เข้าสู่ระบบหทัยชนก นักแสดงเด็กที่เติบโตมาเป็นสาวสวยจนได้รับบทบาทนางเอกตั้งแต่วัยรุ่น วชิรวิษ หนุ่มหล่อดีกรีปริญญาโท ด้วยอายุที่ห่างกันถึง 10 ปี และภาระหน้าที่ที่แตกต่างกันจะทำให้พวกประคองความสัมพันธ์ไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่
ดูเพิ่มเติม“เฟิร์น ป๊าจะไปซ้อมดนตรี ไปด้วยไหม”
“ไปที่ไหน กับใคร”
“ไปห้องซ้อมแถวนี้แหละ ถามเยอะ จะไปไหม”
“ไป”
“แล้วถามทำไม”
“ก็ถามเฉยๆ ไปกี่โมง”
“บ่ายๆ กินข้าวเสร็จค่อยไป”
“เค”
หทัยชนก หรือ เฟิร์น สาวน้อยน่าตาน่ารักพูดคุยเล่นกับบิดาของเธอ หนูน้อยเป็นเด็กกล้าแสดงออก พูดเก่ง ครอบครัวเธอจึงส่งเธอไปเรียนการแสดง และด้วยการแสดงออกที่น่ารักโดยธรรมชาติ และความหน้าตาดีของเธอจึงทำให้เธอได้มีผลงานการแสดงบ้างประปราย
วันนี้เป็นวันหยุดเธอจึงไม่ได้ไปโรงเรียน และไม่ได้เข้าไปที่โมเดลลิ่งเพราะเธอได้วันหยุดพักหลังจากที่ต้องไปถ่ายละครติดกันมาหลายวัน เมื่อบิดาชวนไปห้องซ้อมดนตรี เธอจึงตกลงไปด้วยโดยไม่ลังเล
เมื่อมาถึงที่ห้องซ้อมดนตรี สาวน้อยทักทายเพื่อนๆของบิดาเธอด้วยความสนิทสนม บิดาของเธอเล่นดนตรีมาตั้งแต่วัยรุ่น หลังจากที่มีเธอก็มักจะพาเธอไปด้วยเกือบทุกที่ อีกทั้งบิดาเธอก็ไม่ได้อายุมากเท่าไหร่ เพราะมีลูกตอนอายุยังน้อย ปีนี้หทัยชนกอายุ 10 ปี และอนุชิต บิดาของเธออายุเพียง 30 ปีเท่านั้น
“ไอ้นุ นี่น้องที่กูบอก ชื่อคิว อายุเพิ่ง 20 ปี” อู๊ดดี้ เพื่อนที่เป็นมือกีตาร์ควบตำแหน่งผู้จัดการของวงเอ่ยแนะนำสมาชิกคนใหม่กับอนุชิตเมื่อเขามาถึง
“สวัสดีครับ” วชิรวิษ ชายหนุ่มวัยรุ่นยกมือไหว้หลังจากได้รับการแนะนำ
“สวัสดีๆ ไอ้เฟิร์น ทักพี่เขาด้วย” อนุชิตรับไหว้อย่างเป็นกันเองก่อนจะบอกให้หทัยชนกทักทายเด็กหนุ่ม
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับ”
“อ้าว ไอ้เฟิร์นมาด้วยเหรอ ไม่เห็นนะเนี่ย” อู๊ดดี้แกล้งหลานสาวด้วยการทำเป็นเหมือนไม่เห็นเธอ
“เจ๊กอู๊ด เฟิร์นงอนนะ”
“ไม่งอนๆ เจ๊กเลี้ยงพิซซ่า”
“หายงอนละ”
“ว่าไป แล้วกินได้เหรอ ถ่ายละครจบหรือยัง”
“จบแล้ว บทเฟิร์นถ่ายครบหมดแล้ว แต่ถึงกินก็ไม่เป็นอะไร เฟิร์นยังเด็ก กินได้”
“จ้ะ แม่เด็กน้อย กินแต่ละทีเหมือนกับเอาไปทิ้ง กินน้อยทั้งถาด”
“กินน้อย.....ทั้งถาด” วชิรวิษที่ฟังอาหลานแซวกันเล่นถึงกับต้องพูดทวน เมื่อได้ยินว่าสาวน้อยตรงหน้ากินพิซซ่าคนเดียวทั้งถาด
