Mag-log in“กลับมาแล้วค่ะ”
น้ำฝนเปิดประตูแล้วก้าวเข้าไปช้าๆหลังจากเคาะประตูห้อง เมื่อมาถึงก็เห็นว่าหญิงสาวกำลังนอนอยู่บนโซฟาโดยมีวชิรวิษนั่งทำงานอยู่ข้างๆ
“นาย”
“อืม”
ดนัยถือข้าวของเข้ามาวางบนโต๊ะ เขาซื้อมาสำหรับพวกเขาทั้ง 4 คน เพราะก่อนหน้านี้ได้เตรียมของเลี้ยงสำหรับทีมงานเรียบร้อยแล้ว
“เฟิร์น กินข้าว” น้ำฝนปลุกหทัยชนกพร้อมกับช่วยให้เธอลุกขึ้นนั่ง แล้วนั่งลงตรงข้ามหญิงสาว
“มานานแล้วเหรอคะ”
“เพิ่งมาถึงเลย กินก่อนนะ”
หลังจากที่ดนัยกับน้ำฝนช่วยกันเตรียมของกินให้หทัยชนกกับวชิรวิษเสร็จ ทั้ง 4 คนก็ลงมือจัดการกับอาหารตรงหน้าพร้อมกับเสียงพูดคุยเรื่องงานเบาๆจากสองหนุ่ม โดยที่หทัยชนกได้แต่นั่งกินเงียบๆ เพราะเธอยังสะลึมสะลืออยู่
ในช่วงของการถ่ายทำในครึ่งหลัง วชิรวิษมีอาการไม่สบายใจเล็กน้อย เพราะเขารู้ว่ามันต้องถ่ายฉากขับรถและจะมีการดริฟต์ ซึ่งเขาก็เพิ่งรู้ว่าหญิงสาวจะถ่ายมันด้วยตัวเอง
“นักแสดงพร้อม กล้องพร้อม แอ็กชั่น”
ผู้คนด้านหลังกล้องตกอยู่ในความเงียบ เมื่อทุกคนกำลังลุ้นระทึกและเอาใจช่วยหทัยชนก รวมทั้งตัวหญิงสาวเองก็อยากจะถ่ายฉากนี้ให้ผ่านในเทคเดียว การถ่ายฉากนี้ใช้กล้องถึง 2 ตัว คือถ่ายจากในรถ และถ่ายจากด้านนอก
เมื่อถึงเวลา หญิงสาวก็เริ่มขับรถวนไปเรื่อยๆ จนได้ภาพที่ต้องการ และให้ได้ความเร็วสำหรับการดริฟต์ เมื่อเธอพร้อม หญิงสาวส่งสัญญาณตามที่ตกลงกับทีมงานเอาไว้และทำการดริฟต์รถตามที่บรีฟกับทีมงาน จนกระทั่งการถ่ายทำจบลง เธอออกมาจากรถท่ามกลางเสียงปรบมือ
“ไปหัดขับแบบนี้มาจากไหน” วชิรวิษเดินออกมายืนรอรับหญิงสาวทันทีที่เธอเดินกลับเข้ามา
“งานอดิเรกค่ะ” หญิงสาวตอบพร้อมกับรอยยิ้ม
“หืม”
“เฟิร์นเป็นนักแข่งรถค่ะ เคยได้ถ้วยรางวัลด้วยนะคะ”
“หะ.....”
