Mag-log in“โตแล้วนะเรา” ชายหนุ่มพูดคำที่แฝงนัยยะออกไปเพื่อรอดูว่าหญิงสาวจะรู้ความหมายหรือไม่
“โตนานแล้วค่ะ” หทัยชนกเองก็ตอบกลับนัยยะนั้นไปเช่นกัน
“จ้ะ”
สองคนเดินจับมือไปด้วยกันจนถึงทางออก เมื่อออกมาด้านนอกก็เห็นมีรถเข็นขายของอยู่ไม่กี่คัน แต่อย่างน้อยก็ยังพอมีของกินเล่นให้หญิงสาวได้กินรองท้อง
“เราแยกไปไหม เฟิร์นอยากไปไหนหรือเปล่า”
“ไม่มีที่อยากไปค่ะ เฟิร์นไม่รู้ว่าที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ไหนบ้าง”
“อืม.....งั้นไปวัดบนเขาไหม แต่ทางไปจะน่ากลัวนิดหนึ่งนะ”
“ได้ค่ะ ไม่ไปพร้อมพวกเขา ไม่เป็นอะไรเหรอคะ”
“ไม่หรอกจ้ะ เราแค่ไปก่อนพวกเขา พวกเขาจะไปตามโปรแกรมในวันอื่น แต่ก็ต้องถามความสมัครใจของพวกเขาด้วยว่าอยากไปไหม เพราะถึงจะสวยแต่ก็อันตราย”
หทัยชนกไม่ตอบอะไร เธอปล่อยให้เขาเป็นผู้นำทาง ไม่ว่าเขาจะพาไปที่ไหน ถ้าเธอเห็นว่ามันไม่ได้อันตรายต่อตัวเธอและเขา เธอก็พร้อมจะไปกับเขา
หลังจากเที่ยวสถานที่ต่างๆ และแวะไปกินมื้อเย็นที่ร้านอาหารก่อนกลับเข้ามายังที่พัก ทั้งคู่ก็ต้องพบว่าทางโรงแรมไม่สามารถเปิดห้องพักใหม่ให้กับพวกเขาได้เพราะตอนนี้ไม่มีห้องไหนว่าง ถึงจะไม่ใช่ช่วงเทศกาล แต่ด้วยความที่เป็นจังหวัดแห่งการท่องเที่ยว จึงทำให้ที่พักที่นี่เต็มตลอด
“ทำยังไงดีคะ”
“เดี๋ยวพี่ไปนอนกับเจ้าดินก็ได้ เฟิร์นก็อยู่ห้องนี้ไป”
“แต่พี่คิวไม่ชอบอยู่ร่วมกับใครไม่ใช่เหรอคะ”
“.....รู้ได้ยังไง” วชิรวิษแอบแปลกใจที่หญิงสาวรู้นิสัยของเขา
“เดาเอาค่ะ เฟิร์นไม่ได้เพิ่งรู้จักพี่นะ” ดวงหน้าหวานส่งยิ้มน้อยๆ
“แต่เฟิร์นก็นอนห้องพี่ได้นะ ลืมหรือเปล่า” เขาย้อนถามเธอเป็นการลองเชิง
“ไม่เหมือนกันนี่คะ พี่คิวเองก็รู้” หญิงสาวสบตากับเขาตรงๆ
“.....เฟิร์นรู้เหรอ”
“ค่ะ”
“.....แล้วทำไมไม่บอกพี่ว่าเฟิร์นรู้”
“ก็พี่คิวไม่ถาม.....”
