Share

16.

last update Last Updated: 2025-11-17 15:46:38

 พยานแห่งความรัก

ข่าวดีในสวนกุหลาบ

การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในบ้านที่ถูกบูรณะขึ้นมาด้วยความรักและความยุติธรรม ทำให้ อีวา และ ดีแลน อยู่ในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุขสงบ และการทำงานเพื่อมูลนิธิก็ดำเนินไปอย่างราบรื่น

วันหนึ่ง ขณะที่ทั้งคู่กำลังนั่งพักอยู่บนเฉลียงหน้าบ้าน ดีแลนสังเกตเห็นว่าอีวาเริ่มมีอาการอ่อนเพลียผิดปกติ และมักจะปฏิเสธกาแฟที่เขาชงให้ทุกเช้า

เช้าวันอาทิตย์ที่แสงแดดอบอุ่นสาดส่องเข้ามาในห้อง ดีแลนตื่นขึ้นมาพบว่า อีวา นั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองไปยังสวนกุหลาบด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับ

อีวาหันมามองเขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความรักและความหวัง

“คุณเคยบอกว่าความรักของเราเติบโตมาจากซากปรักหักพังของอดีตใช่ไหมคะ ดีแลน” อีวาพูดเสียงอ่อนโยน

“ใช่... เธอคือปาฏิหาริย์ของฉัน” ดีแลนตอบ พลางยื่นมือไปจับมือเธอ

อีวาค่อยๆ วางมือของเขาไปที่หน้าท้องของเธอที่ยังราบเรียบอยู่ “และตอนนี้... เรากำลังจะมี พยาน แห่งความรักนั้นแล้วค่ะ”

ดีแลนชะงักไป ดวงตาคมกริบของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความซาบซึ้งและตื้นตันอย่างท่วมท้น เขาไม่สามารถพูดอะไรได้นอกจากดึงร่างภรรยาเข้ามาสวมกอดไว้แน่นที่สุด

“อีวา... ที่รัก... จริงเหรอ?” เสียงของดีแลนสั่นเครือ น้ำตาแห่งความสุขที่ไม่เคยมีมาก่อนเอ่อคลอเบ้าตา

“จริงค่ะ ดีแลน” อีวาตอบพร้อมรอยยิ้มที่สดใสที่สุด “ลูกของเราจะเป็นสัญลักษณ์ของการไถ่บาปที่สมบูรณ์แบบที่สุด... เป็นผู้สืบทอดความรักที่แท้จริงของเรา”

การดูแลที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน

การตั้งครรภ์ของอีวาทำให้ ดีแลน กลายเป็นผู้ชายที่อ่อนโยนและหวงแหนยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า เขาไม่ได้ใช้ความหวงแหนแบบบ้าคลั่งเหมือนในอดีต แต่เป็นการดูแลที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความรับผิดชอบ

เขาให้ความสำคัญกับการดูแลอีวาเหนือสิ่งอื่นใด เขาหยุดการทำงานทุกอย่างที่หนักเกินไป และมักจะลงมือทำอาหารที่มีประโยชน์สำหรับเธอด้วยตัวเอง

ดีแลนใช้เวลาส่วนใหญ่อ่านหนังสือเกี่ยวกับการตั้งครรภ์และการเป็นพ่อคน เขาจะพูดคุยกับลูกน้อยในครรภ์ของอีวาอย่างอ่อนโยนทุกคืนก่อนนอน

“ลูกรัก... พ่อเคยเป็นปีศาจ แต่แม่ของลูกสอนให้พ่อรู้จักความรักที่แท้จริง พ่อจะดูแลและปกป้องลูกกับแม่ตลอดไป”

การมีลูก เป็นการตอกย้ำว่าชีวิตใหม่ที่พวกเขาสร้างขึ้นนั้นมีรากฐานที่มั่นคงและบริสุทธิ์อย่างแท้จริง และเป็นสิ่งที่จะยุติความบาดหมางทั้งหมดของตระกูลลงอย่างถาวร

