登入เธอรักเขาจนยอมทุกอย่าง แต่สุดท้ายกลับถูกชู้ของเขาฆ่าตาย ทว่าโชคชะตาให้โอกาสย้อนกลับมาอีกครั้ง คราวนี้ผู้ชายคนนั้นอย่าหวังว่าเธอจะมอง แม้แต่เศษใจก็ไม่มีวันได้จากเธออีกต่อไป
查看更多“ตายไปซะ พร้อมเขาจะได้หลุดพ้นจากผู้หญิงงี่เง่าแบบแก”
แววตาดุร้ายจ้องมองร่างบางที่ดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ มือเรียวเกร็งจิกลงกับพื้นจนเล็บแทบฉีก เสียงหายใจติดขัดดังเป็นช่วงๆ
“อึก ชะ ช่วยด้วย…” มีญารินน้ำตาไหลพราก สายตาพร่ามัวเริ่มมองเห็นโลกเบลอเลือน เธอรู้ดีว่าคงหนีความตายไม่พ้นแล้ว ร่างบางเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก จ้องมองใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยความเกลียดชังที่ลุกโชนไม่แพ้กัน
“ไม่ต้องห่วงนะ แกตายไปฉันจะได้ครองรักกับพร้อมไปจนได้”
คาริสาหัวเราะเยาะ เสียงแหลมเย็นยะเยือกดังก้องในห้อง หญิงสาวยืนกอดอกมองภาพตรงหน้าอย่างสะใจ ดวงตาไร้ซึ่งความปรานี ทุกอย่างถูกวางแผนมาอย่างดี
“สาระเลว เลวทั้งคู่” มีญารินกัดฟันพูด เสียงแผ่วเบาแทบเป็นลมหายใจสุดท้าย หัวใจของเธอเจ็บปวดมากกว่าร่างกาย
เธอรักเขาจนหมดหัวใจยอมทุกอย่าง ตามหึงตามหวงเพราะเขาคือผู้ชายที่เธอรักจนสุดหัวใจ แต่สุดท้ายกลับต้องมาตายด้วยน้ำมือของชู้รักผู้หญิงที่เขาย้ำมาตลอดว่า เป็นแค่เพื่อนกัน
“มองหน้าฉันทำไมจะตายอยู่แล้ว” เสียงของคาริสาเย็นชา ดวงตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ เธอเกลียดผู้หญิงตรงหน้า
“ชาติหน้าเธอก็ไม่มีวันสมหวังหรอก” คำพูดแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปากที่สั่นระริก ใบหน้าของมีญารินเปื้อนน้ำตา ดวงตาที่เคยสดใสค่อยๆ เลือนรางลงไปทุกขณะ
ภาพสุดท้ายที่เธอมองเห็น คือใบหน้าของคนที่ฆ่าเธอ เปลือกตาค่อยๆ ปิดลงอย่างเชื่องช้า ลมหายใจสุดท้ายแผ่วเบาจนแทบไร้เสียง
และแล้วทุกอย่างก็ดับวูบความเงียบปกคลุมทั่วทั้งห้อง คาริสายืนมองร่างไร้ชีวิตนั้นนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ อย่างโล่งใจ ราวกับยกภูเขาออกจากอก
“จบสักที ต่อไปนี้พร้อมหลุดพ้นแล้วนะ”
มีญ่า มีญาริน สิริวัฒนภักดิ์ อายุ 26 ปี ลูกสาวเพียงคนเดียวของนักการเมืองชื่อดัง หญิงสาวได้หมั้นหมายกับ พร้อมทัพพ์ อัครเดชวรานนท์ หนุ่มนักธุรกิจส่งออกอนาคตไกล
