LOGINความรู้สึกอ่อนโยนที่ได้รับจากคำพูดประโยคนั้นแทบจะทำให้เธอล้มเลิกความตั้งใจที่อยากจะทวงถามความรักครั้งเก่าคืนไปเสียตอนนั้น
ทำไมเธอถึงรู้สึกโมโหตอนที่เขาเรียกเพชรลดาอย่างอ่อนโยน ทั้งๆ ที่ทุกอย่างมันคือแผนที่เธอวางไว้แต่สุดท้ายกลับรู้สึกกับมันจริงๆ
...เธอรักเขาอย่างนั้นเหรอ!..
ปริมาถามตัวเอง และตกใจกับคำตอบที่ได้รับ... ในเมื่อรักเขาแล้วเธอจะหยุดทุกอย่างได้ไหม ละทิ้งความหลัง ความเจ็บแล้วเริ่มต้นใหม่กับเขา นี่คือคำถามที่ปริมาถามตัวเองก่อนจะหลับไป
ร้อยเอกการันต์ แก้วกล้าหรือโจ ตำรวจหนุ่มรูปหล่ออนาคตไกลก้าวลงจากรถอย่างกระตือรือร้นก่อนจะสาวเท้ายาวๆ เดินเข้าไปบริเวณบ้านของคนที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอด
ร่างบางที่คุ้นตากำลังนั่งก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่ที่ม้าหินอ่อนใต้ต้นม่วงอย่างสนอกสนใจจนไม่รู้ถึงการมาของเขา ทำให้ชายหนุ่มได้มีเวลาเพิ่งพิศดวงหน้าสวยหวานนั้นในระยะใกล้ ‘สวยขึ้นมาก’ นี่คือสิ่งที่การันต์สรุปกับตัวเองในใจหลังจากกวาดตามองอย่างสำรวจเพียงแค่ชั่วอึดใจ
“สวัสดีครับ ปริมคนสวย” เสียงทุ้มลึกกล่าวทักทายขึ้นก่อน ทำให้หญิงสาวหลุดจากภวังค์ของตัวเองและเงยหน้าขึ้นมองคนที่เรียกชื่อเธออย่างสนิทสนม
“โจ...มาได้ยังไง” ปริมาอุทานอย่างดีใจเมื่อเจอหน้าเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปีนับแต่เธอไปเรียนต่อและทำงานในกรุงเทพ ส่วนเขาไปเรียนนายร้อยและประจำการอยู่ที่จังหวัดอื่นทั้งสองคนจึงไม่ได้มีโอกาสพบกันเลย
“โจได้ย้ายกลับมาประจำที่จังหวัดเราแล้วนะ” เขาบอกกับปริมาหลังจากที่นั่งลงยังม้าหินอ่อนเรียบร้อยแล้ว
“ดีใจด้วยนะ”
“แต่ที่โจดีใจมากกว่านั้นคือปริมกลับมาแล้ว”
“ปริมก็ดีใจที่ได้เจอโจ” เธอยิ้มให้เขา “ไม่ได้เจอกันหลายปีเลย” คำพูดนั้นทำเอาการันต์ถอนหายใจ
“นั่นสิ ปริมใจร้ายจังเลยนะ ไม่เคยคิดจะส่งข่าวคราวหาโจเลย” ชายหนุ่มตัดพ้อ
“ก็ปริมไม่รู้นี่จ้ะว่าโจอยู่ไหน”
“แล้วปริมมาคนเดียวหรือว่ามากับใคร” เขาถามต่อแล้วก็กลั้นใจฟังคำตอบ
“มาคนเดียวสิจ๊ะ จะให้ปริมเอาใครมาด้วยล่ะ”
“เฮ้อ...โล่งอก” ร้อยตำรวจเอกหนุ่มแกล้งระบายลมหายใจออกมาแรงๆ