ใบหน้าหล่อเหลาเหวอไปเมื่อได้ยินสิ่งที่คนตรงหน้าบอก ดนัยเองก็อึ้งไม่แพ้เจ้านาย แต่เมื่อเขามองน้ำฝนที่ทำหน้าเฉยๆ ก็รู้ว่าสิ่งที่หทัยชนกพูดคือเรื่องจริง
“พูดจริงเหรอ”
“จะโกหกทำไมล่ะคะ”
“ไม่เห็นบอกพี่”
“ก็ช่วงนั้นไม่ค่อยได้คุยกัน อีกอย่างพี่ก็ไม่ได้ถาม” หญิงสาวตอบก่อนจะเดินเข้ามาหาร่างสูงเมื่อเขาพยักหน้าเรียกเธอ
“เด็กดื้อ”
“เฟิร์นน่ะเหรอดื้อ”
“ไม่ดื้อน้อยด้วยนะ ดื้อมาก”
หญิงสาวเตรียมจะเถียงแต่ก็ต้องเงียบลงเมื่อเห็นสายตาเป็นห่วงที่มองมา เธอถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวให้เขาดูว่าเธอไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
“วันนี้เสร็จงานแล้วใช่ไหม”
“ค่ะ”
“งั้นไปด้วยกัน”
“ไปไหนคะ”
“ห้องทำงานพี่”
หญิงสาวหันไปมองน้ำฝนเชิงถาม แต่เมื่อเห็นน้ำฝนหยิบโทรศัพท์ออกมาดูแล้วพยักหน้าเชิงบอกว่าไม่มีปัญหาเธอก็พยักหน้ารับ
“เฟิร์นกลับก่อนนะคะ” หญิงสาวหันไปบอกทีมงานและยกมือไหว้อย่างสุภาพ
สองหนุ่มสาวพากันเดินออกไปจากสถานที่ถ่ายทำหลังจากที่ล่ำลาทีมงาน วชิรวิษพาหญิงสาวขึ้นลิฟต์ไปยังห้องทำงานของเขาโดยมีดนัยตามมาทีหลัง
“พี่ขอทำงานสัก 2 ชั่วโมง แล้วเดี๋ยวเราไปกินมื้อเย็นกัน”
“ค่ะ”
ร่างสูงนั่งลงหลังโต๊ะทำงานของตัวเองโดยมีหญิงสาวเดินสำรวจไปรอบๆห้อง เธอเดินตรงไปยังมุมชั้นวางหนังสือด้วยแววตาเป็นประกาย
“ชอบเหรอ”
“ค่ะ”
“ไว้เอาหนังสือของเฟิร์นมาเก็บไว้ที่นี่บ้างก็ได้ เผื่อวันไหนมานั่งเล่นที่นี่”
“ได้เหรอคะ”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”
หญิงสาวยิ้มหวานด้วยความพอใจ เธอเดินสำรวจไปเรื่อยๆ จนเห็นว่ามีห้องอีกห้องหนึ่งอยู่ด้านหลัง
“มีห้องลับด้วยเหรอคะ”
“ไม่ลับหรอก เวลาขี้เกียจกลับบ้านหรืองานเยอะก็จะนอนค้างที่นี่ เลยทำห้องนอนเอาไว้น่ะ เข้าไปดูสิ รหัสคือวันเกิดเฟิร์น”
หญิงสาวกดรหัสที่ประตูตามที่เขาบอก ก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินเข้าไป ภายในมีเตียงนอนขนาดใหญ่กับห้องน้ำส่วนตัว มีเสื้อผ้าแขวนเอาไว้อยู่ไม่กี่ชุดทั้งเสื้อผ้าทำงานและเสื้อผ้าลำลอง มีชั้นสำหรับจัดเก็บเอกสารที่เธอคิดว่าน่าจะเป็นเอกสารสำคัญหรือเอกสารที่เป็นความลับ
“ทำไมรหัสถึงเป็นวันเกิดเฟิร์นล่ะคะ”
“มันเป็นวันเกิดเฟิร์นตั้งหลายปีแล้วล่ะ ตั้งแต่ที่พี่เข้ามาบริหารที่นี่เต็มตัว”
“.....”
หญิงสาวไม่ได้ออกความเห็นอะไร เธอแค่เดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยหยิบเอาจากเสื้อผ้าลำลองของเขา แล้วเดินออกมาจากห้องนั้นพร้อมกับปิดประตูเอาไว้ตามเดิม
“ตั้งค่าลายนิ้วมือเอาไว้สิ คราวหน้าจะได้ไม่ต้องกดรหัส”
“.....”