“ล้อเล่นน่ะ แต่ก็กินครึ่งถาดอยู่นะ” อู๊ดดี้ตอบชายหนุ่มรุ่นน้องแต่ก็ยังไม่วายแซวสาวน้อยอยู่ดี
“มึงก็แกล้งหลาน” อนุชิตส่ายหน้าแต่ก็หัวเราะตามเพื่อน
“เอาล่ะๆ ซ้อมมือกันหน่อยดีกว่า”
หลังจากเข้าประจำตำแหน่ง ดนตรีก็เริ่มบรรเลง ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่หทัยชนกได้เจอกับวชิรวิษ เธอมากับบิดาเกือบทุกครั้งและสนิทกับเพื่อนๆในวงของบิดาเพราะแต่ละคนคบกันมาตั้งแต่วัยรุ่นและเห็นเธอมาตั้งแต่เกิด แต่กับวชิรวิษที่เพิ่งเข้ามาร่วมวง เธอและเขาจึงเพิ่งได้พบกันเป็นครั้งแรก
2 ปีต่อมา
“ไปเร็วป๊า เดี๋ยวรถติด”
“เออๆ รู้แล้วๆ”
“ช่อดอกไม้ล่ะ”
“ไปซื้อที่นู่นก็ได้ มีขายเยอะแยะ”
“โอ๊ย หล่อแล้ว”
หทัยชนกเร่งให้บิดาขึ้นรถ วันนี้เป็นวันที่วชิรวิษรับปริญญา คนในวงเลยนัดกันไปแสดงความยินดีกับเขา แต่นัดกันรอบเย็นเพื่อจะไปกินเลี้ยงกัน ซึ่งรอบกินเลี้ยงหทัยชนกไปด้วยไม่ได้เพราะชายหนุ่มไปจัดเลี้ยงที่ร้านเหล้า เธอจึงต้องไปแสดงความยินดีที่มหาวิทยาลัยแทน
“พี่คิว อยู่ตรงไหนคะ”
“มาถึงกันแล้วเหรอ พี่อยู่ตรงข้างสนามบอล ฝั่งที่มีเต๊นท์”
“เดี๋ยวเฟิร์นเดินไป”
“โอเค แล้วคนอื่นๆล่ะ”
“ยังไม่มีใครมาถึงเลยเหรอคะ”
“ยังนะ”
“โอเค งั้นเดี๋ยวเจอกันค่ะ”
เมื่อมาถึงที่มหาวิทยาลัยอนุชิตก็ให้หทัยชนกเป็นคนโทรศัพท์หาวชิรวิษเพราะเขาต้องถือช่อดอกไม้ที่แวะซื้อกับของที่นำมาด้วย
หลังจากวางสายหทัยชนกก็เอาโทรศัพท์เก็บใส่กระเป๋าสะพายข้างใบเล็กของเธอ การที่สาวน้อยอายุเท่านี้แต่มีโทรศัพท์มือถือก็เพราะเธอต้องทำงาน และยามที่คนอื่นติดต่อบิดาของเธอไม่ได้ก็จะติดต่อกับเธอโดยตรง
“มาแล้วค่ะ”
“อ้าวเฟิร์น พี่นุ สวัสดีครับ”
“ครับ คนอื่นยังไม่มาเหรอ”
“โทรมาแล้วครับ บอกเอารถไปจอดที่ห้างแล้วเดี๋ยวนั่งแท็กซี่มา”
“แสดงว่าคงไปจอดที่เดียวกันนั่นแหละ”
หลังจากที่ยืนคุยกันสักพักคนอื่นๆก็ทยอยมาถึง เมื่อคนในวงมากันครบแล้วก็พากันถ่ายรูปและมอบช่อดอกไม้กับของขวัญแสดงความยินดี เมื่อชายหนุ่มได้เวลาเข้าหอประชุมทุกคนก็ขอตัวกลับ เมื่อเขาออกมาจึงใช้ช่วงบ่ายเวลากับเพื่อนกลุ่มอื่นและรอเจอกับทุกคนที่งานเลี้ยงตอนเย็น