แต่ไม่มีเคยมีความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง มีแต่หญิงสาวที่รักเขาข้างเดียวมาตลอด จนวันหนึ่งที่เธอตัดสินใจวางยาเขา เพื่อให้เขารับผิดชอบ และทุกอย่างเป็นไปตามแผน
ทุกอย่างควรจะจบลงตั้งแต่วันที่หมั้นหมาย แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม พร้อมทัพพ์ไม่เคยมีความรู้สึกรักให้มีญารินเลยแม้แต่น้อย
สายตาที่ครั้งหนึ่งเคยอ่อนโยนเอ็นดู กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา และเต็มไปด้วยความรังเกียจมานานแล้ว
เขาใช้ชีวิตตามใจตัวเองควงผู้หญิงคนใหม่ไม่ซ้ำหน้า โดยไม่เคยใส่ใจเลยว่าครอบครัวของเธอจะรู้สึกอย่างไร ราวกับว่าความสัมพันธ์นี้ ไม่เคยมีค่าอะไรสำหรับเขาตั้งแต่แรก
ต่างจากมิญารินที่หลงรักเขามาเนิ่นนาน พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อหวังให้เขาหันมามอง แต่พร้อมทัพพ์กลับห่างออกไปเรื่อยๆ
เธอตามหึง ตามหวงเขากับผู้หญิงทุกคน จนสุดท้ายคนรอบข้างต่างมองว่าเธอคือตัวปัญหา ภาพของผู้หญิงที่รักมากเกินไปค่อยๆ กลายเป็นคนงี่เง่าในสายตาใครต่อใคร
กระทั่งวันนั้นวันที่เธอเห็นกับตาตัวเอง เขาพาผู้หญิงอีกคนขึ้นมาบนเตียง ในที่ที่ควรเป็นของเธอเพียงคนเดียว และผู้หญิงคนนั้นก็คือ เพื่อนที่เขาย้ำมาตลอดว่าไม่มีอะไร
ทุกอย่างพังทลายลงในพริบตาเธอควบคุมตัวเองไม่ได้ทั้งโวยวายปาข้าวของ และพุ่งเข้าไปทำร้ายอีกฝ่ายด้วยความโกรธแค้นที่อัดแน่นอยู่เต็มอก
แต่สิ่งที่เจ็บปวดที่สุด ไม่ใช่ภาพตรงหน้า หากเป็นการที่เขาเลือกยืนอยู่ข้างชู้รักปกป้องผู้หญิงคนนั้น ด้วยสายตาที่เธอไม่เคยได้รับอีกแล้ว
และปล่อยให้เธอยืนอยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางเศษซากของความรัก และหัวใจที่แตกสลายไม่มีชิ้นดี
หากมีชาติหน้าจริงขอให้เธอไม่ต้องมีหัวใจไว้รักเขาอีกเลย หรือหากย้อนเวลากลับไปได้ เธอจะเลือกหันมารักตัวเองให้มากพอ และจะไม่วิ่งไล่ตามความรักที่ไม่เคยหันกลับมาอีกต่อไป
“นายว่าวงนี้สวยมั้ย” พร้อมทัพพ์หยิบแหวนขึ้นมาดูอย่างตั้งใจ แววตาจริงจังราวกับกำลังเลือกสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต“มันก็เหมือนกันหมดนั่นแหละ” เปรมธนัชมองตามแบบขอไปที“ต่างสิ แค่ดีไซน์ก็ต่างแล้ว” เขาเถียงทันที เขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนคนกำลังมีความสุขแบบปิดไม่มิด“มึงลากกูมานี่เพื่อมาเลือกแหวนเนี่ยนะ” เปรมธนัชถอนหายใจแรง น้ำเสียงเหมือนจะโวย