เข้าสู่ระบบแสงไฟจากรถจิ๊ปส่องกระทบกับใบหน้าเรืองและพวก ทันทีที่มันย่างก้าวออกมาจากเขตป่า พวกมันจึงออกแรงวิ่งและวิ่งทันที ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนที่อยู่บนรถจิ๊ปนั้นคือคนของไร่เทียมฟ้า
“เฮ้ย อย่าหนีนะ ปัง” ชาติชายตะโกนบอกพร้อมกับยิงปืนขึ้นฟ้าหนึ่งนัด หากแต่พวกเรืองหาได้หยุดไม่ กลับวิ่งให้เร็วกว่าเดิม ชาติชายจึงวิ่งตามและยิงพวกของเรืองไปด้วย ได้ผลเมื่อหนึ่งในนั้นถูกยิงที่ต้นขา ล้มลงร้องโอดครวญ หากแต่เรืองและพวกที่เหลือ ไม่มีใครสนใจเพื่อนอีกคนที่โดนยิง วิ่งหน้าตั้งแยกย้ายไปคนละทิศละทาง
“บอกมาผู้หญิงอยู่ที่ไหน” ชาติชายเอ่ยถามเล็งปืนไปที่ร่างของตี้
“ผู้หญิงอะไรที่ไหน ไม่มี” ตี้ปากแข็ง
“กูรู้นะว่าพวกมึงกำลังไล่วิ่งปล้ำผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ เจ้าของกระเป๋าที่ทำตกไว้ห่างจากรถเครื่องของพวกมึงไม่ถึงร้อยเมตร มึงอย่าปากแข็งรีบพูดมาเร็ว” ชาติชายพูดเหมือนตาเห็น ลำดับได้อย่างถูกต้อง
“ไม่รู้ ไม่รู้เรื่อง”
“มึงรู้มั้ยผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร เค้าเป็นเมียพ่อเลี้ยงคิมนะโว้ย มึงรีบบอกมาถ้าไม่อยากตายคามือเจ้านายกู มึงก็รู้ไม่ใช่เหรอ ว่าเจ้านายกูโหดเข้าไส้มากแค่ไหน” คนงานในไร่ที่มาพร้อมกับชาติชาย ต่างมองหน้าคนที่พูดเป็นตาเดียว ชาติชายรีบเงยหน้ามองคนงานที่มาด้วย ขยิบตาเป็นสัญญาณ คนงานเหล่านั้นจึงถึงบางอ้อ
“ใช่ ผู้หญิงคนนั้นชื่อปิ่น เป็นเมียของพ่อเลี้ยงคิม มึงรีบบอกมาเดี๋ยวนี้นะ ก่อนที่พ่อเลี้ยงจะมา ถ้าพ่อเลี้ยงมาเองนะมึง มึงตายแน่” สันพูดเสริมอีกแรงให้น่าเชื่อถือ แถมข่มขู่ตี้ให้กลัวจนหัวหด ยังไงเจ้านายของพวกเขาไม่มาช่วยปิ่นปัก ผู้หญิงที่พ่อเลี้ยงหนุ่มเกลียดเข้ากระดูกดำอยู่แล้ว แต่ผิดคาดเมื่อแสงไฟจากรถกระบะคันโปรดที่เป็นพาหนะคู่ชีพของคิมหันต์ แล่นมาจอดไม่ใกล้ไม่ไกลจุดที่เขายืนอยู่ ทุกคนต่างกลืนน้ำลายลงคอเมื่อเห็นเจ้านายของตนเดินลงมาจากรถ ที่เอวหนาคาดปืนคล้องอยู่ ตี้มองชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สวมหมวกปีกกว้างอย่างหวาดกลัว
“มันไม่ยอมบอกครับว่าปิ่นอยู่ไหน” ชาติชายรู้ดีว่าคิมหันต์ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ ถึงขนาดปล่อยให้ปิ่นปักเผชิญชะตากรรมที่โหดร้ายคนเดียว
“ถ้ามันไม่บอกก็แสดงว่ามันไม่มีประโยชน์ ยิงทิ้งก็หมดเรื่อง”
เขาพูดเสียงเรียบ ทว่าสายตานั้นไม่ได้เรียบเหมือนกับน้ำเสียง มือใหญ่หยิบปืนที่ห้อยไว้ตรงเอว เท่านั้นเองคำบอกเล่าต่างๆ หลุดอออกมาจากปากของตี้ทันที