“ตัวแสบ”
หญิงสาวยิ้มทะเล้นใส่คนตัวสูงที่ส่ายหน้ากับความขี้เล่นของเธอ ทั้งเขาและเธอต่างก็รู้แก่ใจดีว่าเรื่องที่คุยหมายความว่าอย่างไร เพียงแต่ไม่มีใครพูดมันออกมา
“เอาล่ะ แล้วจะเอายังไง อีก 3 คืนที่เหลือนี้”
“แล้วแต่พี่คิวเลยค่ะ”
“แน่ใจเหรอว่าแล้วแต่พี่”
“.....ค่ะ”
“งั้นก็ตามนั้น”
หทัยชนกหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อเห็นชายหนุ่มมีอาการมันเขี้ยวเธอ แต่เธอรู้ดีว่าเขาจะไม่เป็นอันตรายกับตัวเธอแน่นอน
เช้าวันต่อมา
“ฮัลโหล” มือใหญ่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสายโดยที่ไม่ได้ดูว่าปลายสายคือใคร เพราะเขารู้ดีว่าถ้าโทรมาแต่เช้าแบบนี้จะมีอยู่แค่คนเดียว
‘นาย ทางพนักงานประชุมกันเมื่อคืน พวกเขาบอกว่าจะจัดโปรแกรมใหม่กันเอง ให้ต่างคนต่างเที่ยวได้เลย’
“ยังไง”
‘คงจะแบ่งสายกันไปนั่นแหละ ว่าทีมไหนอยากไปไหน แล้วแบ่งรถกันไป’
“อืม ตามใจ”
‘ครับ’
หลังจากดนัยวางสายไป ชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงที่ยังนอนอยู่บนเตียงตั้งใจจะหลับต่อ แต่เมื่อพลิกตัวกลับมาก็ต้องสะดุ้งที่ไม่เห็นร่างบอบบางนอนอยู่อีกฝั่งของเตียง
“ตื่นเร็วจัง” พึมพำกับตัวเองยังไม่ทันพ้นนาที หญิงสาวก็เดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำ
วชิรวิษขยับกายนั่งเอนหลังพิงหัวเตียง ดวงตาคมมองใบหน้าหวานที่ขาวใสแม้ไร้เรื่องสำอางแต่งแต้ม
“คะ?”
“มานี่สิ”
หญิงสาวเดินมาหย่อนตัวนั่งลงบนขอบเตียงข้างๆเขาอย่างว่าง่าย ก่อนที่เธอจะปล่อยมือจากผ้าขนหนูผืนเล็ก เมื่อเจ้าของมือหนาดึงมันไปถือแล้วเช็ดผมให้เอง
“เราไม่ต้องรีบทำตามโปรแกรมแล้วล่ะ”
“ทำไมคะ”
“พวกเขาขอจัดโปรแกรมกันเองน่ะสิ”
“อ้าว.....”
“คงมีที่เที่ยวที่อยากไปล่ะมั้ง บางคนก็คงไม่ได้อยากเที่ยว เลยอยากจัดการแบ่งโปรมแกรมกันเอง”
“.....”
“เฟิร์นอยากไปไหนไหม”
“อยากไปนอนเล่นริมทะเลค่ะ”
“เอาไว้ตอนเย็นก็แล้วกัน แดดจะได้ไม่ร้อน”
“ค่ะ”
“หิวหรือยัง”
“นิดหน่อยค่ะ ยังเช้าอยู่เลยนี่คะ”
“งั้นรอพี่แป๊บนะ”
“ค่ะ”
หลังจากที่เห็นว่าเส้นผมยาวสลวยเริ่มแห้งแล้ว ผ้าขนหนูผืนเล็กก็ถูกส่งคืนให้กับเจ้าของ ก่อนที่ร่างสูงจะเดินหายเข้าห้องน้ำไปโดยมีดวงตากลมโตมองตาม
