LOGINแสงไฟจากรถจิ๊ปส่องกระทบกับใบหน้าเรืองและพวก ทันทีที่มันย่างก้าวออกมาจากเขตป่า พวกมันจึงออกแรงวิ่งและวิ่งทันที ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนที่อยู่บนรถจิ๊ปนั้นคือคนของไร่เทียมฟ้า
“เฮ้ย อย่าหนีนะ ปัง” ชาติชายตะโกนบอกพร้อมกับยิงปืนขึ้นฟ้าหนึ่งนัด หากแต่พวกเรืองหาได้หยุดไม่ กลับวิ่งให้เร็วกว่าเดิม ชาติชายจึงวิ่งตามและยิงพวกของเรืองไปด้วย ได้ผลเมื่อหนึ่งในนั้นถูกยิงที่ต้นขา ล้มลงร้องโอดครวญ หากแต่เรืองและพวกที่เหลือ ไม่มีใครสนใจเพื่อนอีกคนที่โดนยิง วิ่งหน้าตั้งแยกย้ายไปคนละทิศละทาง
“บอกมาผู้หญิงอยู่ที่ไหน” ชาติชายเอ่ยถามเล็งปืนไปที่ร่างของตี้
“ผู้หญิงอะไรที่ไหน ไม่มี” ตี้ปากแข็ง
“กูรู้นะว่าพวกมึงกำลังไล่วิ่งปล้ำผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ เจ้าของกระเป๋าที่ทำตกไว้ห่างจากรถเครื่องของพวกมึงไม่ถึงร้อยเมตร มึงอย่าปากแข็งรีบพูดมาเร็ว” ชาติชายพูดเหมือนตาเห็น ลำดับได้อย่างถูกต้อง
“ไม่รู้ ไม่รู้เรื่อง”
“มึงรู้มั้ยผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร เค้าเป็นเมียพ่อเลี้ยงคิมนะโว้ย มึงรีบบอกมาถ้าไม่อยากตายคามือเจ้านายกู มึงก็รู้ไม่ใช่เหรอ ว่าเจ้านายกูโหดเข้าไส้มากแค่ไหน” คนงานในไร่ที่มาพร้อมกับชาติชาย ต่างมองหน้าคนที่พูดเป็นตาเดียว ชาติชายรีบเงยหน้ามองคนงานที่มาด้วย ขยิบตาเป็นสัญญาณ คนงานเหล่านั้นจึงถึงบางอ้อ
“ใช่ ผู้หญิงคนนั้นชื่อปิ่น เป็นเมียของพ่อเลี้ยงคิม มึงรีบบอกมาเดี๋ยวนี้นะ ก่อนที่พ่อเลี้ยงจะมา ถ้าพ่อเลี้ยงมาเองนะมึง มึงตายแน่” สันพูดเสริมอีกแรงให้น่าเชื่อถือ แถมข่มขู่ตี้ให้กลัวจนหัวหด ยังไงเจ้านายของพวกเขาไม่มาช่วยปิ่นปัก ผู้หญิงที่พ่อเลี้ยงหนุ่มเกลียดเข้ากระดูกดำอยู่แล้ว แต่ผิดคาดเมื่อแสงไฟจากรถกระบะคันโปรดที่เป็นพาหนะคู่ชีพของคิมหันต์ แล่นมาจอดไม่ใกล้ไม่ไกลจุดที่เขายืนอยู่ ทุกคนต่างกลืนน้ำลายลงคอเมื่อเห็นเจ้านายของตนเดินลงมาจากรถ ที่เอวหนาคาดปืนคล้องอยู่ ตี้มองชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สวมหมวกปีกกว้างอย่างหวาดกลัว
“มันไม่ยอมบอกครับว่าปิ่นอยู่ไหน” ชาติชายรู้ดีว่าคิมหันต์ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ ถึงขนาดปล่อยให้ปิ่นปักเผชิญชะตากรรมที่โหดร้ายคนเดียว
“ถ้ามันไม่บอกก็แสดงว่ามันไม่มีประโยชน์ ยิงทิ้งก็หมดเรื่อง”
เขาพูดเสียงเรียบ ทว่าสายตานั้นไม่ได้เรียบเหมือนกับน้ำเสียง มือใหญ่หยิบปืนที่ห้อยไว้ตรงเอว เท่านั้นเองคำบอกเล่าต่างๆ หลุดอออกมาจากปากของตี้ทันที
“ผมบอกแล้วครับ ผู้หญิงคนนั้นเค้าวิ่งเข้าไปในป่า พวกผมตามไปประมาณสองร้อยเมตรก็หยุดตามครับ” ตี้บอกอย่างลนลาน