แต่สายตากลับมองเพื่อนอย่างจับผิด“แล้วไง”“กูนึกว่ามีเรื่องคอขาดบาดตาย”“เรื่องชีวิตกูไง” เขาตอบหน้าตาเฉย แต่สายตายังคงเลือกแหวนอยู่“มึงจะขอใครแต่งงาน” เปรมธนัชถามขึ้นยิ้มๆ ตั้งใจแกล้งเต็มที่ พร้อมทัพพ์เงยหน้ามองทันที“ขอเมียกูดิวะ” คำตอบสั้นๆ แต่ชัดจนเปรมธนัชหลุดหัวเราะ“เมียเยอะเกิน เดาไม่ถูกว่ะ”“ไอ้เปรต” เขาเรียกเพื่อนเสียงแข็ง จ้องเขม็งทันที“แค่ล้อเล่นอย่าซีเรียสสิวะ” เปรมธนัชยกมือขึ้นเหมือนยอมแพ้ แต่ยังยิ้มไม่หยุดพร้อมทัพพ์ถอนหายใจ ก่อนจะหันไปมองรอบๆ ร้าน แล้วขยับเข้าไปใกล้อีกฝ่ายเล็กน้อย“มึงช่วยขยับไปห่างๆ หน่อย” เขาพูดเสียงต่ำ ใช้สายตากดดัน“เรื่องมาก” เปรมธนัชหันไปมองรอบๆ ตาม ก่อนจะยักไหล่แล้วถอยออกมา สายตามองเห็นผู้ชายที่คุ้นตาอยู่ไม่ไกล“
“มานี่เลยนะพ่อตัวดี” งามพริ้งนั่งรอลูกชายอยู่ในห้องนั่งเล่น สีหน้าจริงจังเหมือนเตรียมซักถาม“คุณแม่มาทำอะไรครับ” พร้อมทัพพ์ถามพลางเดินเข้าไปหา“แม่จะมาหาลูกชายตัวเองไม่ได้เหรอ” เธอย้อนเสียงเรียบ“ใครจะกล้าห้ามครับ” เขายิ้มบางๆ ก่อนจะก้มลงกอดแม่เบาๆ งามพริ้งมองหน้าลูกชายครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าเรื่องทันที“ลูกรักหนูมีญ่าใช่ไหม”“…” คำถามตรงๆ ทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อย“ที่ไม่ยอมเลิกเพราะลูกรักหนูมีญ่า” น้ำเสียงแม่ยังคงเรียบ แต่แววตาจับจ้องไม่ปล่อย พร้อมทัพพ์ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพยักหน้า“ครับ”“แล้วที่ผ่านมาลูกมีผู้หญิงคนอื่นจริงเหรอ”“ผมไม่เคยมี” น้ำเสียงเขาชัดเจน ไม่มีความลังเลแม้แต่นิดเดียว“ลูกอยู่ให้ห่างจากเพื่อนของลูกหน่อยก็ดี” งามพริ้งเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง สายตายังจับจ้องลูกชายไม่วาง“ครับ” เขาตอบรับสั้นๆ“เรื่องหนูมีญ่าแล้วแต่ลูกจะตัดสินใจ” น้ำเสียงไม่ได้บังคับ แต่เต็มไปด้วยความหมายว่า เขาต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เลือกเองมีญารินกลับถึงเพนต์เฮาส์ในช่วงเย็น พอเปิดประตูเข้าไปก็ชะงักทันที เมื่อเห็นร่างสูงนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาเหมือนเป็นเจ้าของห้อง“พี่พร้อมเข้ามาได้ยังไง” เธอขมวดคิ้ว