“สวัสดีครับ” สองแฝดยกมือขึ้นไหว้ตามบิดามารดาเมื่อเห็นว่ามีผู้คนเยอะแยะแล้วบิดามารดาของตนยกมือไหว้“วันนี้เตรียมพร้อมยังไงบ้างคะ สำหรับการพาน้องแฝดมาออกงานครั้งแรก” เสียงวี้ดว้ายดังขึ้นด้วยความเอ็นดู ก่อนที่จะเริ่มมีการสัมภาษณ์เกิดขึ้น“สัมภาษณ์น้องได้ใช่ไหมคะ”“ได้ค่ะ”“สวัสดีค่ะ ชื่ออะไรกันบ้างคะ”“เฟรมครับ”“ฟิวครับ”“วันนี้ตื่นเต้นไหมคะ มาออกงานพร้อมคุณพ่อคุณแม่”“ไม่ตื่นเต้นเลยครับ คุณแม่บอกให้พูดเหมือนปกติครับ”“ผมก็ไม่ตื่นเต้นครับ”“แล้ววันนี้คุณแม่สวยไหมคะ”“คุณแม่สวยทุกวันเลยครับ”“คุณพ่อก็หล่อทุกวันด้วยครับ”เสียงวี้ดว้ายชอบใจดังขึ้น จากบรรดาผู้สัมภาษณ์ เมื่อเด็กทั้งสองตอบคำถามอย่างชาญฉลาดการสัมภาษณ์ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ก่อนที่หทัยชนกจะขอตัวเข้าไปภายในงาน จนกระทั่งจบงาน พวกเขาก็ออกมาให้ถ่ายรูปและสัมภาษณ์อีกครั้งก่อนจะกลับบ้านไปพร้อมกับความภูมิใจกับการออกงานครั้งแรกของเด็กๆเมื่อกลับมาถึงบ้าน พี่เลี้ยงก็มารับตัวเด็กๆ และพากลับขึ้นห้องไปเพราะพวกเขาหลับมาบนรถ ส่วนวชิรวิษกับหทัยชนกเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะพากันออกไปหาอะไรกินข้างนอกสองคน“จองไว้เมื่อไหร่คะเนี่ย”“หลายวันแล้วจ้ะ เฟิร์นอ
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณพ่อ”“อรุณสวัสดิ์ครับ พี่เฟรมล่ะ”“กำลังลงมาครับ ผมแต่งตัวเสร็จก่อนเลยลงมาก่อน วันนี้คิวผมใช้ห้องน้ำก่อน”“ครับ”“คุณแม่ล่ะครับ”“ยังไม่ตื่นเลย เมื่อคืนคุณแม่ทำงานจนเกือบเช้าเลยตื่นสาย อย่าไปรบกวนคุณแม่นะ” น้ำเสียงอบอุ่นเมื่อมองเด็กชายตัวน้อย“ได้ครับ ผมจะไม่รบกวนคุณแม่”“ดีมาก งั้นเดี๋ยวเราไปรอพี่เฟรมที่ห้องทานข้าว”“ครับ”มือใหญ่อบอุ่นจับจูงมือบุตรชายคนน้องเดินไปยังห้องรับประทานอาหารเพื่อรอแฝดผู้พี่ลงมาจากข้างบน เมื่อเด็กชายตัวน้อยลงมา พวกเขาก็ลงมือรับประทานอาหารเช้าโดยมีพี่เลี้ยงช่วยดูแลเด็กน้อยทั้งสองอยู่ข้างๆในช่วงสายของวัน หลังจากที่หทัยชนกตื่นก็ลุกเดินเข้าห้องน้ำไปทั้งร่างเปลือย เพราะถึงอย่างไรห้องนี้จะไม่มีใครเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต และเธอมั่นใจว่าวชิรวิษไม่อนุญาตให้ใครขึ้นมาบนชั้นสองแน่นอน จนกระทั่งออกมาจากห้องน้ำ ชายหนุ่มก็เดินออกมาจากห้องทำงานพอดี“ตื่นแล้วเหรอคะ”“ตื่นแล้วค่ะ”“เป็นยังไงบ้าง”“ระบมทั้งตัวเลยค่ะ”“โทษทีจ้ะ” ชายหนุ่มขอโทษด้วยความรู้สึกผิด เพราะบางครั้งเขาก็ควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้“เล็กน้อยมากค่ะ เดี๋ยวเราลงไปข้างล่างกันนะคะ เฟิร์นจะค
