Se connecter“ทำไมชีวิตฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ…”บัวบูชาตัดพ้อเสียงเบา“ฉันไม่ได้อยากเข้าใกล้ท่านประธานเสียหน่อย แต่ที่ทำไป…ก็เพราะต้องการเงินไปผ่าตัดแม่ และต้องเอากางกงในกับเงินส่วนที่เกินมาคืนเขา ทำไมคนพวกนี
Voir plusคำสั่งสั้นๆ แต่หนักแน่นประตูห้องจัดเลี้ยงถูกปิดลงทันทีบอดี้การ์ดยืนประจำทุกทางออกไม่มีใครสามารถออกไปได้เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ แต่ไม่มีใครกล้าขัดหงเหว่ยลี่มองรอบห้องอย่างนิ่ง“ในเมื่อมีของหาย ก็ต้องตรวจให้ชัดเจน”น้ำเสียงเรียบ แต่กดดัน“ตรวจทีละคน” คำสั่งนั้นทำให้หลายคนเริ่มหน้าซีดรวมถึง เฉินอวี่หลานเธอกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัวสายตาเหลือบไปมองพี่สาวเฉินอวี่หลิงสองพี่น้องสบตากันเพียงเสี้ยววินาทีแววตานั้นเต็มไปด้วยความเลิ่กลั่กบัวบูชาที่ยืนอยู่ข้าง หงเฉิงหลี่ เห็นภาพนั้นพอดีเธอชะงักเล็กน้อยบางอย่าง...ดูผิดปกติแต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรพนักงานก็เริ่มตรวจทีละคนอย่างจริงจังบรรยากาศเงียบงันเสียงหัวใจของบัวบูชาดังชัดในอกเธอไม่กลัวการตรวจเพราะเธอไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ที่น่ากลัวคือ ผ้าอนามัยในกระเป๋าถ้าใครเห็นจะต้องอายเขาแน่ๆแต่ความรู้สึกถูกมอง ถูกสงสัยมันยังคงกดทับอยู่ในใจเวลาผ่านไปทีละนิดทีละคน ทีละคนแต่ก็ยังไม่พบสร้อยเพชรเฉินอวี่หลานเริ่มหน้าตึงเหงื่อซึมที่ฝ่ามือสายตาเริ่มไม่นิ่งหงเฉิงหลี่ยืนกอดอก มองทุกอย่างเงียบๆดวงตาคมกริบจับจ้องรายละเอียดทุกอย่างเขาไม่พลาดสายตาที่สองพี่น้องสบกันและยิ่งไ
เฉินอวี่หลิงหันหลังทันทีที่ประตูปิดลงสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนทันทีความอับอายแปรเป็นความแค้นเธอกัดฟันแน่นจนกรามขึ้น“บัวบูชา อย่าคิดว่าจะทำให้เฉิงหลี่ ตกหลุมของเธอ” เธอพึมพำชื่ออีกฝ่ายออกมาอย่างเคียดแค้น“แม้แต่คุณอาหงก็เข้าข้างแก” เธอหายใจแรงด้วยความโกรธ“ถ้าไม่มีแก ทุกอย่างคงไม่เป็นแบบนี้”แววตาของเฉินอวี่หลิงแข็งขึ้นในใจเริ่มคิดแผนใหม่ครั้งนี้เธอรู้แล้วว่าเล่นตรงๆ ไม่ได้ผลถ้าอย่างนั้นเธอก็ต้องใช้วิธีที่แรงกว่าเดิมและครั้งหน้าเธอจะไม่ยอมให้บัวบูชารอดง่ายๆ อีกแน่บรรยากาศในงานเลี้ยงกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังจากเหตุการณ์ก่อนหน้า บัวบูชาก็เปลี่ยนชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว และพยายามทำตัวเงียบที่สุดเธอไม่กล้าแม้แต่จะเดินไปในที่คนเยอะเลือกยืนอยู่มุมห้อง ใกล้เสาใหญ่ หวังว่าไม่มีใครสังเกตเห็นแต่โชคร้ายคนบางคนตั้งใจไม่ปล่อยเธออยู่ดีเสียงหนึ่งดังขึ้นกลางงาน“เดี๋ยวก่อนค่ะ” เสียงของ เฉินอวี่หลาน ดังชัดแขกหลายคนหันไปมองเฉินอวี่หลานยืนอยู่กลางห้อง สีหน้าดูเคร่งเครียด“สร้อยเพชรของฉันหายไปค่ะ” เสียงฮือฮาดังขึ้นทันทีสร้อยเพชรของตระกูลเฉินไม่ใช่ของธรรมดามูลค่าหลายสิบล้านทุกคนเริ่มมองหน้ากันไปมาพนักง
“อ่อแล้วอย่าหลงตัวเองนะ ฉันไม่ได้อยากจะจูบเธอแล้วอย่าเที่ยวเอาไปพูดตรงไหน” เธอยกมือแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆหัวใจยังเต้นแรงกับเหตุการณ์เมื่อครู่อีกนิดเดียวเท่านั้น...