LOGIN“ออกไปเดินเล่นที่ไหนไหม หรือรอออกไปตอนเย็นทีเดียว”
วชิรวิษถามขึ้นเมื่อทั้งเขาและหทัยชนกจัดการมื้อเช้าเสร็จ และยังนั่งมองแขกท่านอื่นเดินไปมาอยู่ที่โซนอาหาร โดยไม่รู้จะทำอะไรต่อ
“นอนพักดีกว่าค่ะ ไม่ได้นอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงทั้งวันมานานมากแล้วค่ะ ครั้งสุดท้ายน่าจะตอนยังไม่เข้าวงการ”
“พูดเหมือนแก่แล้วนะเรา”
“ยังไม่แก่ค่ะ แต่ทำงานมานานจนไม่ค่อยมีเวลาพัก”
“ก็ทำงานมาตั้งแต่เด็กนี่ ไปเถอะ เราค่อยออกไปตอนเย็น หาอะไรไว้กินเล่นไหม”
“เอาขนมค่ะ”
“แถวนี้มีร้านสะดวกซื้ออยู่ เดี๋ยวพี่ไปซื้อให้ จะขึ้นไปก่อนไหม หรือจะรอพี่ที่นี่”
“รอที่นี่ดีกว่าค่ะ”
“จ้ะ”
หลังจากเขาพยักหน้ารับแล้วลุกเดินออกไป หทัยชนกก็นั่งเล่นโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ ระหว่างรอ มีแขกของโรงแรมที่มาเที่ยวเองหลายคนจำเธอได้แล้วเข้ามาขอถ่ายรูป หญิงสาวก็ตอบรับด้วยความยินดี เพราะเธอมาที่นี่โดยไม่ได้คิดว่าจะปิดเป็นความลับอะไร
ไม่นานวชิรวิษก็เดินกลับมาพร้อมกับขนมและเครื่องดื่มถุงใหญ่เต็ม 2 มือ หญิงสาวยิ้มกว้างพร้อมกับลุกออกจากเก้าอี้ เดินไปหาร่างสูงที่ก้าวเข้ามา แล้วพากันเดินออกไป
เมื่อขึ้นมาถึงบนห้อง หทัยชนกก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างสบายใจ โดยมีชายหนุ่มที่วางถุงขนมลงบนโต๊ะหันมามองเธอด้วยแววตาเอ็นดู
“นี่เราไม่คิดว่าพี่เป็นผู้ชายเลยหรือยังไง ไม่ระวังตัวเลย”
“พี่ไม่เหมือนคนอื่นนี่คะ”
“หืม.....ไม่เหมือนยังไง”
“ก็พี่เห็นเฟิร์นมาตั้งแต่เด็ก”
“แต่ตอนนี้ไม่เด็กนะ”
“ก็นั่นแหละค่ะ”
“อืม ไม่เด็กแล้ว ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้แล้ว”
“ซื้อมาเผื่อเฟิร์นด้วยเหรอคะ”
“จ้ะ แบบแอลน้อยนะ”
“โถ่.....”
“ดื่มจัดเหรอเรา”
“ก็.....เปล่าค่ะ”
“เอาไว้ตอนเย็นค่อยดื่มริมหาดก็ได้ ตอนนี้ดื่มเบาๆไปก่อน”
หญิงสาวยิ้มชอบใจเมื่อเขาส่งขวดเครื่องดื่มให้เธอ ก่อนจะหยิบเครื่องดื่มของตัวเองออกมาจากถุง เดินไปลากเก้าอี้โซฟาออกไปนั่งที่ข้างประตูระเบียงแล้วเปิดมันออกเพื่อรับลม ซึ่งถัดจากเตียงนอนไปไม่กี่ก้าว
“อากาศร้อนนะ แต่ดีที่ไม่อบอ้าว”
“ค่ะ ร้อนแบบพอทนไหว”
“แล้วตอนเย็นจะออกไปที่หาดไหน”
“แถวหน้าโรงแรมก็พอค่ะ เฟิร์นแค่อยากนอนเล่นเอาบรรยากาศเท่านั้น ไม่ได้คิดจะลงน้ำ”
“ไม่เล่นน้ำเหรอ”
“ว่าจะไม่เล่นนะคะ แต่ไม่พลาดบิกินี่หรอกค่ะ”
“.....เรานี่นะ”
“นานๆทีจะได้เที่ยวนี่คะ”
“ก็อย่าโป๊มากล่ะ”
“ไม่โป๊หรอกค่ะ ถึงยังไงที่นี่ก็มีต่างชาติเยอะกว่าคนไทย ไม่มีใครสนใจเฟิร์นหรอกค่ะ”
“ครับ คุณนักแสดงดัง”
“.....”
