เข้าสู่ระบบ“ทำไมชีวิตฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ…”บัวบูชาตัดพ้อเสียงเบา“ฉันไม่ได้อยากเข้าใกล้ท่านประธานเสียหน่อย แต่ที่ทำไป…ก็เพราะต้องการเงินไปผ่าตัดแม่ และต้องเอากางกงในกับเงินส่วนที่เกินมาคืนเขา ทำไมคนพวกนี
ดูเพิ่มเติมบัวบูชาอายุยี่สิบ ในห้าปีที่ผ่านมาสำหรับเธอไม่ต่างอะไรกับปีที่โลกเล่นตลกใส่หัวใจคนจน หางานที่ไหนก็เหมือนโยนเหรียญ แต่เหรียญที่เธอจับมักเป็นด้านที่ไม่มีค่า…ด้านก้อยนั่นแหละ จนกระทั่งปีนี้ที่เดินหางานจนรองเท้าพัง เธอสอบเข้าบริษัทยักษ์ใหญ่ได้แล้ว เย้! บริษัทยักษ์ใหญ่ ที่ใครๆ ก็รู้ว่าใหญ่ที่สุดในประเทศนี้
แต่ความยินดีนั้นก็เหมือนฟองสบู่แตกก่อนถึงพื้นจริงๆ แล้ว เธอไม่ได้เป็นผู้จัดการระดับสูงหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ใดๆ …ไม่เลย นั่นมันสำหรับคนที่มีเส้นสายอย่างคุณหนูหยวนเพื่อนร่วมชั้นเรียนสมัยมัธยมของบัวบูชา
ตำแหน่งเหล่านั้นไม่ได้มีไว้สำหรับคนไร้เส้นสายอย่างบัวบูชา
“จะทำไหม มีตำแหน่งเดียวที่ว่างในตนนี้ดูแล้วเธอก็เหมาะกับงานนี้นะ หน้าเธอถึงจะสวยแต่ดูจ๊นจน….” บัวบูชากลืนน้ำลายลงคอช้าๆ
“ตำแหน่งอะไรคะ” ผู้จัดการมองเธอนิ่ง เลื่อนที่ปัดขนไก่มาตรงหน้าบัวบูชา
“แม่บ้าน” บัวบูชาถอนหายใจยาว
“บอกมา จะทำไหม ไม่ทำฉันให้คนอื่นทำ”
เธอเป็นเพียง…แม่บ้านทำความสะอาดคนหนึ่ง จนได้สินะ โอเคค่ะขอแค่ให้ได้งานหลังจากที่ต้องกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจน ตัวบวม
“ฉันขอรับตำแหน่งนี้ค่ะ”
วันๆ ของบัวบูชาคือการแข่งวิ่งมาราธอนกับชีวิต ตั้งแต่หกโมงเช้าจนถึงสองทุ่ม เธอถูพื้น เช็ดกระจก ล้างห้องน้ำ ขัดรอยเท้าเจ้าของเงินล้านบนหินอ่อนราคาแพง ที่แม้แต่ใจยังสั่นไม่กล้าแม้แต่จะเหยียบ เดินไปแต่ละก้าวเหมือนเดินบนระเบิดเวลา…ระเบิดชื่อว่า ความจน
เงินเดือนหมื่นต้นๆ ของบัวบูชาเกือบทั้งหมดถูกเก็บไว้ให้แม่ที่กำลังจะผ่าตัดแม่ของเธอหัวใจรั่ว ต้องผ่าตัดด่วน ค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่าสามแสนบาท ส่วนตัวเธอเอง…ไม่เคยมีเงินเกินหนึ่งพันห้าร้อยบาทในกระเป๋า นับเงินทีไรใจห่อเหี่ยวทุกที
ทุกวันสำหรับบัวบูชาไม่ต่างอะไรกับเกมที่แพ้ตั้งแต่เริ่ม แค่ความเจ็บปวดเจ็บปวดและเจ็บปวด เทวดาประจำตัว เป็นเทวดาฝึกหัดสินะโชคของบัวบูชาจึงน้อยพิลึก
“สู้ต่อไปนะ…ถ้าอยากเห็นแม่รอด”
ความจนก็…ก็ไม่เคยให้พัก
“เธอมีหน้าที่รับผิดชอบชั้นนี่นะ ทั้งชั้น ปกติแล้วที่นี่มักจะเปลี่ยนคนบ่อยๆ เพราะท่านประธานหงเฉิงหลี่เป็นคนเนี๊ยบมากๆ ทุกเช้าจะใช้นิ้วรูดไปบนโต๊ะทำงานเพื่อเช็ก ว่ามีฝุ่นหรือไม่” บัวบูชายิ้ม
“ไม่เป็นไรค่ะฉันจะพยายามฉันคิดว่าฉันทำได้เพราะต้องหาเงินเป็นค่าผ่าตัดสำหรับแม่ของฉัน” พูดเหมือนท่องความจริงและกำลังให้กำลังใจตัวเองต่างหาก