“ทนไหวไหม.....หรือจะให้หยุด” ชายหนุ่มโน้มตัวลงมากัดไหล่บอบบางแรงๆ แล้วกระซิบข้างหูด้วยเสียงแหบ แต่จังหวะสะโพกยังคงกระแทกรุนแรงแรง“ไม่.....ไม่หยุด.....เอาต่อ.....เอาแรงๆเลยค่ะ” หญิงสาวครางตอบเสียงขาดๆหายๆ สะโพกกลมขยับสวนกลับอย่างยั่วเย้าชายหนุ่มหัวเราะต่ำๆ แล้วจับสะโพกเมียแน่นขึ้นอีก เพิ่มความเร็วและความแรงจนร่างบอบบางสั่นเทาทั้งตัว กระโปรงชุดนอนกองอยู่บนเอว เผยให้เห็นทุกอย่างที่เขากำลังทำอยู่ตรงหน้า“ดี.....งั้นคืนนี้จะทำให้พังเลย” เขากล่าวเสียงห้าว ก่อนจะกระแทกเข้าไป“อ๊ะ.....ลึก.....” เธอครางเสียงสั่นพร่า น้ำตาคลอตาเพราะถูกดันลึกจนมดลูกสั่นระริกชายหนุ่มไม่ยอมลดความแรงแม้แต่น้อย มือใหญ่ทั้งสองข้างบีบสะโพกผายจนเนื้อขาวแดงเป็นรอยนิ้ว แล้วกระชากร่างบอบบางเข้าหาตัวเองทุกครั้งที่กระแทก“เงียบไม่ได้สิ ชอบให้เข้าไปแรงขนาดนี้” เขาพึมพำเสียงต่ำ ก่อนจะโน้มลงกัดลำคอเธอแรงๆจนมีรอยแดง“ชอบ.....ชอบที่สุด แรงๆเลย” หญิงสาวสะดุ้งทั้งตัว มือที่เกาะราวระเบียงสั่นเทา เธอครางตอบเสียงขาดๆเขาถอยหลังกลับมานั่งบนโซฟาอีกครั้ง ร่างบอบบางถูกอุ้มขึ้นแล้วนั่งลงกระแทกเต็มลำ ต้นขาขาวถูกจับแยกกว้าง มือใหญ่ฟาดลงบ
“พี่ไปอาบน้ำบ้างดีกว่า”ร่างสูงเดินออกไปหลังจากพูดจบ หทัยชนกมองตามร่างสูงก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของตนเองที่วางอยู่ออกมากดดูนั่นดูนี่ไปเรื่อยๆ จนเห็นข้อความที่น้ำฝนติดต่อเข้ามาหญิงสาวโทรหาน้ำฝนเพื่อสอบถามรายละเอียดงานที่ติดต่อเข้ามา ก่อนจะได้รู้ว่า เชิญทั้งเธอ วชิรวิษ และเจ้าแฝดของเธอหญิงสาวขอรอถามสามีกับเด็กทั้งคู่ก่อน จะให้คำตอบอีกทีในวันรุ่งขึ้น น้ำฝนจึงวางสายไป พร้อมกับที่สามีหนุ่มออกมาจากห้องน้ำพอดี“มีอะไรเหรอ”“พี่ฝนบอกว่ามีงานติดต่อมาค่ะ ให้ไปออกงานอีเว้นท์”“ก็ไปสิ”“เชิญทุกคนเลยค่ะ เจ้าแฝดด้วย”“พี่ไม่มีปัญหานะ แต่ลองถามเจ้าแฝดก่อน เผื่อพวกเขาไม่อยากไป”“เฟิร์นก็ว่าจะรอถามเด็กๆพรุ่งนี้เช้านี่แหละค่ะ”“ดีแล้ว ให้สิทธิ์พวกเขาได้ตัดสินใจเอง ถึงยังไงพวกเขาก็โตพอที่จะตัดสินใจเองได้แล้ว”“ค่ะ”หญิงสาวนั่งดื่มอยู่กับสามีหนุ่มอีกสักพักใหญ่ ร่างบอบบางก็ลอยขึ้นจากโซฟา เมื่ออยู่ๆ เธอก็ถูกอุ้มขึ้นมานั่งคร่อมบนตักเขา กระโปรงชุดนอนตัวสวยขึ้นมากองอยู่บนต้นขาขาว พร้อมกับที่ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ต้นขาเธอเบาๆหญิงสาวนั่งดื่มอยู่กับสามีหนุ่มอีกสักพักใหญ่ ร่างบอบบางก็ลอยขึ้นจากโซฟา เมื่ออยู่ๆ เธอก็ถูกอุ้
