LOGIN“หึ…” หากแต่น้ำเสียงยังงอนเขาอยู่แต่ก็ไม่ได้มากเหมือนตอนแรก
“ปริมจ๋า ตกลงเป็นแฟนกันนะ” เขาเดินมาจับมือเธอไว้พร้อมกับขอคบเป็นแฟนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลึกซึ้งจนคนฟังรู้สึกเต็มตื้นขึ้นมาในหัวใจ
ภาพทั้งหมดอยู่ในสายตาของการันต์มาตั้งแต่ต้น ดูเหมือนปริมาจะลืมไปเลยว่ามีเขานั่งอยู่ตรงนั้น ถึงแม้ว่าปากจะบอกปริมาว่าคิดกับเธอแค่เพื่อนแล้ว แต่ลึกๆ เขาก็ยังรักปริมาเรื่อยมา ไม่อย่างนั้นตอนนี้เขาคงไม่รู้สึกเจ็บปวดกับภาพที่เห็น การันต์รู้ตัวทันทีว่าเขาคงจะสูญเสียปริมาให้กับผู้ชายคนนั้นเป็นแน่
“ยังอยากคบกับปริมอยู่เหรอคะ” ปริมาย้อนถาม แล้วรีบหลบสายตาเป็นประกายวาววามที่จ้องมองมาตาแทบไม่กะพริบ
“ปริมกำลังแกล้งผม”
“เปล่าแกล้งค่ะ”
“ตกลงนะครับ”
“แล้วถ้าไม่ตกลง” หญิงสาวแกล้งถามลองเชิง หากแต่มีผลทำให้สีหน้าของเขาเคร่งขรึมลงไปในทันตา และค่อยๆ ปล่อยมือของเธอลง พร้อมกับทอดถอนหายใจอย่างเจ็บปวดเมื่อมองข้ามไหล่ปริมาไปและยังเห็นการันต์นั่งอยู่ที่เดิม ผู้ชายคนนั้นคงเป็นคนที่ปริมารัก เขาคงจะมาช้าไปหรือไม่เขาก็ไม่เคยมีความหมายอะไรเลยในสายตาของเธอ
“ผมขอให้ปริมมีความสุขกับคนที่ปริมรัก” เขาบอกเบาๆ ก่อนเดินไปที่รถและเปิดประตูรถเตรียมจะก้าวขึ้นไปนั่ง หญิงสาวเดินตามมาอีกครั้งและเอ่ยบางประโยคขึ้น
“แต่ถ้าคำตอบของปริมคือตกลงล่ะคะ”
รัชภาคย์ชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าไปในรถก่อนจะหันกลับมาหาเธอช้าๆ ชายหนุ่มยกมือขึ้นจับไหล่กลมกลึงทั้งสองข้างเอาไว้และถามอย่างไม่แน่ใจอีกครั้ง
“ว่าไงนะปริม!”