หทัยชนกแอบย่นหน้าเล็กน้อย ก่อนจะยกขวดเครื่องดื่มขึ้นกระดกใส่ปากรวดเดียวหมด ชายหนุ่มที่นั่งเอนกายพิงโซฟาอยู่มองเธอแล้วอมยิ้ม
“ดื่มจัดเหมือนกันนะเรา”
“ไม่เคยบอกว่าไม่ดื่มนี่คะ”
เธอย้อนเขาแล้วลุกจากเตียงนอนไปหยิบเครื่องดื่มที่วางอยู่บนโต๊ะ เดินตรงไปหาคนตัวสูงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โซฟา หย่อนตัวนั่งลงบนตักแกร่งโดยที่วชิรวิษทำแค่มองเธอโดยไม่ได้พูดอะไร
“มีอะไรจะประชดอีกไหมคะ”
“ไม่มีครับ”
“ดีค่ะ”
ขวดเครื่องดื่มถูกเปิดออกแล้วยกขึ้นดื่ม โดยที่เจ้าของร่างบอบบางนั่งเอนกายพิงวงแขนแกร่งที่โอบกอดร่างเล็กเอาไว้เงียบๆ
“มีอะไรจะบอกเฟิร์นไหมคะ”
“.....”
“.....”
“แล้วเฟิร์นมีอะไรจะถามพี่ไหม”
“.....ไม่มีค่ะ”
“อื้ม”
สองหนุ่มสาวนั่งจิบเครื่องดื่มไปเงียบๆ ต่างคนต่างตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง จนกระทั่งผ่านไปกว่าชั่วโมง หญิงสาวก็วางเครื่องดื่มลงที่พื้นแล้วเอนศีรษะวางลงบนบ่ากว้างก่อนจะหลับตาลง
“เมาเหรอ”
“เปล่าค่ะ เฟิร์นง่วง ง่วงแบบง่วงจริงๆ”
“ไปนอนไหม”
“ไม่ไปค่ะ”
เจ้าของบ่ากว้างไม่ได้ว่าอะไร เขาปล่อยให้เธอขยับตัวเพื่อจัดท่าทางให้สบาย ก่อนจะโอบร่างบอบบางเอาไว้ แล้วนั่งกระดกเครื่องดื่มต่อไปเงียบๆ
“กลับมาแล้วค่ะ”
ตั้งแต่วันแรกที่ไปเที่ยวด้วยกันจนกระทั่งถึงวันกลับ ทั้งสองคนแทบจะไม่ได้ห่างจากกัน แต่กลับไม่มีใครพูดอะไรถึงสิ่งที่ควรพูดออกมา ราวกับว่าทั้งคู่ต่างพูดคุยกันอยู่ในใจ
“ไง สนุกไหม” อนุชิตที่นั่งดูหนังอยู่ภายในบ้านทักทายบุตรสาวเมื่อเห็นเธอเดินเข้าไปพร้อมเสียงทักทาย
“ค่ะ”
“เจ้าคิวล่ะ”
“ครับ”
“หืม เงียบกันแปลกๆนะ”
อนุชิตเอ่ยปากถามอย่างไม่ต้องการคำตอบอะไร เขาคาดเดาไว้อยู่แล้วว่าการไปครั้งนี้จะทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาขึ้น
“เหนื่อยนิดหน่อยค่ะ นั่งนานไปหน่อย”
“ไม่ได้แวะที่ไหนเหรอ”
“เลยหัวหินมาก็ไม่ได้แวะค่ะ กลัวถึงบ้านดึกน่ะค่ะ”
“แล้วกินอะไรกันมาหรือยัง คิวอยู่กินข้าวเย็นก่อนไหม”
“ได้ครับ” ร่างสูงตอบรับพลางพยักหน้าเบาๆ
“งั้นเฟิร์นไปอาบน้ำก่อนไหม จะได้คลายปวดเมื่อยตัว”
“ก็ดีเหมือนกัน พี่คิว ช่วยเฟิร์นยกกระเป๋าหน่อยค่ะ”
“รับทราบครับ”
วชิรวิษก้มศีรษะเล็กน้อยเป็นเชิงขออนุญาตอนุชิตก่อนจะก้มลงหยิบกระเป๋าเดินทางแล้วเดินตามหญิงสาวขึ้นบันไดไป
