Mag-log in" ท่านเข้ามาทำไม "
เจ้าของดวงหน้าพริ้มเพราเอ่ยถามบุรุษร่างสูงที่เดินตามนางเข้ามาในกระโจมสตรีอาภรณ์ดำเดินเข้าใกล้ผู้ที่เคยทำดีกับนาง อีกฝ่ายกำลังใช้ตักของตนให้บิดาเอนพิง ดูแล้วเป็นภาพที่อบอุ่น จนนางอยากสะอิดสะเอียนออกมายิ่งเห็นสามคนพ่อแม่ลูกรักใคร่กัน นางยิ่งเกลียดชังคนสกุลหยางเพิ่มขึ้นไปอีก เหตุใดคนพวกนี้จึงมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย ทั้งที่อีกคนต้องใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ที่ไม่ต่างจากขุมนรก" เจ้าถามว่าข้าเป็นใครงั้นรึ? " นางย่อตัวลง ใบหน้าโน้มเข้าใกล้อีกฝ่าย ก่อนพูดเสียงเย็นว่า " ข้าชื่อเสี่ยวเฟย เป็นสหายของหยางเสี่ยวอิง "ต้วนฮูหยินกับหยางซินหรานเบิกตาอย่างตกตะลึง ริมฝีปากสั่นระริก ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ" หมายความว่าเช่นไร แล้วอิงเอ๋อร์เล่า " หยางซินหรานถาม" นางตายแล้ว " เสี่ยวเฟยตอบเสียงเรียบ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง" เป็นไปได้อย่างไร แล้วนาง...." ยังไม่ทันที่หยางซินหรานจะได้ถามจนจบ เสี่ยวเฟยก็พูดแทรกขึ้นมาว่า" หากเจ้าอยากรู้ความเป็นมา ข้าก็ยินดีจะเล่าให้ฟัง เพราะไหนๆ พวกเจ้าก็จะตายไปพบนางที่ปรโลกอยู่แล้ว "เสี่ยวเฟยเล่าย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อน ตอนนั้นนางได้รับบาดเจ็บอย่างหนักจาก
ระหว่างนั้น เสียงประตูก็ดังโครม เป็นอันเห็นได้ชัดว่า คนร้ายได้เข้ามาแล้ว ร่างเล็กรีบหาที่ซ่อน แต่ยังไม่ทันได้ก้าวไปทางใด น้ำเสียงคุ้นหูก็เอ่ยขึ้นมาว่า" อย่าหนีเลยพี่หญิง ตอนนี้ท่านพ่อกับท่านแม่กำลังรอท่านอยู่นะ " ผู้ที่อยู่ในชุดคลุมสีดำถอดหมวกออก เผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายให้อีกฝ่ายได้เห็นหยางซินหรานอ้าปากค้าง ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้าง เมื่อเห็นเจ้าของใบหน้านั้น" อะ...อิงเอ๋อร์ นี่เจ้า...." นางพูดตะกุกตะกักมือทั้งสองข้างสั่นสะท้านด้วยความกลัว ขอบตาร้อนผ่าวเมื่อเห็นคราบเลือดที่ติดอยู่ตรงคมขวาน" เจ้าทำอะไรท่านพ่อ ท่านแม่ " น้ำเสียงสั่นเครือยากจะควบคุม นางแทบไม่หลงเหลือเรี่ยวแรงจะวิ่งหนีอีกฝ่าย ความกลัวค่อยๆ กัดกินหัวใจของนางอย่างช้าๆ มองไม่เห็นถึงทางออกของเรื่องนี้ ราวกับว่ามันถึงจุดสิ้นสุดแล้วหยางเสี่ยวอิงแสยะยิ้มร้ายกาจ " หากเจ้าอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ตามข้าไปที่ห้องโถง "ความหวาดระแวงครอบงำจิตใจหยางซินหราน นางพยักหน้าอย่างเชื่องช้า เชิงบอกว่ายอมไปกับอีกฝ่ายแล้วหยางเสี่ยวอิงเบี่ยงตัวหลบให้พี่สา