ความหวังและอนาคตที่สมบูรณ์

เมื่อเวลาผ่านไป ท้องของอีวาค่อยๆ โตขึ้นเรื่อยๆ ดีแลนจะใช้เวลาทุกเช้านั่งมองเธออยู่ในสวนกุหลาบ เขาตกแต่งห้องสำหรับลูกน้อยด้วยมือของตัวเองทั้งหมด เลือกสีที่อ่อนโยนและของเล่นที่ไม่แพงหรูหรา แต่เต็มไปด้วยความหมาย

พวกเขาตัดสินใจตั้งชื่อลูกว่า แคโรไลน์ (ถ้าเป็นลูกสาว) หรือ อีธาน (ถ้าเป็นลูกชาย) เพื่อให้เกียรติแก่ความรักและความทรงจำที่ดีงามของตระกูลคาร์เตอร์

ชีวิตของ ดีแลน และ อีวา ที่บ้านหลังเก่าบนที่ดินที่เต็มไปด้วยความยุติธรรมและสวนกุหลาบที่เบ่งบาน ได้กลายเป็นเครื่องยืนยันว่า:

ความรักที่แท้จริงสามารถเติบโตและสร้างชีวิตใหม่ที่เปี่ยมสุขได้อย่างสมบูรณ์ แม้จะเริ่มต้นจากความมืดมิดที่สุดก็ตาม

....

---

 ดีแลนผู้เห่อลูก – จากประธานสู่ผู้พิทักษ์ครรภ์

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากซีอีโอสู่ผู้เฝ้าระวัง

ข่าวการตั้งครรภ์ของ อีวาไม่ได้เปลี่ยน ดีแลน แบล็กเวลล์เพียงเล็กน้อย แต่เปลี่ยนเขาอย่างสิ้นเชิง จากนักธุรกิจผู้เยือกเย็นและสั่งการ เขาได้กลายเป็นผู้ชายที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน ความระมัดระวัง และความเห่อลูกอย่างออกนอกหน้า ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเขาถูกจัดลำดับความสำคัญใหม่ โดยมีภรรยาและลูกน้อยในครรภ์เป็นศูนย์กลางของจักรวาล

ดีแลนสั่งยกเลิกการเดินทางทางธุรกิจทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิในช่วงหกเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ และมักจะย้ายการประชุมที่สำคัญมาไว้ที่บ้านเก่าของคาร์เตอร์เสมอ เพื่อให้เขาอยู่ใกล้อีวาตลอดเวลาห้องทำงานของดีแลนจึงถูกย้ายจากอาคารสำนักงานชั่วคราวมาอยู่ติดกับห้องนอนใหญ่ เพื่อให้มั่นใจว่าเขาจะได้ยินเสียงเรียกของอีวาแม้เพียงแผ่วเบาที่สุด

 การดูแลที่เกินเหตุและละเอียดลออ

ความเห่อลูกของดีแลนแสดงออกมาในรูปแบบของการดูแลที่เกินเหตุและละเอียดลออ จนบางครั้งก็ทำให้อีวาต้องยิ้มและส่ายหน้าด้วยความรัก

ตำราคู่มือว่าที่คุณพ่อดีแลนใช้เงินซื้อหนังสือคู่มือการเลี้ยงลูกและการตั้งครรภ์นับสิบเล่ม เขาสร้างห้องสมุดขนาดย่อมที่เต็มไปด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และการเลี้ยงดูบุตร เขาจะอ่านหัวข้อต่าง ๆ เสียงดังให้อีวาฟังทุกคืน แม้กระทั่งเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่าง "วิธีเลือกผ้าอ้อมที่ระบายอากาศได้ดีที่สุดสำหรับทารก"

การควบคุมอาหารที่เคร่งครัด ดีแลนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ เขาศึกษาตารางอาหารของอีวาอย่างละเอียด เขากำหนดเวลาอาหารว่างทุก ๆ สองชั่วโมงและต้องเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่ลูกน้อยต้องการ

