Masukคิมหันต์นั่งดื่มวิสกี้อยู่ที่โซฟาตัวยาว มองดูสายฝนที่ตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา ในใจไพล่คิดไปถึงปิ่นปัก หญิงสาวร่างเล็กที่เขาขับไล่ออกไปจากไร่ด้วยความไม่ไยดี ป่านนี้เธอจะเดินทางไปที่ไหน เป็นอย่างไรบ้าง หรือว่าตกดอยตายไปแล้ว แต่มันก็สมควรแล้วนี่ที่เธอต้องไปจากที่นี่ หญิงสาวคนนี้น่าจะไปตั้งนานแล้ว ตั้งแต่วันนั้นเสียด้วยซ้ำ
“ตายเสียได้ก็ดี” เขาพูดคนเดียว กระดกดื่มวิสกี้ทีเดียวหมดแก้ว และรินใหม่ จินตนาการไปว่าหากได้เห็นศพของปิ่นปักในวันรุ่งขึ้น คงสะใจพิลึก ศพ ศพ ทำไมเขานึกถึงคำนี้ หัวใจของเขาเสียวแปลบขึ้นมากะทันหัน ร้อนรนด้วยความเป็นห่วง เป็นห่วง ไม่เลยเขาไม่มีทางเป็นห่วงปิ่นปักเด็ดขาด
“พ่อเลี้ยงครับ พ่อเลี้ยง” เสียงร้องเรียกชื่อเจ้าของไร่แข่งกับสายฝนที่กระหน่ำไม่ยอมหยุด ใครมาเรียกเขาตอนนี้ เวลานี้ทุกคนที่อยู่ในไร่จะเข้านอนกันหมดแล้ว การที่มาเรียกยามค่ำคืนแบบนี้ต้องมีเรื่องที่ไม่ดีเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
“มีอะไร” คิมหันต์กระชากประตูเอ่ยถามชาติชายลูกน้องมือดีที่ยืนกางร่ม ในมือถือกระเป๋าใบหนึ่งอยู่
“มีคนเจอกระเป๋าใบนี้ตกอยู่ที่ถนนลงดอยครับ”
“แล้วไง แค่คนเจอกระเป๋าแค่นี้จะต้องมาแหกปากเรียกฉันเลยเหรอ” เขาสวนขึ้นอย่างหงุดหงิด ชาติชายหน้าเจื่อนเล็กน้อยกับน้ำเสียงของเจ้านาย ‘มาผิดเวลาอีกแล้วกู’
“นาบุญกับสันเข้าไปในเมืองครับ ขากลับเห็นรถมอเตอร์ไซค์สองคันจอดอยู่ นึกว่าเสียก็เลยไม่ได้สนใจอะไร ขับรถขึ้นดอยมาเรื่อยๆ จนมาเจอกระเป๋าใบนี้ ” ลูกน้องผิวสีเข้มชะงักกลางคันเมื่อถูกเจ้านายหนุ่มเบรกดังเอี๊ยด
“มึงจะเล่าให้กูฟังทำไมเนี่ย กะอีกแค่เจอมอเตอร์ไซค์จอดเสียอยู่ กับกระเป๋าใบหนึ่งมันจะอะไรกันนักกันหนาวะ” ดีกรีความหงุดหงิดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กำลังจะหมุนตัวกลับเข้าบ้าน เนื่องจากคิดว่าเรื่องที่เขาฟังเป็นเรื่องไร้สาระ
“อิ้งบอกว่า กระเป๋าใบนี้เป็นของปิ่นครับ ส่วนรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่เป็นของพวกไอ้เรืองครับ” พ่อเลี้ยงแสนเย็นชาหันกลับมามองหน้าชาติชาย เดินเข้ามาที่ประตูพิงและกอดอกด้วยท่าทางที่สบายๆ
“แล้วไง มาบอกฉันทำไม” ลูกน้องหนุ่มถึงกับอึ้งไปพักหนึ่ง ไม่คิดว่าความเกลียดที่มีต่อปิ่นปักจะมากมายขนาดไม่ไปช่วยเหลือเธอ สองสิ่งที่พบบริเวณทางขึ้นดอยนั้น และเจ้าของรถเครื่อง บอกได้เลยว่าปิ่นปักกำลังตกอยู่ในอันตราย ร้ายแรงอาจถึงชีวิตก็เป็นได้
“พ่อเลี้ยงจะไม่ไปช่วยหน่อยหรือครับ” ชาติชายลองเชิงถาม
“ไปช่วยทำไม ตัวซวยแท้ๆ ไปได้ก็ดี”
“แต่ว่า...”