“ตกลงค่ะ” ปริมายืนยันอย่างหนักแน่นทุกถ้อยคำ ร่างหนาจึงรั้งตัวเธอเข้ามากอดไว้อย่างดีใจ
“จริงๆ ใช่ไหม” เขาถามย้ำอีกครั้งเมื่อรวบเธอไว้ในอ้อมแขนแล้ว
“ค่ะ” เธอย้ำพร้อมกับหัวเราะอย่างมีความสุขที่เห็นท่าทางดีใจจนลิงโลดของชายหนุ่ม “ปล่อยได้แล้วค่ะอายคนอื่นเขา” หญิงสาวบอกเบาๆ เมื่อรู้สึกว่าถูกวงแขนแข็งแรงกอดนานเกินไปแล้ว
“ต่อไปห้ามเรียกผมว่าคุณแล้วนะ” เขาสั่ง “ให้เรียกว่าพี่กันต์นะครับคนสวย”
“พี่กันต์เหรอคะ”
“ครับ ถ้าเรียกคุณเมื่อไหร่จะปรับโดยการจูบ” เขาบอกเสร็จสรรพพร้อมกับมองหน้าคนรักอย่างหวานซึ้งจนปริมาแทบจะละลายกับสายตาวาววามคู่นั้น
“ก็ได้ค่ะ...พี่กันต์” หญิงสาวยอมเรียกตามที่เขาขอทำให้ชายหนุ่มยิ้มอย่างถูกใจและมีความสุขในรอบหลายปี
ดาวคืนนี้ดูสดใสสวยงามมากเป็นพิเศษในความรู้สึกของปริมา หญิงสาวเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างที่ไกลแสนไกล ดาวเป็นล้านดวงแข่งขันกะพริบแสงประดับท้องฟ้ายามค่ำคืนไม่ให้มืดมิด มีดาวอยู่ดวงหนึ่งที่ทอแสงเด่นกว่าดาวดวงอื่นๆ ถ้าเปรียบดาวดวงนั้นเป็นรัชภาคย์ก็คงไม่ผิดนัก เขาก็เปรียบเสมือนดวงดาวที่เข้ามาประดับหัวใจที่มืดมิดของเธอให้สว่างไสวขึ้นมาอีกครั้ง หัวใจดวงน้อยตอนนี้กำลังเรืองรองรุ่งโรจน์ด้วยความสุขที่โอบล้อมเอาไว้ทุกอณูเนื้อ
‘ที่คิดถึง เพราะรักเธอใช่ไหม ที่อ่อนไหว ง่ายดาย หรือเพราะรักเธอจริงๆ ก็ไม่เคยรู้ตัวก็มันยังไม่ชินสับสนวุ่นวายในใจจนหลับไม่ได้จริงๆ’
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้น ปริมาเลือกเพลงนี้ให้เป็นทั้งเพลงรอสายและเสียงเรียกเข้า โดยครั้งแรกที่เธอเปลี่ยนก็เพื่อจงใจทำให้รัชภาคย์เข้าใจว่าเธอคิดถึงเขา แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นว่าเธออยากจะสื่อสารให้บุรุษผู้นั้นรู้จริงๆ ว่าเธอคิดถึง...
ปริมายิ้มกับตัวเองก่อนที่นิ้วเรียวจะกดบนปุ่มรับสายและยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูตัวเอง
“คิดถึงครับ…” น้ำเสียงทุ้มทอดผ่านมาตามสายเป็นประโยคแรก
“พี่กันต์หวานอีกแล้วนะคะ” เธอพูดยิ้มๆ แต่ก็รู้สึกพอใจเมื่อได้ยินคำนั้น
“ก็คนมันคิดถึงจริงๆ นี่ครับ”
“บ้าไปแล้ว” ปริมาย่นจมูกใส่โทรศัพท์
“ถ้าจะบ้าก็บ้าแต่รักปริมคนเดียว” เขาบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “หลงจะแย่อยู่แล้วรู้มั้ย”
“เมาหรือเปล่าคะ”
“เมาครับ” แล้วเขาก็คล้ายจะเงียบไป “แต่ว่าเมารักนะ”
“แหวะ!...เลี่ยน!!” หญิงสาวแหวะใส่ ทั้งๆ ที่ยิ้มจนแก้มปริ
“คิดถึงพี่บ้างหรือเปล่า” เสียงทุ้มๆ ของเขาถามมาตามสายอย่างออดอ้อน
“ค่ะ” เธอตอบสั้นๆ อย่างเขินอายและพยายามบังคับไม่ให้เสียงตัวเองสั่น
“ค่ะนี่คืออะไรครับคนดี”
“ก็คิดถึงไงคะ” เธอตอบพร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุข
“ปริมครับ เมื่อไหร่จะถึงวันแต่งงานของเรา”
“จะรีบร้อนไปไหนคะ”
“ก็รีบอยากอยู่กับปริมนี่ครับ อยากกอด อยากจูบ อยากรักปริม”
“คนบ้า” หญิงสาวแหวใส่กับสิ่งที่เขาพูดออกมาตรงๆ ถ้าเขาอยู่ด้วยตอนนี้คงเห็นว่าแก้มนวลของเธอกลายเป็นสีแดงราวกับลูกตำลึงสุกเพราะขวยเขิน ความวาบหวามแล่นผ่านลงไปยังช่องท้อง รู้สึกเหมือนถูกเขาจูบผ่านโทรศัพท์
“บ้าตรงไหน คนรักกันเขาก็ต้องอยากอยู่ด้วยกัน หรือว่าปริมไม่อยาก…”
“ไม่อยากอะไรคะพูดให้ดีๆ นะ” เธอชิงถามก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคนั้นจบ
“คิดเอาเอง” รัชภาคย์แสร้งพูดให้กำกวม
“นี่!!”