“อีวา ที่รัก! คุณต้องกินอัลมอนด์เพิ่มอีกสี่เม็ดนะ! เพื่อกรดโฟลิกที่สมบูรณ์ของทารก! ไม่ใช่เรื่องตลกนะ! ฉันอ่านมาแล้วว่ามันสำคัญต่อการพัฒนาสมองของเจ้าตัวเล็ก!”ดีแลนจะคอยกำกับดูแลทุกครั้งที่อีวาหยิบอะไรเข้าปากการเฝ้าระวังความปลอดภัยแบบสามร้อยหกสิบองศา ดีแลนเริ่มมีพฤติกรรมเหมือนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยส่วนตัวของอีวา เขาติดกล้องวงจรปิดขนาดเล็กไว้ในทุกมุมห้องเพื่อดูว่าเธอไม่ได้ลื่นล้ม หรือสะดุดอะไร และที่น่ารักที่สุดคือเขาได้ ปูพื้นยางพิเศษบริเวณทางเดินรอบบ้าน เพื่อป้องกันการบาดเจ็บแม้เพียงเล็กน้อย

    “ดีแลน! ฉันแค่จะเดินไปรดน้ำกุหลาบเองค่ะ! ฉันไม่ได้จะไปวิ่งมาราธอน!” อีวาเคยประท้วง เมื่อดีแลนเดินตามเธอไปทุกฝีก้าวพร้อมกับมือที่พร้อมจะประคองเธอตลอดเวลา

การเจรจาต่อรองกับลูกน้อยในครรภ์สิ่งที่แสดงถึงความเห่อลูกของดีแลนอย่างชัดเจนคือ การปฏิสัมพันธ์กับลูกในครรภ์

ดีแลนเชื่ออย่างแรงกล้าว่าลูกน้อยสามารถได้ยินและโต้ตอบกับเขาได้แล้ว เขาจึงใช้เวลาหลายชั่วโมงในแต่ละวันในการพูดคุยกับหน้าท้องของอีวาการรายงานสถานการณ์ "ลูกรัก... นี่คือรายงานสถานการณ์ของพ่อในวันนี้ วันนี้พ่อซ่อมเก้าอี้โยกที่ปู่แคโรไลน์ทิ้งไว้เสร็จแล้วนะ และพ่อกำลังรอให้ลูกถีบท้องแม่เบา ๆ เพื่อตอบรับคำทักทายของพ่อหน่อย"

การเจรจาเรื่องอนาคต"พ่อรู้ว่าลูกจะต้องเป็นคนฉลาดและแข็งแกร่งที่สุดในโลกใบนี้ แต่สัญญากับพ่อนะว่าลูกจะไม่ทำให้แม่เหนื่อยตอนคลอดนะ พ่อสามารถให้ทุกอย่างที่ลูกต้องการได้... แค่อย่าทำให้แม่ปวดท้องนานเกินไป"

การแสดงความรักทุกครั้งที่ลูกน้อยเริ่มดิ้น ดีแลนจะวางหูแนบกับท้องของอีวาด้วยความตื่นเต้น ราวกับว่าเขาเป็นคนเดียวที่เข้าใจภาษาลับของทารก เขาจะยิ้มออกมาด้วยความรักที่บริสุทธิ์ที่สุด ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่อีวาไม่เคยเห็นจากอดีตปีศาจคนนี้มาก่อนการสร้าง "สวรรค์น้อย ๆ" ให้กับลูก

ความเห่อลูกของดีแลนยังขยายไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งของด้วยมือของตัวเอง

เขาใช้เงินจำนวนมากซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือช่างชั้นดีมาที่บ้านเก่า เขาเริ่มต้นทำ เปลไม้แกะสลักที่งดงามด้วยมือของตัวเองทั้งหมด เขาใช้เวลาหลายสัปดาห์แกะสลักสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่มีความหมาย:

กุหลาบขาวสัญลักษณ์ของการให้อภัยและความรักที่บริสุทธิ์ของอีวา นกพิราบ สัญลักษณ์ของสันติภาพและการหลุดพ้นจากความเกลียดชังในอดีต

นอกจากนี้ ดีแลนยังเป็นคนเดียวที่ยืนกรานว่าต้องทาสีห้องนอนของลูกด้วยสีที่ "สงบและปลอบโยนจิตวิญญาณ" โดยใช้เวลาเป็นวันในการถกเถียงกับอีวาว่าเฉดสีฟ้าอ่อนเฉดไหนที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยที่สุด

