LOGINไท่ซ่างหวง ไทเฮา ตวนอ๋อง หวางเฟย ฮูหยินผู้เฒ่า ฟ่านจงหยวน ฟ่านฮูหยิน นั่งมองซื่อจื่อน้อยฝึกเรียนวิชาการต่อสู้อย่างให้กำลังใจ ส่วนองค์หญิงอิ่งจือกำลังนั่งคำนวณวิชาคณิตศาสตร์ที่ฟ่านซินหรานเป็นคนเขียนให้อย่างตั้งใจ ส่วนองค์ชายสามนั่งเล่นของเล่นอยู่มุมหนึ่ง ฟ่านซินหรานยามนี้มีบุตรชายเพิ่มอีกสองคนคือ ซื่อจื่อหลี่มู่ซวนอายุได้ห้าขวบ องค์ชายสามหลี่มู่เจ๋ออายุได้สามขวบ ฟ่านซินหรานบอกตวนอ๋องว่าแค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว นางเหนื่อยกับการตั้งครรภ์เต็มที โชคดีที่ยามตั้งครรภ์สองบุตรชายนางไม่มีอาการแพ้ท้องใด ๆ เลย แต่นางก็คิดว่าสามคนกำลังดี มากไปกว่านี้นางไม่ไหวจริง ๆ “ท่านแม่ข้าทำเสร็จแล้วท่านแม่ตรวจดูให้ข้าหน่อยเพคะว่าคำตอบถูกต้องหรือไม่” ฟ่านซินหรานรับสมุดมาดูก่อนยิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน “คำตอบถูกหมดเลยเก่งมากลูกรัก”“เย้! งั้นข้าขอไปเล่นกับองค์ชายสามนะเพคะ”“ได้จ้ะไปเถอะ” ห่านซินกรานตอบออกไปอย่างอ่อนโยน“หวางเฟยวิชาคณิตศาสตร์นี้มันสุดยอดเลยนะ เจ้าไปเรียนรู้มากจากที่ใดหรือ?” ไท่ซ่างหวงเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัยใคร่รู้ ฟ่านซินหรานครุ่นคิดว่าจะตอบอย่างไรดี เพราะหากบอกไปตามความจริงมันก็น่าเหลือเชื่อเก
พิธีแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ฮ่องเต้ทรงเดินทางมาร่วมอวยพรพร้อมกับฮองเฮาที่เป็นพระมารดาของตวนอ๋อง ตวนอ๋องอยู่ในชุดแดงเข้มตัดเขียวปักลายมังกรเดินคู่มากับฟ่านซินหรานในชุดเขียวเข้มตัดแดงปักลายหงส์ ตวนอ๋องหล่อเหลาสง่างาม ฟ่านซินหรานก็งดงามราวกับนางฟ้าบนสวรรค์ ทุกคนมองด้วยสายตาที่ชื่นชมเพราะทั้งสองคนเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก“กราบไหว้ฟ้าดิน”“กราบไหว้บิดามารดา”“กราบไหว้กันละกัน”เมื่อเสร็จพิธีฟ่านซินหรานก็ไม่ได้ไปนั่งรอในห้องหอเหมือนคู่อื่น ๆ เพราะนางและเขาอยู่ด้วยกันมานานแล้ว การแต่งงานก็เพื่อทำทุกอย่างให้มันถูกต้อง นางและตวนอ๋องจึงอยู่ร่วมดื่มและรับประทานอาหารกับแขกเหรื่อ“วันนี้เจ้างดงามมาก” ฮองเฮาเอ่ยชมออกมาจากใจ “ขอบพระทัยเพคะ”“เพียงไม่นานเมืองเยี่ยนฟางก็เจริญรุ่งเรืองมาก ข้ารู้สึกภูมิใจกับพวกเจ้าสองคนมากจริง ๆ” ฮ่องเต้เอ่ยขึ้นมาด้วยพระพักตร์ที่เต็มไปด้วยความปลื้มปีติและมีความสุข“ข้าจะส่งขุนนางมาเรียนรู้วิธีการทำงานจากที่นี่ เจ้าจะว่าอย่างไร?”“ลูกยินดีพ่ะย่ะค่ะ”“หวางเฟยขอบใจเจ้ามากนะที่เป็นลมใต้ปีกให้กับตวนอ๋อง” “หม่อมฉันยินดีเพคะ”“เอาละนี่ดึกแล้วถึงแก่เวลาส่งตัวเข้าหอเ