“ขอบคุณค่ะ พี่คิวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าห้องนู้นก่อนก็ได้นะ ที่พี่คิวนอนค้างเมื่อตอนก่อนไป”
“ว่าจะนะ เดี๋ยวพี่จะให้คนรถกลับไปก่อน ขากลับเฟิร์นให้ใครไปส่งพี่หน่อยแล้วกัน”
“ไม่มีปัญหา เดี๋ยวเฟิร์นไปส่งเองก็ได้”
“จ้ะ”
ชายหนุ่มรอให้ประตูห้องปิดสนิทลง เขาจึงเดินไปยังอีกห้องหนึ่ง ที่เขามานอนค้างเมื่อตอนก่อนไปเที่ยว ร่างสูงหายเข้าไปข้างใน พร้อมกับเผยให้เห็นรอยยิ้มของอนุชิตที่เดินตามขึ้นมาดู
“ให้เกียรติน่าดูเลยแห๊ะ น่าจะดูแลดีไม่น้อย” ชายวัยกลางคนยิ้มพอใจก่อนจะเดินกลับลงไปนั่งรอที่ห้องนั่งเล่นตามเดิม
“!!!!!”
หลังจากที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สบายตัว หญิงสาวที่กำลังเตรียมตัวจะลงไปข้างล่างก็ต้องสะดุ้งเมื่อเปิดประตูออกมาจากห้องนอนก็เจอร่างสูงที่ยืนพิงกำแพงรอเธออยู่
“รอลงไปพร้อมกันค่ะ”
“.....พี่คิวดูเหมือนเป็นพวกคนคลั่งรักเลยนะคะ”
“ก็ทำนองนั้นแหละมั้งคะ”
“หืม.....”
รอยยิ้มอบอุ่นเผยให้เห็นบนใบหน้าหล่อเหลา เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ ทำเพียงแค่เผยมือส่งสัญญาณให้หญิงสาวเดินนำลงไป
“มาแล้วค่ะ”
“อืม ไปกินข้าวกันเถอะ เริ่มมืดแล้ว จะได้พักผ่อนกัน”
ทั้งสามคนพากันเดินไปที่โต๊ะกินข้าวตัวใหญ่ทั้งเอาไว้ในห้องข้างๆ เพื่อไปกินมื้อเย็นร่วมกัน ก่อนที่มื้อเย็นจะจบลง โดยหทัยชนกขับรถไปส่งวชิรวิษที่บ้านของเขาและกลับออกมาโดยที่ใช้เวลาพูดคุยกันอีกไม่นาน
หลายวันต่อมา
“วันนี้เราต้องไปถ่ายสถานที่ของทางนั้นนะ เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้องเดินทาง แต่ก็ไม่ไกลมากหรอก” น้ำฝนบอกหญิงสาวที่เพิ่งตื่นนอนหลังจากที่เธอเข้ามาปลุกตั้งแต่เช้ามืด
“อืม เฟิร์นขออาบน้ำแป๊บ”
น้ำฝนจัดการจัดที่นอนให้เรียบร้อยหลังจากที่หญิงสาวเจ้าของห้องเดินหายเข้าไปในห้องแต่งตัว
หลังจากเตรียมตัวกันเสร็จเรียบร้อยก็พากันออกจากบ้านไปยังจุดหมายปลายทาง ที่ทางลูกค้าได้นัดกับพวกเธอเอาไว้
แต่เมื่อมาถึงยังที่หมายหทัยชนกก็ต้องแปลกใจ เมื่อสถานที่ที่เธอเพิ่งก้าวเท้าลงจากรถ คือสถานที่ที่เธอเพิ่งมาเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน มาพร้อมวชิรวิษ!!!
