้นมมา " ใคร!" " ข้ากับท่านพ่อก็ไม่รู้ รู้เพียงว่านางนำเงินหนึ่งหมื่นตำลึงไปด้วย คิดว่าคงนำไปใช้จ่ายระหว่างอยู่กับชายผู้นั้น " ที่จริงในจดหมายมีเนื้อหามากกว่านี้ แต่นางไม่กล้าเล่าให้เสิ่นอวิ๋นจงฟัง เพราะกลัวเขาจะพาลอารมณ์เสียใส่นางมากกว่าเดิม กู้หลิงเหยาบอกว่าไม่อยากแต่งงานกับคนกักขฬะเช่นซื่อจื่อหวยอันโหว เขาเป็นบุรุษที่แข็งกระด้างและไร้ความเข้าอกเข้าใจสตรี ไม่เหมือนบัณฑิตหนุ่มผู้นั้นที่รักและทะนุถนอมนางเป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้จึงอยากยกเลิกงานแต่งงานไป ทว่างานแต่งได้ถูกกำหนดไว้นานแล้ว ไม่อาจยกเลิกได้ กู้หลินเซียงที่หลงรักเสิ่นอวิ๋นจงมานานจึงอาสาแต่งแทน คิดว่าเขาคงหลงเหลือความเมตตาแก่นางบ้าง ใครเลยจะคิดว่าเขาจะแสดงกิริยาท่าทางประหนึ่งถูกปีศาจร้ายเข้าสิงเช่นนี้ " หึ " เสิ่นอวิ๋นจงส่งเสียงหัวเราะราวกับคนขาดสติ สายตาเยียบเย็นมองไปยังร่างเล็กที่นั่งอยู่บนเตียง ตัวของนางสั่นสะท้านไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ ไยเขาจะไม่รู้ว่ากู้หลินเซียงแอบรักเขามานานแล้ว นางอาศัยว่าตนเองเป็นบุตรที่เกิดจากภรรยาเอก จึงกล้ารังแกกู้หลิงเหยาที่เป็นบุตรของอนุ และเหตุการณ์นี้ ก็เป็นนางที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด " เจ้าจะเล่นลิ้นอีกนานเท่าใด คิดว่าข้าไม่รู้หรือ...เรื่องที่เจ้าอยากได้ข้าเป็นสามีจนตัวสั่น คิดแผนนี้มานานแล้วใช่หรือไม่ จงใจใส่ร้ายหลิงเหยาของข้าสินะ " เสิ่นอวิ๋นจงปักใจเชื่อไปแล้วว่ากู้หลินเซียงเป็นคนวางแผน เขาพยายามข่มอารมณ์โกรธที่กำลังปะทุ หากนางยอมบอกว่ากู้้หลิงเหยาอยู่ไหน เขายินดีจะไม่เอาความ แต่ถ้านางยังคงปากแข็ง เขาจะฉีกปากเล็กๆ นั่นด้วยสองมือนี้ " เปล่านะเจ้าคะ ข้าไม่ได้ใส่ร้าย อึก..." ใบหน้างามแหงนขึ้น สัมผัสได้ถึงแรงบีบจากปลายคาง เสิ่นอวิ๋นจงกำลังก้มมองนางด้วยสายตาชิงชัง เขาบีบมือแรงขึ้น จนสันกรามนางแทบแหลกละเอียด ไยเขาจึงไม่เชื่อนาง เห็นนางเป็นพวกชอบพูดโกหกงั้นหรือ.... " กู้หลินเซียง เจ้าช่างเป็นสตรีที่น่ารังเกียจยิ่งนัก ต่อให้ไม่มีกู้หลิงเหยาก็อย่าหวังว่าข้าจะรับเจ้าเป็นภรรยา " เขาสะบัดมืออกอย่างแรง จนใบหน้าหวานหันขวับไปตามแรงมือที่คลายออก สายตาเย็นชาเหลือบมองไหล่เล็กที่กำลังสั่นสะท้าน ต่อมาก็มีเสียงสะอื้นเล็ดลอดออก หากเป็นคนที่เขารักร้องไห้เช่นนี้ เขาคงเข้าไปปลอบโยนแล้ว ทว่า...