เมื่อขึ้นมาถึงบริเวณที่นัดรวมตัวกัน หทัยชนกก็ต้องแปลกใจอีกครั้งเมื่อเห็นว่าจำนวนคนเยอะกว่าที่เธอคิด ซึ่งมองคร่าวๆแล้วน่าจะต้องใช้รถตู้หลายคันเลยทีเดียว“กำลังคิดว่าทำไมพี่ใช้รถตู้ใช่ไหม”“ค่ะ”“เพราะรถตู้จะนั่งสบายกว่ารถทัวร์ เราใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง การใช้รถตู้จะไม่เหนื่อยเท่านั่งรถทัวร์น่ะ”“แต่ดูแล้วคนเยอะนะคะ น่าจะต้องใช้หลายคันเลย”“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอกจ้ะ เพราะสัมภาระของแต่ละคนที่ไปที่เดียวกัน จะถูกเอาไปรวมไว้ที่รถคันเดียวเลยหรืออาจจะไม่เกิน 3 คัน จะได้ไม่ต้องมาเผื่อที่สำหรับจัดเก็บสัมภาระ ทำให้ไม่ต้องนั่งเบียดกันไง”“แล้วใช้รถกี่คันคะ”“ไม่เกิน 30 คัน รวมพวกรถขนสัมภาระกับข้าวของอื่นๆที่เอาไปด้วย พี่คิดว่าประมาณ 5 คัน”“เยอะเหมือนกันนะคะ”“ไปเถอะจ้ะ”วชิรวิษยิ้มเอ็นดู เมื่อเห็นหทัยชนกมีอาการตกใจที่ได้ทราบจำนวนรถ ก่อนจะจับมือเล็กของหญิงสาวแล้วเดินไปรวมตัวกับเลขาส่วนตัวของเขา“ครบหรือยัง”“ครับ กำลังทยอยเอาของขึ้นรถ แล้วเดี๋ยวนับจำนวนคนของแต่ละคันก็พร้อมออกเดินทางครับ”“อืม”“นายเอารถไปเองเลยเหรอครับ”“อืม วันนี้ไม่ไว้ใจให้คนอื่นขับ”“ครับผม”“อ้อ เฟิร์น นี่ดิน หรือดนัย เล
“ตักมาเยอะไปไหมคะ”“ก็พี่ไม่รู้ว่าเราชอบกินอะไร เลยตักมาทุกอย่างเลย”“เฟิร์นกินได้ทุกอย่างค่ะ”“ครับผม กินเถอะจ้ะ”สองหนุ่มสาวนั่งกินข้าวกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งน้ำฝนเดินกลับเข้ามาก็ช่วยกันแกะของขวัญต่อโดยมีวชิรวิษช่วยอีกแรงหลังจากแกะของขวัญกันจนเสร็จก็ช่วยกันเอาไปเก็บในห้องแฟนคลับ มีบางส่วนเท่านั้นที่หทัยชนกเอาไปเก็บไว้ในห้องนอน“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวกล่าวเสียงเบา ดวงตาเริ่มปรือ“ไปนอนพักได้แล้ว ตาจะปิดแล้วจ้ะ”“เหนื่อยนิดหน่อยค่ะ” หญิงสาวหัวเราะเบาๆ เมื่อเขาพูดด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าแซวเธอ“ไม่หน่อยแล้วนั่น ไปเถอะ”“ค่ะ ฝันดีนะคะ”“ฝันดีจ้ะ”วชิรวิษรอจนกระทั่งประตูถูกปิดสนิทจึงเดินออกมาจากหน้าห้องนอนของหญิงสาวและลงบันไดไปด้วยความไม่รีบร้อน“อ้าว ยัยเฟิร์นล่ะ” อนุชิตถามชายหนุ่มรุ่นน้องเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามารวมตัว“ขึ้นไปนอนแล้วครับ”“อือ คงเหนื่อย มาๆ กินเหล้า”“ผมต้องขับรถนะพี่”“เป็นไรไป บ้านก็อยู่ใกล้แค่นี้ ไม่ไหวก็นอนค้าง ห้องว่างเยอะแยะ”ร่างสูงหย่อนตัวนั่งลงโดยไม่ได้พูดอะไร เขาภูมิใจในตัวหทัยชนกไม่ต่างกับอนุชิตและคนอื่นๆ เพราะเขาเห็นเด็กสาวมาตั้งแต่อายุน้อย เธอทั้งทำงานทั้งเรียนไป