“ขอบใจ ปัง” สิ้นคำว่าขอบใจเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด พร้อมกับร่างของตี้ที่หมดลมหายใจ
“สมจัดการด้วย ที่เหลือตามมา” คิมหันต์สั่งการ เดินกลับไปที่รถหยิบกระบอกไฟฉายกันน้ำได้ออกมา ชาติชายเดินนำเจ้านายหนุ่มไปที่จุดที่ทั้งสี่เดินออกมาจากป่า และการค้นหาปิ่นปักจึงเริ่มขึ้น
หญิงสาวผู้น่าสงสารหยุดวิ่ง เมื่อไม่เห็นคนทั้งสี่วิ่งตามมา เธอหยุดเหนื่อยหอบทรุดกายลงนั่งที่พื้นดินชื้นแฉะ ร้องไห้อีกครั้ง ทำไมชีวิตของเธอต้องพบเจอกับเรื่องแบบนี้ด้วย ความกลัวเรื่องของชายที่วิ่งตามมาหมดไป ความกลัวที่อยู่อย่างโดดเดียวกลางป่าเข้ามาแทนที่ มันทั้งมืดและหนาวเหน็บอะไรเช่นนี้
“คุณพ่อ คุณแม่ ช่วยปิ่นด้วย ปิ่นกลัว” หญิงสาวร้องเรียกหาบิดามารดาอย่างเด็กหลงทาง ใช่เธอกำลังหลงทาง ไม่รู้ว่านับต่อจากนี้จะเดินไปที่ใด จะไปพักพิงที่สถานที่แห่งไหน หรือจะไปตายให้รู้แล้วรู้รอด ตัวซวยอย่างเธอไม่สมควรที่จะอยู่ที่ไหน ไปที่ไหนก็สร้างความยุ่งยากลำบากใจให้ที่นั่น
ปิ่นปักตัดสินใจเดินกลับไปจากจุดที่เธอวิ่งเข้ามา แม้ว่าจะจำไม่ได้ว่าต้องเดินไปทิศทางใด เนื่องจากทุกทิศโดยรอบ มืดและมีแต่ต้นไม้รกทั้งสิ้น แสงไฟจากบุคคลหลายคนที่เรียงเป็นหน้ากระดาน ทำให้เท้าบางชะงักและแอบอยู่ด้านหลังต้นไม้ต้นใหญ่ ทำตัวลีบที่สุดเท่าที่จะลีบได้ ใช้สมองที่โง่เขลาหาทางเอาตัวรอด
“ปิ่น ยัยตัวซวย เธออยู่ไหนเนี่ย” เสียงนี้ คำเรียกชื่อแบบนี้มีเขาคนเดียวเท่านั้นที่เรียกเธอ คิมหันต์ รอยยิ้มกระจายเต็มใบหน้า เดินออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ วิ่งออกไปหาแสงไฟจากไฟฉายทันที
“คุณคิม คุณคิม” ปิ่นปักร้องเรียกชื่อเขาไปด้วยวิ่งไปด้วย คิมหันต์ส่องไฟฉายไปทางต้นเสียงที่ได้ยิน เท้าหนาเร่งอัตราการเดินให้เร็วขึ้น แต่ไม่ถึงกับวิ่ง ตรงเข้าไปหาร่างเล็กที่วิ่งเข้ามากอดร่างของเขาด้วยความดีใจ คนถูกกอดอึ้งไปชั่วครู่ไม่คิดว่าหญิงสาวที่เขาจงชังจะกอดร่างเขาแน่นขนาดนี้ แทนที่จะอึดอัดกลับรู้สึกดีอย่างประหลาด
“จะกอดอีกนานมั้ยอึดอัดจะตายอยู่แล้ว” ปากหนอปากช่างพูดออกมาได้ ไม่ตรงกับใจเลยสักนิดเดียว ปิ่นปักหน้าเสียเล็กน้อย คลายอ้อมแขนที่รัดร่างหนาออก เดินถอยหลังมาสองก้าว
“ปิ่นขอโทษค่ะ พอดีดีใจที่คุณคิมมาช่วย”
“ดีใจที่ฉันมาช่วยก็เลยกอดฉันงั้นสิ เห็นทีเธอต้องกอดหลายคนเลยล่ะ ชาติมันก็มาช่วย ไอ้เดช ไอ้พีอีก เข้าไปกอดสิเข้าไป พวกเค้าก็มาช่วยเธอเหมือนกัน ตอบแทนความดีที่พวกเค้ามาช่วยเธอไง” ชาติชายและคนงานต่างมองหน้าคิมหันต์เป็นตาเดียว ก่อนจะเสมองหน้าที่ซีดราวกับไข่ต้มที่เห็นได้แม้ในที่มืดของฝ่ายหญิง ปากเจ้านายของพวกเขานี้สุดยอด พูดออกมาได้ยังไง สาวน้อยแสนซื่อทำตามคำพูดของคิมหันต์ ค่อยๆ เดินมาหยุดตรงหน้าชาติชาย โดยมีสายตาของคิมหันต์มองตาไม่กระพริบ แถมยังถลนตาใส่ลูกน้องตัวดีอีกด้วย