นางกลับไม่ใช่ " พรุ่งนี้ข้าจะบอกบิดาของเจ้าว่าให้นำตัวเจ้ากลับไป ส่วนเรื่องคืนนี้ เจ้าอยากได้เงินชดเชยเท่าใดก็แจ้งพ่อบ้านมาก็แล้วกัน " ชายหนุ่มปล่อยให้หญิงสาวร้องไห้อยู่อย่างนั้น ไม่สนใจปลอบประโลมนางสักคำ ก่อนสะบัดแขนเสื้อเดินจากห้องหอไปมือเรียวเอื้อมไปหยิบมีดสั้นที่มู่หรงอวี้เคยให้ออกมา ก่อนจ้วงแทงไปที่ท้องแกร่งเต็มแรง มู่หรงเย่าตาเบิกโพลง ชะงักงันไปชั่วขณะ ก่อนค่อยๆ ก้มมองหน้าท้องฝั่งขวาของตน" นี่เจ้า...กล้าแทงข้าอย่างนั้นหรือ"" อึก!"ฝ่ามือใหญ่คว้าบีบลำคอเล็กอย่างฉับไว ร่างเล็กดิ้นรนขัดขืน มือเรียวข่วนจิกที่ลำแขนหนาไปมา แต่เรี่ยวแรงของนางไม่อาจสู้กับแรงช้างสารอย่างมู่หรงเย่าได้ใบหน้านวลเนียนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ดูทุรนทุรายจนน่าสงสาร แต่ผู้กระทำหาได้มีความเห็นใจไม่ แม้เขาอยากครอบครองนางมากเพียงใด แต่ทว่าความรักตัวกลัวตายย่อมมีมากกว่า ในเมื่อนางพยศกับเขานัก เช่นนั้นเขาก็จะสั่งสอนให้นางหลาบจำเอง...ตู้มมม!เสียงกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งปฐพี ราวกับภูเขาลูกนี้กำลังจะระเบิดอย่างไรอย่างนั้น มือใหญ่ค่อยๆ ผละออกจากหญิงสาว รีบเปิดม่านไปดูเสียงที่เกิดขึ้นเมื่อครู่" แค่กๆ" หว่านเสี่ยวหนิงสำลักไอจนหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู นางรีบประคองสติ แล้วหันไปแกะเชือกออกให้จื่ออันในช่วงที่มู่หรงเย่าเผลอหลังกองดินระเบิดออก คนที่อยู่ฝั่งหน้าก็สามารถเดินท
ยังไม่สิ้นคำพูดของหญิงสาว จู่ๆ หูของนางก็ได้ยินเหมือนมีเสียงอะไรถล่มลงมา แรงสะเทือนทำให้คนที่นั่งในรถม้าเกิดการโคลงเคลง ร่างของหว่านเสี่ยวหนิงกระแทกเข้ากับผนังรถม้าอย่างแรง จนรู้สึกเจ็บร้าวไปทั่วร่างกายทางฝั่งซ้ายครั้นเสียงนั้นสงบลง นางก็ค่อยๆ ประคองร่างกายที่บอบช้ำออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น มีก้อนหินใหญ่และดินถล่มลงมาปิดช่องเขาพอดี ทำให้ขบวนแบ่งออกเป็นสองฝ่าย แยกนางออกจากผู้เป็นสามี" ท่านอ๋อง"ขอบตานางร้อนผ่าว กลัวว่ามู่หรงอวี้จะเป็นอะไรไป แต่ยังไม่มีเวลาให้ห่วงหากันมาก จู่ๆ ก็มีกลุ่มชายชุดดำปรากฏตัวขึ้น พวกมันพุ่งตัวเข้ามาจู่โจมทหารที่คุ้มกันนาง เสียงปะทะกันดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง หว่านเสี่ยวหนิงรีบกลับเข้าไปอยู่ในรถม้าและคิดหาทางรอดทว่า.....พอนางกลับเข้าไปพลันเห็นถิงถิงจับจื่ออันมัดมือมัดปาก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างอย่างตกตะลึง ริมฝีปากสั่นพร่าเอ่ยถามสาวใช้ที่นางรักประดุจน้องสาวว่า" นั่นเจ้ากำลังทำอะไร " หยาดน้ำตาเม็ดใหญ่ร่วงเผาะ นางเลือกที่จะถาม ทั้งที่คำตอบทุกอย่างมันเด่นชัดอยู่แล้ว" จะทำอะไรเสียอีกเล่า ก็จะจัดการกับพวก