“ผมบอกแล้วครับ ผู้หญิงคนนั้นเค้าวิ่งเข้าไปในป่า พวกผมตามไปประมาณสองร้อยเมตรก็หยุดตามครับ” ตี้บอกอย่างลนลาน
“ขอบใจ ปัง” สิ้นคำว่าขอบใจเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด พร้อมกับร่างของตี้ที่หมดลมหายใจ
“สมจัดการด้วย ที่เหลือตามมา” คิมหันต์สั่งการ เดินกลับไปที่รถหยิบกระบอกไฟฉายกันน้ำได้ออกมา ชาติชายเดินนำเจ้านายหนุ่มไปที่จุดที่ทั้งสี่เดินออกมาจากป่า และการค้นหาปิ่นปักจึงเริ่มขึ้น
หญิงสาวผู้น่าสงสารหยุดวิ่ง เมื่อไม่เห็นคนทั้งสี่วิ่งตามมา เธอหยุดเหนื่อยหอบทรุดกายลงนั่งที่พื้นดินชื้นแฉะ ร้องไห้อีกครั้ง ทำไมชีวิตของเธอต้องพบเจอกับเรื่องแบบนี้ด้วย ความกลัวเรื่องของชายที่วิ่งตามมาหมดไป ความกลัวที่อยู่อย่างโดดเดียวกลางป่าเข้ามาแทนที่ มันทั้งมืดและหนาวเหน็บอะไรเช่นนี้
“คุณพ่อ คุณแม่ ช่วยปิ่นด้วย ปิ่นกลัว” หญิงสาวร้องเรียกหาบิดามารดาอย่างเด็กหลงทาง ใช่เธอกำลังหลงทาง ไม่รู้ว่านับต่อจากนี้จะเดินไปที่ใด จะไปพักพิงที่สถานที่แห่งไหน หรือจะไปตายให้รู้แล้วรู้รอด ตัวซวยอย่างเธอไม่สมควรที่จะอยู่ที่ไหน ไปที่ไหนก็สร้างความยุ่งยากลำบากใจให้ที่นั่น
ปิ่นปักตัดสินใจเดินกลับไปจากจุดที่เธอวิ่งเข้ามา แม้ว่าจะจำไม่ได้ว่าต้องเดินไปทิศทางใด เนื่องจากทุกทิศโดยรอบ มืดและมีแต่ต้นไม้รกทั้งสิ้น แสงไฟจากบุคคลหลายคนที่เรียงเป็นหน้ากระดาน ทำให้เท้าบางชะงักและแอบอยู่ด้านหลังต้นไม้ต้นใหญ่ ทำตัวลีบที่สุดเท่าที่จะลีบได้ ใช้สมองที่โง่เขลาหาทางเอาตัวรอด
“ปิ่น ยัยตัวซวย เธออยู่ไหนเนี่ย” เสียงนี้ คำเรียกชื่อแบบนี้มีเขาคนเดียวเท่านั้นที่เรียกเธอ คิมหันต์ รอยยิ้มกระจายเต็มใบหน้า เดินออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ วิ่งออกไปหาแสงไฟจากไฟฉายทันที
“คุณคิม คุณคิม” ปิ่นปักร้องเรียกชื่อเขาไปด้วยวิ่งไปด้วย คิมหันต์ส่องไฟฉายไปทางต้นเสียงที่ได้ยิน เท้าหนาเร่งอัตราการเดินให้เร็วขึ้น แต่ไม่ถึงกับวิ่ง ตรงเข้าไปหาร่างเล็กที่วิ่งเข้ามากอดร่างของเขาด้วยความดีใจ คนถูกกอดอึ้งไปชั่วครู่ไม่คิดว่าหญิงสาวที่เขาจงชังจะกอดร่างเขาแน่นขนาดนี้ แทนที่จะอึดอัดกลับรู้สึกดีอย่างประหลาด
“จะกอดอีกนานมั้ยอึดอัดจะตายอยู่แล้ว” ปากหนอปากช่างพูดออกมาได้ ไม่ตรงกับใจเลยสักนิดเดียว ปิ่นปักหน้าเสียเล็กน้อย คลายอ้อมแขนที่รัดร่างหนาออก เดินถอยหลังมาสองก้าว
“ปิ่นขอโทษค่ะ พอดีดีใจที่คุณคิมมาช่วย”