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 52แอรอนไม่โกรธ ไม่เสียใจที่รู้ความจริงว่า การที่เธอมาเป็นหน่วยอารักขาให้เขาตอนไปเยือนประเทศไทยในวันนั้น คือการจัดฉาก คือแผนการที่ณัฐกานต์กับทีมงานเตรียมแผนกันไว้ล่วงหน้า เธอใช้เขาเป็นเครื่องมือในการจับกุมตัวอัคนารถ ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเจ้าพ่อยาเสพติดอันดับต้นๆ ของโลก แผนการของเธและทีมงานแยบยล ขนาดนั้นที่ถือว่าฉลาด ยังไม่รู้เท่าทันแผน มิหนำซ้ำยังเกือบทำให้แผนการทุกอย่างเสียอีกด้วย โซเฟียก็เช่นกัน เธอได้รับผลของการเอาแต่ใจ วันที่รู้ว่าสามีถูกจับในข้อหาค้ายาเสพติด เธอยังไม่ช็อคเท่ารู้ว่า อัคนารถไม่ได้รักเธอเลย คำรักที่พ้นออกจากปากของเขาเป็นเพียงลมปากหอมหวานที่ทำให้หัวใจของโซเฟียชุ่มฉ่ำ เป็นคำลวงให้เธอหลงเชื่อ มอบหัวใจให้เขาหมดทั้งดวง แล้วยังจะมีความหลงที่มีมากกว่าความรักด้วยซ้ำความเสียใจจุดประกายในจิตใจ เมื่อรู้ว่าอัคนารถหลอกใช้เธอเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยที่เธอหรือใครๆ ไม่ระแคะระคายเลยแม้น้อยนิด เขาใช้เธอเป็นเกราะป้องกันจากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทั้งในและนอกประเทศ เพราะคนเหล่านี้คงไม่คิดว่า ลูกเขยของประธานาธิบดีมอร์แกนจะเป็นจาสั่ว เจ้าพ่อยาเสพติดรายใหญ่ของโลกที
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 51สองเดือนต่อมา ณ ประเทศไทยร่างสูงใหญ่ของแอรอนก้าวเดินลงมาจากบันไดของเครื่องบินเจทส่วนตัว หลังจากที่พาหนะราคาแพงสุดหรูจอดสนิทในประเทศที่หญิงสาวสุดที่รักของเขาพำนักอยู่ การเดินทางมาเมืองไทยในครั้งนี้มาแบบส่วนตัว มาเพื่อตามคนรักกลับบ้านเกิดเมืองนอนของเขา แล้วแอรอนก็หวังว่าณัฐกานต์จะใจอ่อน ยอมกลับไปเมอริกันด้ากับเขาแต่โดยดี เพราะแอรอนไม่อยากใช้กำลังขู่เข็ญเหมือนครั้งก่อนเรื่องราวช่วงสองเดือนที่ผ่านมา มีหลากหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป มีทั้งเรื่องดีและไม่ดี บางเรื่องเลวร้ายเกินกว่าจะทำใจได้ โดยเฉพาะโซเฟียน้องสาวของเขาหลังจากที่จับกุมอัคนารถได้ในวันนั้น เจ้าพ่อยาเสพติดนามจาสั่วก็ถูกนำตัวกลับประเทศไทยทันที ตามข้อตกลงส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างประเทศพร้อมกับอัสนีและทีมงาน แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ได้เดินทางกลับมาเมืองไทยกับพวกพ้องด้วยนั่นคือ ณัฐกานต์ที่เข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลชื่อดังของประเทศเมอริกันด้า โดยมีบุรุษพยาบาลจำเป็นคอยดูแลอย่างใกล้ชิด...ใกล้ชิดที่เรียกได้ว่า ไม่ยอมห่างกายแม้วินาทีเดียว“ณัฐ...เธอตื่นซะทีสิ ฉันอยากให้เธอได้ยินคำขอโทษของฉัน”คนตัวโตพูดกับสาวร
