Share

17.

last update Last Updated: 2025-11-17 15:56:39

   ดีแลนฝึกเป็นพ่อ – โครงการบริหารจัดการความรักและชีวิต

 โครงการจัดการความสามารถผู้เป็นบิดา (Paternal Competency Project)

การรู้ว่า อีวา ตั้งครรภ์ ทำให้ ดีแลน แบล็กเวลล์ เข้าสู่ภาวะเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด แต่ในแบบฉบับของเขา ทุกอย่างต้องถูกควบคุมและวัดผลได้ ดีแลนปฏิเสธที่จะเป็นคุณพ่อที่แค่ "ดีพอ" เขาจะต้องเป็นคุณพ่อทีสมบูรณ์แบบตามมาตรฐานที่เขากำหนดขึ้นเอง

ดีแลนจัดการกับการเป็นพ่อเหมือนกับการเข้าซื้อกิจการมูลค่าหลายพันล้านเหรียญ เขาเรียกมันว่า "โครงการจัดการความสามารถผู้เป็นบิดา" เขาไม่ได้แค่เตรียมห้องนอนลูก แต่เขากำลังเตรียม ตัวเอง ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงดูบุตรที่ไม่มีใครเทียบได้

การเรียนรู้เชิงทฤษฎี (The War Room)ห้องทำงานเก่าของดีแลนในบ้านได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็น "ห้องบัญชาการทารก" (The Baby War Room) กำแพงไม่ได้เต็มไปด้วยกราฟแสดงผลกำไรและแผนผังองค์กรอีกต่อไป แต่ถูกแทนที่ด้วย:

แผนภูมิพัฒนาการทารก แผนผังขนาดใหญ่แสดงการพัฒนาการของทารกในครรภ์รายสัปดาห์ พร้อมตัวเลขและสถิติการเติบโตของอวัยวะที่สำคัญ โดยมีเส้นสีแดงลากโยงเน้นไปยังสิ่งที่เขาต้อง "สนับสนุน" เช่น "การเสริมสร้างกระดูกสันหลัง" หรือ "การกระตุ้นประสาทสัมผัส"

ตารางเวลาการนอนและให้นม (จำลอง) ตาราง Excel ละเอียดลออแสดงรอบการให้นมในอนาคตทุก 3 ชั่วโมง และระยะเวลาการนอนหลับที่คาดการณ์ไว้ (ในอุดมคติ) โดยดีแลนได้เพิ่มคอลัมน์พิเศษชื่อว่า "ความแปรปรวนที่รับได้" ซึ่งเขาตั้งไว้เป็นศูนย์

ห้องสมุดเฉพาะกิจหนังสือกว่าร้อยเล่มถูกจัดเรียงตามหมวดหมู่ "จิตวิทยาพัฒนาการเด็ก", "กายภาพบำบัดทารก", "การแพทย์ฉุกเฉินสำหรับทารก" และ "ภาษาทารก (Cry Interpretation)" ดีแลนอ่านทุกเล่มและทำไฮไลต์สีเหลืองในส่วนที่สำคัญ พร้อมทำโน้ตย่ออย่างละเอียดราวกับกำลังเตรียมสอบบาร์

ดีแลนจะนั่งอยู่ในห้องนั้นทุกคืนหลังอีวาหลับ โดยมีแสงไฟสลัวจากจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายวิดีโอ "วิธีพันผ้าอ้อมที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม" เขากำลังพยายามจะสร้าง คู่มือปฏิบัติการแบล็กเวลล์สำหรับทารก ที่ไม่มีข้อผิดพลาด

การฝึกซ้อมปฏิบัติการขั้นสู'โครงการผ้าห่อตัว'ภารกิจแรกของดีแลนคือการพิชิตศิลปะการพันผ้าอ้อมและห่อตัว (Swaddling)

เขาซื้อตุ๊กตาซิลิโคนน้ำหนักและขนาดเท่าทารกจริงมาหลายตัว และกำหนดชื่อเฉพาะตามความยากในการพัน (เช่น "มาร์คัส" สำหรับตุ๊กตาที่ไม่ยอมให้ห่อ และ "เจเน็ต" สำหรับตุ๊กตาที่ต้องการความอ่อนโยนเป็นพิเศษ)