เซี่ยเส้าอันกำลังก้มหน้าอ่านเอกสารที่เขาเพิ่งรื้อขึ้นมาใหม่ เนื้อหาในนั้นพูดถึงนักฆ่ารับจ้างคนหนึ่ง ซึ่งได้ลงมือสังหารพวกขุนนางใหญ่ตามหัวเมืองต่างๆ ตายไปหลายคน แต่จนป่านนี้ก็ยังจับตัวนักฆ่าคนนั้นไม่ได้เขามีลางสังหรณ์ใจบางอย่าง จึงได้หยิบคดีนี้ขึ้นมาดูใหม่อีกครั้ง ไม่แน่ว่านักฆ่าที่คนทั้งแคว้นกำลังตามหา อาจอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี้ก็ได้" ใต้เท้าก็คิดว่าเรื่องนี้มันแปลกๆ ใช่หรือไม่ขอรับ" เหลียงเกอเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว ที่จริงเขาอยากถามเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องแล้ว เพียงแต่ไม่มีเวลาได้ถามเสียทีเซี่ยเส้าอันพยักหน้า " จากข้อมูลที่พวกเจ้าได้มา สองสามีภรรยาสกุลเถาเป็นพวกอันธพาลมีเรื่องกับผู้อื่นไปทั่ว มีทั้งคนชัง คนเกลียดมากมาย แต่ก็ไม่ผู้ใดคิดการใหญ่อยากฆ่าพวกเขาสักคน ดูจากรอยแผลที่เกิดขึ้นตามร่างกาย ผู้ร้ายน่าจะแค้นสองคนนี้ไม่น้อย "" จะเป็นไปได้หรือไม่ หากว่าผู้ร้ายจะเป็นคุณหนูรองหยาง " หวังฮั่นตั้งคำถาม" ก็อาจจะเป็นไปได้ " คำพูดของเขาไม่ได้สื่อถึงอารมณ์ใดทั้งสิ้น นั่นก็อาจจะเป็นเพราะว่า...คนที่เขาสงสัยว่าเป็นผู้ร้ายไม่ใช่หยางเสี่ยวอิง
เซี่ยเส้าอันหันไปยิ้มให้สตรีร่างบอบบาง ทว่าสีหน้าของนางในตอนนี้ กลับดูไม่สดใสเอาเสียเลย คล้ายมีเรื่องให้ครุ่นคิดหนัก" งั้นพวกเจ้าอยู่คุยกันไปนะ พ่อขอไปคุยกับใต้เท้าหว่านก่อน " หยางเต๋อหมิงพูดด้วยสีหน้ามีรอยยิ้มหยางซินหรานพยักหน้า ก่อนฝืนยิ้มจางๆหลังบิดาของหยางซินหรานไปแล้ว เขาก็หันมาพูดกับนางว่า " เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ"หยางซินหรานรู้สึกอึดอัดใจมานาน จึงระบายความขุ่นหมองใจออกมาให้ว่าที่คู่หมั้นฟังทั้งหมด " ข้ารู้สึกว่าช่วงนี้อิงเอ๋อร์ดูแปลกๆ นางดูไม่ใช่คนเดิมที่ข้ารู้จัก "" ไม่แปลกหรอก เพราะพวกเราไม่ได้รู้จักนางตั้งแต่แรก " ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดูไม่แปลกใจกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของหยางเสี่ยวอิงสักนิด" ท่านหมายความว่าเช่นไร"ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสั่นไหวของนาง ความกลัวกำลังกัดกินนางอย่างช้าๆ สีหน้าที่แสดงอยู่ในตอนนี้บ่งบอกได้ว่า นางก็เริ่มไม่ไว้วางใจน้องสาวตนเองแล้วเช่นกันเซี่ยเส้าอันยอมเล่าทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบให้หยางซินหรานฟัง และขอร้องว่าอย่าไปบอกใครเด็ดขาด เรื่องนี้จะต้องเก็บเป็นความลั