“ก็นึกว่าปริมจะหนีบเอาหนุ่มๆ มาด้วย ไม่งั้นโจอาจจะได้เป็นผู้ร้ายฆ่าคนตายแทนการเป็นตำรวจน่ะสิ”
“อย่ามาทำเป็นพูดดีหน่อยเลย อย่านึกว่าปริมไม่รู้นะว่าโจเนื้อหอมแค่ไหน”
“แต่ปริมก็ไม่เคยคิดจะมาตอมหรอกใช่ไหม”
“อย่าพูดอย่างนั้นสิโจ” หญิงสาวรู้สึกเห็นใจเขาไม่น้อยเมื่อได้ยินน้ำเสียงเศร้าๆ แบบนั้น แต่จะให้ทำอย่างไรในเมื่อเธอรักเขาได้แค่เพื่อนเท่านั้นจริงๆ
“อย่ามาทำเสียงสงสารโจแบบนั้นน่าปริม” เขาเป็นฝ่ายหัวเราะก่อน เพราะไม่อยากให้บรรยากาศที่กำลังชื่นมื่นเกิดความตึงเครียดขึ้นมา
“ก็โจน่ะชอบทำให้ปริมรู้สึกผิด”
“ผู้กองหนุ่มรูปหล่ออย่างโจมีสาวๆ เพียบน่า โจไม่สนใจยัยเชยอย่างปริมหรอก” ชายหนุ่มพูดสัพยอก
“จ้า... คุณผู้กองรูปหล่อ อกหักมาอย่ามาร้องคร่ำครวญหายัยเชยก็แล้วกัน” หญิงสาวเอ่ยตอบพร้อมกับย่นจมูกใส่อย่างหมั่นไส้
“โจรู้น่าว่าโจเป็นได้แค่เพื่อน” แล้วเขาก็เอื้อมมือมาขยี้หัวเธอเล่นอย่างที่เขาเคยทำเป็นประจำเมื่อครั้งที่ทั้งสองยังเด็กอยู่
ปริมาหัวเราะอย่างสบายใจและโล่งอกที่เห็นเพื่อนรักยิ้มได้ การมาของการันต์ทำให้หญิงสาวดีใจจนลืมไปว่า วันนี้เป็นวันที่รัชภาคย์นัดไว้ว่าจะมาฟังคำตอบจากเธอ
รัชภาคย์ขับรถออกจากบ้านมาแต่เช้าและเมื่อมาถึงก็เห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มมองรถดูรถคันนั้นอย่างแปลกใจเพราะตัวเองมาที่นี่บ่อยครั้งก็ไม่เคยเห็นรถคันนี้เลย เขาไม่เสียเวลาคิดนานเพราะวัตถุประสงค์ที่มาวันนี้ก็เพื่อมาฟังคำตอบจากปริมา
ร่างสูงก้าวเท้ายาวๆ เดินตรงไปหลังบ้านอย่างคุ้นเคยเพราะรู้ว่าปริมาจะชอบนั่งเล่นอยู่แถวๆ นั้น แต่สิ่งที่เห็นวันนี้กลับไม่เหมือนทุกวันเพราะมีชายหนุ่มอีกคนอยู่กับปริมาด้วย ชายหนุ่มยืนมองภาพนั้นอยู่นานและความอดทนของเขาหมดลงเมื่อเห็นการันต์ยกมือขึ้นขยี้ผมของปริมาอย่างสนิทสนม ในที่สุดเขาก็ได้คำตอบว่ารถคันนั้นคงเป็นรถของผู้ชายคนนี้ และถ้าเดาไม่ผิดคงจะเป็นคนที่ปริมาเคยพูดถึงว่าเป็น ‘แฟน’ ของเธอ
ชายหนุ่มเตรียมตัวหันหลังกลับเพราะคิดว่าตัวเองได้คำตอบแล้ว คงไม่จำเป็นต้องให้หญิงสาวตอบคำถามใดๆ อีกในเมื่อภาพมันฟ้องชัดอยู่แบบนั้น
“คุณคะ” ปริมาเรียกเขาไว้เมื่อเห็นด้านหลังเขาไวๆ
หญิงสาวลุกขึ้นและรีบวิ่งตามมา รัชภาคย์ยอมหยุดแต่ไม่ยอมหันมามองหน้าเธอ