ดีแลนเปิดเพลงคลาสสิกของบาคเพื่อสร้างบรรยากาศที่สงบ (ตามที่หนังสือแนะนำ) เขาพยายามพันผ้าอ้อมมัสลินอย่างรวดเร็วและแน่นหนาตามขั้นตอนที่ 1 ถึง 5 ของคู่มือ

“มุม A ไป มุม B... พับมุม C เหนือไหล่ซ้าย... ความตึงต้องคงที่ 15 องศา... ไม่มีทางที่แขนจะหลุดออกมาได้!”* ดีแลนกำกับตัวเองอย่างจริงจัง

อีวาที่มองดูจากขอบประตูต้องหัวเราะออกมาเบาๆ

"ดีแลนคะ... ตุ๊กตาตัวนั้นไม่ใช่ชิ้นส่วนเครื่องจักรนะคะ" อีวาแซว

ดีแลนหันมามองด้วยสายตาที่จริงจัง "อีวา นี่คือ ความปลอดภัย ค่ะ ผ้าห่อตัวที่ไม่แน่นพออาจทำให้ทารกตกใจง่าย และส่งผลต่อการนอนหลับตามตารางเวลาที่เราวางไว้ได้! นี่คือการฝึกซ้อมที่สำคัญที่สุด!"

เขาทำซ้ำการห่อตัวตุ๊กตาตัวเดิมถึงสิบครั้ง จนกระทั่งผ้าห่อตัวแน่นและสมบูรณ์แบบราวกับทหารที่ยืนตรง อีวารู้สึกรักในความพยายามที่ไร้เดียงสาของเขา แต่ก็อดขำไม่ได้

การจำลองทางสัมผัส (The Empathy Suit)

สิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับดีแลนคือการเข้าใจความรู้สึกของ อีวาซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่เหนือตรรกะและการควบคุม ดีแลนจึงตัดสินใจลงทุนซื้อ ชุดจำลองการตั้งครรภ์ขั้นสูง(Empathy Belly/Suit) ซึ่งเป็นเสื้อเกราะที่มีน้ำหนักถ่วงและตำแหน่งของท้องที่ยื่นออกมาเหมือนท้องที่ตั้งครรภ์ 8 เดือน พร้อมถุงน้ำที่ทำให้เกิดแรงดันที่กระเพาะปัสสาวะ

ดีแลนประกาศว่าเขาจะสวมชุดนี้ตลอด 24 ชั่วโมงเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ เพื่อสัมผัสถึงความลำบากของอีวา

การประชุมทางโทรศัพท์ดีแลนต้องเข้าร่วมการประชุมบอร์ดบริหารทางวิดีโอคอล เขาพยายามแสดงท่าทางที่สุขุม แต่ทุก ๆ ห้านาทีเขาต้องลุกขึ้นอย่างช้า ๆ และลำบากเพื่อเดินไปเข้าห้องน้ำ (ซึ่งจำลองความรู้สึกปวดปัสสาวะตลอดเวลา)

“ขออภัยครับทุกท่าน! นี่ไม่ใช่ข้อผิดพลาดทางเทคนิค! ผมแค่... ต้องดูแลร่างกาย... ของคุณอีวาหน่อยครับ”เขาโกหกผู้บริหารในที่ประชุม

การผูกเชือกรองเท้าในครั้งแรกที่เขาพยายามผูกเชือกรองเท้าด้วยตัวเอง ดีแลนต้องใช้เวลาถึงสิบนาที เนื่องจากท้องจำลองที่ใหญ่โตขวางทาง การก้มตัวเป็นไปอย่างลำบากและทำให้เขาหายใจลำบาก เขาถึงกับทรุดตัวลงนั่งบนพื้นด้วยความท้อแท้

“พระเจ้าช่วย! นี่มันยากกว่าการเจรจาควบรวมกิจการ 500 ล้านเหรียญเสียอีก!”