สองแฝดสลับกันเล่ากิจวัตรและสิ่งที่ได้เจอได้เรียนรู้ในวันนี้ให้บิดาฟัง เสียงเจื้อยแจ้วดังไปทั่วห้องนั่งเล่นเรียกรอยยิ้มจากทุกคนที่ได้ยินได้เป็นอย่างดี“เอาล่ะ ได้เวลามื้อเย็นแล้วนะครับ เข้าที่ได้แล้วนะเด็กๆ”“ครับ”สิ้นเสียงพูดของบิดา สองแฝดก็จับมือกันเดินเข้าไปที่ห้องรับประทานอาหาร พากันไปนั่งเก้าอี้ของตนเองและนั่งรออย่างเรียบร้อยวชิรวิษกับหทัยชนกที่เดินตามสองแฝดมายิ้มเอ็นดู ก่อนจะนั่งประจำที่ของตนเอง พร้อมกับที่แม่บ้านเข้ามาตักข้าวให้ทั้งสี่คนนั่งกินมื้อเย็นด้วยกันอย่างอบอุ่น จนกระทั่งกินเสร็จก็มีพี่เลี้ยงก็มารับตัวเด็กๆ เพื่อทำหน้าที่ดูแลพวกเขาต่อสองสามีภรรยายืนมองเด็กๆ ที่กลับเข้าไปในห้องนั่งเล่น ทั้งเฟรมและฟิวมีพี่เลี้ยงส่วนตัว พวกเขาใช้พี่เลี้ยงคนต่อคนเพื่อที่จะไม่ให้เด็กๆ คลาดสายตาและสามารถดูแลได้อย่างทั่วถึงกลางดึกคืนนั้น หลังจากที่สองสามีภรรยาส่งเด็กๆ เข้านอนเสร็จแล้วก็กลับมาพักผ่อนที่ห้อง พวกเขาสามารถเห็นเด็กๆ ได้ตลอดเพราะพวกเขาติดกล้องวงจรปิดภายในห้องนอนของเด็กๆ และเปิดหน้าจอเอาไว้ตลอด“ดื่มอะไรหน่อยไหมคะ” หทัยชนกถามผู้เป็นสามี หลังจากที่คนอื่นๆ ออกไปกันหมดแล้ว“อื้ม ขอว
หลายชั่วโมงผ่านไป หลังจากเด็กๆวิ่งเล่นกันจนฟ้าเปลี่ยนสี ดาหลาจึงพาเด็กๆกลับเข้าบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะลงมารวมตัวกันที่โต๊ะกินข้าว“วันนี้เหนื่อยไหมลูก” ฟาริดาถามพลางถือจานอาหารเดินเข้ามาวาง“เหนื่อยครับ.....” ฟาริคตอบเสียงอ่อย ก่อนจะหาวออกมาอย่างอดไม่อยู่“แต่สนุกมากเลยครับ” วรวิชตอบบ้างเมื่อเห็นผู้เป็นอาหันมามองพวกเขา“ใช่ครับ” ฟาริครีบพูดเสริม แม้ดวงตาจะปรือเพราะความง่วงเต็มที“เอาล่ะๆ กินมื้อเย็นกันดีกว่านะ” ฟาริดาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะเด็กทั้งสองคนอย่างเอ็นดูเด็กทั้งสี่คนที่เล่นมาทั้งวันต่างหิวจนกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย แม้จะเริ่มมีอาการง่วงให้เห็นบ้างแล้วก็ตาม“ค่อยๆ กินกันนะลูก ไม่ต้องรีบ” ฟาริดาเอ่ยเตือนเมื่อเห็นเด็กๆตักอาหารเข้าปากคำโต“ครับ” เสียงรับคำ ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินต่อดาหลานั่งอยู่ไม่ไกล คอยตักอาหารเพิ่มให้เด็กๆเป็นระยะ พลางมองดูว่าทุกคนกินกันครบหรือไม่ ไม่นานนัก อาหารบนจานของเด็กทั้งสี่คนก็ถูกจัดการจนหมด“อิ่มแล้วครับ” หนึ่งในเด็กๆวางช้อนลง ก่อนยกมือขึ้นลูบท้องตัวเอง“อิ่มด้วยครับ” อีกคนพูดตาม พร้อมกับหาวออกมาอย่างง่วงนอน“ง่วงแล้วใช่ไหมเรา