หญิงสาวยักไหล่ แล้วตั้งค่าลายนิ้วมือของตัวเองเอาไว้ตามที่เขาบอก ก่อนจะเดินออกมานั่งเล่นที่โซฟาตัวใหญ่ระหว่างที่รอเขาทำงาน
“ขออนุญาตค่ะ” ร่างของหญิงสาวที่วัยไล่เลี่ยกับเจ้าของห้องเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในอ้อมแขนหลังจากสิ้นเสียงเคาะประตู
“วันนี้หมดแค่นี้ใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ”
“งั้นเดี๋ยวผมกลับเลย คุณมีอะไรด่วนค่อยโทรไป”
“รับทราบค่ะ”
หลังจากรับแฟ้มเอกสารที่วชิรวิษเซ็นลายเซ็นลงไปเสร็จเรียบร้อย หญิงสาวคนดังกล่าวก็ค้อมศีรษะลงให้กับหทัยชนกเล็กน้อยเป็นเชิงทักทาย ก่อนที่จะเปิดประตูออกจากห้องไป
“เพ็ญพร เลขาของพี่อีกคน คอยดูแลงานทุกอย่างก่อนจะผ่านมาถึงดนัยและมาถึงพี่ ส่วนดนัยจะเป็นเหมือนคนสนิท คอยตามพี่ไปด้วยทุกที่ โต๊ะทำงานของทั้งสองคนอยู่ชั้นนี้ ตรงทางผ่านที่เฟิร์นเห็นตอนออกจากลิฟต์มานั่นแหละ”
“หืม ทั้งสองฝั่งเหรอคะ”
“ใช่ ฝั่งหนึ่งของเพ็ญพร อีกฝั่งของดนัย เพราะหัวหน้างานของแต่ละฝ่ายที่ต้องติดต่องานจะติดต่อพวกเขาได้โดยตรง พี่เลยจัดให้ชั้นนี้เป็นเหมือนชั้นส่วนตัว ให้พวกเขาอยู่ด้านนอกและติดแอร์บนชั้นนี้ทั้งชั้นไง เพราะชั้นนี้จะไม่มีคนนอกเข้าออก และคนที่ขึ้นมาถึงชั้นนี้ได้ก็จะเป็นระดับหัวหน้างานหรือคนที่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นมาเท่านั้น แต่ถึงจะขึ้นมาได้ก็จะไม่ได้รับการอนุญาตให้เข้ามาในห้องนี้”
“ลึกลับนะคะเนี่ย”
“ไม่ได้ลึกลับหรอก แต่พี่ต้องการความส่วนตัว”
หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไร เธอเอนกายลงนอนเล่นโทรศัพท์บนโซฟา วชิรวิษมองแล้วยิ้มด้วยความเอ็นดูก่อนจะหันหน้าไปมองหน้าจอและทำงานของเขาต่อไป
“สวัสดีครับ” สองแฝดยกมือขึ้นไหว้ตามบิดามารดาเมื่อเห็นว่ามีผู้คนเยอะแยะแล้วบิดามารดาของตนยกมือไหว้“วันนี้เตรียมพร้อมยังไงบ้างคะ สำหรับการพาน้องแฝดมาออกงานครั้งแรก” เสียงวี้ดว้ายดังขึ้นด้วยความเอ็นดู ก่อนที่จะเริ่มมีการสัมภาษณ์เกิดขึ้น“สัมภาษณ์น้องได้ใช่ไหมคะ”“ได้ค่ะ”“สวัสดีค่ะ ชื่ออะไรกันบ้างคะ”“เฟรมครับ”“ฟิวครับ”“วันนี้ตื่นเต้นไหมคะ มาออกงานพร้อมคุณพ่อคุณแม่”“ไม่ตื่นเต้นเลยครับ คุณแม่บอกให้พูดเหมือนปกติครับ”“ผมก็ไม่ตื่นเต้นครับ”“แล้ววันนี้คุณแม่สวยไหมคะ”“คุณแม่สวยทุกวันเลยครับ”“คุณพ่อก็หล่อทุกวันด้วยครับ”เสียงวี้ดว้ายชอบใจดังขึ้น