เมื่อถึงคืนที่สามของการใส่ชุดจำลอง ดีแลนถอดมันออกด้วยความเหนื่อยล้าและยอมรับความพ่ายแพ้

“อีวา... ผมขอยอมรับความพ่ายแพ้โดยสมบูรณ์” ดีแลนกล่าวอย่างจริงใจ “ผมเข้าใจแล้ว... มันไม่ใช่แค่ความหนัก แต่เป็น ภาระที่ไม่มีวันจบสิ้น ที่คุณต้องแบกรับ... ผมขอโทษที่ก่อนหน้านี้ผมมักจะถามว่า 'คุณเหนื่อยจริง ๆ เหรอ' ”

นี่คือจุดเริ่มต้นของ ความเข้าใจทางอารมณ์ ของดีแลน เขายอมรับว่าความรักและความเห็นอกเห็นใจนั้นสำคัญกว่าตารางเวลาและการควบคุมใด ๆ การฝึกปฐมพยาบาลและการสร้างความปลอดภัย

แม้จะเริ่มเข้าใจความรู้สึก แต่สัญชาตญาณของการควบคุมของดีแลนยังคงอยู่ผู้เชี่ยวชาญการกู้ชีพทารกดีแลนจ้างแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้าน CPR ทารกมาสอนที่บ้าน เขาฝึกซ้อมการปฐมพยาบาลอย่างเคร่งครัด โดยมีหุ่นจำลองทารกที่เขาปฏิบัติต่ออย่างอ่อนโยนจนเหลือเชื่อ เขาสามารถให้การกู้ชีพทารกได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วเท่ากับผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ

การปรับปรุงระบบความปลอดภัย ดีแลนยกเลิกโครงการปูพื้นยางทั้งหมด แต่เปลี่ยนเป็นการติดตั้งระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่สามารถตรวจจับความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิห้อง ความชื้น และระดับเสียงของทารกได้ตลอดเวลา เขาถึงกับติดตั้ง เครื่องวัดคุณภาพอากาศแบบละเอียดในทุกห้อง เพื่อให้แน่ใจว่าลูกน้อยจะได้หายใจในอากาศที่บริสุทธิ์ที่สุด

 ความท้าทายสุดท้าย – บทเพลงแห่งความรัก

สิ่งที่ทำให้ดีแลนปวดหัวที่สุดคือการฝึก การร้องเพลงกล่อมเด็ก

เขาถนัดเพลงคลาสสิกหรือเพลงบรรเลงที่มีจังหวะซับซ้อน แต่หนังสือแนะนำว่าทารกต้องการทำนองที่เรียบง่ายและเสียงที่อ่อนโยน

คืนหนึ่ง อีวาขอให้เขาฝึกร้องเพลงกล่อมลูกอย่างจริงจัง ดีแลนหยิบโน้ตเพลงที่เขาเขียนขึ้นมา—เป็นเพลงกล่อมเด็กที่ประกอบด้วยคอร์ดที่ยากและโน้ตที่ละเอียดอ่อน—และเริ่มร้องด้วยเสียงที่จริงจังเหมือนกำลังนำเสนอแผนธุรกิจ

อีวาเริ่มหัวเราะ "ดีแลนคะ... มันซับซ้อนเกินไปค่ะ ลูกของเราไม่ใช่สมาชิกวงออร์เคสตรานะคะ"

ดีแลนรู้สึกอับอายและหงุดหงิด เขาเก็บโน้ตเพลงและมองหน้าอีวาด้วยความอ่อนล้า

“ผมไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี อีวา ผมควบคุมตารางเวลาได้... ผมพันผ้าอ้อมได้... แต่ผมไม่รู้จะเข้าถึงหัวใจดวงเล็ก ๆ นี้ได้อย่างไร”

อีวาเดินเข้ามาหาเขา จับมือเขามาวางบนหน้าท้องที่นูนออกมา “คุณไม่ต้องควบคุมอะไรเลยค่ะ ดีแลน แค่ร้องเพลงจากหัวใจของคุณ... เพลงที่คุณอยากให้ลูกเราได้ยิน”

ดีแลนหลับตาลง เขานึกถึงอดีตที่เต็มไปด้วยความแค้น นึกถึงการไถ่บาป และนึกถึงความรักที่เขามีต่ออีวา จากนั้น... เขาเริ่มร้องเพลงออกมา เพลงนั้นไม่ใช่เพลงที่ซับซ้อน แต่เป็น เพลงง่าย ๆ ที่เขาแต่งขึ้นเอง ณ วินาทีนั้น

"ลูกรัก... พ่อเคยหลงทางในความมืดมิด... แต่แม่ของลูกได้นำแสงสว่างมาให้... พ่อสัญญา... ว่าแสงสว่างนี้จะส่องนำทางลูก... ให้ลูกได้รักโดยไม่รู้จักความเกลียดชัง..."

