LOGIN“พ่อเลี้ยงครับ พ่อเลี้ยง” บุญสมคนงานในไร่เทียมฟ้าร้องตะโกนเรียกเจ้าของไร่เสียงดังลั่น ทำให้คนที่ถูกเรียกเดินออกมาจากบ้านหลังเล็กที่เขาปลูกไว้ตอนที่ขึ้นมาทำงานบนดอย
“มีอะไรพี่สม เรียกซะเสียงดัง” คิมหันต์สวมหมวกปีกกว้างคล้ายกับหมวกคาวบอย เอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่ทุกคนที่นี่เห็นจนชินตา เอ่ยถามบุญสมระดับน้ำเสียงกลางๆ
“ปิ่นมันทำเมล็ดกาแฟที่เราจะส่งให้ลูกค้าเปียกน้ำหมดเลยครับพ่อเลี้ยง” สิ้นเสียงของบุญสม คิมหันต์สบถออกมาทันที
“อะไรนักหนาวะ ตัวซวยชะมัดเลย เมื่อไหร่จะไปให้พ้นๆ ไร่ของฉันเสียที ฆ่าหมกป่าซะดีมั้ยเนี่ย” คิมหันต์กล่าวอย่างฉุนเฉียว เขายอมรับว่าเกลียดผู้หญิงที่ชื่อปิ่นปักเข้าไส้ตั้งแต่แรกเห็น วันนั้นเขาไม่น่าช่วยชีวิตเธอเอาไว้เลย เพราะคำว่ามนุษยธรรมแท้ๆ ทำให้เขาต้องทนเลี้ยงดูเด็กเมื่อวานซืนด้วยความจำใจ
เท้ายาวๆ เดินอาดมาที่โรงเก็บเมล็ดพันธุ์ วินาทีแรกที่เขาเดินเข้ามาเห็นสภาพของเมล็ดกาแฟพันธุ์ดีที่กระจายอยู่ตามพื้น บางส่วนเปื้อนน้ำจนใช้การไม่ได้ คนที่เป็นต้นเหตุยืนก้มหน้านิ่ง หลบสายตาของคิมหันต์ที่มองมาด้วยความเกลียดแสนเกลียด
“ปะ ปิ่นขอโทษคุณคิมด้วยนะคะ” ปิ่นปักก้มใบหน้ามองพื้นเอ่ยวาจาขอโทษ
“แม่ตัวซวย ตั้งแต่ฉันช่วยเธอมาเมื่อสี่ปีก่อน เธอทำอะไรตอบแทนฉันบ้างมีแต่ทำลาย เธอเป็นต้นเหตุให้น้าของฉันตาย เท่านั้นยังไม่พอยังทำม้าฉันตายไปสองตัว ทำข้าวของเสียหายไปตั้งเท่าไหร่ นี่ยังจะมาทำเมล็ดพันธุ์กาแฟของฉันเสียหายป่นปี้อีก เธอรู้มั้ยว่าทั้งหมดนี่ฉันต้องเสียหายกี่แสน เธอเคยรู้บ้างมั้ย หรือรู้เพียงว่าวันนี้จะทำอะไรให้ฉันฉิบหายดี ห๊า” เสียงของเขานั้นไม่เบาเลย ดังลั่นจนคนที่ยืนอยู่ในบริเวณนั้นสะดุ้งเป็นแถว มีหรือที่ร่างน้อยของปิ่นปักจะไม่กลัว เธอกลัว กลัวเขามากที่สุด
“ปะ ปิ่นขอโทษค่ะ” เธอพูดได้เพียงเท่านั้นจริงๆ
“ไปเลยนะ เก็บข้าวของแล้วออกไปจากไร่ของฉันได้แล้ว ตัวซวยอย่างเธอฉันไม่ต้องการ ไร้ค่า ไป ” คิมหันต์ระเบิดอารมณ์ออกมาเต็มที่ ทั้งน้ำเสียงสีหน้าและแววตา เขาเกลียดปิ่นปักสุดชีวิต เพราะวันที่เจอหญิงสาวตรงหน้า คือวันที่เขาต้องสูญเสียน้าสาวอันเป็นที่รักไป เนื่องจากมีเธอเป็นต้นเหตุ
“คุณคิม ปิ่นขอโทษ ปิ่นขอโทษ อย่าไล่ปิ่นไปเลยนะคะ ปิ่นไม่มีใคร ไม่รู้จะไปที่ไหน อย่าไล่ปิ่นเลยนะคะ” เธอขอร้อง อ้อนวอนทั้งน้ำตา ทรุดกายลงนั่งคุกเข่า พนมมือไหว้เขาอย่างน่าสงสาร