“ฮะๆๆ” เขาหัวเราะร่วนเสียงดังอย่างถูกใจที่ทำให้ปริมาแหวออกมาได้หลายครั้ง
“คนบ้า คนหื่น” ปริมาต่อว่าเขายกใหญ่
“นี่พี่ยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ ปริมคิดไปถึงไหนเนี่ย”
“ปริมไม่พูดด้วยแล้ว” ยิ่งพูดก็ยิ่งเข้าตัว หญิงสาวเลยพานวางสายไปก่อน
รัชภาคย์ยิ้มอย่างมีความสุข เขาอยากเร่งวันเร่งคืนให้ถึงวันแต่งงานไวๆ เพราะกลัวตัวเองจะตบะแตกปล้ำเธอเสียก่อนจะถึงวันแต่งงาน มีหวังปริมาได้โกรธเขานานเป็นเดือนๆ แน่
ในขณะที่ปริมาเองก็ถอนหายใจออกมาอย่างไตร่ตรอง ก่อนจะตัดสินใจปล่อยวางทุกอย่างและทำตามที่หัวใจของตัวเองปรารถนา หญิงสาวแน่ใจแล้วว่าตัวเองรักเขา เธอจะทำร้ายคนที่เธอรักได้อย่างไร ในเมื่อเขาแสนดีและน่ารักขนาดนั้น หญิงสาวจะทิ้งความแค้นไว้ในอดีตและเริ่มต้นใหม่กับรัชภาคย์เสียที เธอจะรักเขาอย่างบริสุทธิ์ใจไม่คิดจะใช้เขาเป็นเครื่องมือใดๆ อีกต่อไป…
รัชภาคย์โอบร่างน้อยๆ นั้นเข้ากอดไปพร้อมกับกดปลายจมูกโด่งหอมแก้มใสอย่างรักใคร่“คิกคิก น้ำอิง จั๊กจี้หนวดคุณพ่อ” ลูกสาวตัวน้อยหัวเราะแล้วหดคอหนี“จั๊กจี้เหรอ นี่แน่ะๆๆๆ” เมื่อเห็นลูกสาวหัวเราะผู้เป็นพ่อก็ยิ่งใช้ปลายคางถูไถตามพวงแก้มอ่อนใสสลับไปมาซ้ายทีขวาที“คิกๆๆๆ” ปัญชิตาหัวเราะจนตาหยี ตัวหอบโยนด้วยจังหวะการหายใจที่ถี่กระชั้น ผู้เป็นพ่อจึงหยุดแล้วกอดกระชับร่างน้อยของลูกสาวเอาไว้“แล้วคุณแม่ไปไหนคะ” เสียงใสเอ่ยถามทั้งที่ยังหอบด้วยอาการหัวเราะเมื่อนึกได้ว่าไม่เห็นผู้เป็นแม่อยู่ในห้องนั้น“คุณแม่ไปอาบน้ำครับ เดี๋ยวจะพาน้ำอิงไปใส่บาตร”“ดีจังค่ะ ใส่บาตรเสร็จขอน้ำอิงไปเที่ยวที่ทุ่งนากับคุณตาได้ไหมคะ”“ได้สิครับ เดี๋ยวพ่อไปด้วย” รัชภาคย์บอกอย่างใจดีกับลูกสาวเสมอ“คุณพ่อน่ารักที่สุดเลย น้ำอิงรักคุณพ่อค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นคุณพ่อขอรางวัลหน่อยครับ” ว่าพลางเอียงแก้มให้ลูกสาว หลังจากนั้นปลายจมูกเล็กๆ จึงหอมเบาๆ ที่แก้มของผู้เป็นพ่อ“ยี้...แก้มคุณพ่อไม่หอมเลย” เด็กน้อยช่างเจรจาแกล้งทำจมูกย่นใส่ผู้เป็นพ่อ“ก็คุณพ่อยังไม่อาบน้ำนี่ครับ”“แต่ถึงจะไม่หอมน้ำอิงก็รักคุณพ่อนะคะ” ปัญชิตาออดอ้อนตามประสา“พ่อก