“ดีแล้ว แต่จำไว้อย่างหนึ่งที่นี่ทำงาน12ชั่วโมง เธอต้องปัดกวาดเช้าและเย็นที่ห้องท่านประธาน อันนี้เป็นเคล็ดลับที่ฉันไม่บอกใครง่ายๆ หรอกนะ ท่านประธานบางทีจะแวะมาก่อนกลับที่พัก เขาจะมาเช็กฝุ่นที่โต๊ะอีกรอบ”
บัวบูชากลืนน้ำลายลงคอช้าๆ งานโหดหิน สองทุ่มก็ต้องกลับไปหาข้าวหายาให้แม่กินอีก ฉะนั้นบัวบูชาจะต้องรีบกลับสินะเพราะสองทุ่มก็เท่ากับแม่ต้องอดข้าวและเลยเวลากินยา
บัวบูชาคำนวณเงินเดือนที่จะได้ทำงานได้เดือนหนึ่ง8000หยวนถ้ากินข้าววันละมื้อกับค่าเดินทางมาทำงานจะมีเงินเก็บเดือนละ6000หยวน สามเดือน18000หยวนอย่างไรก็ไม่พอ ค่ารักษา หากทำงานกลางคืนด้วยอาจพอมีหวังต้องรอให้งานนี้เข้าที่เข้าทางก่อนสินะ
“เอ้าเงียบๆๆ ไม่พูด ทำได้ไหม” บัวบูชาทำหน้าเศร้า
“ได้ค่ะ ฉันทำได้ ว่าแต่โอที่นี่ได้ชั่วโมงละเท่าไหร่ค่ะแล้วสองทุ่ม ฉันกลับได้เลยใช่ไหม”
“โอทีนะหรือ คงต้องเสนอกับหัวหน้าฝ่ายทำความสะอาดก่อน และแน่นอนสองทุ่มก็หมดเวลางานของเธอ ส่วนเรื่องการปิดประตูให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย”
บัวบูชาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ต้องทำได้สิเพื่อแม่ ต้องอดทน
“หวังว่าจะไม่ลาออกเหมือนคนอื่นๆ นะถ้าผ่านโปร ฉันจะเพิ่มเงินพิเศษให้อีก” บัวบูชาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
โรงพยาบาล
“หมอคงต้องพูดกับคุณเรื่องหนึ่ง” บัวบูชาบีบมือตัวเองที่เย็นเฉียบ
“คือ หมอรู้ว่าคุณเหนื่อยกับการหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายการรักษาคุณแม่ของคุณแต่จำเป็นต้องให้คุณรู้ว่ายังพอมีโอกาส ไม่เกินสองหรือสามวันนี้หมอตั้งใจจะทำการผ่าตัดแม่ของคุณ แต่ค่าใช้จ่ายในการผ่านตัดครั้งนี้เหมือนที่เคยบอกไว้สามแสน ซึ่งเป็นราคาที่เราพยายามจะผ่อนปรนให้เต็มที่แล้ว แต่คุณก็ต้องจ่ายอยู่ดี”
“เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะพยายามหาเงินให้ทันเป็นค่าผ่าตัดตอนนี้ก็พอจะเก็บเงินได้บ้าง”
“ได้เท่าไหร่แล้ว” หมอเจียงถามยิ้มๆ
“อือ ฉันเก็บได้ 50005หยวนแล้วและยังจะเก็บต่อไปเรื่อยๆ” หมอเจียงถอนหายใจ
“ไมไ่ด้ดูถูกคุณหรอกนะบัวบูชาแต่ห้าหมื่นกับสามแสนนี่มันห่างกันมาก” บัวบูชาก้มหน้านิ่ง
“อาจจะต้องทำวิธีอื่นนอกจากทำงานที่ทำอยู่”
“วิธีไหน” หมอเจียงถามเบาๆ น้ำเสียงแสดงความห่วงใย
“ยังไม่รู้เลยค่ะ คงต้องคิดหาวิธีที่คิดว่าเหมาะสมอาจจะทำงานพิเศษช่วงดึกนิดหน่อย” เคยคิดว่าจะไปทำเด็กเอนท์นะ แต่คงต้องคิดให้ดีดีหน่อยเพราะจะไม่มีเวลาดูแลแม่
“บางทีหมอคิดว่าคุณ จะยอมให้หมอช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายดีไหม” บัวบูชาส่ายหน้าไปมา