“ไป ออกไป ฉันน่าจะไล่เธอไปตั้งแต่วันที่เธอฟื้นขึ้นมาแล้ว นังฆาตกร” นี่เองทำให้เธอถึงกับผงะ ไม่ใช่เธอไม่ได้เป็นฆาตกร เธอไม่ใช่ เธอไม่ได้ตั้งใจ เธอไม่ได้ตั้งใจ
“คุณคิม ได้โปรดเถอะคะ อย่าไล่ปิ่นเลยนะคะ” เธอยังขอร้องเขาไม่หยุด
“อิ้ง อิ้ง อยูไหนวะ อิ้ง” เขาตะโกนเรียกอิ้งคนงานในไร่ที่คิดว่าอยู่แถวนี้ เสียงดังราวกับโทรโข่ง ทำให้เจ้าของชื่อรีบวิ่งร้อยเมตรมาหาพ่อเลี้ยงหนุ่มทันที
“มีอะไรให้อิ้งรับใช้คะพ่อเลี้ยง” อิ้งถามเสียงเหนื่อยหอบ
“ไปเก็บเสื้อผ้าของตัวซวยให้หมด แล้วจัดการโยนออกไปจากไร่ฉันเดี๋ยวนี้” อิ้งหญิงสาวร่างใหญ่คล้ายหมีควาย ฉุดกระชากร่างของปิ่นปัก หญิงสาวที่เธอเองก็ไม่ชอบหน้าเช่นเดียวกัน กระชากอย่างไม่กลัวหญิงร่างเล็กจะเจ็บ อิ้งทำตามคำสั่งของเจ้านายทุกอย่าง เก็บเสื้อผ้าของปิ่นปักยัดใส่กระเป๋า ก่อนจะลากร่างน้อยไปที่หน้าไร่
“ไสหัวไปได้แล้ว รู้เอาไว้ซะด้วยนะ ทั้งเจ้าของไร่ ทั้งคนงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นลูกเด็กเล็กแดง ไม่มีใครเค้าต้องการให้เธออยู่ที่นี่สักคน เพราะเธอมันเป็นตัวซวย พอมาถึงคุณอุไรก็ตายทันที ตัวซวย ไปนังตัวซวย” น้ำตาไหลพรากกับคำพูดที่เจ็บแสบ ทิ่มแทงลงไปในหัวใจของเธอจนฉีกขาด ม่านตาที่พร่าพรายด้วยหยาดน้ำตา มองร่างของอิ้งที่เดินกลับเข้าไปในไร่ ทุกคนเดินจากเธอไปหมด ความอ้างว้างและโดดเดี่ยว เกาะกินใจหญิงสาวอีกครั้ง
เท้าเล็กๆ เดินลงตามความลาดชัน ระยะทางจากไร่เทียมฟ้า ที่อยู่บนดอยสูงเหนือระดับน้ำทะเลเกือบสองพันห้าร้อยฟุต กว่าจะมาถึงถนนสายหลักต้องใช้ระยะเวลาเดินเท้านานพอสมควร ปิ่นปักกอดกระเป๋าไว้แน่น น้ำตาไหลลงมาไม่ขาดสาย เท้าที่ย่ำเดินเริ่มเจ็บ ความมืดโรยตัวปกคลุม แสงสว่างบนท้องฟ้าตอนนี้มีแต่เมฆสีดำที่กระจายเต็มไปทั่ว แรงลมที่มีกำลังแรงพัดพาฝุ่น เศษใบไม้ปลิวว่อน ไม่นานฝนเม็ดใหญ่ตกลงมากระทบกับผิวหนังของเธอ
แสงไฟจากรถเครื่องสองคันส่องกระทบกับดวงหน้างาม เธอจำต้องหรี่ตาลงโดยอัตโนมัติ นึกดีใจที่มีคนผ่านมา เพราะเธอต้องการความช่วยเหลือพอดี
“จะไปไหนจ๊ะน้องสาว ให้พี่ไปส่งดีมั้ยเอ่ย” ชายหนุ่มทั้งสี่ก้าวลงมาจากรถเครื่อง สายตาของพวกมันทำให้ใจของปิ่นปักหวาดกลัว คิดผิดที่จะขอความช่วยเหลือจากพวกเขาเหล่านี้ หญิงสาวกอดกระเป๋าแน่น ถอยหลังเดินไปสองสามก้าว ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีสุดชีวิต
“อย่าหนีเลยน้องสาว จะไปที่ไหนพี่จะไปส่ง แต่น้องต้องส่งพี่ขึ้นสวรรค์ก่อนนะจ๊ะ” ชายคนหน้าตาเหี้ยมที่สุดเป็นคนบอก ก่อนจะวิ่งตามร่างเล็กที่วิ่งไม่คิดชีวิต ความคิดเดียวที่ปิ่นปักคิดออกคือ หนี
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 58 “ลิเดียเป็นคนรับใช้ของฉัน ไม่ใช่ทาส เมื่อก่อนฉันเอาแต่ใจ จิกหัวใช้ลิเดียสารพัด ไม่พอยังทำให้ลิเดียรู้สึกว่าตัวเองเป็นกระโถนรองรับอารมณ์ของฉัน ยิ่งมารู้ว่า ลิเดียก็ถูกไอ้ชั่วหลอกด้วยแล้ว ฉันสงสารและเห็นใจ ฉันก็พยายามทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง ไม่ใช่เอาแต่สั่งๆ เหมือนก่อน เพราะถ้าลิเดียทนไม่ไหวขึ้นมา ลาออกไป ฉันคงเสียใจมากกว่านี้”ความเปลี่ยนแปลงของโซเฟียอีกเรื่องหนึ่งคือ ลิเดียไม่ใช่สาวใช้ที่รองมือรองเท้าเธออีกต่อไป โซเฟียรู้จักเห็นอกเห็นใจลิเดียเมื่อรู้ว่า ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันคือ ถูกอัคนารถหลอกใช้ด้วยวาจาอ่อนหวาน ด้วยความรักจอมปลอม เวลานี้โซเฟียทำอะไรด้วยตัวเองมากขึ้น ไม่ปัดภาระให้ลิเดียทำเพียงคนเดียว“ดีแล้วค่ะที่คุณคิดได้ ฉันดีใจแทนลิเดียค่ะ” การจับกุมอัคนารถ ส่งผลดีต่อใครหลายคนจริงๆ“เธอนอนพักเถอะนะ ฉันก็จะไปจัดกระเป๋า เดี๋ยวฉันให้ลิเดียมาอยู่เป็นเพื่อนนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ณัฐกานต์กล่าวขอบคุณ ก่อนจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อน เพราะรู้สึกอ่อนเพลียจากการแพ้ท้อง โซเฟียเมื่อเสร็จหน้าที่ เธอได้เดินออกจากห้องพี่สะใภ้ และทันทีที่เปิดประตูห้องออกก็พบว่า พี่ช
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 57“พระเจ้า...ณัฐ เยี่ยม...เยี่ยมที่สุดเลยที่รัก”สวรรค์กำลังเปิดรับร่างหนาที่ล่วงล้ำอัดกายใส่ร่างอรชร แอรอนโหมกายหนักขึ้น เพิ่มกำลังแรงกับบทรักที่กำลังสิ้นสุดในบทแรกของวันนี้ ไขว่คว้ามือแตะขอบสวรรค์ที่ลอยเด่นตรงหน้า ในจังหวะสุดท้ายของแรงส่ง หยุดการเคลื่อนไหวแช่นิ่งตัวตนเข้าลึกสุดทาง ระเบิดความสุขชโลมรสช่อดอกไม้งาม“สุดยอดเลยที่รักจ๋า” เสียงเหนื่อยหอบของแอรอนเอ่ยบอกสาวใต้ร่างที่ระบายลมหายใจแรงๆ ให้รางวัลณัฐกานต์ด้วยจูบหวานๆ พร้อมกับคำรักที่เขาจะบอกเธอทุกเมื่อเชื่อวัน “ฉันรักเธอ...