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 50“แต่มันยิงพี่ไม่หยุดเลย” อัคนารถโต้กลับ อีกใจก็คิดเช่นเดียวกับคำพูดของเธอ“หลบพี่แม็ค หลบ” ณัฐกานต์เวลานี้ทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ไหนจะห่วงความปลอดภัยของ แอรอน ยังจะห่วงชีวิตของอัคนารถอีก ซ้ำร้ายเวลาวิ่งหนีจะต้องคอยมองหาทางหนี และที่สำคัญสมองต้องคิดหาทางออก ก่อนที่เธอจะไม่มีโอกาสความโกรธในจิตใจของแอรอนเพิ่มพูน เมื่อเห็นว่าณัฐกานต์พาร่างของอัคนารถหลบหนี ราวกับว่าชีวิตนี้เธอขาดน้องเขยของเขาไม่ได้ แอรอนเจ็บแปลบในอกจนในชอกช้ำหนัก เขากำลังคิดว่าหากไม่มีอัคนารถอยู่ในโลกใบนี้ หัวใจของณัฐกานต์ก็จะต้องตกเป็นของเขา คิดได้ดังนั้นแอรอนจึงยกปืนขึ้นเสมอใบหน้าของตน เล็งไปยังร่างของอัคนารถที่อยู่ห่างไม่ถึงหนึ่งร้อยเมตร ก่อนจะปล่อยกระสุนเมื่อได้จังหวะเหมาะเหม็งปัง...“ไม่นะ ไม่” เสียงลั่นไกปืนมาพร้อมกับเสียงร้องของสายลับสาวที่หันมามองร่างของแอรอน ในจังหวะที่ปล่อยอาวุธร้ายพุ่งตรงจากปลายกระบอกปืนมายังร่างของอัคนารถ วินาทีนั้นณัฐกานต์ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น นอกจากปกป้องผู้ร้ายที่มีความลับสำคัญ เธอนำร่างงดงามของตนมาบังร่างของอัคนารถ ให้ร่างกายของเธอรับวิถีกระสุนที่พุ่งตรง
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 49ด้านณัฐกานต์รถยนต์ที่เข้าไปรับตัวอัคนารถแล่นฝ่าดงกระสุนที่ตอนนี้มีเพียงประปราย เนื่องจากอัสนีและทีมงานบางส่วนออกไปนอกพื้นที่ ไปกระจายตัวอยู่ตรงห้องฟิตเนสตามแผน ไม่ถึงหนึ่งนาทีรถยนต์คันนั้นก็แล่นมายังจุดนัดหมาย อัสนีและทีมงานยิงปืนใส่ตัวรถคันนั้น จุดที่พวกเขายิงคือท้ายรถช่วงไฟท้ายและก็เป็นไปตามที่ณัฐกานต์คิด อัคนารถหัวเสียและมีทีท่าร้อนรน เมื่อเห็นว่ามีตำรวจอยู่ตรงจุดนี้ เขากระชับปืนในมือแน่น ไม่ยอมแพ้“ขับฝ่าไปเลยณัฐ พี่จะยิงสกัดเอง”อัคนารถสั่งสายลับสาว กดปุ่มให้กระจกเลื่อนลง ก่อนจะยื่นแขนและมือออกไปนอกรถ เอี้ยวศีรษะยิงสกัดตำรวจ ที่ยังคงปล่อยกระสุนออกมาอย่างต่อเนื่องแต่ไม่ถี่“ค่ะพี่แม็ค”เธอรับคำ ขับรถตามปกติ อาศัยจังหวะที่อัคนารถกำลังวุ่นกับการยิงคู่ต่อสู้ มือเล็กละจากพวงมาลัยรถ ล่วงหยิบเข็มฉีดยาขนาดเล็กที่เธอเตรียมพร้อมไว้ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ หมายจะแทงเข็มฉีดยาไปตรงหัวไหล่ของอัคนารถ แต่มีบางสิ่งบางอย่างทำให้สติของณัฐกานต์หยุดชะงักแอรอนมองไปยังรถยนต์คันหนึ่งที่กำลังแล่นมายังทิศทางที่เขาหลบอยู่ กระจกใสหน้ารถทำให้เขาเห็นว่าใครเป็นคนขับ และมีใครนั่งอยู่