ทางด้านฟ่านซินหราน ยามนี้แขนของนางก็เริ่มหายดีแล้ว แต่ก็ต้องระมัดระวังเพราะว่ากระดูกยังไม่สมานกันดี ฟ่านซินหรานออกมาตรวจงานพร้อมกับองครักษ์ทั้งเจ็ดคนเหมือนอย่างเช่นทุกครั้ง นางยังคงต้องป้องกันและระมัดระวังตัว เพราะไม่รู้ว่ามีใครคิดร้ายกับนางบ้าง ยิ่งมาเป็นหวางเฟยของตวนอ๋องยิ่งต้องไม่ประมาท“ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่?”“เรียบร้อยดีขอรับนายหญิง”ฟ่านซินหรานได้ฟังก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ ก่อนจะเดินตรวจไปรอบ ๆ จากนั้นนางก็แวะไปที่โรงงานผลิตผงปรุงรส ซีอิ๊ว น้ำตาล น้ำปลาแล้วก็บะหมี่สำเร็จรูป ทุกอย่างยังคงเรียบร้อยและเป็นปกติดีเพราะทุกคนตั้งใจทำงานกันเป็นอย่างดี สิ้นปีนี้คงต้องให้อั่งเปากับทุกคนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงานฟ่านซินหรานกลับมายังจวนท่านเจ้าเมืองก็เห็นตวนอ๋องและคนของเขานั่งรออยู่แล้ว รวมถึงบิดาของนางและนายอำเภอ ฟ่านซินหรานจึงรีบเดินไปนั่งข้างเขาทันที “รอหม่อมฉันนานหรือไม่เพคะ?”“ไม่นานพวกข้าก็คุยกันไปเรื่อย ๆ เพื่อรอเจ้า” ฟ่านซินหรานได้ยินเช่นนั้นก็ลุกไปหยิบกระดาษที่นางเขียนรายละเอียดเอาไว้อย่างละเอียดออกมา ตวนอ๋องยามนี้มีคนของเขาอยู่สิบห้าคน อีกห้าคนให้คอยสอดแนมอยู่ที่เมืองหล
ฟ่านอิ้งเยว่ยืนแอบมองอยู่จากมุมหนึ่งอย่างอิจฉา จิตใจของนางยามนี้เต็มไปด้วยความเกลียดและเคียดแค้นฟ่านซินหราน นางไม่เข้าใจตวนอ๋องเลยจริง ๆ เหตุใดเขาถึงรักและหลงฟ่านซินหรานมากขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่นางก็ไม่ใช่สตรีบริสุทธิ์ แถมยังตั้งครรภ์บุตรกับเสวียนอ๋อง แต่เขาก็ยังยอมรับสถานภาพของฟ่านซินหรานได้อย่างไรเงื่อนไข แล้วนางละบุรุษวิ่งเข้าหาเพราะอยากหลับนอนด้วย จากนั้นก็ไม่เหลียวแลนางอีกเลยมันเป็นเพราะอะไรกันนะ นางมีข้อบกพร่องตรงใดกันหรือ ทั้ง ๆ ที่นางก็งดงามมากแต่กลับไม่มีบุรุษอยากใช้ชีวิตด้วย ยามนี้นางอยู่ตัวคนเดียวใช้ชีวิตอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ เพราะกลัวคนของเสวียนอ๋องจะมาฆ่าปิดปาก ไม่รู้ว่ายามนี้เสวียนอ๋องยังจะส่งคนมาฆ่านางอยู่หรือไม่ ไม่อยากเชื่อเลยว่าชีวิตของนางจะตกต่ำได้ถึงเพียงนี้ ฟ่านซินหรานข้าเกลียดเจ้า!ฟ่านอิ้งเยว่ตัดสินใจมาหาหมอคุณไสยเพื่อทำมนต์เสน่ห์ยาแฝดแล้วหันมาสนใจนางแทน นางได้ยินมาว่ามีพ่อหมอที่วิชาแก่กล้า เคยทำให้คนสมหวังมาแล้ว นางจึงคิดว่านางน่าจะลองดู ฟ่านอิ้งเยว่เดินทางมาที่ชายป่าที่อยู่ห่างไกลจากเมืองเยี่ยนฟางพอสมควร พอมาถึงก็พบกับกระท่อมหลังหนึ่งตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางต้