เซี่ยเส้าอันอ่านกระดาษแผ่นนั้นอย่างจดจ่อ สายตาคมกริบไล่อ่านทุกตัวอักษรที่นักชันสูตรเมืองตู้โจวเขียนมา ซึ่งวิเคราะห์ไว้ว่า สองสามีภรรยาสกุลเถาถูกคนร้ายทรมานอย่างทารุณ ก่อนเสียเลือดตาย " ผู้ตรวจการเมืองตู้โจวว่าอย่างไรบ้าง" " เขาบอกว่าจะเร่งมือสืบหาตัวคนร้ายให้เร็วที่สุดขอรับ " หวังฮั่นตอบ เซี่ยเส้าอันพยักหน้าช้าๆ " เรื่องนี้อย่าเพิ่งเอะอะไป รอให้หยางเสี่ยวอิงเสร็จจากพิธีปักปิ่นก่อน แล้วพวกเราค่อยดำเนินการตามแผนต่อไป " " ยังมีอีกเรื่องขอรับ " เหลียงเกอพูด คิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างสงสัย " เรื่องอะไร " เหลียงเกอเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับคนสกุลเถาให้เจ้านายฟัง ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาได้ทราบมาจากท่านผู้เฒ่าคนนั้นอีกที ยิ่งฟัง เซี่ยเส้าอันก็ยิ่งขมวดคิ้วคิดหนัก มีหลายจุดที่เขาบังเกิดความสงสัย แต่ไม่สามารถไปถามใครได้ เพราะคนที่รู้ดีที่สุดดันตายไปแล้ว " เห็นทีคงต้องรอคาดคั้นเอาจากปากนาง เพราะในตอนนี้มีแค่นางคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น " ดวงตาคมเข้มทอประกายความระทึกใจ นานมากแล้
" พี่หญิงได้พูดเรื่องแต่งงานกับท่านรึยังเจ้าคะ " น้ำเสียงหวานเอ่ยถามขึ้นมา ชายหนุ่มร่างสูงหยุดชะงัก หันกลับไปมองคนถามดวงตาว่างเปล่ามองไปที่คนถาม สีหน้าดูเย็นชาปราศจากอารมณ์ใด " เจ้าถามไปทำไม "หยางเสี่ยวอิงคลี่ยิ้ม " ข้าแค่อยากรู้น่ะเจ้าค่ะ ว่าพวกท่านจะมีฤกษ์มงคลยามใด "นัยน์ตาเฉียบคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเสแสร้งของนาง หยางเสี่ยวอิงผู้นี้นับว่าแสดงละครเก่งชั้นยอด ไม่มีผู้ใดจับพิรุธของนางได้สักคน แม้แต่หยางซินหรานก็ถูกนางหลอกแต่สำหรับเขา กลับรู้สึกไม่ชอบมาพากลตั้งแต่แรกเห็นแล้ว ดูอย่างไรก็เหมือนพวกชอบสร้างสถานการณ์ขึ้นมาชัดๆ" เมื่อถึงเวลาเจ้าก็จะรู้เอง" เขาพูดด้วยเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ ทำสีหน้าท่าทางเหมือนไม่อยากอยู่สนทนากับนางต่อสตรีในอาภรณ์สีชมพูอ่อนก้าวเท้าเดินเข้าใกล้บุรุษร่างสูงมากขึ้น ใบหน้าของนางยังคงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม " แล้วพี่หญิงได้บอกหรือไม่เจ้าคะ ว่านางจะพาข้าไปด้วย "ดวงตาคมกริบเกิดความวูบไหวครู่หนึ่ง ก่อนรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เพื่อเก็บซ่อนความรู้สึกหงุดหงิดใจเอาไว้ภายใน" หยางเสี่ยวอิง ข้าจะบอ