“ดีใจที่ฉันมาช่วยก็เลยกอดฉันงั้นสิ เห็นทีเธอต้องกอดหลายคนเลยล่ะ ชาติมันก็มาช่วย ไอ้เดช ไอ้พีอีก เข้าไปกอดสิเข้าไป พวกเค้าก็มาช่วยเธอเหมือนกัน ตอบแทนความดีที่พวกเค้ามาช่วยเธอไง” ชาติชายและคนงานต่างมองหน้าคิมหันต์เป็นตาเดียว ก่อนจะเสมองหน้าที่ซีดราวกับไข่ต้มที่เห็นได้แม้ในที่มืดของฝ่ายหญิง ปากเจ้านายของพวกเขานี้สุดยอด พูดออกมาได้ยังไง สาวน้อยแสนซื่อทำตามคำพูดของคิมหันต์ ค่อยๆ เดินมาหยุดตรงหน้าชาติชาย โดยมีสายตาของคิมหันต์มองตาไม่กระพริบ แถมยังถลนตาใส่ลูกน้องตัวดีอีกด้วย
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 58 “ลิเดียเป็นคนรับใช้ของฉัน ไม่ใช่ทาส เมื่อก่อนฉันเอาแต่ใจ จิกหัวใช้ลิเดียสารพัด ไม่พอยังทำให้ลิเดียรู้สึกว่าตัวเองเป็นกระโถนรองรับอารมณ์ของฉัน ยิ่งมารู้ว่า ลิเดียก็ถูกไอ้ชั่วหลอกด้วยแล้ว ฉันสงสารและเห็นใจ ฉันก็พยายามทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง ไม่ใช่เอาแต่สั่งๆ เหมือนก่อน เพราะถ้าลิเดียทนไม่ไหวขึ้นมา ลาออกไป ฉันคงเสียใจมากกว่านี้”ความเปลี่ยนแปลงของโซเฟียอีกเรื่องหนึ่งคือ ลิเดียไม่ใช่สาวใช้ที่รองมือรองเท้าเธออีกต่อไป โซเฟียรู้จักเห็นอกเห็นใจลิเดียเมื่อรู้ว่า ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันคือ ถูกอัคนารถหลอกใช้ด้วยวาจาอ่อนหวาน ด้วยความรักจอมปลอม เวลานี้โซเฟียทำอะไรด้วยตัวเองมากขึ้น ไม่ปัดภาระให้ลิเดียทำเพียงคนเดียว“ดีแล้วค่ะที่คุณคิดได้ ฉันดีใจแทนลิเดียค่ะ” การจับกุมอัคนารถ ส่งผลดีต่อใครหลายคนจริงๆ“เธอนอนพักเถอะนะ ฉันก็จะไปจัดกระเป๋า เดี๋ยวฉันให้ลิเดียมาอยู่เป็นเพื่อนนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ณัฐกานต์กล่าวขอบคุณ ก่อนจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อน เพราะรู้สึกอ่อนเพลียจากการแพ้ท้อง โซเฟียเมื่อเสร็จหน้าที่ เธอได้เดินออกจากห้องพี่สะใภ้ และทันทีที่เปิดประตูห้องออกก็พบว่า พี่ช
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 57“พระเจ้า...ณัฐ เยี่ยม...เยี่ยมที่สุดเลยที่รัก”สวรรค์กำลังเปิดรับร่างหนาที่ล่วงล้ำอัดกายใส่ร่างอรชร แอรอนโหมกายหนักขึ้น เพิ่มกำลังแรงกับบทรักที่กำลังสิ้นสุดในบทแรกของวันนี้ ไขว่คว้ามือแตะขอบสวรรค์ที่ลอยเด่นตรงหน้า ในจังหวะสุดท้ายของแรงส่ง หยุดการเคลื่อนไหวแช่นิ่งตัวตนเข้าลึกสุดทาง ระเบิดความสุขชโลมรสช่อดอกไม้งาม“สุดยอดเลยที่รักจ๋า” เสียงเหนื่อยหอบของแอรอนเอ่ยบอกสาวใต้ร่างที่ระบายลมหายใจแรงๆ ให้รางวัลณัฐกานต์ด้วยจูบหวานๆ พร้อมกับคำรักที่เขาจะบอกเธอทุกเมื่อเชื่อวัน “ฉันรักเธอ...