Masukเยว่ฉีตื่นขึ้นมาในร่างของสตรีผู้หนึ่ง ตรงหน้าเธอคือบุรุษรูปงามชวนมองทว่าเขากลับนั่งอยู่บนรถเข็น บุรุษหนุ่มตรงหน้ามองมาอย่างสงสัยใคร่รู้ ก่อนเอ่ยออกมาว่า "ภรรยาเจ้าฟื้นแล้ว"
Lihat lebih banyak“ท่านแม่วันนี้พวกเราขึ้นเขามาทำไมหรือขอรับ?” หานฉินเยว่เอ่ยถาม เช้าวันนี้อยู่ ๆ ท่านแม่ก็ชวนพวกเขามาเดินเขากัน ทั้งที่ปกติมักจะปล่อยให้พวกเขามาเล่นกันเอง ทั้งยังไม่เคยอนุญาตให้เข้าไปในส่วนลึกของป่า เล่นได้แค่รอบนอกเท่านั้น“เมื่อคืนแม่กับพ่อนำของวิเศษมาซ่อนเอาไว้ และต้องการให้พวกลูกตามหาของวิเศษกลับมา”“ของวิเศษหรือขอรับ” ดวงตาเด็กทั้งสองเป็นประกาย จ้องหน้ากันก่อนจะหันมามองนาง“ใช่ เมื่อวานแม่เห็นแล้วว่ารุ่ยเอ๋อร์ใช้พลังจิตได้แล้ว ฉินเอ๋อร์เองก็มีความสามารถด้านพลังจิตเช่นเดียวกัน แม่จึงอยากทดสอบพวกเจ้า”“ทดสอบงั้นหรือ?”“นอกจากใช้พลังจิตสัมผัสตัวตนของแม่ พวกลูกเคยใช้พลังจิตทำอะไรอย่างอื่นหรือไม่”“ไม่ขอรับ” ทั้งสองคนตอบพร้อมเพรียงกัน“พลังจิตนั้นมีหลากหลายรูปแบบ สามารถตรวจสอบสิ่งที่ผู้ฝึกปราณไม่สามารถทำได้ รวมถึงตรวจหาสิ่งที่มีพลังวิญญาณอัดแน่นอยู่ด้านใน นอกจากนี้หากพวกลูกแข็งแกร่งขึ้นไปอีกพลังจิตของลูกจะสามารถใช้ตรึงและจับเป้าหมายได้ด้วย”“เหมือนที่ท่านแม่ทำเมื่อวานหรือขอรับ?”“ใช่แล้ว” นางย่อตัวลงลูบหัวบุตรชายคนเล็ก ก่อนจะหันมาลูบหัวบุตรคนโต“ในเมื่อลูกเข้าใจแล้ว ก็ลองใช้พลังจิตแผ่ข
“ลั่วอี้ท่านอยู่ที่ใด”“ภรรยาข้าอยู่นี่” เยว่ฉีหันไปตามเสียง เห็นสามีกำลังก้ม ๆ เงย ๆ จับปลาอยู่ในลำธารพวกเขาตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตที่เกาะส่วนตัวของเยว่ฉี สถานที่แห่งนี้แยกห่างจากเกาะอื่นนับร้อยลี้ เหมาะต่อการใช้ชีวิตของพวกเขามากจริง ๆ บางวันหากนึกครึ้มใจก็สามารถเดินทางเข้าไปในเมืองได้ตั้งแต่วันนั้นก็ผ่านมาแล้วร่วมหนึ่งร้อยปี แต่ละวันของทั้งสองคนเต็มไปด้วยความสนุกสนาน มีชีวิตชีวาและเรียบง่ายอย่างที่ต้องการจะมีเข้าไปฝึกวิชาบ้าง ขึ้นเขาไปเก็บพืชวิญญาณบ้าง ท่องเที่ยวไปยังที่ต่าง ๆ บ้าง แต่ละวันเรียบง่ายไม่ต่างจากการใช้ชีวิตธรรมดาอย่างที่ทั้งสองคนต้องการระหว่างนั้นทั้งสองได้ส่งข่าวไปหาสหายทั้งสองรวมถึงหานลั่วซานเป็นครั้งคราว