อีกนิดเดียวจริงๆหลังจากออกจากห้องพักแขกของคฤหาสน์ตระกูลหง เฉินอวี่หลิง ก็เดินเร็วแทบวิ่งไปตามทางเดินยาวด้วยใบหน้าที่แดงก่ำไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรือเพราะอับอายภาพที่เธอเห็นเมื่อครู่ยังวนเวียนอยู่ในหัวภาพที่ หงเฉิงหลี่ โน้มหน้าเข้าไปหาผู้หญิงต่ำต้อยคนนั้นและที่ทำให้เธอเจ็บที่สุดก็คือตอนที่เธอเปิดประตูเข้าไปสิ่งแรกที่หงเฉิงหลี่ทำไม่ใช่อธิบายแต่เป็น ปกป้องบัวบูชายิ่งคิดก็ยิ่งแค้นมือของเฉินอวี่หลิงกำแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือเธอหยุดยืนอยู่หน้าห้องรับรองส่วนตัวของ หงเหว่ยลี่สูดหายใจลึกอยู่หลายครั้ง ก่อนเคาะประตู“เข้ามา” เสียงทรงอำนาจดังมาจากด้านในเฉินอวี่หลิงผลักประตูเข้าไปในห้องรับรองอันโอ่อ่า หงเหว่ยลี่ กำลังนั่งอยู่บนรถเข็นมองงานเลี้ยงจากบานกระจกใหญ่ที่ชั้นสองสีหน้าพึงพอใจ เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างนิ่งๆ“มีอะไรหรือคุณหนูเฉิน” เฉินอวี่หลิงเม้มริมฝีปาก ก่อนพูดเสียงนุ่มนวล“คุณอาหงคะ หนูมีเรื่องอยากเรียนให้ทราบค่ะ”หงเห
เธอทรุดนั่งลงที่ปลายเตียง ก้มหน้าร้องไห้เงียบๆ ในเวลานั้นเองเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นบัวบูชาตกใจ รีบเช็ดน้ำตาแล้วเงยหน้าขึ้นคนที่เดินเข้ามาคือ หงเฉิงหลี่เขายังคงอยู่ในชุดเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมคอออกไปหนึ่งเม็ด เพราะสูทถูกคลุมอยู่บนตัวเธอใบหน้าหล่อเหลายังคงนิ่งเหมือนเดิม ก่อนจะสะบัดผมเบาๆแต่สายตาที่มองเธอกลับไม่เย็นชาเหมือนทุกครั้งเขาเห็นดวงตาแดงๆ ของเธอเห็นคราบน้ำตาบนแก้มคิ้วเข้มของเขาขมวดเล็กน้อย“ร้องไห้ทำไม อ่อคงคำนวณไว้แล้วว่าจะมีคนเข้ามาสินะไม่ฉันก็คงเจียงหมิงหรืออาจจะโชคดีเป็นคุณพ่อ อ่อแล้วฉันจะบอกอะไรให้นะอ่อยคุณพ่อได้เขาก็ทำอะไรเธอไม่ได้หรอกเขาเป็นอัมพาตครึ่งตัวอ่อแล้วเป็นครึ่งร่างด้วย แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ จะใช้บริการฉันก็โอเคนะไม่คิดเงินถือว่าช่วยๆ กัน”น้ำเสียงยังเรียบ แต่เบากว่าปกติบัวบูชารีบหันหน้าหนี“ฉันไม่ได้ร้องค่ะ และก็ไม่ได้อ่อยใครและไม่คิดว่าใครจะเข้ามาด้วยเพราะรู้ว่าฉันกำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้าคนดีดีคิดดีจะเข้ามาเพื่ออะไร”หงเฉิงหลี่กัดฟัน“น้ำตาเต็มหน้า ยังจะเถียงอีก แล้ว ฉันก็คนดี ที่เข้ามาเพราะ…” จะบอกว่าเป็นห่วงก็ไม่กล้าพูดบัวบูชาก้มหน้าลงอีกริมฝีปากเม้มแน่นเขา
ต่อไปต้องห้ามพ่อของเขาส่งชุดแบบนี้ให้บัวบูชาอีกเป็นอันขาดทันทีที่ประตูบานใหญ่เปิดออก แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลสาดลงมาบนพื้นหินอ่อนแวววาว ห้องจัดเลี้ยงโอ่อ่าจนบัวบูชารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังก้าวเข้าไปในโลกอีกใบผู้หญิงในชุดราตรีหรูหราเดินเคียงคู่กับบรรดานักธุรกิจชื่อดัง ไหนบอกแค่เลี้ยงข้าวทำไมงานมันยิ
ด้านหน้าของชุดเว้าลึกจนเธอต้องคอยดึงขึ้นตลอดเวลา ด้านหลังเปิดจนเธอรู้สึกเหมือนไม่ได้ใส่อะไรเลย ส่วนช่วงเอวรัดแน่นเสียจนเธอสงสัยว่าคนรวยหายใจกันยังไง“ชุดนี่มัน…จำเป็นต้องผ้าน้อยขนาดนี้ด้วยเหรอ…ฉันเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้เลยถูกจับแต่งตัว” บัวบูชาพึมพำกับตัวเอง พลางใช้มือดึงผ้าตรงหน้าอกขึ้นอีกครั้งเธอไ
บัวบูชาที่เดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดี ตกใจจนมือของเธอเย็นเฉียบไปหมด หัวใจของเธอเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมา บัวบูชาวิ่งไปอย่างไม่คิดชีวิต ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้า รถเข็น ของหงเหว่ยลี่ทันเวลา กำมันไว้แน่นก่อนที่มันจะไหลออกไปนอกถนน“คุณ” เสียงของบัวบูชาตะโกนออกมาอย่างตกใจ ร่างกายของเธอสั่นเพราะความตกใจที่หา
“ก็แค่เรื่องง่ายๆ ที่ผู้ชายหล่อๆ อย่างฉันควรได้รับ อย่างเช่น…ไปกินข้าวกับฉันสักมื้อ” หยุดเล็กน้อย สายตากรุ้มกริ่มวับวาว“หรือไม่ก็…ช่วยฉันกันท่าคู่หมั้นที่คุณพ่อท่านยัดเยียดมา”บัวบูชาถึงกับทำตาโต ปากอ้าค้าง ไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้ากำลังพูดจริงจังหรือแค่หาเรื่องกวน“คุณ…” เธอพูดได้แค่นั้นเจ็บใจตัวเองที