ฮ่องเต้ประกาศความผิดของฉีอ๋องรวมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดคือประหารชีวิตเก้าชั่วโครต เพื่อไม่ให้ใครเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ผู้คนเห็นข่าวต่างก็ไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นความจริง ไม่คาดคิดว่าฉีอ๋องจะกล้าทำเรื่องร้ายแรงเช่นนี้ การประหารชีวิตจะมีขึ้นในอีกเจ็ดวันและทางการได้เปิดให้ผู้คนเข้าดูพิธีประหารด้วยพระชายาของซื่อจื่อถูกดึงออกจากคดีนี้ เพราะแม่ทัพหยางได้ให้ความร่วมมือในการจับกุมฉีอ๋อง และช่วยเปิดเผยแผนการของเขาทั้งหมดทำให้ไม่มีการสูญเสียเลือดเนื้อ ฮ่องเต้จึงยกให้เป็นความดีความชอบของแม่ทัพหยางด้วยเช่นกันเมื่อเรื่องการก่อกบฏจบลงฮ่องเต้ก็เรียกคนของราชวงศ์มาฟังการตัดสินโทษของเหล่าเชื้อพระวงศ์ ตวนอ๋องและหวางเฟยมานั่งฟังการตัดสินด้วยเช่นกัน ตวนอ๋องคิดว่าในเมื่อจะจัดการก็ทำเสียทีเดียวไปเลย คนที่ไปก่อกวนที่เมืองเยี่ยนฟางถูกจับกุมและให้การสารภาพเรียบร้อย แล้ว และก็ได้ปล่อยตัวพวกเขาไป เพราะพวกเขาบอกว่า ทำไป ตามคำสั่งไม่อาจขัดได้ เขาก็พอจะเข้าใจได้ ควรจะจัดการกับคนที่ ออกคำสั่งถึงจะถูก“คนที่ข้าเอ่ยชื่อให้ลุกออกไปคุกเข่า” เมื่อฮ่องเต้เอ่ยออกมาเช่นนี้ ฮองเฮา พระสนม ท่านอ๋อง องค์ชาย องค์หญิง ต่างหันไปมองหน
เสวียนอ๋อง จวิ้นอ๋อง เยียนอ๋อง พาคนไปคุ้มครองตำหนักของฮ่องเต้หลี่หมิงเจ๋อราว ๆ 100 คน ส่วนพวกเขาสามคนก็รีบเข้าไปที่ห้องทรงอักษรเพื่อสารภาพผิด ฮ่องเต้ที่อนุญาตให้พวกเขาเข้ามา ก่อนจะทอดมองพวกเขาด้วยสายพระเนตรเรียบนิ่ง แม้ในพระทัยจะมีโทสะมากเพียงใด แต่เขาก็คิดว่า…รอดูท่าทีของพวกเขาดูเสียก่อนว่าจะพูดเช่นไรพวกเขาสามคนเมื่อมาถึงก็คุกเข่าลงทันที“เสด็จพ่อลูกขอสารภาพผิดพ่ะย่ะค่ะ ที่จริงแล้วบิดาขององค์หญิงอิ่งจือคือลูกเอง ในครั้งนั้นมันเป็นอุบัติเหตุ คุณหนูใหญ่ฟ่านซินหรานไม่ต้องการให้ลูกรับผิดชอบ ทั้ง ๆ ที่นางตั้งครรภ์ หลายวันก่อนลูกให้คนไปขโมยองค์หญิงอิ่งจือ เพื่อที่จะต่อรองกับเอ่อ…หวางเฟย คือ…ลูกนึกเสียดายนางขึ้นมา แต่ว่าคนของหวางเฟยก็ชิงตัวองค์หญิงอิ่งจือกลับไปได้พ่ะย่ะค่ะ”ฮ่องเต้ตกตะลึงนี่มันเป็นเรื่องจริงหรือ เสวียนอ๋องคือบิดาขององค์หญิงอิ่งจือ ถ้าเช่นนั้นคุณหนูใหญ่ก็ไม่ใช่สตรีเหลวแหลกอย่างที่ทุกคนเขาพูดถึงกัน แล้วมันคืออะไรกัน? นึกเสียดาย?… เสวียนอ๋องเพิ่งมาคิดได้ตอนที่นางเป็นหวางเฟยของตวนอ๋อง สมน้ำหน้าแล้ว!“เสด็จพ่อลูกสองคนมาสารภาพผิดเรื่องที่ลอบสังหารตวนอ๋องในระหว่างที่เขาเดินทางกลั