ที่บ้านของหทัยชนก หลังจากพนักงานจัดโต๊ะและข้าวของสำหรับกินเลี้ยงเสร็จก็ทยอยนั่งพัก โดยมีอนุชิตและกลุ่มเพื่อนๆของเขาลองเสียงและปรับจูนเสียงเครื่องดนตรีอยู่ในมุมหนึ่งของงานไม่นานรถตู้ก็ขับมาจอดบริเวณที่จอดรถพร้อมกับรถของวชิรวิษ ร่างของหทัยชนกกับวชิรวิษลงจากรถมาก่อน ตามหลังด้วยผู้จัดการส่วนตัวของหญิงสาวอย่างน้ำฝน และปิดท้ายด้วยแก้ว คนขับรถประจำบ้าน“พี่ฝนเอาช่อดอกไม้แห้งไปเก็บที่ห้องแฟนคลับได้เลยนะคะ ช่อดอกไม้สดเดี๋ยวเฟิร์นมาจัดใส่แจกัน พวกของขวัญเดี๋ยวเฟิร์นแกะเองค่ะ ส่วนช่อดอกไม้เงินเดี๋ยวเฟิร์นเอาไปไว้ในห้องนอนค่ะ” หญิงสาวบอกหลังจากที่ช่วยกันขนช่อดอกไม้กับของขวัญทั้งหมดเข้ามาไว้ในบ้าน“ห้องแฟนคลับ?” เสียงทุ้มพูดทวนประโยคด้วยความไม่แน่ใจ“ค่ะ ข้างๆห้องทำงานของเฟิร์นมีห้องแฟนคลับอยู่ เอาไว้เก็บดอกไม้กับของขวัญที่แฟนคลับให้มาค่ะ”“อ๋อ” ชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ“ไปดูได้นะคะ เดี๋ยวเฟิร์นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”“ไม่รอถ่ายรูปก่อนเหรอเฟิร์น พี่ว่ารอถ่ายรูปก่อนดีกว่านะ” น้ำฝนรีบเบรกหญิงสาว หล่อนคิดว่าอาจจะต้องถ่ายรูปอีก“ไม่เป็นไรค่ะ เฟิร์นยังไม่ได้ลบเครื่องสำอาง เฟิร์นไปนะ เหนีย
“ไปรายงานตัวก่อน เดี๋ยวมา”“เออ มาเร็วๆ”หญิงสาวพยักหน้าก่อนจะเดินหายออกไปจากจุดที่บิดาของเธอกับเพื่อนๆของเขานั่งกันอยู่วันนี้เป็นวันที่หญิงสาวรับปริญญา และเธอเป็นหลานคนแรกของกลุ่ม บรรดาเพื่อนของบิดาจึงพากันมาถ่ายรูปร่วมยินดีกับเธอด้วยพ้นหลังหทัยชนกไป ได้มีร่างสูงเดินเข้ามาบริเวณนั้นพร้อมกับดอกไม้สดช่อใหญ่และช่อดอกไม้เงินสดที่มูลค่าไม่น้อย มืออบอุ่นหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงและกดโทรออกหาเจ้าของช่อดอกไม้ที่เขาตั้งใจนำมาให้“คิว อยู่นี่”แต่ยังไม่ทันที่ปลายสายจะกดรับก็มีเสียงเรียกเขาดังขึ้นไม่ไกล เมื่อเขามองหาไปทางที่มาของเสียงก็เจอกับกลุ่มเพื่อนนักดนตรีของเขาที่นั่งโบกมือเรียกกันอยู่ พร้อมกับโทรศัพท์ของเจ้าของช่อดอกไม้ที่อยู่ในมือบิดาของเธอ“รถติดเหรอ”“นิดหน่อยพี่นุ มาช้าเพราะแวะไปเอาดอกไม้มา เจ้าเฟิร์นล่ะ”“ไปรายงานตัว เดี๋ยวก็มา”วชิรวิษพยักหน้ารับก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงเก้าอี้ฝั่งที่ว่างอยู่เพื่อรอให้เจ้าของช่อดอกไม้มารับมันไป“ร้อนมากอะ ขนาดยังเช้าอยู่เลยนะ อ้าวพี่คิว สวัสดีค่ะ”“ครับผม”“ทำไมสภาพเป็นแบบนั้น” อนุชิตถามบุตรสาวเมื่อเห็นสภาพเหน็ดเหนื่อยของเธอถึงแม้เธอจะยิ้มอยู่