ณัฐ”ณัฐกานต์รู้ว่าเขารักเธอ ซึ่งเธอเองก็มีความรู้สึกนี้ให้กับแอรอนเช่นกัน “ณัฐรักคุณค่ะ แอรอน”“น่ารักอย่างนี้ต้องให้รางวัลซะหน่อย” เขายิ้มเมื่อนึกถึงรางวัลที่จะมอบให้สาวอันเป็นที่รักเพียงคนเดียว “อย่างนี้ต้องทั้งคืน”“จะไหวเหรอคะ” ผู้หมวดสาวเย้ากลับ มองเขาตาเป็นประกาย“ดูถูกกันนี่นา แบบนี้ต้องทำให้ดูซะแล้ว”พูดจบแอรอนก็แสดงให้เธอรู้ว่า เขามีกำลังเหลือเฟือมากแค่ไหน พลังม้ายังชิดซ้าย พลังช้างยังชิดขวาเมื่อเจอกับผู้ชายที่ชื่อ แอรอน ชาล์ลวาเกียมีประโยคหนึ่งที่คนมักพูดหลังเรื่องเลวร้าย
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 56“นะตัวเองนะ เค้าขอโทษนะ” แอรอนเอ่ยชิดเรียวปากอิ่ม จูบเบาๆ ใช้ไรฟันกัดกลีบปากล่างของณัฐกานต์แล้วดึงไม่แรงมาก ก่อนจะปล่อยให้เป็นอิสระ ใช้ปลายลิ้นลูบไล้แทนที่ “เค้าขอโทษนะ”วินาทีนี้หูของณัฐกานต์รู้สึกอื้อ ดวงตาพร่างพราย หัวใจเต้นระส่ำ ความคิดความอ่านคล้ายกำลังหยุดทำงาน“อืม” เธอครางเบาๆ ออกมาอย่างเสียมิได้ ไม่ใช่คำตอบรับแต่เป็นความรัญจวนที่แฝงในกาย ทว่าเสียงครางครึ้มที่แอรอนได้ยิน เขาโมเมเองว่า เธอยกโทษให้เขาแล้ว“ฉันรักเธอ...ณัฐ รักมากที่สุด”จบประโยคหวานหู ริมฝีปากใหญ่แนบติดปากเล็กน่าจูบทันที บดเบียดแผ่วเบา เรียกร้องให้เธอเปิดปากกว้างเพื่อที่เขาจะได้ส่งเรียวลิ้นเข้าไปในช่องปากสาว กระหวัดหาความหวานที่อุดมอย่างมากมาย กวาดต้อนเท่าไหร่ไม่มีวันหมด ไม่ช้าไม่นานริมฝีปากของณัฐกานต์ก็เผยอรับลิ้นใหญ่ที่พุ่งเข้าใส่ด้วยความรีบร้อน ตามแรงอารมณ์ของเขาที่โหมกระพือทีละน้อย แต่ไหลเชี่ยวไม่ต่างกับสายนทีที่ต้องลมมรสุม แทะเล็มรสละมุนซาบซ่านถึงทรวงในระหว่างที่เขากำลังดื่มด่ำกับจุมพิตกระชากใจ มือแข็งแกร่งก็ถอดเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้น โดยที่ณัฐกานต์ยินยอมพร้อมใจให้ความร่วมมือ
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 55“คุณแอรอน” ณัฐกานต์เรียกชื่อเจ้าของร่างกายที่ทาบทับตนเอง “เล่นบ้าอะไรเนี่ย”ปากไม่ได้แค่พูด ฝ่ามือน้อยๆ แต่หนักยังตีไปยังท่อนแขนกำยำของแอรอนที่ทำหน้าทะเล้นเต็มแรง แต่อีกฝ่ายก็หาได้เจ็บไม่ กลับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ชวนหมั่นไส้เสียเหลือเกิน“ไม่ได้เล่น เอาจริง”ขาดคำ ปากหนาที่พูดเมื่อครู่ก็ระดมหอมไปทั่วดวงหน้าหวายสวยด้วยความรักและคิดถึงสุดใจ ฝ่ายหญิงก็หลบหลีกริมฝีปากของเขาพัลวัน แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผล“คิดถึง คิดถึง คิดถึงที่สุดเลย”แอรอนพูดไปด้วย หอมแก้ม หอมหน้าผาก หอมจมูกของเธอไปด้วย ให้สมกับการรอคอยของเขานานสองเดือนที่เหมือนกับสองปี“ยี้...