ณัฐ”ณัฐกานต์รู้ว่าเขารักเธอ ซึ่งเธอเองก็มีความรู้สึกนี้ให้กับแอรอนเช่นกัน “ณัฐรักคุณค่ะ แอรอน”“น่ารักอย่างนี้ต้องให้รางวัลซะหน่อย” เขายิ้มเมื่อนึกถึงรางวัลที่จะมอบให้สาวอันเป็นที่รักเพียงคนเดียว “อย่างนี้ต้องทั้งคืน”“จะไหวเหรอคะ” ผู้หมวดสาวเย้ากลับ มองเขาตาเป็นประกาย“ดูถูกกันนี่นา แบบนี้ต้องทำให้ดูซะแล้ว”พูดจบแอรอนก็แสดงให้เธอรู้ว่า เขามีกำลังเหลือเฟือมากแค่ไหน พลังม้ายังชิดซ้าย พลังช้างยังชิดขวาเมื่อเจอกับผู้ชายที่ชื่อ แอรอน ชาล์ลวาเกียมีประโยคหนึ่งที่คนมักพูดหลังเรื่องเลวร้าย
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 56“นะตัวเองนะ เค้าขอโทษนะ” แอรอนเอ่ยชิดเรียวปากอิ่ม จูบเบาๆ ใช้ไรฟันกัดกลีบปากล่างของณัฐกานต์แล้วดึงไม่แรงมาก ก่อนจะปล่อยให้เป็นอิสระ ใช้ปลายลิ้นลูบไล้แทนที่ “เค้าขอโทษนะ”วินาทีนี้หูของณัฐกานต์รู้สึกอื้อ ดวงตาพร่างพราย หัวใจเต้นระส่ำ ความคิดความอ่านคล้ายกำลังหยุดทำงาน“อืม” เธอครางเบาๆ ออกมาอย่างเสียมิได้ ไม่ใช่คำตอบรับแต่เป็นความรัญจวนที่แฝงในกาย ทว่าเสียงครางครึ้มที่แอรอนได้ยิน เขาโมเมเองว่า เธอยกโทษให้เขาแล้ว“ฉันรักเธอ...ณัฐ รักมากที่สุด”จบประโยคหวานหู ริมฝีปากใหญ่แนบติดปากเล็กน่าจูบทันที บดเบียดแผ่วเบา เรียกร้องให้เธอเปิดปากกว้างเพื่อที่เขาจะได้ส่งเรียวลิ้นเข้าไปในช่องปากสาว กระหวัดหาความหวานที่อุดมอย่างมากมาย กวาดต้อนเท่าไหร่ไม่มีวันหมด ไม่ช้าไม่นานริมฝีปากของณัฐกานต์ก็เผยอรับลิ้นใหญ่ที่พุ่งเข้าใส่ด้วยความรีบร้อน ตามแรงอารมณ์ของเขาที่โหมกระพือทีละน้อย แต่ไหลเชี่ยวไม่ต่างกับสายนทีที่ต้องลมมรสุม แทะเล็มรสละมุนซาบซ่านถึงทรวงในระหว่างที่เขากำลังดื่มด่ำกับจุมพิตกระชากใจ มือแข็งแกร่งก็ถอดเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้น โดยที่ณัฐกานต์ยินยอมพร้อมใจให้ความร่วมมือ
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 55“คุณแอรอน” ณัฐกานต์เรียกชื่อเจ้าของร่างกายที่ทาบทับตนเอง “เล่นบ้าอะไรเนี่ย”ปากไม่ได้แค่พูด ฝ่ามือน้อยๆ แต่หนักยังตีไปยังท่อนแขนกำยำของแอรอนที่ทำหน้าทะเล้นเต็มแรง แต่อีกฝ่ายก็หาได้เจ็บไม่ กลับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ชวนหมั่นไส้เสียเหลือเกิน“ไม่ได้เล่น เอาจริง”ขาดคำ ปากหนาที่พูดเมื่อครู่ก็ระดมหอมไปทั่วดวงหน้าหวายสวยด้วยความรักและคิดถึงสุดใจ ฝ่ายหญิงก็หลบหลีกริมฝีปากของเขาพัลวัน แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผล“คิดถึง คิดถึง คิดถึงที่สุดเลย”แอรอนพูดไปด้วย หอมแก้ม หอมหน้าผาก หอมจมูกของเธอไปด้วย ให้สมกับการรอคอยของเขานานสองเดือนที่เหมือนกับสองปี“ยี้...