การตั้งครรภ์ครั้งนี้เป็นมากกว่าการมีทายาท มันคือการเยียวยาขั้นสุดท้าย สำหรับ ดีแลน แบล็กเวลล์ ความรักที่บริสุทธิ์ที่เขามีต่อลูกน้อยที่กำลังจะเกิดมา ทำให้เขาสามารถทิ้งความเกลียดชัง ความเย่อหยิ่ง และความรุนแรงทั้งหมดไว้เบื้องหลังได้อย่างสมบูรณ์

เขามอง อีวา ด้วยความเคารพอย่างสูงสุด เพราะเธอได้ให้ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตแก่เขา โอกาสที่จะได้เป็น พ่อ และได้มอบความรักที่ไม่ถูกบิดเบือนให้กับลูกของเขา

ในทุกการกระทำที่ดูเกินเหตุของดีแลน อีวา เห็นเพียงความรักที่ซื่อสัตย์และอ่อนโยนที่สุดของชายที่เธอเลือกที่จะใ

ห้อภัยและรัก แม้ว่าเขาจะเป็น อดีตปีศาจ ที่ครั้งหนึ่งเคยทำร้ายเธออย่างแสนสาหัสก็ตาม

---

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์รักนางฟ้า   42.ข้อจำกัด

    โนอาห์—การสร้างตัวตน (The Pursuit of Identity) เงาที่ต้องหลีกหนี (The Shadow to Evade)โนอาห์ แบล็กเวลล์ วัย 24 ปี เป็นแฝดคนหนึ่งที่แสดงความสามารถทางธุรกิจและเทคโนโลยีออกมาอย่างโดดเด่นตั้งแต่เด็ก เขามีความเฉียบขาด, มีสัญชาตญาณทางตลาด, และมีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จแบบ ดีแลน แบล็กเวลล์ แต่เป็นดีแลนในเวอร์ชันที่ทันสมัยและเร็วกว่าแต่สิ่งหนึ่งที่ โนอาห์ ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงคือ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ เขามองว่าการทำงานด้านการกุศลเป็นเหมือนการยืนอยู่ใต้ เงา ของความสำเร็จที่พ่อแม่สร้างไว้ โนอาห์ต้องการพิสูจน์ว่าเขาสามารถประสบความสำเร็จด้วย ชื่อของตัวเอง โดยปราศจากมรดกที่ถูกไถ่บาปเขาได้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีสตาร์ทอัพที่เชี่ยวชาญด้าน ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน (AI-Fi)ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โนอาห์สร้างมันขึ้นมาตั้งแต่ศูนย์ โดยปฏิเสธเงินทุนจากครอบครัวความขัดแย้งภายในความมุ่งมั่นที่จะหลีกหนีจากเงาของพ่อแม่ทำให้ โนอาห์ เริ่มแสดงนิสัยที่คล้ายกับ ลูคัส แบล็กเวลล์ ในอดีต: เขาหมกมุ่นอยู่กับการแข่งขัน, มองว่าการเข้าซื้อกิจการเป็น การทำสงคราม และเชื่อว่า ประสิท