ในขณะที่เสียงเพลงที่อ่อนโยนและจริงใจของดีแลนจบลง ลูกน้อยก็ถีบท้องของอีวาเบา ๆ เป็นการตอบรับครั้งแรกที่ชัดเจน

ดีแลนน้ำตาไหล เขาเงยหน้ามองอีวาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความรักที่บริสุทธิ์ที่สุด

เขาตระหนักในที่สุดว่าการเป็นพ่อไม่ได้เกี่ยวกับคู่มือปฏิบัติการหรือตารางเวลา แต่เป็นการยอมจำนนต่อความรัก ที่ไม่มีเงื่อนไข

การเตรียมความพร้อมจากหัวใจ

ดีแลน แบล็กเวลล์ ในท้ายที่สุดก็ยอมเผาคู่มือปฏิบัติการแบล็กเวลล์สำหรับทารกที่เขาเขียนไว้ทิ้ง เขาได้เรียนรู้ว่าการเป็นพ่อคือการเดินทางที่ต้องอาศัยหัวใจนำทาง ไม่ใช่ตาราง Excel

ความเห่อลูกของเขาแปรเปลี่ยนจากความต้องการควบคุมไปสู่ ความปรารถนาที่จะมอบความรักและความมั่นคงอย่างไม่มีเงื่อนไขให้แก่ลูกน้อยที่กำลังจะเกิดมา เพื่อให้ลูกได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ไร้ซึ่งความเกลียดชังและเต็มไปด้วยความยุติธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาและอีวาได้ร่วมกันสร้างขึ้นบนซากปรักหักพังของอดีตที่เจ็บปวด

อดีตซีอีโอผู้เหี้ยมโหด ได้กลายเป็นคุณพ่อที่อ่อนโยนและพร้อมสำหรับการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์รักนางฟ้า   42.ข้อจำกัด

    โนอาห์—การสร้างตัวตน (The Pursuit of Identity) เงาที่ต้องหลีกหนี (The Shadow to Evade)โนอาห์ แบล็กเวลล์ วัย 24 ปี เป็นแฝดคนหนึ่งที่แสดงความสามารถทางธุรกิจและเทคโนโลยีออกมาอย่างโดดเด่นตั้งแต่เด็ก เขามีความเฉียบขาด, มีสัญชาตญาณทางตลาด, และมีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จแบบ ดีแลน แบล็กเวลล์ แต่เป็นดีแลนในเวอร์ชันที่ทันสมัยและเร็วกว่าแต่สิ่งหนึ่งที่ โนอาห์ ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงคือ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ เขามองว่าการทำงานด้านการกุศลเป็นเหมือนการยืนอยู่ใต้ เงา ของความสำเร็จที่พ่อแม่สร้างไว้ โนอาห์ต้องการพิสูจน์ว่าเขาสามารถประสบความสำเร็จด้วย ชื่อของตัวเอง โดยปราศจากมรดกที่ถูกไถ่บาปเขาได้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีสตาร์ทอัพที่เชี่ยวชาญด้าน ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน (AI-Fi)ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โนอาห์สร้างมันขึ้นมาตั้งแต่ศูนย์ โดยปฏิเสธเงินทุนจากครอบครัวความขัดแย้งภายในความมุ่งมั่นที่จะหลีกหนีจากเงาของพ่อแม่ทำให้ โนอาห์ เริ่มแสดงนิสัยที่คล้ายกับ ลูคัส แบล็กเวลล์ ในอดีต: เขาหมกมุ่นอยู่กับการแข่งขัน, มองว่าการเข้าซื้อกิจการเป็น การทำสงคราม และเชื่อว่า ประสิท