หยุดเดี๋ยวนี้นะ” สาวใต้ร่างร้องประท้วง ผลักร่างสูงใหญ่ หลบหน้าหนีเรียวปากหนาที่ทำให้เธอร้อนรุ่มได้ทุกครั้งที่ใกล้ชิด แล้วดูเหมือนว่าเธอจะพ่ายแพ้เขาอย่างสิ้นเชิง เสียงประท้วงขาดหายเพราะมันถูกกลืนหายไปในลำคอ หลังจากที่ปากหลายเหลือของเขา ทาบทับกลีบปากสาวนุ่มแสนนุ่มความรักและความคิดถึงของแอรอนที่มีต่อณัฐกานต์ ถูกถ่ายทอดด้วยจุมพิตหวานล้ำแสนเสน่หา ริมฝีปากใหญ่บดเบียดเรียวปากนุ่มจนปากสาวเผยอกว้าง เขาเร่งส่งปลายลิ้นเข้าไปสำรวจค
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 54“ท่าทางจะมีศัตรูเยอะนะคะ ถึงได้ขอให้เราไปอารักขา ทั้งที่ไม่ได้เป็นแขกคนสำคัญของบ้านเมืองด้วยซ้ำไป”ปกติแล้วหน่วยอารักขาจะดูแลความปลอดภัยสำหรับแขกบ้านแขกเมืองและคนสำคัญเท่านั้น น้อยนักที่จะรับหน้าที่อารักขานักธุรกิจ ทำให้เธออดสงสัยไม่ได้ว่า เขาคนนี้คือใครต้องกล่าวเพิ่มเติมว่า หน่วยอารักขาที่อัสนีและเธอสังกัดอยู่ แท้จริงแล้วเป็นแค่ฉากบังหน้า ฉากหลังของพวกเขาคือ หน่วยปราบปรามยาเสพติดสากล ที่ไม่มีใครรู้และเห็นตัวตนที่แท้จริง พอเสร็จจากการจับกุมอัคนารถและบุกยึดฐานการผลิตสำเร็จ พวกเขาก็ต้องกลับมาทำหน้าที่อารักขาบุคคลสำคัญตามเดิม ซึ่งถือว่าเป็นงานรอง ส่วนงานหลักก็ยังคงทำต่อไป“เดี๋ยวณัฐไปถึงห้องก็รู้เองแหละว่าเขาคนนี้คือใคร พี่ไม่อยากจะพูดนะ อย่างที่บอกมันเป็นความลับ”อัสนียังคงปิดปากไม่ยอมบอกว่า บุคคลที่ณัฐกานต์จะต้องไปอารักขานั้นคือใคร เขาอยากสร้างเซอร์ไพร์สให้ลูกน้องสาวคนนี้ ณัฐกานต์ไม่เซ้าซี้ถาม คิดว่าถามไปคงไม่ได้รับคำตอบ อีกทั้งเธอก็กำลังเดินทางไปถึงห้องสวีทของโรงแรมแล้วด้วย อีกไม่กี่นาทีก็คงรู้ว่า ชายปริศนาคนนี้คือใคร“ณัฐเข้าไปข้างในก่อนนะ พี่ขอตัวไปเข้า
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 53“การที่ณัฐไม่บอกความจริงกับคุณ เพราะณัฐคิดว่ามันเป็นวิธีที่ดีที่สุด หากณัฐบอกว่า ท่านเป็นคนมาพูดให้ณัฐไปจากคุณ คุณก็อาจมีเรื่องบาดหมางกับท่าน ณัฐจึงเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ มีเพียงพี่เพชรเท่านั้นที่รู้ แล้วคิดว่าการที่ณัฐเดินจากคุณในวันนั้นเป็นทางออกที่ดีที่สุดค่ะ”ณัฐกานต์ตอบคำถาม เป็นคำตอบที่ไม่ได้ทำให้แอรอนเกิดความกระจ่างมากนัก