จากบรรดาผู้สัมภาษณ์ เมื่อเด็กทั้งสองตอบคำถามอย่างชาญฉลาดการสัมภาษณ์ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ก่อนที่หทัยชนกจะขอตัวเข้าไปภายในงาน จนกระทั่งจบงาน พวกเขาก็ออกมาให้ถ่ายรูปและสัมภาษณ์อีกครั้งก่อนจะกลับบ้านไปพร้อมกับความภูมิใจกับการออกงานครั้งแรกของเด็กๆเมื่อกลับมาถึงบ้าน พี่เลี้ยงก็มารับตัวเด็กๆ และพากลับขึ้นห้องไปเพราะพวกเขาหลับมาบนรถ ส่วนวชิรวิษกับหทัยชนกเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะพากันออกไปหาอะไรกินข้างนอกสองคน“จองไว้เมื่อไหร่คะเนี่ย”“หลายวันแล้วจ้ะ เฟิร์นอ
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณพ่อ”“อรุณสวัสดิ์ครับ พี่เฟรมล่ะ”“กำลังลงมาครับ ผมแต่งตัวเสร็จก่อนเลยลงมาก่อน วันนี้คิวผมใช้ห้องน้ำก่อน”“ครับ”“คุณแม่ล่ะครับ”“ยังไม่ตื่นเลย เมื่อคืนคุณแม่ทำงานจนเกือบเช้าเลยตื่นสาย อย่าไปรบกวนคุณแม่นะ” น้ำเสียงอบอุ่นเมื่อมองเด็กชายตัวน้อย“ได้ครับ ผมจะไม่รบกวนคุณแม่”“ดีมาก งั้นเดี๋ยวเราไปรอพี่เฟรมที่ห้องทานข้าว”“ครับ”มือใหญ่อบอุ่นจับจูงมือบุตรชายคนน้องเดินไปยังห้องรับประทานอาหารเพื่อรอแฝดผู้พี่ลงมาจากข้างบน เมื่อเด็กชายตัวน้อยลงมา พวกเขาก็ลงมือรับประทานอาหารเช้าโดยมีพี่เลี้ยงช่วยดูแลเด็กน้อยทั้งสองอยู่ข้างๆในช่วงสายของวัน หลังจากที่หทัยชนกตื่นก็ลุกเดินเข้าห้องน้ำไปทั้งร่างเปลือย เพราะถึงอย่างไรห้องนี้จะไม่มีใครเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต และเธอมั่นใจว่าวชิรวิษไม่อนุญาตให้ใครขึ้นมาบนชั้นสองแน่นอน จนกระทั่งออกมาจากห้องน้ำ ชายหนุ่มก็เดินออกมาจากห้องทำงานพอดี“ตื่นแล้วเหรอคะ”“ตื่นแล้วค่ะ”“เป็นยังไงบ้าง”“ระบมทั้งตัวเลยค่ะ”“โทษทีจ้ะ” ชายหนุ่มขอโทษด้วยความรู้สึกผิด เพราะบางครั้งเขาก็ควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้“เล็กน้อยมากค่ะ เดี๋ยวเราลงไปข้างล่างกันนะคะ เฟิร์นจะค
“ทนไหวไหม.....หรือจะให้หยุด” ชายหนุ่มโน้มตัวลงมากัดไหล่บอบบางแรงๆ แล้วกระซิบข้างหูด้วยเสียงแหบ แต่จังหวะสะโพกยังคงกระแทกรุนแรงแรง“ไม่.....ไม่หยุด.....เอาต่อ.....เอาแรงๆเลยค่ะ” หญิงสาวครางตอบเสียงขาดๆหายๆ สะโพกกลมขยับสวนกลับอย่างยั่วเย้าชายหนุ่มหัวเราะต่ำๆ แล้วจับสะโพกเมียแน่นขึ้นอีก เพิ่มความเร็วและความแรงจนร่างบอบบางสั่นเทาทั้งตัว กระโปรงชุดนอนกองอยู่บนเอว เผยให้เห็นทุกอย่างที่เขากำลังทำอยู่ตรงหน้า“ดี.....