  • เล่ห์รักนางฟ้า   41.กำแพง

    กำแพงแก้วแห่งความคาดหวัง (The Glass Wall of Expectation)อีธาน แบล็กเวลล์ ในวัย 25 ปี เป็นบุตรชายคนโตและเป็นภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบที่สุดของความรักที่ได้รับการไถ่บาปของ ดีแลน และ อีวา เขาสูงสง่า มีความสุภาพอ่อนโยน และมีแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจตามแบบฉบับของมารดา อีวาเขาเป็นผู้บริหารหลักของ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ และเป็นหัวหน้าโครงการยุติธรรมทางสังคม อีธานมีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลที่เฉียบคมเหมือนพ่อ แต่เขามักจะ ลังเล ที่จะตัดสินใจขั้นสุดท้ายด้วยตัวเอง เพราะความกลัวที่จะทำผิดพลาดอย่างรุนแรงความกลัวของอีธานอีธานไม่ได้กลัวความล้มเหลวทางธุรกิจ แต่เขากลัวที่จะ ทำลายมรดก แห่งความซื่อสัตย์ที่พ่อแม่สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก เขารู้ว่าความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยของเขาจะถูกตีความว่าเป็น เงาของตระกูลแบล็กเวลล์ ที่กลับมาหลอกหลอน ด้วยเหตุนี้ ชีวิตส่วนตัวของเขาจึงถูก แช่แข็ง ไว้ เขาไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ไม่เคยไปเที่ยวคลับ ไม่เคยทำอะไรที่เสี่ยงต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์เขามองเห็นความรักที่บริสุทธิ์ของพ่อแม่เป็นเหมือน งานศิลปะชั้นยอด ที่สมบูรณ์แบบเสียจนเขาไม่กล้าแตะต้องมัน จุดเริ่มต

  • เล่ห์รักนางฟ้า   40.สิบแปดปีผ่านไป

    สิบแปดปี ผ่านไปอย่างรวดเร็ว อีธาน, โนอาห์, และลินน์ แบล็กเวลล์ เติบโตขึ้นภายใต้แสงสว่างของ โรงเรียนกุหลาบขาว และหลักการของ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ พวกเขาคือภาพสะท้อนของความรักที่ได้รับการไถ่บาปของ ดีแลน และ อีวาแต่ความสมบูรณ์แบบที่พ่อแม่สร้างขึ้นกลับกลายเป็น กำแพง และ ความคาดหวัง ที่หนักอึ้งสำหรับคนรุ่นใหม่อีธาน (วัย 25 ปี) แบกรับภาระทางจริยธรรมของมูลนิธิ โนอาห์ (วัย 24 ปี) ใช้ความสามารถทางธุรกิจเพื่อสร้างชื่อเสียงของตัวเองให้ห่างจากเงาของพ่อแม่ และ ลินน์ (วัย 24 ปี) ค้นหาตัวตนที่แท้จริงในโลกของศิลปะเมื่อ ความลับจากอดีต ที่ถูกเก็บงำไว้ในยุคลูคัสถูกเปิดเผยอีกครั้ง และมี ตัวละครใหม่ ที่นำพาความเสี่ยงและความรักเข้ามาในชีวิตของพวกเขา ลูก ๆ ของดีแลนและอีวาจะต้องพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถสร้างความรักในแบบของตัวเองได้ โดยไม่ต้องอาศัยการไถ่บาปของคนรุ่นก่อน

  • เล่ห์รักนางฟ้า   39.แสงสว่าง

    โครงการสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่ หลังจากผ่านพ้นความท้าทายทางกฎหมาย จริยธรรม และความท้าทายในครอบครัว ดีแลน แบล็กเวลล์ และ อีวา ก็ตัดสินใจที่จะใช้เงินทุนทั้งหมดจาก กองทุนแอนนา แบล็กเวลล์เพื่อความยั่งยืนและทรัพย์สินส่วนตัวที่เหลือของดีแลนในการสร้างโครงการที่สำคัญที่สุด นั่นคือ "โรงเรียนกุหลาบขาว"โรงเรียนนี้ไม่ได้เป็นเพียงอาคารเรียน แต่เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ไม่แสวงหาผลกำไรสำหรับเด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา โดยเฉพาะเด็กที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการถูกชักจูงให้ทำผิดกฎหมายหรือขาดการชี้นำทางจริยธรรมปรัชญาของโรงเรียนโรงเรียนกุหลาบขาวจะเน้นการศึกษาที่ครอบคลุมสี่ด้านหลัก จริยธรรมและการไถ่บาปสอนความซื่อสัตย์ ความเห็นอกเห็นใจ และการรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ศิลปะและการบำบัด ใช้ดนตรี ศิลปะ และการเขียนเป็นเครื่องมือในการเยียวยาบาดแผลทางอารมณ์ ความยั่งยืน การสอนเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อโลก (จากกองทุนแอนนา) ความรู้ทางธุรกิจที่รับผิดชอบ การสอนพื้นฐานทางเศรษฐกิจและการเงินภายใต้หลักการความยุติธรร การมีส่วนร่วมของลูก ๆ (The Children's Contribution)การสร้างโ