เด็กชายในวันนั้นโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ยอดเยี่ยม แถมเมื่อประมาณยี่สิบปีที่แล้วทั้งสองคนก็ได้กลับไปยังดินแดนระดับกลางเพื่อร่วมยินดีกับการให้กำเนิดทายาทของตระกูลเสิน และเข้าร่วมงานแต่งงานของหานลั่วซาน“ได้ปลาเยอะเลยหรือ? วันนี้คงทำปลาย่างและน้ำแกงปลาได้เยอะเลย เช่นนั้นวานท่านทำความสะอาดปลาด้วยนะ ข้าจะไปเก็บผักเสียหน่อย แล้วเจ้าตัวแสบเล่า”“อ๋อ เจ้าตัวแสบนะหรือ?” ชายหนุ่มเ
“หมิงเหยาพี่ขอโทษ ขอโทษเรื่อง...”“ท่านไม่ต้องขอโทษข้า เวลาผ่านมานานขนาดนี้แล้วข้าสามารถปล่อยวางได้แล้ว ตอนนี้ข้ามีสิ่งที่สำคัญกว่าความรู้สึกเมื่อครั้งนั้น”อ่า...เจ้าปล่อยวางได้สินะ เพราะงั้นเจ้าถึงไม่สั่งให้นางสังหารฆ่า แก้แค้นคืนในสิ่งที่ข้ากระทำต่อเจ้า ตอนนี้เหลือเพียงข้าที่ยังจมอยู่กับความรู้สึกเมื่อครั้งนั้นและกระทำแต่เรื่องผิด ๆ มาตลอด ทุกอย่างเป็นผลจากการกระทำของข้า “แล้ว...”“ข้าไม่มีวันให้อภัยท่าน แม้ข้าจะไม่โกรธเกลียดท่านแล้ว แต่ข้าก็ไม่อาจให้อภัยท่านได้ ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะพูดคุยกับท่าน ต่อจากนี้ท่านก็ใช้ชีวิตให้สมกับสิ่งที่ท่านต้องการมาตลอดเถิด”บรรยากาศของหมิงเหยาหายไปแล้ว เยว่ฉีจ้องมองคนตรงหน้ารู้สึกผิดสินะตอนนี้มันสายไปแล้วละ สิ่งที่เสียไปแล้วต่อให้รู้สึกผิดและต้องการอยากได้คืนมามากแค่ไหน ในเมื่อมันสายไปแล้ว ย่อมไม่มีทางได้คืนมาข่าวการกลับมาของหมิงเยว่ฉีสร้างความปั่นป่วนขึ้นภายในดินแดนระดับสูงอีกครั้ง โดยเฉพาะสามตระกูลใหญ่ พวกเขาได้แวะเวียนมาเยี่ยมเยือน พร้อมตรวจสอบดูว่า คนที่ตายไปแล้วฟื้นขึ้นมาจริงหรือ และเมื่อเห็นว่าไม่ใช่แค่ฟื้นขึ้นมาเท่านั้น ทว่าค
“พวกเจ้าไปทำงานต่อเถิด ที่เหลือข้าจัดการเอง”“ขอรับคุณชาย” คนทั้งห้ารับคำ ด้วยสติเลื่อนลอยสตรีผู้นี้คือหมิงเยว่ฉี หมิงเยว่ฉีที่มีข่าวว่าตายไปแล้วหลังเหตุการณ์หยุดหยั้งผู้ก่อการร้ายเมื่อสิบปีก่อน หากพวกเขาจำไม่ผิด นางอายุยังไม่ถึงสามสิบปี ทว่าพลังฝึกปราณที่สัมผัสได้กลับล้ำเลิศยิ่งนัก ทำเอาไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ“เยว่ฉี เยว่ฉี” สองบุพการรีเมื่อรู้ข่าวก็รีบเดินทางมาพบนาง ทันที หลังยืนยันกับตาแล้วว่านางยังคงมีชีวิตอยู่ ทั้งสองคนถึงกับพรั่งพรูความรู้สึกในใจออกมาจนหมดสิ้นเนิ่นนานหลายเฟินกว่าพวกเขาจะสามารถสงบสติอารมณ์ลงได้ และกลับมาเป็นปกติ ถึงกระนั้นทั้งสามคนก็ยังคงไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นอยู่ดี“กลับมาได้ก็ดีแล้ว” คนที่เงียบมาตลอดเอ่ยขึ้นในที่สุดหมิงต้วนจ้องมองเหลนสาวด้วยดวงตาสงสัย ชายชราดีใจไม่น้อยที่นางยังมีชีวิต ทว่าในความดีใจนั้นยังมีอีกสิ่งที่เขาต้องการอยากจะรู้“พวกเจ้าที่เหลือออกไปก่อน” เขาสั่งให้ศิษย์คนอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องทั้งหมดออกไป แล้วกางม่านกั้นเสียงไว้“เอาละ ข้าดีใจในการกลับมาของเจ้า รวมถึงเข้าใจว่าพวกเจ้าต้องการใช้เวลาร่วมกัน แต่ตอนนี้ข้ามีอย่างหนึ่งต้องการอยากจะร
ความกดดันอันมหาศาล บรรยากาศเย็นยะเยือก สายลมเย็นพัดผ่านใบหน้ากลุ่มควันสีดำเริ่มขยายออกเป็นวงกว้าง ทุกที่ที่ควันสัมผัส ความมีชีวิตชีวาจะถูกกลืนกิน เหลือไว้เพียงสภาพเหี่ยวเฉาคนทั้งห้ากลืนน้ำลายลงคอ ขยับขาก้าวถอยหลังด้วยความยากลำบาก บรรยากาศหนาวเย็นเสียดแทงลึกเข้าไปถึงกระดูก พลังมหาศาลที่สัมผัสได้พา
ไม่มีใครรู้ว่าระหว่างนั้นเกิดอะไรขึ้น รู้ตัวอีกทีความปั่นป่วนมากมายได้หายไปแล้ว ภาพสุดท้ายก่อนทุกอย่างจะหยุดนิ่งคือภาพหานลั่วอี้ถูกโจมตีจนหน้าอกทะลุทว่าตอนนี้สิ่งที่พวกเขาเห็นคือหานลั่วอี้ที่นอนหลับสนิทบนพื้น เสื้อผ้าเต็มไปด้วยเลือดแต่กับไม่มีบาดแผลที่ส่งผลอันตรายถึงชีวิตข้างกันนั้นคือเยว่ฉี นางน
“จะทำร้ายนางข้ามศพข้าไปก่อน!!”“หึ...รักกันดีเหลือเกิน” หมิงเทียนหยางเอ่ยพร้อมเลิกคิ้วขึ้นสูง ก่อนกล่าว “รู้อะไรไหม? วิญญาณมนุษย์จะหอมหวานที่สุดเวลาใด?”หานลั่วอี้ไม่คิดจะต่อความยาวกับอีกฝ่าย ปล่อยกระบวนท่าออกไปทันทีหมิงเทียนหยางรู้ทัน ปัดป้องการโจมตีและโต้ตอบกลับมา เขามองสีหน้าจริงจังของชายหนุ่มด
นางทำอันใดลงไป!!! จูบสามีต่อหน้าคนมากมายเนี่ยนะ อ๊ากกกกก เขินจนอยากจะมุดดินหนีแล้ว!!“ภรรยาเป็นอันใดไปหรือเหตุใดถึงเอาแต่ก้มหน้า” หานลั่วอี้ก้มหน้ามองคนข้างกาย ชายหนุ่มหยักยิ้มมุมปากเล็กน้อยให้กับท่าทีเขินอายของภรรยาเขาเห็นว่าแก้มนวลแดงปลั่งลามไปถึงใบหู แต่ทำทีเป็นมองไม่เห็นเอ่ยถามออกไป“...”“ภรร


















Ulasan-ulasanLebih banyak