“จะกลับแล้วเหรอคะ” หญิงสาวถามเขาเบาๆ
“ผมก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ไปทำไม” น้ำเสียงนั้นเย็นชาเหินห่าง
“วันนี้คุณไม่ได้มาฟังคำตอบของปริมเหรอคะ”
“ผมว่า... ผมคงรู้คำตอบแล้วล่ะ”
“โดยที่ไม่ต้องถามปริมเลยอย่างนั้นเหรอคะ”
“คงไม่ต้องถามอะไรแล้วล่ะมั้ง” เขาประชด
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจคุณเถอะค่ะ เพราะถ้าคุณไม่อยากฟัง ปริมอธิบายไปก็เปล่าประโยชน์” ปริมาโกรธขึ้นมาบ้าง ร่างบางทำท่าจะหมุนตัวกลับเข้าบ้าน
“เดี๋ยวสิครับปริม” รัชภาคย์เรียกเธอเอาไว้เมื่อปริมามีท่าทีที่แข็งกร้าวและทำท่าจะไม่ง้อขึ้นมาจริงๆ
“มีอะไรอีกคะ” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเง้างอนระคนน้อยใจ
“ผมขอโทษที่ใช้อารมณ์มากไปหน่อย ผมขอฟังคำตอบของปริมได้ไหม”
“ไม่กลับแล้วเหรอคะ” เธอประชดให้บ้าง
“โธ่ ปริมจ๋า ผมขอโทษจริงๆ ครับ” น้ำเสียงทุ้มพูดอย่างง้องอนและรู้สึกผิด “ก็คนมันหึงจนตาลายนี่ครับ คุณจะให้ผมทำยังไง”
“คนเอาแต่ใจ ไม่มีเหตุผล ” หญิงสาวค่อนขอดและค้อนวงใหญ่
“ต่อไปไม่ทำแล้วครับ ผมจะพยายามใจเย็นแล้วฟังปริมก่อน” เขาออดอ้อนอย่างน่ารักทั้งปากทั้งตา รัชภาคย์คนเดิมกลับมาแล้วและนั่นทำให้ทำให้ปริมายิ้มออก ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะมีอิทธิพลกับความรู้สึกของเธอมากขนาดนี้
รัชภาคย์โอบร่างน้อยๆ นั้นเข้ากอดไปพร้อมกับกดปลายจมูกโด่งหอมแก้มใสอย่างรักใคร่“คิกคิก น้ำอิง จั๊กจี้หนวดคุณพ่อ” ลูกสาวตัวน้อยหัวเราะแล้วหดคอหนี“จั๊กจี้เหรอ นี่แน่ะๆๆๆ” เมื่อเห็นลูกสาวหัวเราะผู้เป็นพ่อก็ยิ่งใช้ปลายคางถูไถตามพวงแก้มอ่อนใสสลับไปมาซ้ายทีขวาที“คิกๆๆๆ” ปัญชิตาหัวเราะจนตาหยี ตัวหอบโยนด้วยจังหวะการหายใจที่ถี่กระชั้น ผู้เป็นพ่อจึงหยุดแล้วกอดกระชับร่างน้อยของลูกสาวเอาไว้“แล้วคุณแม่ไปไหนคะ” เสียงใสเอ่ยถามทั้งที่ยังหอบด้วยอาการหัวเราะเมื่อนึกได้ว่าไม่เห็นผู้เป็นแม่อยู่ในห้องนั้น“คุณแม่ไปอาบน้ำครับ เดี๋ยวจะพาน้ำอิงไปใส่บาตร”“ดีจังค่ะ ใส่บาตรเสร็จขอน้ำอิงไปเที่ยวที่ทุ่งนากับคุณตาได้ไหมคะ”“ได้สิครับ เดี๋ยวพ่อไปด้วย” รัชภาคย์บอกอย่างใจดีกับลูกสาวเสมอ“คุณพ่อน่ารักที่สุดเลย น้ำอิงรักคุณพ่อค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นคุณพ่อขอรางวัลหน่อยครับ” ว่าพลางเอียงแก้มให้ลูกสาว หลังจากนั้นปลายจมูกเล็กๆ จึงหอมเบาๆ ที่แก้มของผู้เป็นพ่อ“ยี้...