“สวัสดีครับ” สองแฝดยกมือขึ้นไหว้ตามบิดามารดาเมื่อเห็นว่ามีผู้คนเยอะแยะแล้วบิดามารดาของตนยกมือไหว้“วันนี้เตรียมพร้อมยังไงบ้างคะ สำหรับการพาน้องแฝดมาออกงานครั้งแรก” เสียงวี้ดว้ายดังขึ้นด้วยความเอ็นดู ก่อนที่จะเริ่มมีการสัมภาษณ์เกิดขึ้น“สัมภาษณ์น้องได้ใช่ไหมคะ”“ได้ค่ะ”“สวัสดีค่ะ ชื่ออะไรกันบ้างคะ”“เฟรมครับ”“ฟิวครับ”“วันนี้ตื่นเต้นไหมคะ มาออกงานพร้อมคุณพ่อคุณแม่”“ไม่ตื่นเต้นเลยครับ คุณแม่บอกให้พูดเหมือนปกติครับ”“ผมก็ไม่ตื่นเต้นครับ”“แล้ววันนี้คุณแม่สวยไหมคะ”“คุณแม่สวยทุกวันเลยครับ”“คุณพ่อก็หล่อทุกวันด้วยครับ”เสียงวี้ดว้ายชอบใจดังขึ้น จากบรรดาผู้สัมภาษณ์ เมื่อเด็กทั้งสองตอบคำถามอย่างชาญฉลาดการสัมภาษณ์ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ก่อนที่หทัยชนกจะขอตัวเข้าไปภายในงาน จนกระทั่งจบงาน พวกเขาก็ออกมาให้ถ่ายรูปและสัมภาษณ์อีกครั้งก่อนจะกลับบ้านไปพร้อมกับความภูมิใจกับการออกงานครั้งแรกของเด็กๆเมื่อกลับมาถึงบ้าน พี่เลี้ยงก็มารับตัวเด็กๆ และพากลับขึ้นห้องไปเพราะพวกเขาหลับมาบนรถ ส่วนวชิรวิษกับหทัยชนกเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะพากันออกไปหาอะไรกินข้างนอกสองคน“จองไว้เมื่อไหร่คะเนี่ย”“หลายวันแล้วจ้ะ เฟิร์นอ
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณพ่อ”“อรุณสวัสดิ์ครับ พี่เฟรมล่ะ”“กำลังลงมาครับ ผมแต่งตัวเสร็จก่อนเลยลงมาก่อน วันนี้คิวผมใช้ห้องน้ำก่อน”“ครับ”“คุณแม่ล่ะครับ”“ยังไม่ตื่นเลย เมื่อคืนคุณแม่ทำงานจนเกือบเช้าเลยตื่นสาย อย่าไปรบกวนคุณแม่นะ” น้ำเสียงอบอุ่นเมื่อมองเด็กชายตัวน้อย“ได้ครับ ผมจะไม่รบกวนคุณแม่”“ดีมาก งั้นเดี๋ยวเราไปรอพี่เฟรมที่ห้องทานข้าว”“ครับ”มือใหญ่อบอุ่นจับจูงมือบุตรชายคนน้องเดินไปยังห้องรับประทานอาหารเพื่อรอแฝดผู้พี่ลงมาจากข้างบน เมื่อเด็กชายตัวน้อยลงมา พวกเขาก็ลงมือรับประทานอาหารเช้าโดยมีพี่เลี้ยงช่วยดูแลเด็กน้อยทั้งสองอยู่ข้างๆในช่วงสายของวัน หลังจากที่หทัยชนกตื่นก็ลุกเดินเข้าห้องน้ำไปทั้งร่างเปลือย เพราะถึงอย่างไรห้องนี้จะไม่มีใครเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต และเธอมั่นใจว่าวชิรวิษไม่อนุญาตให้ใครขึ้นมาบนชั้นสองแน่นอน จนกระทั่งออกมาจากห้องน้ำ ชายหนุ่มก็เดินออกมาจากห้องทำงานพอดี“ตื่นแล้วเหรอคะ”“ตื่นแล้วค่ะ”“เป็นยังไงบ้าง”“ระบมทั้งตัวเลยค่ะ”“โทษทีจ้ะ” ชายหนุ่มขอโทษด้วยความรู้สึกผิด เพราะบางครั้งเขาก็ควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้“เล็กน้อยมากค่ะ เดี๋ยวเราลงไปข้างล่างกันนะคะ เฟิร์นจะค