ภาพลูกสาวตัวน้อยที่กำลังดูดนมผู้เป็นแม่อย่างเอร็ดอร่อยนั้น ทำให้รัชภาคย์ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างอดอิจฉาลูกสาวอยู่ไม่ได้“มองอะไรคะพี่กันต์” หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อเห็นแววตาพราวพริบระยิบระยับของสามี“อิจฉาลูก”“แน้... จะอิจฉาทำไมล่ะคะ”“อยากดื่มนมจากเต้ามั่ง”“คิกๆๆ” ปริมาได้แต่หัวเราะสามี ก่อนจะปล่อยให้เขามองตาปรอยเหมือนเดิมรัชภาคย์นั่งลงใกล้ๆ แล้วยื่นหน้าเข้าไปพิศเพ่งจ้องมองใบหน้าเล็กๆ ของลูกสาววัยสามเดือนที่กำลังหลับตาพริ้มดูดดื่มน้ำนมจากเต้าของแม่อย่างเอร็ดอร่อย แล้วปลายจมูกโด่งก็กดเบาๆ ลงบนความไร้เดียงสานั้น เด็กน้อยประท้วงด้วยการดิ้นแขนขาดุ๊กดิ๊ก แต่ก็ยังไม่คลายปากออกจากการดื่มนมนั้น“จะแย่งพ่ออีกนานไหมลูก”“รอเดือนนี้อีกเดือนเดียวค่ะ”“อีกตั้งนาน” เขาบ่นไม่จริงจังนักก่อนจะหอมแก้มแม่ของลูกเบาๆ3 ปีผ่านไปอากาศเย็นๆ ในตอนใกล้รุ่งสางของฤดูหนาวทำให้ปริมาซุกตัวเข้าไปหาไออุ่นจากร่างกายกำยำของรัชภาคย์อย่างคุ้นเคย ชายหนุ่มจุดยิ้มที่มุมปากในขณะทอดมองร่างอรชรในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน“หนาวจังค่ะ” เสียงหวานผาดแผ่วกระซิบผ่านริมฝีปาก“หนาวมากไหม”“มากค่ะ” หญิงสาวตอบทั้งที่ยังหลับตาพริ้ม พร้อมกับเบีย
“ก็เผื่อผมจะได้หันมาจีบคุณไง”“บ้า...แค่คิดฉันก็ขนลุกแล้ว ยี้ อย่างคุณนี่นะจะมาจีบฉัน ฉันไม่ชายตามองหรอกย่ะ”“ฮะๆๆ หนักแน่นเอาไว้นะครับคุณครู” เขาแซวด้วยสายตาวิบวับทำเอาฐิติพรหน้าร้อนขึ้นมาซึ่งหญิงสาวก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโกรธเขาหรือเป็นเพราะชายหนุ่มพูดเฉียดความจริงกันแน่ย่างเข้าเดือนที่เก้า ครรภ์ของปริมาโตจนเดินอุ้ยอ้าย ช่วงนี้รัชภาคย์ดูแลเธออย่างใกล้ชิด เขาจะคอยป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ หยิบนั่นหยิบนี่ให้จนปริมาแทบไม่ได้ขยับตัวจนบางทีปริมาก็อดขำกับความห่วงใยจนกลายเป็นวิตกจริตของผู้เป็นสามีไม่ได้ “อีกสามวันเราก็จะได้เจอกันแล้วนะครับคนสวยของพ่อ” อ้อมแขนโอบรอบเอวเอาไว้พร้อมกับแนบแก้มพูดเสียงทุ้ม