“มึงอยากปอดบวมตายเพราะไปช่วยนังตัวซวยคนนั้นก็ตามใจ แต่กูจะไม่พามึงไปโรงพยาบาลนะ” พูดจบก็หันหลังกลับเข้าไปในบ้านทันที ชาติชายไม่รอช้าวางกระเป๋าของปิ่นปักที่หน้าประตู หมุนตัววิ่งไปที่หน้าลานกว้างที่มีรถจิ๊ปของไร่จอดอยู่ โดยมีคนงานในไร่ประมาณสี่ห้าคนรออยู่ในรถ ชาติชายสั่งให้สันออกรถทันทีเพื่อไปช่วยปิ่นปัก ตัวซวยประจำไร่เทียมฟ้า
เวลาผ่านไปประมาณสิบนาที คนที่บอกว่าไม่ใส่ใจ เริ่มนั่งไม่ติด ใจหวาดหวั่นคิดไปต่างๆ นานา ผู้หญิงตัวเล็กๆ จะสู้รบตบมือกับใครได้ ป่านนี้อาจถูกข่มขืนกลายเป็นศพหมกอยู่กลางป่ารกริมทาง คิดไปร้อนหัวใจไป นั่งแทบไม่ติด เดินไปเดินมาเหมือนคนบ้า
“โธ่โว้ย! ” ในที่สุดชายหนุ่มก็คว้าพวงกุญแจรถยนต์คันโปรด วิ่งฝ่าสายฝนไปที่โรงรถ ติดเครื่องและทะยานพุ่งออกไปราวกับพายุ แม้ว่าอากาศภายนอกจะเย็นและหนาวเหน็บมากเพียงใด ใจเขากลับร้อนรุ่มเหมือนไฟไม่รู้ตัว
ปิ่นปักวิ่งหนีสุดชีวิต ไม่สนใจเสียงร้องเรียกของชายโฉดทั้งสี่คนที่วิ่งตามเธอมาอย่างไม่ลดละ น้ำตาไหลปะปนไปกับสายน้ำฝนที่ตกมาไม่หยุด ตอนนี้เธอไม่ได้วิ่งอยู่บนถนนลงดอย แต่วิ่งเข้าไปในป่าข้างทาง ความมืดไม่สามารถทำให้เธอกลัวได้ เนื่องจากมีความกลัวอย่างอื่นเข้ามาแทนที่และเป็นความกลัวที่จับขั้วหัวใจ
“ไอ้เรือง เลิกตามเหอะ กูไม่มีอารมณ์แล้ว” เสียงของโรจน์น้องชายเอ่ยบอก ทำให้พี่ชายที่วิ่งนำหน้าหยุดวิ่งและหันมาทางน้องชาย
“สวยนะโว้ย! มึงก็เห็น” เรืองยังไม่ละความตั้งใจ
“สวยแล้วไง ดูสิคนสวยของมึงวิ่งเร็วยังกับลิง เข้าไปในป่าแล้ว ป่านนี้เข้าไปลึกถึงไหนต่อไหนแล้ว มึงชำนาญป่าแถวนี้เหรอ เดินเข้าไปลึกๆ พอดีเจอเสือคาบไปกิน ก่อนที่พวกเราจะได้กินผู้หญิงคนนั้น” โรจน์ให้เหตุผลชวนคิด
“ใช่พี่เรืองปล่อยมันไปเถอะ ป่านนี้กลัวจนหลงเข้าไปในป่าแล้ว อีกอย่างนี่เป็นเขตของพ่อเลี้ยงคิม ผมว่าเรากลับกันเถอะ” คนที่มากับเรืองอีกคนทำท่าสยองเมื่อพูดถึงพ่อเลี้ยงจอมโหดประจำจังหวัดนี้
“ไอ้ตี้มันพูดถูกนะพี่กลับกันเถอะ เราวิ่งเข้ามาไม่ไกลพอจะคลำทางออกไปได้”
“ก็ได้วะ” เรืองจำยอมด้วยเหตุผล เขาเองก็ไม่อยากมีเรื่องกับคิมหันต์มากนัก กลัวอาจเป็นสาเหตุหนึ่ง แต่เหตุผลหลักคือ ไม่อยากให้เรื่องนี้เกี่ยวโยงไปถึงพ่อเลี้ยงคิมมากกว่า หลีกได้ควรหลีก เลี่ยงได้ควรเลี่ยง ทั้งหมดจึงเดินกลับออกไปจากแนวป่าที่วิ่งเข้ามาได้ประมาณสองร้อยเมตร