“เอาเป็นว่าเอาข้อเสนอของหมอไปคิดนะหมอออกเงินให้ก่อน คุณก็ทำงานและผ่อนจ่ายไปแต่ว่าหลังผ่าตัดจะต้องพาคุณแม่ของคุณไปพักฟื้นที่บ้านของหมอและคุณช่วยหมอดูแลบ้านดีไหม” บัวบูชายิ้มเจื่อนๆ
คำสั่งสั้นๆ แต่หนักแน่นประตูห้องจัดเลี้ยงถูกปิดลงทันทีบอดี้การ์ดยืนประจำทุกทางออกไม่มีใครสามารถออกไปได้เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ แต่ไม่มีใครกล้าขัดหงเหว่ยลี่มองรอบห้องอย่างนิ่ง“ในเมื่อมีของหาย ก็ต้องตรวจให้ชัดเจน”น้ำเสียงเรียบ แต่กดดัน“ตรวจทีละคน” คำสั่งนั้นทำให้หลายคนเริ่มหน้าซีดรวมถึง เฉินอวี่หลานเธอกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัวสายตาเหลือบไปมองพี่สาวเฉินอวี่หลิงสองพี่น้องสบตากันเพียงเสี้ยววินาทีแววตานั้นเต็มไปด้วยความเลิ่กลั่กบัวบูชาที่ยืนอยู่ข้าง หงเฉิงหลี่ เห็นภาพนั้นพอดีเธอชะงักเล็กน้อยบางอย่าง...ดูผิดปกติแต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรพนักงานก็เริ่มตรวจทีละคนอย่างจริงจังบรรยากาศเงียบงันเสียงหัวใจของบัวบูชาดังชัดในอกเธอไม่กลัวการตรวจเพราะเธอไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ที่น่ากลัวคือ ผ้าอนามัยในกระเป๋าถ้าใครเห็นจะต้องอายเขาแน่ๆแต่ความรู้สึกถูกมอง ถูกสงสัยมันยังคงกดทับอยู่ในใจเวลาผ่านไปทีละนิดทีละคน ทีละคนแต่ก็ยังไม่พบสร้อยเพชรเฉินอวี่หลานเริ่มหน้าตึงเหงื่อซึมที่ฝ่ามือสายตาเริ่มไม่นิ่งหงเฉิงหลี่ยืนกอดอก มองทุกอย่างเงียบๆดวงตาคมกริบจับจ้องรายละเอียดทุกอย่างเขาไม่พลาดสายตาที่สองพี่น้องสบกันและยิ่งไ
เฉินอวี่หลิงหันหลังทันทีที่ประตูปิดลงสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนทันทีความอับอายแปรเป็นความแค้นเธอกัดฟันแน่นจนกรามขึ้น“บัวบูชา อย่าคิดว่าจะทำให้เฉิงหลี่ ตกหลุมของเธอ” เธอพึมพำชื่ออีกฝ่ายออกมาอย่างเคียดแค้น“แม้แต่คุณอาหงก็เข้าข้างแก” เธอหายใจแรงด้วยความโกรธ“ถ้าไม่มีแก ทุกอย่างคงไม่เป็นแบบนี้”แววตาของเฉินอวี่หลิงแข็งขึ้นในใจเริ่มคิดแผนใหม่ครั้งนี้เธอรู้แล้วว่าเล่นตรงๆ ไม่ได้ผลถ้าอย่างนั้นเธอก็ต้องใช้วิธีที่แรงกว่าเดิมและครั้งหน้าเธอจะไม่ยอมให้บัวบูชารอดง่ายๆ อีกแน่บรรยากาศในงานเลี้ยงกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังจากเหตุการณ์ก่อนหน้า บัวบูชาก็เปลี่ยนชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว และพยายามทำตัวเงียบที่สุดเธอไม่กล้าแม้แต่จะเดินไปในที่คนเยอะเลือกยืนอยู่มุมห้อง ใกล้เสาใหญ่ หวังว่าไม่มีใครสังเกตเห็นแต่โชคร้ายคนบางคนตั้งใจไม่ปล่อยเธออยู่ดีเสียงหนึ่งดังขึ้นกลางงาน“เดี๋ยวก่อนค่ะ” เสียงของ เฉินอวี่หลาน ดังชัดแขกหลายคนหันไปมองเฉินอวี่หลานยืนอยู่กลางห้อง สีหน้าดูเคร่งเครียด“สร้อยเพชรของฉันหายไปค่ะ” เสียงฮือฮาดังขึ้นทันทีสร้อยเพชรของตระกูลเฉินไม่ใช่ของธรรมดามูลค่าหลายสิบล้านทุกคนเริ่มมองหน้ากันไปมาพนักง