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 48“พี่ไม่แน่ใจน่ะสิว่า แม็คมันจะรู้เรื่องที่ณัฐเป็นหนอนบ่อนไส้หรือเปล่า แล้วตอนนี้พี่ก็คิดว่า มันไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น นอกจากตัวมันเอง” อัสนียังมีความกังวล“ตอนนี้เราไม่มีเวลามานั่งคิดไปเองว่า พี่แม็คจะไว้ใจณัฐหรือเปล่า สิ่งที่ณัฐสนใจที่สุด คือต้องจับตัวพี่แม็คให้ได้ ต่อให้ตัวตายก็ยอม” เธอพูดเสียงตั้งมั่น แววตาจริงจัง จนคู่สนทนานิ่งอึ้งและใช้ความคิด“พี่แม็คก็โทรเข้ามือถือณัฐหลายครั้งแล้ว แต่ณัฐไม่รับ นั่นก็หมายความว่า พี่แม็คยังไม่รู้ว่าณัฐเป็นหนอนบ่อนไส้ นะคะพี่เพชร ให้ณัฐทำตามที่ณัฐตั้งใจนะคะ”“ก็ได้ ตามใจณัฐ” อัสนีตอบรับอย่างไม่มีทางเลือก จริงตามที่เธอบอก การจับกุมอัคนารถยากกว่าที่คิดเพราะอีกฝ่ายสู้ไม่ถอย เป็นเช่นนี้ต่อไปคงต้องเสียเลือดเสียเนื้อ และถ้าหากอัคนารถเสียชีวิต พวกเขาก็จะไม่รู้สถานที่ตั้งการผลิต จุดสำคัญของการจับตัวอัคนารถ“แล้วแผนณัฐคืออะไร”“แผนของณัฐง่ายๆ ค่ะ ไม่มีอะไรซับซ้อน ณัฐคิดว่าณัฐจะขับรถไปรับพี่แม็คออกมาจากจุดนี้ ในขณะที่พี่เพชรกับทีมงานบางส่วนแยกตัวออกไปตรงห้องฟิตเนส แล้วทำทียิงใส่รถสักสองสามนัด ให้พี่แม็คระแวงว่ากำลังถูกบุกจับ แล้วณั
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 47“แม็ค นายยอมมอบตัวดีกว่า นายไม่มีวันหนีออกไปจากที่นี่ได้หรอก” อัสนีตะโกนบอกอีกฝ่ายให้ยอมมอบตัว มีหรือที่คนอย่างอัคนารถจะยอมทำตามง่ายๆ“ไม่” เสียงของอัคนารถตะโกนตอบกลับมา “กูไม่มอบตัว กูไม่ได้ทำอะไรผิด มึงไม่รู้หรือไงว่ากูเป็นใคร”“ทำไมกูจะไม่รู้ว่ามึงคือใคร มึงคือจาสั่ว เจ้าพ่อยาเสพติดที่ตำรวจสากล รวมทั้งกูต้องการตัวมึงยังไงล่ะ” อัสนีสวนกลับสีหน้าของอัคนารถเต็มไปด้วยความตกใจ เมื่อได้ยินคำพูดของอัสนี ที่เขาตกใจเพราะไม่มีใครรู้มาก่อนว่า เขาคือจาสั่ว มันเป็นความลับสุดยอดที่เขาไม่เคยแพร่งพรายให้ใครรู้มาก่อน คนที่รู้จะมีเพียงลูกค้ารายใหญ่และสำคัญเท่านั้น ข่าวนี้อัสนีล่วงรู้ได้อย่างไร อัสนีคงไม่ได้เป็นแค่หัวหน้าหน่วยอารักขาตามที่อัคนารถรู้มาซะแล้ว“กูไม่ใช่จาสั่ว กูไม่รู้จักชื่อนี้” อัคนารถโต้กลับ ในใจหวาดหวั่นไม่น้อย“อย่ามาทำปากแข็งดีกว่าแม็ค ยอมมอบตัวซะดีๆ” อัสนีตะโกนบอกอดีตเพื่อนสนิท “มึงหนีไม่รอดหรอกแม็ค ตำรวจล้อมที่นี่ไว้หมดแล้ว และที่สำคัญท่านมอร์แกนรู้ทุกอย่างแล้วว่ามึงคือใคร มาทำอะไรในประเทศนี้ ไม่มีใครคุ้มกะลาหัวมึงแล้ว”คราวนี้หน้าของอัคนารถซีดลง อาก