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 58 “ลิเดียเป็นคนรับใช้ของฉัน ไม่ใช่ทาส เมื่อก่อนฉันเอาแต่ใจ จิกหัวใช้ลิเดียสารพัด ไม่พอยังทำให้ลิเดียรู้สึกว่าตัวเองเป็นกระโถนรองรับอารมณ์ของฉัน ยิ่งมารู้ว่า ลิเดียก็ถูกไอ้ชั่วหลอกด้วยแล้ว ฉันสงสารและเห็นใจ ฉันก็พยายามทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง ไม่ใช่เอาแต่สั่งๆ เหมือนก่อน เพราะถ้าลิเดียทนไม่ไหวขึ้นมา ลาออกไป ฉันคงเสียใจมากกว่านี้”ความเปลี่ยนแปลงของโซเฟียอีกเรื่องหนึ่งคือ ลิเดียไม่ใช่สาวใช้ที่รองมือรองเท้าเธออีกต่อไป โซเฟียรู้จักเห็นอกเห็นใจลิเดียเมื่อรู้ว่า ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันคือ ถูกอัคนารถหลอกใช้ด้วยวาจาอ่อนหวาน ด้วยความรักจอมปลอม เวลานี้โซเฟียทำอะไรด้วยตัวเองมากขึ้น ไม่ปัดภาระให้ลิเดียทำเพียงคนเดียว“ดีแล้วค่ะที่คุณคิดได้ ฉันดีใจแทนลิเดียค่ะ” การจับกุมอัคนารถ ส่งผลดีต่อใครหลายคนจริงๆ“เธอนอนพักเถอะนะ ฉันก็จะไปจัดกระเป๋า เดี๋ยวฉันให้ลิเดียมาอยู่เป็นเพื่อนนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ณัฐกานต์กล่าวขอบคุณ ก่อนจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อน เพราะรู้สึกอ่อนเพลียจากการแพ้ท้อง โซเฟียเมื่อเสร็จหน้าที่ เธอได้เดินออกจากห้องพี่สะใภ้ และทันทีที่เปิดประตูห้องออกก็พบว่า พี่ช
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 57“พระเจ้า...ณัฐ เยี่ยม...เยี่ยมที่สุดเลยที่รัก”สวรรค์กำลังเปิดรับร่างหนาที่ล่วงล้ำอัดกายใส่ร่างอรชร แอรอนโหมกายหนักขึ้น เพิ่มกำลังแรงกับบทรักที่กำลังสิ้นสุดในบทแรกของวันนี้ ไขว่คว้ามือแตะขอบสวรรค์ที่ลอยเด่นตรงหน้า ในจังหวะสุดท้ายของแรงส่ง หยุดการเคลื่อนไหวแช่นิ่งตัวตนเข้าลึกสุดทาง ระเบิดความสุขชโลมรสช่อดอกไม้งาม“สุดยอดเลยที่รักจ๋า” เสียงเหนื่อยหอบของแอรอนเอ่ยบอกสาวใต้ร่างที่ระบายลมหายใจแรงๆ ให้รางวัลณัฐกานต์ด้วยจูบหวานๆ พร้อมกับคำรักที่เขาจะบอกเธอทุกเมื่อเชื่อวัน “ฉันรักเธอ...ณัฐ”ณัฐกานต์รู้ว่าเขารักเธอ ซึ่งเธอเองก็มีความรู้สึกนี้ให้กับแอรอนเช่นกัน “ณัฐรักคุณค่ะ แอรอน”“น่ารักอย่างนี้ต้องให้รางวัลซะหน่อย” เขายิ้มเมื่อนึกถึงรางวัลที่จะมอบให้สาวอันเป็นที่รักเพียงคนเดียว “อย่างนี้ต้องทั้งคืน”“จะไหวเหรอคะ” ผู้หมวดสาวเย้ากลับ มองเขาตาเป็นประกาย“ดูถูกกันนี่นา แบบนี้ต้องทำให้ดูซะแล้ว”พูดจบแอรอนก็แสดงให้เธอรู้ว่า เขามีกำลังเหลือเฟือมากแค่ไหน พลังม้ายังชิดซ้าย พลังช้างยังชิดขวาเมื่อเจอกับผู้ชายที่ชื่อ แอรอน ชาล์ลวาเกียมีประโยคหนึ่งที่คนมักพูดหลังเรื่องเลวร้าย
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 56“นะตัวเองนะ เค้าขอโทษนะ” แอรอนเอ่ยชิดเรียวปากอิ่ม จูบเบาๆ ใช้ไรฟันกัดกลีบปากล่างของณัฐกานต์แล้วดึงไม่แรงมาก ก่อนจะปล่อยให้เป็นอิสระ ใช้ปลายลิ้นลูบไล้แทนที่ “เค้าขอโทษนะ”วินาทีนี้หูของณัฐกานต์รู้สึกอื้อ ดวงตาพร่างพราย หัวใจเต้นระส่ำ ความคิดความอ่านคล้ายกำลังหยุดทำงาน“อืม” เธอครางเบาๆ ออกมาอย่างเสียมิได้ ไม่ใช่คำตอบรับแต่เป็นความรัญจวนที่แฝงในกาย ทว่าเสียงครางครึ้มที่แอรอนได้ยิน เขาโมเมเองว่า เธอยกโทษให้เขาแล้ว“ฉันรักเธอ...ณัฐ รักมากที่สุด”จบประโยคหวานหู ริมฝีปากใหญ่แนบติดปากเล็กน่าจูบทันที บดเบียดแผ่วเบา เรียกร้องให้เธอเปิดปากกว้างเพื่อที่เขาจะได้ส่งเรียวลิ้นเข้าไปในช่องปากสาว กระหวัดหาความหวานที่อุดมอย่างมากมาย กวาดต้อนเท่าไหร่ไม่มีวันหมด ไม่ช้าไม่นานริมฝีปากของณัฐกานต์ก็เผยอรับลิ้นใหญ่ที่พุ่งเข้าใส่ด้วยความรีบร้อน ตามแรงอารมณ์ของเขาที่โหมกระพือทีละน้อย แต่ไหลเชี่ยวไม่ต่างกับสายนทีที่ต้องลมมรสุม แทะเล็มรสละมุนซาบซ่านถึงทรวงในระหว่างที่เขากำลังดื่มด่ำกับจุมพิตกระชากใจ มือแข็งแกร่งก็ถอดเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้น โดยที่ณัฐกานต์ยินยอมพร้อมใจให้ความร่วมมือ
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 55“คุณแอรอน” ณัฐกานต์เรียกชื่อเจ้าของร่างกายที่ทาบทับตนเอง “เล่นบ้าอะไรเนี่ย”ปากไม่ได้แค่พูด ฝ่ามือน้อยๆ แต่หนักยังตีไปยังท่อนแขนกำยำของแอรอนที่ทำหน้าทะเล้นเต็มแรง แต่อีกฝ่ายก็หาได้เจ็บไม่ กลับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ชวนหมั่นไส้เสียเหลือเกิน“ไม่ได้เล่น เอาจริง”ขาดคำ ปากหนาที่พูดเมื่อครู่ก็ระดมหอมไปทั่วดวงหน้าหวายสวยด้วยความรักและคิดถึงสุดใจ ฝ่ายหญิงก็หลบหลีกริมฝีปากของเขาพัลวัน แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผล“คิดถึง คิดถึง คิดถึงที่สุดเลย”แอรอนพูดไปด้วย หอมแก้ม หอมหน้าผาก หอมจมูกของเธอไปด้วย ให้สมกับการรอคอยของเขานานสองเดือนที่เหมือนกับสองปี“ยี้...