หยุดเดี๋ยวนี้นะ” สาวใต้ร่างร้องประท้วง ผลักร่างสูงใหญ่ หลบหน้าหนีเรียวปากหนาที่ทำให้เธอร้อนรุ่มได้ทุกครั้งที่ใกล้ชิด แล้วดูเหมือนว่าเธอจะพ่ายแพ้เขาอย่างสิ้นเชิง เสียงประท้วงขาดหายเพราะมันถูกกลืนหายไปในลำคอ หลังจากที่ปากหลายเหลือของเขา ทาบทับกลีบปากสาวนุ่มแสนนุ่มความรักและความคิดถึงของแอรอนที่มีต่อณัฐกานต์ ถูกถ่ายทอดด้วยจุมพิตหวานล้ำแสนเสน่หา ริมฝีปากใหญ่บดเบียดเรียวปากนุ่มจนปากสาวเผยอกว้าง เขาเร่งส่งปลายลิ้นเข้าไปสำรวจค
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 54“ท่าทางจะมีศัตรูเยอะนะคะ ถึงได้ขอให้เราไปอารักขา ทั้งที่ไม่ได้เป็นแขกคนสำคัญของบ้านเมืองด้วยซ้ำไป”ปกติแล้วหน่วยอารักขาจะดูแลความปลอดภัยสำหรับแขกบ้านแขกเมืองและคนสำคัญเท่านั้น น้อยนักที่จะรับหน้าที่อารักขานักธุรกิจ ทำให้เธออดสงสัยไม่ได้ว่า เขาคนนี้คือใครต้องกล่าวเพิ่มเติมว่า หน่วยอารักขาที่อัสนีและเธอสังกัดอยู่ แท้จริงแล้วเป็นแค่ฉากบังหน้า ฉากหลังของพวกเขาคือ หน่วยปราบปรามยาเสพติดสากล ที่ไม่มีใครรู้และเห็นตัวตนที่แท้จริง พอเสร็จจากการจับกุมอัคนารถและบุกยึดฐานการผลิตสำเร็จ พวกเขาก็ต้องกลับมาทำหน้าที่อารักขาบุคคลสำคัญตามเดิม ซึ่งถือว่าเป็นงานรอง ส่วนงานหลักก็ยังคงทำต่อไป“เดี๋ยวณัฐไปถึงห้องก็รู้เองแหละว่าเขาคนนี้คือใคร พี่ไม่อยากจะพูดนะ อย่างที่บอกมันเป็นความลับ”อัสนียังคงปิดปากไม่ยอมบอกว่า บุคคลที่ณัฐกานต์จะต้องไปอารักขานั้นคือใคร เขาอยากสร้างเซอร์ไพร์สให้ลูกน้องสาวคนนี้ ณัฐกานต์ไม่เซ้าซี้ถาม คิดว่าถามไปคงไม่ได้รับคำตอบ อีกทั้งเธอก็กำลังเดินทางไปถึงห้องสวีทของโรงแรมแล้วด้วย อีกไม่กี่นาทีก็คงรู้ว่า ชายปริศนาคนนี้คือใคร“ณัฐเข้าไปข้างในก่อนนะ พี่ขอตัวไปเข้า
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 53“การที่ณัฐไม่บอกความจริงกับคุณ เพราะณัฐคิดว่ามันเป็นวิธีที่ดีที่สุด หากณัฐบอกว่า ท่านเป็นคนมาพูดให้ณัฐไปจากคุณ คุณก็อาจมีเรื่องบาดหมางกับท่าน ณัฐจึงเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ มีเพียงพี่เพชรเท่านั้นที่รู้ แล้วคิดว่าการที่ณัฐเดินจากคุณในวันนั้นเป็นทางออกที่ดีที่สุดค่ะ”ณัฐกานต์ตอบคำถาม เป็นคำตอบที่ไม่ได้ทำให้แอรอนเกิดความกระจ่างมากนัก ความสงสัยก็ยังติดค้างในใจเขาอยู่ดี“ฉันไม่เข้าใจว่ามันจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดตรงไหน เพราะการที่ณัฐจากฉันไป มันทำให้ฉันเข้าใจเธอผิด มันทำให้ฉันเจ็บปวดแล้วหัวใจของฉันก็เต็มไปด้วยความแค้น เป็นอย่างนี้แล้วมันจะดีได้ยังไง”แอรอนรับรู้ถึงเหตุผลของบิดาที่ทำลงไป แต่ทว่าเขายังไม่เข้าใจเหตุผลของเธอว่าที่ตัดสินใจไปจากเขานั้น ณัฐกานต์ไม่เห็นแก่ความรักที่เขามีให้เลยหรือ“ณัฐเองก็ไม่ได้คิดว่าเรื่องมันจะออกมาเป็นแบบนี้ ตอนนั้นที่ท่านขอร้องณัฐ ท่านให้เหตุผลที่ณัฐไม่อาจปฏิเสธได้ แต่ขอให้คุณรู้ไว้ว่า ณัฐเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน ณัฐทิ้งหัวใจตัวเอง ทิ้งความรักแล้วต้องเผชิญกับความเจ็บปวดกับการตัดสินใจของตัวเอง แต่ที่ณัฐต้องไปเพราะณัฐรักคุณนะคะ ของให้
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 52แอรอนไม่โกรธ ไม่เสียใจที่รู้ความจริงว่า การที่เธอมาเป็นหน่วยอารักขาให้เขาตอนไปเยือนประเทศไทยในวันนั้น คือการจัดฉาก คือแผนการที่ณัฐกานต์กับทีมงานเตรียมแผนกันไว้ล่วงหน้า เธอใช้เขาเป็นเครื่องมือในการจับกุมตัวอัคนารถ ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเจ้าพ่อยาเสพติดอันดับต้นๆ ของโลก แ
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 51สองเดือนต่อมา ณ ประเทศไทยร่างสูงใหญ่ของแอรอนก้าวเดินลงมาจากบันไดของเครื่องบินเจทส่วนตัว หลังจากที่พาหนะราคาแพงสุดหรูจอดสนิทในประเทศที่หญิงสาวสุดที่รักของเขาพำนักอยู่ การเดินทางมาเมืองไทยในครั้งนี้มาแบบส่วนตัว มาเพื่อตามคนรักกลับบ้านเกิดเมืองนอนของเขา แล้วแอรอนก็หวังว่า
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 50“แต่มันยิงพี่ไม่หยุดเลย” อัคนารถโต้กลับ อีกใจก็คิดเช่นเดียวกับคำพูดของเธอ“หลบพี่แม็ค หลบ” ณัฐกานต์เวลานี้ทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ไหนจะห่วงความปลอดภัยของ แอรอน ยังจะห่วงชีวิตของอัคนารถอีก ซ้ำร้ายเวลาวิ่งหนีจะต้องคอยมองหาทางหนี และที่สำคัญสมองต้องคิดหาทางออก ก่อนที่
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 49ด้านณัฐกานต์รถยนต์ที่เข้าไปรับตัวอัคนารถแล่นฝ่าดงกระสุนที่ตอนนี้มีเพียงประปราย เนื่องจากอัสนีและทีมงานบางส่วนออกไปนอกพื้นที่ ไปกระจายตัวอยู่ตรงห้องฟิตเนสตามแผน ไม่ถึงหนึ่งนาทีรถยนต์คันนั้นก็แล่นมายังจุดนัดหมาย อัสนีและทีมงานยิงปืนใส่ตัวรถคันนั้น จุดที่พวกเขายิงคือท้ายร