ความสงสัยก็ยังติดค้างในใจเขาอยู่ดี“ฉันไม่เข้าใจว่ามันจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดตรงไหน เพราะการที่ณัฐจากฉันไป มันทำให้ฉันเข้าใจเธอผิด มันทำให้ฉันเจ็บปวดแล้วหัวใจของฉันก็เต็มไปด้วยความแค้น เป็นอย่างนี้แล้วมันจะดีได้ยังไง”แอรอนรับรู้ถึงเหตุผลของบิดาที่ทำลงไป แต่ทว่าเขายังไม่เข้าใจเหตุผลของเธอว่าที่ตัดสินใจไปจากเขานั้น ณัฐกานต์ไม่เห็นแก่ความรักที่เขามีให้เลยหรือ“ณัฐเองก็ไม่ได้คิดว่าเรื่องมันจะออกมาเป็นแบบนี้ ตอนนั้นที่ท่านขอร้องณัฐ ท่านให้เหตุผลที่ณัฐไม่อาจปฏิเสธได้ แต่ขอให้คุณรู้ไว้ว่า ณัฐเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน ณัฐทิ้งหัวใจตัวเอง ทิ้งความรักแล้วต้องเผชิญกับความเจ็บปวดกับการตัดสินใจของตัวเอง แต่ที่ณัฐต้องไปเพราะณัฐรักคุณนะคะ ของให้
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 52แอรอนไม่โกรธ ไม่เสียใจที่รู้ความจริงว่า การที่เธอมาเป็นหน่วยอารักขาให้เขาตอนไปเยือนประเทศไทยในวันนั้น คือการจัดฉาก คือแผนการที่ณัฐกานต์กับทีมงานเตรียมแผนกันไว้ล่วงหน้า เธอใช้เขาเป็นเครื่องมือในการจับกุมตัวอัคนารถ ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเจ้าพ่อยาเสพติดอันดับต้นๆ ของโลก แ
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 51สองเดือนต่อมา ณ ประเทศไทยร่างสูงใหญ่ของแอรอนก้าวเดินลงมาจากบันไดของเครื่องบินเจทส่วนตัว หลังจากที่พาหนะราคาแพงสุดหรูจอดสนิทในประเทศที่หญิงสาวสุดที่รักของเขาพำนักอยู่ การเดินทางมาเมืองไทยในครั้งนี้มาแบบส่วนตัว มาเพื่อตามคนรักกลับบ้านเกิดเมืองนอนของเขา แล้วแอรอนก็หวังว่า
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 50“แต่มันยิงพี่ไม่หยุดเลย” อัคนารถโต้กลับ อีกใจก็คิดเช่นเดียวกับคำพูดของเธอ“หลบพี่แม็ค หลบ” ณัฐกานต์เวลานี้ทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ไหนจะห่วงความปลอดภัยของ แอรอน ยังจะห่วงชีวิตของอัคนารถอีก ซ้ำร้ายเวลาวิ่งหนีจะต้องคอยมองหาทางหนี และที่สำคัญสมองต้องคิดหาทางออก ก่อนที่
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 49ด้านณัฐกานต์รถยนต์ที่เข้าไปรับตัวอัคนารถแล่นฝ่าดงกระสุนที่ตอนนี้มีเพียงประปราย เนื่องจากอัสนีและทีมงานบางส่วนออกไปนอกพื้นที่ ไปกระจายตัวอยู่ตรงห้องฟิตเนสตามแผน ไม่ถึงหนึ่งนาทีรถยนต์คันนั้นก็แล่นมายังจุดนัดหมาย อัสนีและทีมงานยิงปืนใส่ตัวรถคันนั้น จุดที่พวกเขายิงคือท้ายร