งั้นคืนนี้จะทำให้พังเลย” เขากล่าวเสียงห้าว ก่อนจะกระแทกเข้าไป“อ๊ะ.....ลึก.....” เธอครางเสียงสั่นพร่า น้ำตาคลอตาเพราะถูกดันลึกจนมดลูกสั่นระริกชายหนุ่มไม่ยอมลดความแรงแม้แต่น้อย มือใหญ่ทั้งสองข้างบีบสะโพกผายจนเนื้อขาวแดงเป็นรอยนิ้ว แล้วกระชากร่างบอบบางเข้าหาตัวเองทุกครั้งที่กระแทก“เงียบไม่ได้สิ ชอบให้เข้าไปแรงขนาดนี้” เขาพึมพำเสียงต่ำ ก่อนจะโน้มลงกัดลำคอเธอแรงๆจนมีรอยแดง“ชอบ.....ชอบที่สุด แรงๆเลย” หญิงสาวสะดุ้งทั้งตัว มือที่เกาะราวระเบียงสั่นเทา เธอครางตอบเสียงขาดๆเขาถอยหลังกลับมานั่งบนโซฟาอีกครั้ง ร่างบอบบางถูกอุ้มขึ้นแล้วนั่งลงกระแทกเต็มลำ ต้นขาขาวถูกจับแยกกว้าง มือใหญ่ฟาดลงบ
“พี่ไปอาบน้ำบ้างดีกว่า”ร่างสูงเดินออกไปหลังจากพูดจบ หทัยชนกมองตามร่างสูงก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของตนเองที่วางอยู่ออกมากดดูนั่นดูนี่ไปเรื่อยๆ จนเห็นข้อความที่น้ำฝนติดต่อเข้ามาหญิงสาวโทรหาน้ำฝนเพื่อสอบถามรายละเอียดงานที่ติดต่อเข้ามา ก่อนจะได้รู้ว่า เชิญทั้งเธอ วชิรวิษ และเจ้าแฝดของเธอหญิงสาวขอรอถามสามีกับเด็กทั้งคู่ก่อน จะให้คำตอบอีกทีในวันรุ่งขึ้น น้ำฝนจึงวางสายไป พร้อมกับที่สามีหนุ่มออกมาจากห้องน้ำพอดี“มีอะไรเหรอ”“พี่ฝนบอกว่ามีงานติดต่อมาค่ะ ให้ไปออกงานอีเว้นท์”“ก็ไปสิ”“เชิญทุกคนเลยค่ะ เจ้าแฝดด้วย”“พี่ไม่มีปัญหานะ แต่ลองถามเจ้าแฝดก่อน เผื่อพวกเขาไม่อยากไป”“เฟิร์นก็ว่าจะรอถามเด็กๆพรุ่งนี้เช้านี่แหละค่ะ”“ดีแล้ว ให้สิทธิ์พวกเขาได้ตัดสินใจเอง ถึงยังไงพวกเขาก็โตพอที่จะตัดสินใจเองได้แล้ว”“ค่ะ”หญิงสาวนั่งดื่มอยู่กับสามีหนุ่มอีกสักพักใหญ่ ร่างบอบบางก็ลอยขึ้นจากโซฟา เมื่ออยู่ๆ เธอก็ถูกอุ้มขึ้นมานั่งคร่อมบนตักเขา กระโปรงชุดนอนตัวสวยขึ้นมากองอยู่บนต้นขาขาว พร้อมกับที่ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ต้นขาเธอเบาๆหญิงสาวนั่งดื่มอยู่กับสามีหนุ่มอีกสักพักใหญ่ ร่างบอบบางก็ลอยขึ้นจากโซฟา เมื่ออยู่ๆ เธอก็ถูกอุ้