ตกดึกมีญารินนั่งถอนหายใจซ้ำๆ ความคิดตีกันวุ่นในหัว ไม่รู้จะเดินเกมต่อยังไงดียังไม่ทันได้คิดออก เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้นเธอลุกไปเปิดด้วยสีหน้าเหนื่อยๆ แต่พอเห็นคนตรงหน้า ก็ถึงกับชะงัก“คุณอีกแล้ว” สายตาเธอไล่มองลงไป ก่อนจะเห็นกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ข้างตัวเขา“ฉันตกงานเลยมาขออาศัยอยู่ด้วย” เขาพูดหน้าตาเฉย แล้วลากกระเป๋าเดินเข้ามาในห้องทันที ราวกับที่นี่เป็นบ้านตัวเอง“เดี๋ยว ใครอนุญาตคุณ!” เธอรีบหันตาม แต่ก็ไม่ทันแล้ว เขาวางกระเป๋าไว้ข้างโซฟา ก่อนจะนั่งลงอย่างสบายใจ“ฉันอนุญาตตัวเอง”“แล้วคุณจะเอายังไงต่อ” เธอถามเสียงแข็ง พยายามคุมสถานการณ์“รอประชุมรอบหน้า ตอนนี้ฉันว่างมาก” คำตอบเรียบๆ ของเขายิ่งทำให้เธอขมวดคิ้ว“แล้วคุณลากกระเป๋ามาด้วยทำไม”“อยู่บ้านฉันเหงาอยากมาอยู่กับเธอ” พร้อมทัพพ์เงยหน้ามองเธอ ก่อนจะตอบตรงๆ พร้อมรอยยิ้มอย่างกวนประสาท“กลับไปเลยนะ”“เมื่อก่อนเธอตามติดฉันจะตาย ตอนนี้ฉันจะตามเธอบ้าง แฟร์ๆ ดีออก” ตอนนี้มีความสุขกว่าตอนนั้นที่ได้อยู่ใกล้ๆ หญิงสาว“กวนประสาทเก่งนักนะ”“เธอมีอะไรทำไมไม่พูด” เขาสัมผัสได้ว่ามีญารินเหมือนเรื่องราวบางอย่างในใจที่ไม่ยอมบอกเขา“ฉัน ว้าย!” ม
พาดหัวข่าวตัวโตปรากฏอยู่บนหน้าจอ“ออกเดตสุดหวาน หนุ่มนักธุรกิจควงคู่หมั้นล่องเรือกลางเจ้าพระยา สยบข่าวลือรักล่มเพราะฝ่ายชายมีชู้”ภาพของทั้งสองที่นั่งหัวเราะ มองหน้ากันอย่างใกล้ชิด ถูกเผยแพร่ไปทั่วราวกับตอกย้ำความสัมพันธ์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น“กรี๊ดดดด!” คาริสากรีดร้องลั่น ก่อนจะขว้างโทรศัพท์ลงพื้นอย่างแรง หน้าจอสว่างวาบแล้วดับลงทันที ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ“ไม่จริง ไม่จริง!” เธอกัดฟันแน่น มือสั่นจนควบคุมไม่อยู่ที่พร้อมทัพพ์ตีตัวออกหาก ไม่ใช่เพราะปัญหา แต่เพราะเขากลับไปหามีญารินจริงๆมีญารินหยิบเสื้อแบรนด์เนมหรูขึ้นมาแนบกับตัว พลางหมุนตัวเล็กน้อยหน้ากระจก“อันนี้สวยไหม”“แกเล่นพิเรนทร์อะไรอีก” ฉัตรพศินที่ยืนพิงชั้นวางเสื้ออยู่มองเธอนิ่งๆ อย่างจับผิด“ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” เธอหันมามองทำหน้าตาใสซื่อ น้ำเสียงดื้อๆ แบบนั้นยิ่งทำให้เขาหรี่ตามอง“เหรอ แล้วที่ช่วงนี้ทำตัวดีผิดปกติเนี่ยคืออะไร”“ก็แค่อยากสวย” เธอยักไหล่เหมือนไม่สนใจ ก่อนจะหันกลับไปส่องกระจกต่อ“เอาไว้ให้ใครดู” เขาสวนทันที“อย่าพูดมาก”“จะเลิกกันกี่โมงบอกฉันด้วยนะ จะได้เตรียมปลอบถูก” ฉัตรพศินถอนหายใจเบาๆ“เลิกล้อได้แล้ว