วันเวลาผันผ่านไป เขื่อนและคลองที่มู่หรงอวี้ทุ่มแรงกายแรงใจทำไป บัดนี้ได้สำเร็จเสร็จสิ้นแล้ว และก็ได้เวลาที่เขาต้องพาภรรยากลับเมืองหลวงก่อนไป นางได้ไปร่ำลาเสิ่นหมิงตัวน้อยและจางฮุ่ยหลิงมา ทั้งสองอวยพรให้นางกับมู่หรงอวี้เดินทางโดยปลอดภัย และถ้ามีโอกาสให้กลับมาพบกันใหม่ ซึ่งนางก็รับปากว่าจะมาอีก ทั้งยังฝากฝังจางฮุ่ยหลิงให้ช่วยดูแลสองคนย่าหลานให้ด้วยครั้นได้เวลาออกเดินทาง เหล่าชาวบ้านที่ได้รับการช่วยเหลือจากหนานผิงอ๋องต่างก็พากันมาโปรยดอกไม้สีสดเป็นทางยาวอวยชัยให้แก่เขา ทั้งยังส่งเสียงสรรเสริญจนดังก้องกังวานไปทั่วทั้งปฐพีของเมืองชิงชวน หว่านเสี่ยวหนิงได้ยินเช่นนั้นก็พลันรู้สึกตื้นตันใจแทนสามีนางเห็นทุกสิ่งที่เขาทำ ว่าลงแรงลงใจไปมากเพียงใด และทั้งหมดที่ทำก็เพื่อผลประโยชน์ของราษฎรทั้งสิ้น ดังนั้นนางจึงอดปลาบปลื้มใจแทนไม่ได้" ท่านได้ยินหรือไม่ พวกเขาพากันเรียกชื่อท่านด้วยนะ" นางแอบอิงซบไหล่สามี พลางช้อนตามองเขาตาปริบๆใบหน้าคมคายก้มมองใบหน้าเนียนใส ก่อนระบายยิ้มตรงมุมปาก " ข้าชอบให้เจ้าเป็นคนเรียกชื่อข้ามากกว่า"รอยยิ้มมีเลศนัยนั้น
หลังจากพูดคุยกันจนเข้าใจแล้ว มู่หรงอวี้กับจางฮุ่ยหลิงก็พากันเดินมาที่ห้องรับแขก ครั้นเปิดประตูเข้าไปกลับเห็นหว่านเสี่ยวหนิงกับกู้หมิงเยว่ร่ำสุรากันอยู่ ใบหน้าของหญิวสาวแดงเถือก ดวงตาดูฉ่ำลอยแปลกๆ" เสี่ยวหนิง" ปากเรียกภรรยา แต่สายตากลับหันไปตำหนิคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับนาง " เหตุใดเจ้าจึงปล่อยให้นางดื่ม"" ข้าพยายามห้ามนางแล้ว แต่นางไม่ฟังข้าเลย บอกว่าจะดื่มให้ได้ ข้าจึงมานั่งดื่มเป็นเพื่อนนางเหมือนอย่างที่ท่านเห็นในตอนนี้นี่แหละ" กู้หมิงมีท่าทีลนลานด้วยกลัวว่าภรรยาจะตำหนิ แต่พอเห็นนางยิ้มให้ตัวเขาก็เริ่มเบาใจ บนโลกใบนี้ใครจะโกรธจะเกลียดเขาก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่จางฮุ่ยหลิงภรรยาสุดที่รักของเขา" ดูท่านางคงเข้าใจผิดเรื่องของท่านกับข้าแล้วกระมัง " จางฮุ่ยหลิงเอ่ย นางรู้ว่าทำไมหว่านเสี่ยวหนิงถึงมีอาการแบบนี้ ทุกอย่างก็เป็นเพราะมู่หรงอวี้นั่นแหละ" เช่นนั้นวันนี้ข้าคงต้องพานางกลับก่อน เอาไว้โอกาสหน้าค่อยว่ากันใหม่ "พอหว่านเสี่ยวหนิงได้ยินแบบนั้นก็รีบโพล่งขึ้นว่า " ไม่! ข้าไม่อยากกลับกับคนใจร้ายเช่นท่าน ""ไม่กลับไม่ได้ "ร่า


















reviews