สองแฝดสลับกันเล่ากิจวัตรและสิ่งที่ได้เจอได้เรียนรู้ในวันนี้ให้บิดาฟัง เสียงเจื้อยแจ้วดังไปทั่วห้องนั่งเล่นเรียกรอยยิ้มจากทุกคนที่ได้ยินได้เป็นอย่างดี“เอาล่ะ ได้เวลามื้อเย็นแล้วนะครับ เข้าที่ได้แล้วนะเด็กๆ”“ครับ”สิ้นเสียงพูดของบิดา สองแฝดก็จับมือกันเดินเข้าไปที่ห้องรับประทานอาหาร พากันไปนั่งเก้าอี้ของตนเองและนั่งรออย่างเรียบร้อยวชิรวิษกับหทัยชนกที่เดินตามสองแฝดมายิ้มเอ็นดู ก่อนจะนั่งประจำที่ของตนเอง พร้อมกับที่แม่บ้านเข้ามาตักข้าวให้ทั้งสี่คนนั่งกินมื้อเย็นด้วยกันอย่างอบอุ่น จนกระทั่งกินเสร็จก็มีพี่เลี้ยงก็มารับตัวเด็กๆ เพื่อทำหน้าที่ดูแลพวกเขาต่อสองสามีภรรยายืนมองเด็กๆ ที่กลับเข้าไปในห้องนั่งเล่น ทั้งเฟรมและฟิวมีพี่เลี้ยงส่วนตัว พวกเขาใช้พี่เลี้ยงคนต่อคนเพื่อที่จะไม่ให้เด็กๆ คลาดสายตาและสามารถดูแลได้อย่างทั่วถึงกลางดึกคืนนั้น หลังจากที่สองสามีภรรยาส่งเด็กๆ เข้านอนเสร็จแล้วก็กลับมาพักผ่อนที่ห้อง พวกเขาสามารถเห็นเด็กๆ ได้ตลอดเพราะพวกเขาติดกล้องวงจรปิดภายในห้องนอนของเด็กๆ และเปิดหน้าจอเอาไว้ตลอด“ดื่มอะไรหน่อยไหมคะ” หทัยชนกถามผู้เป็นสามี หลังจากที่คนอื่นๆ ออกไปกันหมดแล้ว“อื้ม ขอว
หลายชั่วโมงผ่านไป หลังจากเด็กๆวิ่งเล่นกันจนฟ้าเปลี่ยนสี ดาหลาจึงพาเด็กๆกลับเข้าบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะลงมารวมตัวกันที่โต๊ะกินข้าว“วันนี้เหนื่อยไหมลูก” ฟาริดาถามพลางถือจานอาหารเดินเข้ามาวาง“เหนื่อยครับ.....” ฟาริคตอบเสียงอ่อย ก่อนจะหาวออกมาอย่างอดไม่อยู่“แต่สนุกมากเลยครับ” วรวิชตอบบ้างเมื่อเห็นผู้เป็นอาหันมามองพวกเขา“ใช่ครับ” ฟาริครีบพูดเสริม แม้ดวงตาจะปรือเพราะความง่วงเต็มที“เอาล่ะๆ กินมื้อเย็นกันดีกว่านะ” ฟาริดาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะเด็กทั้งสองคนอย่างเอ็นดูเด็กทั้งสี่คนที่เล่นมาทั้งวันต่างหิวจนกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย แม้จะเริ่มมีอาการง่วงให้เห็นบ้างแล้วก็ตาม“ค่อยๆ กินกันนะลูก ไม่ต้องรีบ” ฟาริดาเอ่ยเตือนเมื่อเห็นเด็กๆตักอาหารเข้าปากคำโต“ครับ” เสียงรับคำ ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินต่อดาหลานั่งอยู่ไม่ไกล คอยตักอาหารเพิ่มให้เด็กๆเป็นระยะ พลางมองดูว่าทุกคนกินกันครบหรือไม่ ไม่นานนัก อาหารบนจานของเด็กทั้งสี่คนก็ถูกจัดการจนหมด“อิ่มแล้วครับ” หนึ่งในเด็กๆวางช้อนลง ก่อนยกมือขึ้นลูบท้องตัวเอง“อิ่มด้วยครับ” อีกคนพูดตาม พร้อมกับหาวออกมาอย่างง่วงนอน“ง่วงแล้วใช่ไหมเรา