  • เล่ห์รักนางฟ้า   38.โลกภายนอก

    เสียงกระซิบจากโลกภายนอก (Whispers from the Outside World)อีธาน แบล็กเวลล์ในวัยเจ็ดขวบ ไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาอีกต่อไป เขาเป็นเด็กชายที่ช่างสังเกต, มีความรู้สึกอ่อนไหว, และมีความคิดที่ซับซ้อนตามแบบฉบับของ อีวา ผู้เป็นแม่ เขากำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนประถมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเพื่อนร่วมชั้นหลายคนที่มีพื้นเพมาจากครอบครัวชนชั้นสูงที่เคยรู้จักหรือเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของตระกูลแบล็กเวลล์ในอดีตแม้ว่า ดีแลนและอีวาจะพยายามปกป้องลูก ๆ จากเงาของอดีต แต่กำแพงของบ้านก็ไม่สามารถกั้นคำพูดของคนภายนอกได้วันหนึ่ง อีธาน กลับมาถึงบ้านจากโรงเรียนด้วยสีหน้าที่เงียบผิดปกติ เขานั่งเล่นอยู่เงียบๆ ในห้องนั่งเล่น โดยมีหนังสือเล่มโปรดอยู่ในมือแต่ไม่ได้เปิดอ่าน ดีแลน สังเกตเห็นความผิดปกตินั้น และรู้ทันทีว่ามีบางอย่างที่รบกวนจิตใจของลูกชายอีธาน รอจนกระทั่ง โนอาห์ และ ลินน์ เข้านอนแล้ว เขาเดินเข้าไปหา ดีแลน ซึ่งกำลังนั่งตรวจเอกสารของมูลนิธิอยู่หน้าเตาผิงอีธาน (พูดด้วยเสียงเบาและสั่นเครือ) "คุณพ่อครับ... วันนี้เพื่อนที่โรงเรียนถาม อีธานว่า... คุณปู่ลูคัส... เป็นคนไม่ดีใช่ไหมครับ?"คำถามนั้นเหมือนเป็นระเบิดเวล

  • เล่ห์รักนางฟ้า   37.ท้าทาย

    ความท้าทายด้านจริยธรรมในมูลนิธิ (The Ethical Crossroads)หลังจากที่ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ ได้รับความเชื่อถืออย่างสูงจากการเปิดโปงและจัดการกับมรดกที่ถูกซ่อนไว้ของ แอนนา แบล็กเวลล์ องค์กรก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นที่รู้จักในฐานะผู้พิทักษ์ความยุติธรรมแต่ชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้นก็นำมาซึ่งความท้าทายที่ยากจะปฏิเสธ วันหนึ่ง มูลนิธิได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือจาก มาร์คัส เคนอดีตซีอีโอของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนรายหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวหาว่า ฉ้อโกง และ ปั่นราคาหุ้น ซึ่งทำให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวนมากต้องประสบกับความสูญเสียมาร์คัส เคนไม่ได้มาขอความช่วยเหลือเพื่อต่อสู้คดีในศาล แต่มาพร้อมกับ การสารภาพผิดอย่างสมบูรณ์และข้อเสนอที่ไม่เคยมีมาก่อน: เขาจะ มอบทรัพย์สินส่วนตัวเกือบทั้งหมด (ประมาณ 80% ของทรัพย์สินทั้งหมดของเขา) คืนให้กับเหยื่อและสังคม โดยมีเงื่อนไขว่ามูลนิธิฯ ต้องให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เขาในการเจรจาโทษกับทางการ ซึ่งรวมถึงการขอโอกาสในการ ไถ่บาป ด้วยการทำงานเพื่อสังคมหลังจากพ้นโทษข้อเสนอของมาร์คัสทำให้บอร์ดบริหารของมูลนิธิและ ดีแลนกับ อีวา ต้องเผชิญกับทางแยกที่ยากลำบากที่สุดนับต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status