แก้มคุณพ่อไม่หอมเลย” เด็กน้อยช่างเจรจาแกล้งทำจมูกย่นใส่ผู้เป็นพ่อ“ก็คุณพ่อยังไม่อาบน้ำนี่ครับ”“แต่ถึงจะไม่หอมน้ำอิงก็รักคุณพ่อนะคะ” ปัญชิตาออดอ้อนตามประสา“พ่อก
ภาพลูกสาวตัวน้อยที่กำลังดูดนมผู้เป็นแม่อย่างเอร็ดอร่อยนั้น ทำให้รัชภาคย์ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างอดอิจฉาลูกสาวอยู่ไม่ได้“มองอะไรคะพี่กันต์” หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อเห็นแววตาพราวพริบระยิบระยับของสามี“อิจฉาลูก”“แน้... จะอิจฉาทำไมล่ะคะ”“อยากดื่มนมจากเต้ามั่ง”“คิกๆๆ” ปริมาได้แต่หัวเราะสามี ก่อนจะปล่อยให้เขามองตาปรอยเหมือนเดิมรัชภาคย์นั่งลงใกล้ๆ แล้วยื่นหน้าเข้าไปพิศเพ่งจ้องมองใบหน้าเล็กๆ ของลูกสาววัยสามเดือนที่กำลังหลับตาพริ้มดูดดื่มน้ำนมจากเต้าของแม่อย่างเอร็ดอร่อย แล้วปลายจมูกโด่งก็กดเบาๆ ลงบนความไร้เดียงสานั้น เด็กน้อยประท้วงด้วยการดิ้นแขนขาดุ๊กดิ๊ก แต่ก็ยังไม่คลายปากออกจากการดื่มนมนั้น“จะแย่งพ่ออีกนานไหมลูก”“รอเดือนนี้อีกเดือนเดียวค่ะ”“อีกตั้งนาน” เขาบ่นไม่จริงจังนักก่อนจะหอมแก้มแม่ของลูกเบาๆ3 ปีผ่านไปอากาศเย็นๆ ในตอนใกล้รุ่งสางของฤดูหนาวทำให้ปริมาซุกตัวเข้าไปหาไออุ่นจากร่างกายกำยำของรัชภาคย์อย่างคุ้นเคย ชายหนุ่มจุดยิ้มที่มุมปากในขณะทอดมองร่างอรชรในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน“หนาวจังค่ะ” เสียงหวานผาดแผ่วกระซิบผ่านริมฝีปาก“หนาวมากไหม”“มากค่ะ” หญิงสาวตอบทั้งที่ยังหลับตาพริ้ม พร้อมกับเบีย
“ก็เผื่อผมจะได้หันมาจีบคุณไง”“บ้า...แค่คิดฉันก็ขนลุกแล้ว ยี้ อย่างคุณนี่นะจะมาจีบฉัน ฉันไม่ชายตามองหรอกย่ะ”“ฮะๆๆ หนักแน่นเอาไว้นะครับคุณครู” เขาแซวด้วยสายตาวิบวับทำเอาฐิติพรหน้าร้อนขึ้นมาซึ่งหญิงสาวก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโกรธเขาหรือเป็นเพราะชายหนุ่มพูดเฉียดความจริงกันแน่ย่างเข้าเดือนที่เก้า ครรภ์ของปริมาโตจนเดินอุ้ยอ้าย ช่วงนี้รัชภาคย์ดูแลเธออย่างใกล้ชิด เขาจะคอยป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ หยิบนั่นหยิบนี่ให้จนปริมาแทบไม่ได้ขยับตัวจนบางทีปริมาก็อดขำกับความห่วงใยจนกลายเป็นวิตกจริตของผู้เป็นสามีไม่ได้ “อีกสามวันเราก็จะได้เจอกันแล้วนะครับคนสวยของพ่อ” อ้อมแขนโอบรอบเอวเอาไว้พร้อมกับแนบแก้มพูดเสียงทุ้ม รัชภาคย์จำกำหนดคลอดของปริมาได้แม่นยำและเขาเองได้เตรียมความพร้อมทุกอย่างไว้หมดแล้ว“ตื่นเต้นจังค่ะ” หญิงสาวอดที่หวาดหวั่นไม่ได้ตามประสาคุณแม่มือใหม่“ไม่ต้องกลัวนะครับ พี่จะอยู่ข้างๆ ตลอด” ผู้เป็นสามีเอ่ยปลอบใจ มือประสานกับมือเรียวบางและบีบหนักๆ เพื่อให้ความมั่นใจไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาอยู่เคียงข้างเธอเสมอ“ผิดหวังไหมคะที่ได้ลูกสาว”“ไม่เลย ดีใจเสียอีก ลูกสาวเราน่าจะสวยเหมือนแม่ พี่คงเป็นพ่อตาที
เมื่อสามารถตามรักคืนใจได้สำเร็จ รัชภาคย์จึงพาปริมาไปรับประทานอาหารเย็นที่บ้านใหญ่หลังจากที่หญิงสาวกลับมาอยู่ด้วยกันแล้วในเย็นวันหนึ่ง“ปริมต้องกราบขอโทษคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น” หญิงสาวเข้าไปกราบที่ตักของคุณรัชดาและคุณรมย์“ช่างมันเถอะปริม แม่ดีใจนะที่ได้ปริมกลับมาเป็นลูกสาว” คุณรัชดาพูดด้วยน้ำเสียงอาทร หญิงสาวฟังอย่างซาบซึ้ง การมีพ่อและแม่สามีดีนับเป็นความโชคดีอย่างหนึ่งของลูกผู้หญิง“ปริมขอบคุณสำหรับความกรุณาของคุณพ่อคุณแม่ที่เมตตาปริมเสมอมาค่ะ”“ช่วงนี้ต้องหมั่นดูแลสุขภาพหน่อยนะ เดี๋ยวหลานปู่จะไม่แข็งแรง” คุณรมย์เป็นฝ่ายขึ้นบ้างหลังจากได้ทราบข่าวจากรัชภาคย์ว่าปริมากำลังตั้งครรภ์ ดูเหมือนว่าช่วงนี้ครอบครัว รักเกียรติธนาคุณจะมีแต่ข่าวดีๆ เมื่อลูกสะใภ้คนโตกลับมาคืนดีกับรัชภาคย์ และทั้งสะใภ้คนโตและคนเล็กกำลังจะมีเจ้าตัวน้อยออกมาให้คนในครอบครัวได้ชื่นชมในอีกไม่นาน“ไม่ต้องครับคุณพ่อ ผมจะดูแลทั้งลูกสะใภ้และหลานของคุณพ่อให้ดีที่สุด” รัชภาคย์ไม่ได้พูดเกินจริงเลย เขาดูแลปริมาเป็นอย่างดี หลังจากเลิกงานก็กลับบ้านตรงเวลา เอาใจใส่ถามไถ่ถึงอาการแพ้ของเธออยู่ทุกวัน“แม่ว่าท่าทา
