Masuk“พ่อเลี้ยงครับ พ่อเลี้ยง” บุญสมคนงานในไร่เทียมฟ้าร้องตะโกนเรียกเจ้าของไร่เสียงดังลั่น ทำให้คนที่ถูกเรียกเดินออกมาจากบ้านหลังเล็กที่เขาปลูกไว้ตอนที่ขึ้นมาทำงานบนดอย
“มีอะไรพี่สม เรียกซะเสียงดัง” คิมหันต์สวมหมวกปีกกว้างคล้ายกับหมวกคาวบอย เอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่ทุกคนที่นี่เห็นจนชินตา เอ่ยถามบุญสมระดับน้ำเสียงกลางๆ
“ปิ่นมันทำเมล็ดกาแฟที่เราจะส่งให้ลูกค้าเปียกน้ำหมดเลยครับพ่อเลี้ยง” สิ้นเสียงของบุญสม คิมหันต์สบถออกมาทันที
“อะไรนักหนาวะ ตัวซวยชะมัดเลย เมื่อไหร่จะไปให้พ้นๆ ไร่ของฉันเสียที ฆ่าหมกป่าซะดีมั้ยเนี่ย” คิมหันต์กล่าวอย่างฉุนเฉียว เขายอมรับว่าเกลียดผู้หญิงที่ชื่อปิ่นปักเข้าไส้ตั้งแต่แรกเห็น วันนั้นเขาไม่น่าช่วยชีวิตเธอเอาไว้เลย เพราะคำว่ามนุษยธรรมแท้ๆ ทำให้เขาต้องทนเลี้ยงดูเด็กเมื่อวานซืนด้วยความจำใจ
เท้ายาวๆ เดินอาดมาที่โรงเก็บเมล็ดพันธุ์ วินาทีแรกที่เขาเดินเข้ามาเห็นสภาพของเมล็ดกาแฟพันธุ์ดีที่กระจายอยู่ตามพื้น บางส่วนเปื้อนน้ำจนใช้การไม่ได้ คนที่เป็นต้นเหตุยืนก้มหน้านิ่ง หลบสายตาของคิมหันต์ที่มองมาด้วยความเกลียดแสนเกลียด
“ปะ ปิ่นขอโทษคุณคิมด้วยนะคะ” ปิ่นปักก้มใบหน้ามองพื้นเอ่ยวาจาขอโทษ
“แม่ตัวซวย ตั้งแต่ฉันช่วยเธอมาเมื่อสี่ปีก่อน เธอทำอะไรตอบแทนฉันบ้างมีแต่ทำลาย เธอเป็นต้นเหตุให้น้าของฉันตาย เท่านั้นยังไม่พอยังทำม้าฉันตายไปสองตัว ทำข้าวของเสียหายไปตั้งเท่าไหร่ นี่ยังจะมาทำเมล็ดพันธุ์กาแฟของฉันเสียหายป่นปี้อีก เธอรู้มั้ยว่าทั้งหมดนี่ฉันต้องเสียหายกี่แสน เธอเคยรู้บ้างมั้ย หรือรู้เพียงว่าวันนี้จะทำอะไรให้ฉันฉิบหายดี ห๊า” เสียงของเขานั้นไม่เบาเลย ดังลั่นจนคนที่ยืนอยู่ในบริเวณนั้นสะดุ้งเป็นแถว มีหรือที่ร่างน้อยของปิ่นปักจะไม่กลัว เธอกลัว กลัวเขามากที่สุด
“ปะ ปิ่นขอโทษค่ะ” เธอพูดได้เพียงเท่านั้นจริงๆ
“ไปเลยนะ เก็บข้าวของแล้วออกไปจากไร่ของฉันได้แล้ว ตัวซวยอย่างเธอฉันไม่ต้องการ ไร้ค่า ไป ” คิมหันต์ระเบิดอารมณ์ออกมาเต็มที่ ทั้งน้ำเสียงสีหน้าและแววตา เขาเกลียดปิ่นปักสุดชีวิต เพราะวันที่เจอหญิงสาวตรงหน้า คือวันที่เขาต้องสูญเสียน้าสาวอันเป็นที่รักไป เนื่องจากมีเธอเป็นต้นเหตุ
“คุณคิม ปิ่นขอโทษ ปิ่นขอโทษ อย่าไล่ปิ่นไปเลยนะคะ ปิ่นไม่มีใคร ไม่รู้จะไปที่ไหน อย่าไล่ปิ่นเลยนะคะ” เธอขอร้อง อ้อนวอนทั้งน้ำตา ทรุดกายลงนั่งคุกเข่า พนมมือไหว้เขาอย่างน่าสงสาร
“ไป ออกไป ฉันน่าจะไล่เธอไปตั้งแต่วันที่เธอฟื้นขึ้นมาแล้ว นังฆาตกร” นี่เองทำให้เธอถึงกับผงะ ไม่ใช่เธอไม่ได้เป็นฆาตกร เธอไม่ใช่ เธอไม่ได้ตั้งใจ เธอไม่ได้ตั้งใจ