  • เล่ห์รักนางฟ้า   41.กำแพง

    กำแพงแก้วแห่งความคาดหวัง (The Glass Wall of Expectation)อีธาน แบล็กเวลล์ ในวัย 25 ปี เป็นบุตรชายคนโตและเป็นภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบที่สุดของความรักที่ได้รับการไถ่บาปของ ดีแลน และ อีวา เขาสูงสง่า มีความสุภาพอ่อนโยน และมีแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจตามแบบฉบับของมารดา อีวาเขาเป็นผู้บริหารหลักของ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ และเป็นหัวหน้าโครงการยุติธรรมทางสังคม อีธานมีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลที่เฉียบคมเหมือนพ่อ แต่เขามักจะ ลังเล ที่จะตัดสินใจขั้นสุดท้ายด้วยตัวเอง เพราะความกลัวที่จะทำผิดพลาดอย่างรุนแรงความกลัวของอีธานอีธานไม่ได้กลัวความล้มเหลวทางธุรกิจ แต่เขากลัวที่จะ ทำลายมรดก แห่งความซื่อสัตย์ที่พ่อแม่สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก เขารู้ว่าความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยของเขาจะถูกตีความว่าเป็น เงาของตระกูลแบล็กเวลล์ ที่กลับมาหลอกหลอน ด้วยเหตุนี้ ชีวิตส่วนตัวของเขาจึงถูก แช่แข็ง ไว้ เขาไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ไม่เคยไปเที่ยวคลับ ไม่เคยทำอะไรที่เสี่ยงต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์เขามองเห็นความรักที่บริสุทธิ์ของพ่อแม่เป็นเหมือน งานศิลปะชั้นยอด ที่สมบูรณ์แบบเสียจนเขาไม่กล้าแตะต้องมัน จุดเริ่มต

  • เล่ห์รักนางฟ้า   40.สิบแปดปีผ่านไป

    สิบแปดปี ผ่านไปอย่างรวดเร็ว อีธาน, โนอาห์, และลินน์ แบล็กเวลล์ เติบโตขึ้นภายใต้แสงสว่างของ โรงเรียนกุหลาบขาว และหลักการของ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ พวกเขาคือภาพสะท้อนของความรักที่ได้รับการไถ่บาปของ ดีแลน และ อีวาแต่ความสมบูรณ์แบบที่พ่อแม่สร้างขึ้นกลับกลายเป็น กำแพง และ ความคาดหวัง ที่หนักอึ้งสำหรับคนรุ่นใหม่อีธาน (วัย 25 ปี) แบกรับภาระทางจริยธรรมของมูลนิธิ โนอาห์ (วัย 24 ปี) ใช้ความสามารถทางธุรกิจเพื่อสร้างชื่อเสียงของตัวเองให้ห่างจากเงาของพ่อแม่ และ ลินน์ (วัย 24 ปี) ค้นหาตัวตนที่แท้จริงในโลกของศิลปะเมื่อ ความลับจากอดีต ที่ถูกเก็บงำไว้ในยุคลูคัสถูกเปิดเผยอีกครั้ง และมี ตัวละครใหม่ ที่นำพาความเสี่ยงและความรักเข้ามาในชีวิตของพวกเขา ลูก ๆ ของดีแลนและอีวาจะต้องพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถสร้างความรักในแบบของตัวเองได้ โดยไม่ต้องอาศัยการไถ่บาปของคนรุ่นก่อน

  • เล่ห์รักนางฟ้า   39.แสงสว่าง

    โครงการสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่ หลังจากผ่านพ้นความท้าทายทางกฎหมาย จริยธรรม และความท้าทายในครอบครัว ดีแลน แบล็กเวลล์ และ อีวา ก็ตัดสินใจที่จะใช้เงินทุนทั้งหมดจาก กองทุนแอนนา แบล็กเวลล์เพื่อความยั่งยืนและทรัพย์สินส่วนตัวที่เหลือของดีแลนในการสร้างโครงการที่สำคัญที่สุด นั่นคือ "โรงเรียนกุหลาบขาว"โรงเรียนนี้ไม่ได้เป็นเพียงอาคารเรียน แต่เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ไม่แสวงหาผลกำไรสำหรับเด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา โดยเฉพาะเด็กที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการถูกชักจูงให้ทำผิดกฎหมายหรือขาดการชี้นำทางจริยธรรมปรัชญาของโรงเรียนโรงเรียนกุหลาบขาวจะเน้นการศึกษาที่ครอบคลุมสี่ด้านหลัก จริยธรรมและการไถ่บาปสอนความซื่อสัตย์ ความเห็นอกเห็นใจ และการรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ศิลปะและการบำบัด ใช้ดนตรี ศิลปะ และการเขียนเป็นเครื่องมือในการเยียวยาบาดแผลทางอารมณ์ ความยั่งยืน การสอนเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อโลก (จากกองทุนแอนนา) ความรู้ทางธุรกิจที่รับผิดชอบ การสอนพื้นฐานทางเศรษฐกิจและการเงินภายใต้หลักการความยุติธรร การมีส่วนร่วมของลูก ๆ (The Children's Contribution)การสร้างโ