“อ่อแล้วอย่าหลงตัวเองนะ ฉันไม่ได้อยากจะจูบเธอแล้วอย่าเที่ยวเอาไปพูดตรงไหน” เธอยกมือแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆหัวใจยังเต้นแรงกับเหตุการณ์เมื่อครู่อีกนิดเดียวเท่านั้น...อีกนิดเดียวจริงๆหลังจากออกจากห้องพักแขกของคฤหาสน์ตระกูลหง เฉินอวี่หลิง ก็เดินเร็วแทบวิ่งไปตามทางเดินยาวด้วยใบหน้าที่แดงก่ำไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรือเพราะอับอายภาพที่เธอเห็นเมื่อครู่ยังวนเวียนอยู่ในหัวภาพที่ หงเฉิงหลี่ โน้มหน้าเข้าไปหาผู้หญิงต่ำต้อยคนนั้นและที่ทำให้เธอเจ็บที่สุดก็คือตอนที่เธอเปิดประตูเข้าไปสิ่งแรกที่หงเฉิงหลี่ทำไม่ใช่อธิบายแต่เป็น ปกป้องบัวบูชายิ่งคิดก็ยิ่งแค้นมือของเฉินอวี่หลิงกำแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือเธอหยุดยืนอยู่หน้าห้องรับรองส่วนตัวของ หงเหว่ยลี่สูดหายใจลึกอยู่หลายครั้ง ก่อนเคาะประตู“เข้ามา” เสียงทรงอำนาจดังมาจากด้านในเฉินอวี่หลิงผลักประตูเข้าไปในห้องรับรองอันโอ่อ่า หงเหว่ยลี่ กำลังนั่งอยู่บนรถเข็นมองงานเลี้ยงจากบานกระจกใหญ่ที่ชั้นสองสีหน้าพึงพอใจ เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างนิ่งๆ“มีอะไรหรือคุณหนูเฉิน” เฉินอวี่หลิงเม้มริมฝีปาก ก่อนพูดเสียงนุ่มนวล“คุณอาหงคะ หนูมีเรื่องอยากเรียนให้ทราบค่ะ”หงเห
เธอทรุดนั่งลงที่ปลายเตียง ก้มหน้าร้องไห้เงียบๆ ในเวลานั้นเองเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นบัวบูชาตกใจ รีบเช็ดน้ำตาแล้วเงยหน้าขึ้นคนที่เดินเข้ามาคือ หงเฉิงหลี่เขายังคงอยู่ในชุดเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมคอออกไปหนึ่งเม็ด เพราะสูทถูกคลุมอยู่บนตัวเธอใบหน้าหล่อเหลายังคงนิ่งเหมือนเดิม ก่อนจะสะบัดผมเบาๆแต่สายตาที่มองเธอกลับไม่เย็นชาเหมือนทุกครั้งเขาเห็นดวงตาแดงๆ ของเธอเห็นคราบน้ำตาบนแก้มคิ้วเข้มของเขาขมวดเล็กน้อย“ร้องไห้ทำไม อ่อคงคำนวณไว้แล้วว่าจะมีคนเข้ามาสินะไม่ฉันก็คงเจียงหมิงหรืออาจจะโชคดีเป็นคุณพ่อ อ่อแล้วฉันจะบอกอะไรให้นะอ่อยคุณพ่อได้เขาก็ทำอะไรเธอไม่ได้หรอกเขาเป็นอัมพาตครึ่งตัวอ่อแล้วเป็นครึ่งร่างด้วย แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ จะใช้บริการฉันก็โอเคนะไม่คิดเงินถือว่าช่วยๆ กัน”น้ำเสียงยังเรียบ แต่เบากว่าปกติบัวบูชารีบหันหน้าหนี“ฉันไม่ได้ร้องค่ะ และก็ไม่ได้อ่อยใครและไม่คิดว่าใครจะเข้ามาด้วยเพราะรู้ว่าฉันกำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้าคนดีดีคิดดีจะเข้ามาเพื่ออะไร”หงเฉิงหลี่กัดฟัน“น้ำตาเต็มหน้า ยังจะเถียงอีก แล้ว ฉันก็คนดี ที่เข้ามาเพราะ…” จะบอกว่าเป็นห่วงก็ไม่กล้าพูดบัวบูชาก้มหน้าลงอีกริมฝีปากเม้มแน่นเขา