“คุณคิม ได้โปรดเถอะคะ อย่าไล่ปิ่นเลยนะคะ” เธอยังขอร้องเขาไม่หยุด
“อิ้ง อิ้ง อยูไหนวะ อิ้ง” เขาตะโกนเรียกอิ้งคนงานในไร่ที่คิดว่าอยู่แถวนี้ เสียงดังราวกับโทรโข่ง ทำให้เจ้าของชื่อรีบวิ่งร้อยเมตรมาหาพ่อเลี้ยงหนุ่มทันที
“มีอะไรให้อิ้งรับใช้คะพ่อเลี้ยง” อิ้งถามเสียงเหนื่อยหอบ
“ไปเก็บเสื้อผ้าของตัวซวยให้หมด แล้วจัดการโยนออกไปจากไร่ฉันเดี๋ยวนี้” อิ้งหญิงสาวร่างใหญ่คล้ายหมีควาย ฉุดกระชากร่างของปิ่นปัก หญิงสาวที่เธอเองก็ไม่ชอบหน้าเช่นเดียวกัน กระชากอย่างไม่กลัวหญิงร่างเล็กจะเจ็บ อิ้งทำตามคำสั่งของเจ้านายทุกอย่าง เก็บเสื้อผ้าของปิ่นปักยัดใส่กระเป๋า ก่อนจะลากร่างน้อยไปที่หน้าไร่
“ไสหัวไปได้แล้ว รู้เอาไว้ซะด้วยนะ ทั้งเจ้าของไร่ ทั้งคนงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นลูกเด็กเล็กแดง ไม่มีใครเค้าต้องการให้เธออยู่ที่นี่สักคน เพราะเธอมันเป็นตัวซวย พอมาถึงคุณอุไรก็ตายทันที ตัวซวย ไปนังตัวซวย” น้ำตาไหลพรากกับคำพูดที่เจ็บแสบ ทิ่มแทงลงไปในหัวใจของเธอจนฉีกขาด ม่านตาที่พร่าพรายด้วยหยาดน้ำตา มองร่างของอิ้งที่เดินกลับเข้าไปในไร่ ทุกคนเดินจากเธอไปหมด ความอ้างว้างและโดดเดี่ยว เกาะกินใจหญิงสาวอีกครั้ง
เท้าเล็กๆ เดินลงตามความลาดชัน ระยะทางจากไร่เทียมฟ้า ที่อยู่บนดอยสูงเหนือระดับน้ำทะเลเกือบสองพันห้าร้อยฟุต กว่าจะมาถึงถนนสายหลักต้องใช้ระยะเวลาเดินเท้านานพอสมควร ปิ่นปักกอดกระเป๋าไว้แน่น น้ำตาไหลลงมาไม่ขาดสาย เท้าที่ย่ำเดินเริ่มเจ็บ ความมืดโรยตัวปกคลุม แสงสว่างบนท้องฟ้าตอนนี้มีแต่เมฆสีดำที่กระจายเต็มไปทั่ว แรงลมที่มีกำลังแรงพัดพาฝุ่น เศษใบไม้ปลิวว่อน ไม่นานฝนเม็ดใหญ่ตกลงมากระทบกับผิวหนังของเธอ
แสงไฟจากรถเครื่องสองคันส่องกระทบกับดวงหน้างาม เธอจำต้องหรี่ตาลงโดยอัตโนมัติ นึกดีใจที่มีคนผ่านมา เพราะเธอต้องการความช่วยเหลือพอดี
“จะไปไหนจ๊ะน้องสาว ให้พี่ไปส่งดีมั้ยเอ่ย” ชายหนุ่มทั้งสี่ก้าวลงมาจากรถเครื่อง สายตาของพวกมันทำให้ใจของปิ่นปักหวาดกลัว คิดผิดที่จะขอความช่วยเหลือจากพวกเขาเหล่านี้ หญิงสาวกอดกระเป๋าแน่น ถอยหลังเดินไปสองสามก้าว ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีสุดชีวิต
“อย่าหนีเลยน้องสาว จะไปที่ไหนพี่จะไปส่ง แต่น้องต้องส่งพี่ขึ้นสวรรค์ก่อนนะจ๊ะ” ชายคนหน้าตาเหี้ยมที่สุดเป็นคนบอก ก่อนจะวิ่งตามร่างเล็กที่วิ่งไม่คิดชีวิต ความคิดเดียวที่ปิ่นปักคิดออกคือ หนี