รัชภาคย์จำกำหนดคลอดของปริมาได้แม่นยำและเขาเองได้เตรียมความพร้อมทุกอย่างไว้หมดแล้ว“ตื่นเต้นจังค่ะ” หญิงสาวอดที่หวาดหวั่นไม่ได้ตามประสาคุณแม่มือใหม่“ไม่ต้องกลัวนะครับ พี่จะอยู่ข้างๆ ตลอด” ผู้เป็นสามีเอ่ยปลอบใจ มือประสานกับมือเรียวบางและบีบหนักๆ เพื่อให้ความมั่นใจไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาอยู่เคียงข้างเธอเสมอ“ผิดหวังไหมคะที่ได้ลูกสาว”“ไม่เลย ดีใจเสียอีก ลูกสาวเราน่าจะสวยเหมือนแม่ พี่คงเป็นพ่อตาที
เมื่อสามารถตามรักคืนใจได้สำเร็จ รัชภาคย์จึงพาปริมาไปรับประทานอาหารเย็นที่บ้านใหญ่หลังจากที่หญิงสาวกลับมาอยู่ด้วยกันแล้วในเย็นวันหนึ่ง“ปริมต้องกราบขอโทษคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น” หญิงสาวเข้าไปกราบที่ตักของคุณรัชดาและคุณรมย์“ช่างมันเถอะปริม แม่ดีใจนะที่ได้ปริมกลับมาเป็นลูกสาว” คุณรัชดาพูดด้วยน้ำเสียงอาทร หญิงสาวฟังอย่างซาบซึ้ง การมีพ่อและแม่สามีดีนับเป็นความโชคดีอย่างหนึ่งของลูกผู้หญิง“ปริมขอบคุณสำหรับความกรุณาของคุณพ่อคุณแม่ที่เมตตาปริมเสมอมาค่ะ”“ช่วงนี้ต้องหมั่นดูแลสุขภาพหน่อยนะ เดี๋ยวหลานปู่จะไม่แข็งแรง” คุณรมย์เป็นฝ่ายขึ้นบ้างหลังจากได้ทราบข่าวจากรัชภาคย์ว่าปริมากำลังตั้งครรภ์ ดูเหมือนว่าช่วงนี้ครอบครัว รักเกียรติธนาคุณจะมีแต่ข่าวดีๆ เมื่อลูกสะใภ้คนโตกลับมาคืนดีกับรัชภาคย์ และทั้งสะใภ้คนโตและคนเล็กกำลังจะมีเจ้าตัวน้อยออกมาให้คนในครอบครัวได้ชื่นชมในอีกไม่นาน“ไม่ต้องครับคุณพ่อ ผมจะดูแลทั้งลูกสะใภ้และหลานของคุณพ่อให้ดีที่สุด” รัชภาคย์ไม่ได้พูดเกินจริงเลย เขาดูแลปริมาเป็นอย่างดี หลังจากเลิกงานก็กลับบ้านตรงเวลา เอาใจใส่ถามไถ่ถึงอาการแพ้ของเธออยู่ทุกวัน“แม่ว่าท่าทา
ชายหนุ่มอมยิ้ม ปริมาเงยจึงหน้าขึ้นแนบปากลงที่ปลายคางเขาเบาๆ รู้สึกถึงความอบอุ่นเมื่อเขายกมือขึ้นลูบผมสลวยเบาๆ ก่อนที่หน้าผากจะร้อนวาบเมื่อเขากดริมฝีปากลงเบาๆ คลอเคลียไม่ยอมห่าง ลงท้ายด้วยการจุมพิตหนักหน่วงเนิ่นนานจนปริมาได้แต่ครางอย่างมีความสุขในอ้อมแขนแข็งแรงของเขา“หิวหรือเปล่า” เขาถามอย่างเป็นห่วงเมื่อนึกได้ว่าหญิงสาวยังไม่ได้กินอะไร“พอทนได้ค่ะ”“งั้นรอแป๊บนะ พี่จะไปหาอะไรมาให้กิน”ชายหนุ่มเดินหายลงไปจากห้องสักพัก เขาก็กลับมาด้วยข้าวของพะรุงพะรังซึ่งส่วนใหญ่เป็นของอาหารและผลไม้ที่ปริมาเคยชอบ“ซื้ออะไรมาเยอะแยะคะ”“ของบำรุงทั้งนั้น กลัวเมียผอม”“เดี๋ยวปริมก็ได้อ้วนเป็นหมูกันพอดี คราวนี้พี่กันต์ก็มีข้ออ้างไปหาเมียน้อยแหงๆ” หญิงสาวแกล้งค่อนขอดก่อนจะเดินมาสมทบกับเขา“อืม เป็นคำแนะนำที่ดีแฮะ” เขาแกล้งพูด ปริมาจึงหยิกเข้าที่เอวเขาทีหนึ่ง“โอ๊ย!” ชายหนุ่มแกล้งร้องเสียงหลง“คนเจ้าชู้”“พี่ล้อเล่นครับ” เขาพูดยิ้มๆ พร้อมกับรั้งร่างบางมากอดไว้ หญิงสาวซบหน้าลงที่แผงอกเขาอย่างมีความสุข แต่แล้วร่างบางก็ผละออกเหมือนนึกอะไรได้“ปริมลืมถามอีกอย่าง” ใบหน้าสวยหวานเงยหน้าขึ้นมองหน้าผู้เป็นสามีเขม็ง“
มือบางเอื้อมไปหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่มาพันตัวเป็นกระโจมอกแล้วปิดประตูก้าวออกจากห้องน้ำแต่ก็ต้องชะงักเท้าเมื่อเห็นสายตาวาววับของคนที่ยืนอยู่ สายตาของเขาเปิดเผยความต้องการอย่างโจ่งแจ้งขณะกวาดมองไปทั่วร่างอรชรที่มีผ้าขนหนูพันกายอยู่เพียงฝืนเดียว“ถอยไปค่ะ” หญิงสาวแกล้งพูดเสียงแข็งเพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวเองเมื่อเริ่มมีอาการสั่นสะท้านเขายอมถอยแต่โดยดีแต่นัยน์ตาคมกริบยังจับจ้องเรือนร่างของเธอตาแทบไม่กะพริบ ปริมารีบหยิบเสื้อผ้าลำลองออกมาสวมเพื่อปิดบังตัวเองจากสายตาซุกซนของเขา จากนั้นร่างบางจึงค่อยๆ ปลดมวยผมลงมาแล้วใช้แปรง แปรงผมสลวยนั้นจนนุ่มร่างสูงเข้ามายืนซ้อนหลังแล้วสอดมือเข้ากอดเอวอย่างถือสิทธิ์โดยไม่นำพาถึงอาการดิ้นรนขัดขืนของปริมาเลยแม้แต่น้อย“ไม่ได้เจอกันสองเดือน ปริมสวยขึ้นมากเลยรู้ตัวมั้ย แต่อวบไปนิด” เขาพูดพลางฝังจุมพิตลงบนแก้มนวลของเธอเบาๆ สัมผัสนั้นราวกับกำลังจะละลายอาการใจแข็งของปริมา ความรู้สึกอาวรณ์โหยหามันรุมเร้าเธอจนยอมยืนนิ่งให้เขากอดจูบได้ตามสบายใจได้ชั่วครู่“ปล่อยค่ะ อย่าทำแบบนี้ ตอนนี้ปริมไม่ใช่ภรรยาของพี่แล้วนะคะ”“ใครบอกว่าไม่ใช่”“ก็เราหย่ากันแล้ว”“ปริมใช้คำว่าเรา




![คลั่งรักสาวขัด[ดอ]ดอก](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