“ทนไหวไหม.....หรือจะให้หยุด” ชายหนุ่มโน้มตัวลงมากัดไหล่บอบบางแรงๆ แล้วกระซิบข้างหูด้วยเสียงแหบ แต่จังหวะสะโพกยังคงกระแทกรุนแรงแรง“ไม่.....ไม่หยุด.....เอาต่อ.....เอาแรงๆเลยค่ะ” หญิงสาวครางตอบเสียงขาดๆหายๆ สะโพกกลมขยับสวนกลับอย่างยั่วเย้าชายหนุ่มหัวเราะต่ำๆ แล้วจับสะโพกเมียแน่นขึ้นอีก เพิ่มความเร็วและความแรงจนร่างบอบบางสั่นเทาทั้งตัว กระโปรงชุดนอนกองอยู่บนเอว เผยให้เห็นทุกอย่างที่เขากำลังทำอยู่ตรงหน้า“ดี.....งั้นคืนนี้จะทำให้พังเลย” เขากล่าวเสียงห้าว ก่อนจะกระแทกเข้าไป“อ๊ะ.....ลึก.....” เธอครางเสียงสั่นพร่า น้ำตาคลอตาเพราะถูกดันลึกจนมดลูกสั่นระริกชายหนุ่มไม่ยอมลดความแรงแม้แต่น้อย มือใหญ่ทั้งสองข้างบีบสะโพกผายจนเนื้อขาวแดงเป็นรอยนิ้ว แล้วกระชากร่างบอบบางเข้าหาตัวเองทุกครั้งที่กระแทก“เงียบไม่ได้สิ ชอบให้เข้าไปแรงขนาดนี้” เขาพึมพำเสียงต่ำ ก่อนจะโน้มลงกัดลำคอเธอแรงๆจนมีรอยแดง“ชอบ.....ชอบที่สุด แรงๆเลย” หญิงสาวสะดุ้งทั้งตัว มือที่เกาะราวระเบียงสั่นเทา เธอครางตอบเสียงขาดๆเขาถอยหลังกลับมานั่งบนโซฟาอีกครั้ง ร่างบอบบางถูกอุ้มขึ้นแล้วนั่งลงกระแทกเต็มลำ ต้นขาขาวถูกจับแยกกว้าง มือใหญ่ฟาดลงบ
“พี่ไปอาบน้ำบ้างดีกว่า”ร่างสูงเดินออกไปหลังจากพูดจบ หทัยชนกมองตามร่างสูงก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของตนเองที่วางอยู่ออกมากดดูนั่นดูนี่ไปเรื่อยๆ จนเห็นข้อความที่น้ำฝนติดต่อเข้ามาหญิงสาวโทรหาน้ำฝนเพื่อสอบถามรายละเอียดงานที่ติดต่อเข้ามา ก่อนจะได้รู้ว่า เชิญทั้งเธอ วชิรวิษ และเจ้าแฝดของเธอหญิงสาวขอรอถามสามีกับเด็กทั้งคู่ก่อน จะให้คำตอบอีกทีในวันรุ่งขึ้น น้ำฝนจึงวางสายไป พร้อมกับที่สามีหนุ่มออกมาจากห้องน้ำพอดี“มีอะไรเหรอ”“พี่ฝนบอกว่ามีงานติดต่อมาค่ะ ให้ไปออกงานอีเว้นท์”“ก็ไปสิ”“เชิญทุกคนเลยค่ะ เจ้าแฝดด้วย”“พี่ไม่มีปัญหานะ แต่ลองถามเจ้าแฝดก่อน เผื่อพวกเขาไม่อยากไป”“เฟิร์นก็ว่าจะรอถามเด็กๆพรุ่งนี้เช้านี่แหละค่ะ”“ดีแล้ว ให้สิทธิ์พวกเขาได้ตัดสินใจเอง ถึงยังไงพวกเขาก็โตพอที่จะตัดสินใจเองได้แล้ว”“ค่ะ”หญิงสาวนั่งดื่มอยู่กับสามีหนุ่มอีกสักพักใหญ่ ร่างบอบบางก็ลอยขึ้นจากโซฟา เมื่ออยู่ๆ เธอก็ถูกอุ้มขึ้นมานั่งคร่อมบนตักเขา กระโปรงชุดนอนตัวสวยขึ้นมากองอยู่บนต้นขาขาว พร้อมกับที่ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ต้นขาเธอเบาๆหญิงสาวนั่งดื่มอยู่กับสามีหนุ่มอีกสักพักใหญ่ ร่างบอบบางก็ลอยขึ้นจากโซฟา เมื่ออยู่ๆ เธอก็ถูกอุ้