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 52แอรอนไม่โกรธ ไม่เสียใจที่รู้ความจริงว่า การที่เธอมาเป็นหน่วยอารักขาให้เขาตอนไปเยือนประเทศไทยในวันนั้น คือการจัดฉาก คือแผนการที่ณัฐกานต์กับทีมงานเตรียมแผนกันไว้ล่วงหน้า เธอใช้เขาเป็นเครื่องมือในการจับกุมตัวอัคนารถ ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเจ้าพ่อยาเสพติดอันดับต้นๆ ของโลก แผนการของเธและทีมงานแยบยล ขนาดนั้นที่ถือว่าฉลาด ยังไม่รู้เท่าทันแผน มิหนำซ้ำยังเกือบทำให้แผนการทุกอย่างเสียอีกด้วย โซเฟียก็เช่นกัน เธอได้รับผลของการเอาแต่ใจ วันที่รู้ว่าสามีถูกจับในข้อหาค้ายาเสพติด เธอยังไม่ช็อคเท่ารู้ว่า อัคนารถไม่ได้รักเธอเลย คำรักที่พ้นออกจากปากของเขาเป็นเพียงลมปากหอมหวานที่ทำให้หัวใจของโซเฟียชุ่มฉ่ำ เป็นคำลวงให้เธอหลงเชื่อ มอบหัวใจให้เขาหมดทั้งดวง แล้วยังจะมีความหลงที่มีมากกว่าความรักด้วยซ้ำความเสียใจจุดประกายในจิตใจ เมื่อรู้ว่าอัคนารถหลอกใช้เธอเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยที่เธอหรือใครๆ ไม่ระแคะระคายเลยแม้น้อยนิด เขาใช้เธอเป็นเกราะป้องกันจากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทั้งในและนอกประเทศ เพราะคนเหล่านี้คงไม่คิดว่า ลูกเขยของประธานาธิบดีมอร์แกนจะเป็นจาสั่ว เจ้าพ่อยาเสพติดรายใหญ่ของโลกที
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 51สองเดือนต่อมา ณ ประเทศไทยร่างสูงใหญ่ของแอรอนก้าวเดินลงมาจากบันไดของเครื่องบินเจทส่วนตัว หลังจากที่พาหนะราคาแพงสุดหรูจอดสนิทในประเทศที่หญิงสาวสุดที่รักของเขาพำนักอยู่ การเดินทางมาเมืองไทยในครั้งนี้มาแบบส่วนตัว มาเพื่อตามคนรักกลับบ้านเกิดเมืองนอนของเขา แล้วแอรอนก็หวังว่าณัฐกานต์จะใจอ่อน ยอมกลับไปเมอริกันด้ากับเขาแต่โดยดี เพราะแอรอนไม่อยากใช้กำลังขู่เข็ญเหมือนครั้งก่อนเรื่องราวช่วงสองเดือนที่ผ่านมา มีหลากหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป มีทั้งเรื่องดีและไม่ดี บางเรื่องเลวร้ายเกินกว่าจะทำใจได้ โดยเฉพาะโซเฟียน้องสาวของเขาหลังจากที่จับกุมอัคนารถได้ในวันนั้น เจ้าพ่อยาเสพติดนามจาสั่วก็ถูกนำตัวกลับประเทศไทยทันที ตามข้อตกลงส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างประเทศพร้อมกับอัสนีและทีมงาน แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ได้เดินทางกลับมาเมืองไทยกับพวกพ้องด้วยนั่นคือ ณัฐกานต์ที่เข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลชื่อดังของประเทศเมอริกันด้า โดยมีบุรุษพยาบาลจำเป็นคอยดูแลอย่างใกล้ชิด...ใกล้ชิดที่เรียกได้ว่า ไม่ยอมห่างกายแม้วินาทีเดียว“ณัฐ...เธอตื่นซะทีสิ ฉันอยากให้เธอได้ยินคำขอโทษของฉัน”คนตัวโตพูดกับสาวร