ชายหนุ่มอมยิ้ม ปริมาเงยจึงหน้าขึ้นแนบปากลงที่ปลายคางเขาเบาๆ รู้สึกถึงความอบอุ่นเมื่อเขายกมือขึ้นลูบผมสลวยเบาๆ ก่อนที่หน้าผากจะร้อนวาบเมื่อเขากดริมฝีปากลงเบาๆ คลอเคลียไม่ยอมห่าง ลงท้ายด้วยการจุมพิตหนักหน่วงเนิ่นนานจนปริมาได้แต่ครางอย่างมีความสุขในอ้อมแขนแข็งแรงของเขา“หิวหรือเปล่า” เขาถามอย่างเป็นห่วงเมื่อนึกได้ว่าหญิงสาวยังไม่ได้กินอะไร“พอทนได้ค่ะ”“งั้นรอแป๊บนะ พี่จะไปหาอะไรมาให้กิน”ชายหนุ่มเดินหายลงไปจากห้องสักพัก เขาก็กลับมาด้วยข้าวของพะรุงพะรังซึ่งส่วนใหญ่เป็นของอาหารและผลไม้ที่ปริมาเคยชอบ“ซื้ออะไรมาเยอะแยะคะ”“ของบำรุงทั้งนั้น กลัวเมียผอม”“เดี๋ยวปริมก็ได้อ้วนเป็นหมูกันพอดี คราวนี้พี่กันต์ก็มีข้ออ้างไปหาเมียน้อยแหงๆ” หญิงสาวแกล้งค่อนขอดก่อนจะเดินมาสมทบกับเขา“อืม เป็นคำแนะนำที่ดีแฮะ” เขาแกล้งพูด ปริมาจึงหยิกเข้าที่เอวเขาทีหนึ่ง“โอ๊ย!” ชายหนุ่มแกล้งร้องเสียงหลง“คนเจ้าชู้”“พี่ล้อเล่นครับ” เขาพูดยิ้มๆ พร้อมกับรั้งร่างบางมากอดไว้ หญิงสาวซบหน้าลงที่แผงอกเขาอย่างมีความสุข แต่แล้วร่างบางก็ผละออกเหมือนนึกอะไรได้“ปริมลืมถามอีกอย่าง” ใบหน้าสวยหวานเงยหน้าขึ้นมองหน้าผู้เป็นสามีเขม็ง“
มือบางเอื้อมไปหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่มาพันตัวเป็นกระโจมอกแล้วปิดประตูก้าวออกจากห้องน้ำแต่ก็ต้องชะงักเท้าเมื่อเห็นสายตาวาววับของคนที่ยืนอยู่ สายตาของเขาเปิดเผยความต้องการอย่างโจ่งแจ้งขณะกวาดมองไปทั่วร่างอรชรที่มีผ้าขนหนูพันกายอยู่เพียงฝืนเดียว“ถอยไปค่ะ” หญิงสาวแกล้งพูดเสียงแข็งเพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวเองเมื่อเริ่มมีอาการสั่นสะท้านเขายอมถอยแต่โดยดีแต่นัยน์ตาคมกริบยังจับจ้องเรือนร่างของเธอตาแทบไม่กะพริบ ปริมารีบหยิบเสื้อผ้าลำลองออกมาสวมเพื่อปิดบังตัวเองจากสายตาซุกซนของเขา จากนั้นร่างบางจึงค่อยๆ ปลดมวยผมลงมาแล้วใช้แปรง แปรงผมสลวยนั้นจนนุ่มร่างสูงเข้ามายืนซ้อนหลังแล้วสอดมือเข้ากอดเอวอย่างถือสิทธิ์โดยไม่นำพาถึงอาการดิ้นรนขัดขืนของปริมาเลยแม้แต่น้อย“ไม่ได้เจอกันสองเดือน ปริมสวยขึ้นมากเลยรู้ตัวมั้ย แต่อวบไปนิด” เขาพูดพลางฝังจุมพิตลงบนแก้มนวลของเธอเบาๆ สัมผัสนั้นราวกับกำลังจะละลายอาการใจแข็งของปริมา ความรู้สึกอาวรณ์โหยหามันรุมเร้าเธอจนยอมยืนนิ่งให้เขากอดจูบได้ตามสบายใจได้ชั่วครู่“ปล่อยค่ะ อย่าทำแบบนี้ ตอนนี้ปริมไม่ใช่ภรรยาของพี่แล้วนะคะ”“ใครบอกว่าไม่ใช่”“ก็เราหย่ากันแล้ว”“ปริมใช้คำว่าเรา