สองแฝดสลับกันเล่ากิจวัตรและสิ่งที่ได้เจอได้เรียนรู้ในวันนี้ให้บิดาฟัง เสียงเจื้อยแจ้วดังไปทั่วห้องนั่งเล่นเรียกรอยยิ้มจากทุกคนที่ได้ยินได้เป็นอย่างดี“เอาล่ะ ได้เวลามื้อเย็นแล้วนะครับ เข้าที่ได้แล้วนะเด็กๆ”“ครับ”สิ้นเสียงพูดของบิดา สองแฝดก็จับมือกันเดินเข้าไปที่ห้องรับประทานอาหาร พากันไปนั่งเก้าอี้ของตนเองและนั่งรออย่างเรียบร้อยวชิรวิษกับหทัยชนกที่เดินตามสองแฝดมายิ้มเอ็นดู ก่อนจะนั่งประจำที่ของตนเอง พร้อมกับที่แม่บ้านเข้ามาตักข้าวให้ทั้งสี่คนนั่งกินมื้อเย็นด้วยกันอย่างอบอุ่น จนกระทั่งกินเสร็จก็มีพี่เลี้ยงก็มารับตัวเด็กๆ เพื่อทำหน้าที่ดูแลพวกเขาต่อสองสามีภรรยายืนมองเด็กๆ ที่กลับเข้าไปในห้องนั่งเล่น ทั้งเฟรมและฟิวมีพี่เลี้ยงส่วนตัว พวกเขาใช้พี่เลี้ยงคนต่อคนเพื่อที่จะไม่ให้เด็กๆ คลาดสายตาและสามารถดูแลได้อย่างทั่วถึงกลางดึกคืนนั้น หลังจากที่สองสามีภรรยาส่งเด็กๆ เข้านอนเสร็จแล้วก็กลับมาพักผ่อนที่ห้อง พวกเขาสามารถเห็นเด็กๆ ได้ตลอดเพราะพวกเขาติดกล้องวงจรปิดภายในห้องนอนของเด็กๆ และเปิดหน้าจอเอาไว้ตลอด“ดื่มอะไรหน่อยไหมคะ” หทัยชนกถามผู้เป็นสามี หลังจากที่คนอื่นๆ ออกไปกันหมดแล้ว“อื้ม ขอว
หลายชั่วโมงผ่านไป หลังจากเด็กๆวิ่งเล่นกันจนฟ้าเปลี่ยนสี ดาหลาจึงพาเด็กๆกลับเข้าบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะลงมารวมตัวกันที่โต๊ะกินข้าว“วันนี้เหนื่อยไหมลูก” ฟาริดาถามพลางถือจานอาหารเดินเข้ามาวาง“เหนื่อยครับ.....” ฟาริคตอบเสียงอ่อย ก่อนจะหาวออกมาอย่างอดไม่อยู่“แต่สนุกมากเลยครับ” วรวิชตอบบ้างเมื่อเห็นผู้เป็นอาหันมามองพวกเขา“ใช่ครับ” ฟาริครีบพูดเสริม แม้ดวงตาจะปรือเพราะความง่วงเต็มที“เอาล่ะๆ กินมื้อเย็นกันดีกว่านะ” ฟาริดาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะเด็กทั้งสองคนอย่างเอ็นดูเด็กทั้งสี่คนที่เล่นมาทั้งวันต่างหิวจนกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย แม้จะเริ่มมีอาการง่วงให้เห็นบ้างแล้วก็ตาม“ค่อยๆ กินกันนะลูก ไม่ต้องรีบ” ฟาริดาเอ่ยเตือนเมื่อเห็นเด็กๆตักอาหารเข้าปากคำโต“ครับ” เสียงรับคำ ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินต่อดาหลานั่งอยู่ไม่ไกล คอยตักอาหารเพิ่มให้เด็กๆเป็นระยะ พลางมองดูว่าทุกคนกินกันครบหรือไม่ ไม่นานนัก อาหารบนจานของเด็กทั้งสี่คนก็ถูกจัดการจนหมด“อิ่มแล้วครับ” หนึ่งในเด็กๆวางช้อนลง ก่อนยกมือขึ้นลูบท้องตัวเอง“อิ่มด้วยครับ” อีกคนพูดตาม พร้อมกับหาวออกมาอย่างง่วงนอน“ง่วงแล้วใช่ไหมเรา