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 50“แต่มันยิงพี่ไม่หยุดเลย” อัคนารถโต้กลับ อีกใจก็คิดเช่นเดียวกับคำพูดของเธอ“หลบพี่แม็ค หลบ” ณัฐกานต์เวลานี้ทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ไหนจะห่วงความปลอดภัยของ แอรอน ยังจะห่วงชีวิตของอัคนารถอีก ซ้ำร้ายเวลาวิ่งหนีจะต้องคอยมองหาทางหนี และที่สำคัญสมองต้องคิดหาทางออก ก่อนที่เธอจะไม่มีโอกาสความโกรธในจิตใจของแอรอนเพิ่มพูน เมื่อเห็นว่าณัฐกานต์พาร่างของอัคนารถหลบหนี ราวกับว่าชีวิตนี้เธอขาดน้องเขยของเขาไม่ได้ แอรอนเจ็บแปลบในอกจนในชอกช้ำหนัก เขากำลังคิดว่าหากไม่มีอัคนารถอยู่ในโลกใบนี้ หัวใจของณัฐกานต์ก็จะต้องตกเป็นของเขา คิดได้ดังนั้นแอรอนจึงยกปืนขึ้นเสมอใบหน้าของตน เล็งไปยังร่างของอัคนารถที่อยู่ห่างไม่ถึงหนึ่งร้อยเมตร ก่อนจะปล่อยกระสุนเมื่อได้จังหวะเหมาะเหม็งปัง...“ไม่นะ ไม่” เสียงลั่นไกปืนมาพร้อมกับเสียงร้องของสายลับสาวที่หันมามองร่างของแอรอน ในจังหวะที่ปล่อยอาวุธร้ายพุ่งตรงจากปลายกระบอกปืนมายังร่างของอัคนารถ วินาทีนั้นณัฐกานต์ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น นอกจากปกป้องผู้ร้ายที่มีความลับสำคัญ เธอนำร่างงดงามของตนมาบังร่างของอัคนารถ ให้ร่างกายของเธอรับวิถีกระสุนที่พุ่งตรง
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 49ด้านณัฐกานต์รถยนต์ที่เข้าไปรับตัวอัคนารถแล่นฝ่าดงกระสุนที่ตอนนี้มีเพียงประปราย เนื่องจากอัสนีและทีมงานบางส่วนออกไปนอกพื้นที่ ไปกระจายตัวอยู่ตรงห้องฟิตเนสตามแผน ไม่ถึงหนึ่งนาทีรถยนต์คันนั้นก็แล่นมายังจุดนัดหมาย อัสนีและทีมงานยิงปืนใส่ตัวรถคันนั้น จุดที่พวกเขายิงคือท้ายรถช่วงไฟท้ายและก็เป็นไปตามที่ณัฐกานต์คิด อัคนารถหัวเสียและมีทีท่าร้อนรน เมื่อเห็นว่ามีตำรวจอยู่ตรงจุดนี้ เขากระชับปืนในมือแน่น ไม่ยอมแพ้“ขับฝ่าไปเลยณัฐ พี่จะยิงสกัดเอง”อัคนารถสั่งสายลับสาว กดปุ่มให้กระจกเลื่อนลง ก่อนจะยื่นแขนและมือออกไปนอกรถ เอี้ยวศีรษะยิงสกัดตำรวจ ที่ยังคงปล่อยกระสุนออกมาอย่างต่อเนื่องแต่ไม่ถี่“ค่ะพี่แม็ค”เธอรับคำ ขับรถตามปกติ อาศัยจังหวะที่อัคนารถกำลังวุ่นกับการยิงคู่ต่อสู้ มือเล็กละจากพวงมาลัยรถ ล่วงหยิบเข็มฉีดยาขนาดเล็กที่เธอเตรียมพร้อมไว้ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ หมายจะแทงเข็มฉีดยาไปตรงหัวไหล่ของอัคนารถ แต่มีบางสิ่งบางอย่างทำให้สติของณัฐกานต์หยุดชะงักแอรอนมองไปยังรถยนต์คันหนึ่งที่กำลังแล่นมายังทิศทางที่เขาหลบอยู่ กระจกใสหน้ารถทำให้เขาเห็นว่าใครเป็นคนขับ และมีใครนั่งอยู่