หยุดเดี๋ยวนี้นะ” สาวใต้ร่างร้องประท้วง ผลักร่างสูงใหญ่ หลบหน้าหนีเรียวปากหนาที่ทำให้เธอร้อนรุ่มได้ทุกครั้งที่ใกล้ชิด แล้วดูเหมือนว่าเธอจะพ่ายแพ้เขาอย่างสิ้นเชิง เสียงประท้วงขาดหายเพราะมันถูกกลืนหายไปในลำคอ หลังจากที่ปากหลายเหลือของเขา ทาบทับกลีบปากสาวนุ่มแสนนุ่มความรักและความคิดถึงของแอรอนที่มีต่อณัฐกานต์ ถูกถ่ายทอดด้วยจุมพิตหวานล้ำแสนเสน่หา ริมฝีปากใหญ่บดเบียดเรียวปากนุ่มจนปากสาวเผยอกว้าง เขาเร่งส่งปลายลิ้นเข้าไปสำรวจค
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 54“ท่าทางจะมีศัตรูเยอะนะคะ ถึงได้ขอให้เราไปอารักขา ทั้งที่ไม่ได้เป็นแขกคนสำคัญของบ้านเมืองด้วยซ้ำไป”ปกติแล้วหน่วยอารักขาจะดูแลความปลอดภัยสำหรับแขกบ้านแขกเมืองและคนสำคัญเท่านั้น น้อยนักที่จะรับหน้าที่อารักขานักธุรกิจ ทำให้เธออดสงสัยไม่ได้ว่า เขาคนนี้คือใครต้องกล่าวเพิ่มเติมว่า หน่วยอารักขาที่อัสนีและเธอสังกัดอยู่ แท้จริงแล้วเป็นแค่ฉากบังหน้า ฉากหลังของพวกเขาคือ หน่วยปราบปรามยาเสพติดสากล ที่ไม่มีใครรู้และเห็นตัวตนที่แท้จริง พอเสร็จจากการจับกุมอัคนารถและบุกยึดฐานการผลิตสำเร็จ พวกเขาก็ต้องกลับมาทำหน้าที่อารักขาบุคคลสำคัญตามเดิม ซึ่งถือว่าเป็นงานรอง ส่วนงานหลักก็ยังคงทำต่อไป“เดี๋ยวณัฐไปถึงห้องก็รู้เองแหละว่าเขาคนนี้คือใคร พี่ไม่อยากจะพูดนะ อย่างที่บอกมันเป็นความลับ”อัสนียังคงปิดปากไม่ยอมบอกว่า บุคคลที่ณัฐกานต์จะต้องไปอารักขานั้นคือใคร เขาอยากสร้างเซอร์ไพร์สให้ลูกน้องสาวคนนี้ ณัฐกานต์ไม่เซ้าซี้ถาม คิดว่าถามไปคงไม่ได้รับคำตอบ อีกทั้งเธอก็กำลังเดินทางไปถึงห้องสวีทของโรงแรมแล้วด้วย อีกไม่กี่นาทีก็คงรู้ว่า ชายปริศนาคนนี้คือใคร“ณัฐเข้าไปข้างในก่อนนะ พี่ขอตัวไปเข้า
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 53“การที่ณัฐไม่บอกความจริงกับคุณ เพราะณัฐคิดว่ามันเป็นวิธีที่ดีที่สุด หากณัฐบอกว่า ท่านเป็นคนมาพูดให้ณัฐไปจากคุณ คุณก็อาจมีเรื่องบาดหมางกับท่าน ณัฐจึงเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ มีเพียงพี่เพชรเท่านั้นที่รู้ แล้วคิดว่าการที่ณัฐเดินจากคุณในวันนั้นเป็นทางออกที่ดีที่สุดค่ะ”ณัฐกานต์ตอบคำถาม เป็นคำตอบที่ไม่ได้ทำให้แอรอนเกิดความกระจ่างมากนัก ความสงสัยก็ยังติดค้างในใจเขาอยู่ดี“ฉันไม่เข้าใจว่ามันจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดตรงไหน เพราะการที่ณัฐจากฉันไป มันทำให้ฉันเข้าใจเธอผิด มันทำให้ฉันเจ็บปวดแล้วหัวใจของฉันก็เต็มไปด้วยความแค้น เป็นอย่างนี้แล้วมันจะดีได้ยังไง”แอรอนรับรู้ถึงเหตุผลของบิดาที่ทำลงไป แต่ทว่าเขายังไม่เข้าใจเหตุผลของเธอว่าที่ตัดสินใจไปจากเขานั้น ณัฐกานต์ไม่เห็นแก่ความรักที่เขามีให้เลยหรือ“ณัฐเองก็ไม่ได้คิดว่าเรื่องมันจะออกมาเป็นแบบนี้ ตอนนั้นที่ท่านขอร้องณัฐ ท่านให้เหตุผลที่ณัฐไม่อาจปฏิเสธได้ แต่ขอให้คุณรู้ไว้ว่า ณัฐเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน ณัฐทิ้งหัวใจตัวเอง ทิ้งความรักแล้วต้องเผชิญกับความเจ็บปวดกับการตัดสินใจของตัวเอง แต่ที่ณัฐต้องไปเพราะณัฐรักคุณนะคะ ของให้
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 48“พี่ไม่แน่ใจน่ะสิว่า แม็คมันจะรู้เรื่องที่ณัฐเป็นหนอนบ่อนไส้หรือเปล่า แล้วตอนนี้พี่ก็คิดว่า มันไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น นอกจากตัวมันเอง” อัสนียังมีความกังวล“ตอนนี้เราไม่มีเวลามานั่งคิดไปเองว่า พี่แม็คจะไว้ใจณัฐหรือเปล่า สิ่งที่ณัฐสนใจที่สุด คือต้องจับตัวพี่แม็คให้ได้ ต่อให้
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 47“แม็ค นายยอมมอบตัวดีกว่า นายไม่มีวันหนีออกไปจากที่นี่ได้หรอก” อัสนีตะโกนบอกอีกฝ่ายให้ยอมมอบตัว มีหรือที่คนอย่างอัคนารถจะยอมทำตามง่ายๆ“ไม่” เสียงของอัคนารถตะโกนตอบกลับมา “กูไม่มอบตัว กูไม่ได้ทำอะไรผิด มึงไม่รู้หรือไงว่ากูเป็นใคร”“ทำไมกูจะไม่รู้ว่ามึงคือใคร มึงคือจาสั่ว
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 46เมื่อก้าวลงมายืนข้างรถ“ใช่ ทำเลดีมากๆ รีสอร์ตแห่งนี้ร้างมานานแล้ว ไม่มีคนเข้ามาวุ่นวาย ด้านหลังติดกับป่าสนที่ทะลุไปเทือกเขาพีเรนีส เส้นทางหลบหนีชั้นยอดเลย” อัคนารถขยายความให้เธอเข้าใจ“เส้นทางนี้ณัฐได้ข่าวว่า ไม่ค่อยมีคนสัญจรไปมามากนักใช่ไหมคะ ยกเว้นพวกล่าสัตว์”“ใช่ พ
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 45“เธอกล้ามากนะณัฐที่หนีฉันไป ฉันไม่มีวันยอมให้เธอหนีไปง่ายๆ แน่”กรามของผู้พูดขบกันเป็นสันนูน มือกำเข้าหากันแน่น หัวสมองแอรอนกำลังคิดว่า ณัฐกานต์หนีไปหาอัคนารถ พอคิดถึงน้องเขยของตนทีไร ใจมันเจ็บแปลบ เหมือนมีเข็มนับร้อยทิ่มแทงพร้อมกัน เลือดไหลอาบหัวใจ แต่ก่อนที่เขาจะไปจัด