  • เล่ห์รักนางฟ้า   38.โลกภายนอก

    เสียงกระซิบจากโลกภายนอก (Whispers from the Outside World)อีธาน แบล็กเวลล์ในวัยเจ็ดขวบ ไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาอีกต่อไป เขาเป็นเด็กชายที่ช่างสังเกต, มีความรู้สึกอ่อนไหว, และมีความคิดที่ซับซ้อนตามแบบฉบับของ อีวา ผู้เป็นแม่ เขากำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนประถมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเพื่อนร่วมชั้นหลายคนที่มีพื้นเพมาจากครอบครัวชนชั้นสูงที่เคยรู้จักหรือเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของตระกูลแบล็กเวลล์ในอดีตแม้ว่า ดีแลนและอีวาจะพยายามปกป้องลูก ๆ จากเงาของอดีต แต่กำแพงของบ้านก็ไม่สามารถกั้นคำพูดของคนภายนอกได้วันหนึ่ง อีธาน กลับมาถึงบ้านจากโรงเรียนด้วยสีหน้าที่เงียบผิดปกติ เขานั่งเล่นอยู่เงียบๆ ในห้องนั่งเล่น โดยมีหนังสือเล่มโปรดอยู่ในมือแต่ไม่ได้เปิดอ่าน ดีแลน สังเกตเห็นความผิดปกตินั้น และรู้ทันทีว่ามีบางอย่างที่รบกวนจิตใจของลูกชายอีธาน รอจนกระทั่ง โนอาห์ และ ลินน์ เข้านอนแล้ว เขาเดินเข้าไปหา ดีแลน ซึ่งกำลังนั่งตรวจเอกสารของมูลนิธิอยู่หน้าเตาผิงอีธาน (พูดด้วยเสียงเบาและสั่นเครือ) "คุณพ่อครับ... วันนี้เพื่อนที่โรงเรียนถาม อีธานว่า... คุณปู่ลูคัส... เป็นคนไม่ดีใช่ไหมครับ?"คำถามนั้นเหมือนเป็นระเบิดเวล

  • เล่ห์รักนางฟ้า   37.ท้าทาย

    ความท้าทายด้านจริยธรรมในมูลนิธิ (The Ethical Crossroads)หลังจากที่ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ ได้รับความเชื่อถืออย่างสูงจากการเปิดโปงและจัดการกับมรดกที่ถูกซ่อนไว้ของ แอนนา แบล็กเวลล์ องค์กรก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นที่รู้จักในฐานะผู้พิทักษ์ความยุติธรรมแต่ชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้นก็นำมาซึ่งความท้าทายที่ยากจะปฏิเสธ วันหนึ่ง มูลนิธิได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือจาก มาร์คัส เคนอดีตซีอีโอของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนรายหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวหาว่า ฉ้อโกง และ ปั่นราคาหุ้น ซึ่งทำให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวนมากต้องประสบกับความสูญเสียมาร์คัส เคนไม่ได้มาขอความช่วยเหลือเพื่อต่อสู้คดีในศาล แต่มาพร้อมกับ การสารภาพผิดอย่างสมบูรณ์และข้อเสนอที่ไม่เคยมีมาก่อน: เขาจะ มอบทรัพย์สินส่วนตัวเกือบทั้งหมด (ประมาณ 80% ของทรัพย์สินทั้งหมดของเขา) คืนให้กับเหยื่อและสังคม โดยมีเงื่อนไขว่ามูลนิธิฯ ต้องให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เขาในการเจรจาโทษกับทางการ ซึ่งรวมถึงการขอโอกาสในการ ไถ่บาป ด้วยการทำงานเพื่อสังคมหลังจากพ้นโทษข้อเสนอของมาร์คัสทำให้บอร์ดบริหารของมูลนิธิและ ดีแลนกับ อีวา ต้องเผชิญกับทางแยกที่ยากลำบากที่สุดนับต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status