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 48“พี่ไม่แน่ใจน่ะสิว่า แม็คมันจะรู้เรื่องที่ณัฐเป็นหนอนบ่อนไส้หรือเปล่า แล้วตอนนี้พี่ก็คิดว่า มันไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น นอกจากตัวมันเอง” อัสนียังมีความกังวล“ตอนนี้เราไม่มีเวลามานั่งคิดไปเองว่า พี่แม็คจะไว้ใจณัฐหรือเปล่า สิ่งที่ณัฐสนใจที่สุด คือต้องจับตัวพี่แม็คให้ได้ ต่อให้ตัวตายก็ยอม” เธอพูดเสียงตั้งมั่น แววตาจริงจัง จนคู่สนทนานิ่งอึ้งและใช้ความคิด“พี่แม็คก็โทรเข้ามือถือณัฐหลายครั้งแล้ว แต่ณัฐไม่รับ นั่นก็หมายความว่า พี่แม็คยังไม่รู้ว่าณัฐเป็นหนอนบ่อนไส้ นะคะพี่เพชร ให้ณัฐทำตามที่ณัฐตั้งใจนะคะ”“ก็ได้ ตามใจณัฐ” อัสนีตอบรับอย่างไม่มีทางเลือก จริงตามที่เธอบอก การจับกุมอัคนารถยากกว่าที่คิดเพราะอีกฝ่ายสู้ไม่ถอย เป็นเช่นนี้ต่อไปคงต้องเสียเลือดเสียเนื้อ และถ้าหากอัคนารถเสียชีวิต พวกเขาก็จะไม่รู้สถานที่ตั้งการผลิต จุดสำคัญของการจับตัวอัคนารถ“แล้วแผนณัฐคืออะไร”“แผนของณัฐง่ายๆ ค่ะ ไม่มีอะไรซับซ้อน ณัฐคิดว่าณัฐจะขับรถไปรับพี่แม็คออกมาจากจุดนี้ ในขณะที่พี่เพชรกับทีมงานบางส่วนแยกตัวออกไปตรงห้องฟิตเนส แล้วทำทียิงใส่รถสักสองสามนัด ให้พี่แม็คระแวงว่ากำลังถูกบุกจับ แล้วณั
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 47“แม็ค นายยอมมอบตัวดีกว่า นายไม่มีวันหนีออกไปจากที่นี่ได้หรอก” อัสนีตะโกนบอกอีกฝ่ายให้ยอมมอบตัว มีหรือที่คนอย่างอัคนารถจะยอมทำตามง่ายๆ“ไม่” เสียงของอัคนารถตะโกนตอบกลับมา “กูไม่มอบตัว กูไม่ได้ทำอะไรผิด มึงไม่รู้หรือไงว่ากูเป็นใคร”“ทำไมกูจะไม่รู้ว่ามึงคือใคร มึงคือจาสั่ว เจ้าพ่อยาเสพติดที่ตำรวจสากล รวมทั้งกูต้องการตัวมึงยังไงล่ะ” อัสนีสวนกลับสีหน้าของอัคนารถเต็มไปด้วยความตกใจ เมื่อได้ยินคำพูดของอัสนี ที่เขาตกใจเพราะไม่มีใครรู้มาก่อนว่า เขาคือจาสั่ว มันเป็นความลับสุดยอดที่เขาไม่เคยแพร่งพรายให้ใครรู้มาก่อน คนที่รู้จะมีเพียงลูกค้ารายใหญ่และสำคัญเท่านั้น ข่าวนี้อัสนีล่วงรู้ได้อย่างไร อัสนีคงไม่ได้เป็นแค่หัวหน้าหน่วยอารักขาตามที่อัคนารถรู้มาซะแล้ว“กูไม่ใช่จาสั่ว กูไม่รู้จักชื่อนี้” อัคนารถโต้กลับ ในใจหวาดหวั่นไม่น้อย“อย่ามาทำปากแข็งดีกว่าแม็ค ยอมมอบตัวซะดีๆ” อัสนีตะโกนบอกอดีตเพื่อนสนิท “มึงหนีไม่รอดหรอกแม็ค ตำรวจล้อมที่นี่ไว้หมดแล้ว และที่สำคัญท่านมอร์แกนรู้ทุกอย่างแล้วว่ามึงคือใคร มาทำอะไรในประเทศนี้ ไม่มีใครคุ้มกะลาหัวมึงแล้ว”คราวนี้หน้าของอัคนารถซีดลง อาก







