Masuk"ไม่ต้องไปสนใจหรอกครับ" อคินเอ่ยขึ้นเมื่อเหลือบไปเห็นสีหน้าไม่ค่อยโอเคของรุ่นน้องสาวพยายามแสดงความห่วงใยออกมาทั้งที่ภายในใจรู้สึกตรงกันข้าม
เขาต้องใช้ความอดทนอย่างมากกับการฝืนทำดีกับผู้หญิงข้าง ๆ ที่ไม่มีอะไรดีสักนิดแม้แต่หน้าตา "ค่ะ" ของขวัญเพียงระบายยิ้มบาง ๆ ให้หนุ่มรุ่นพี่แล้วก้มหน้าก้มตาเดินต่อ "รถพี่จอดอยู่ตรงนั้นครับ" อคินพูดขึ้นอีกครั้งหลังจากเดินมาจนถึงลานจอดรถของคณะวิศวะกรรมศาสตร์พร้อมชี้ไปยังรถสปอร์ตหรูราคาหลายสิบล้านที่จอดเด่นตระห่านอยู่เพียงคันเดียว พลอยกับของขวัญถึงกับตาลุกวาวแค่รถที่ใช้ขับก็บ่งบอกได้แล้วว่ารุ่นพี่หนุ่มรวยขนาดไหน ทั้งสองหันมองหน้ากันตาปริบ ๆ ก่อนก้าวเท้าเดินตามรุ่นพี่หนุ่มไปยังรถคันหรู "เชิญครับน้องของขวัญ" อคินเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับพร้อมเปล่งเสียงเรียกรุ่นน้องสาวที่ทำท่าจะเปิดประตูรถด้านหลัง ของขวัญปรายตามองหน้าเพื่อนสาวเล็กน้อยแล้วเดินไปขึ้นทางประตูที่รุ่นพี่เปิดรออยู่อย่างเลี่ยงไม่ได้พร้อมกล่าวขอบคุณอย่างนอบน้อม "ขอบคุณค่ะ" อคินเพียงระบายยิ้มหวานให้รุ่นน้องสาวแล้วปิดประตูลงจากนั้นก็เดินอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับ ขับออกจากลานจอดรถด้วยความเร็ว ดวงตาคมกริบปรายมองเสี้ยวหน้าของรุ่นน้องสาวที่มองออกไปนอกกระจกรถอย่างพินิศพิจารณา ผิวพรรณของเธอขาวผ่องราวกับลูกคุณหนู ใบหน้าเรียวรูปไข่มีแก้มนิดหน่อย จมูกโด่งรั้นรับกับริมฝีปากเล็กกระจับ ขนตายาวเรียงตัวเป็นแพรขับให้ดวงตากลมโตภายใต้แว่นตาหนาเตอะดูคมขึ้นไปอีกเมื่อมองดูดี ๆ เธอก็มีเค้าโครงความสวยอยู่เหมือนกัน อคินนั่งมองรุ่นน้องสาวเงียบ ๆ อย่างใช้ความคิดนานนับนาที ก่อนดึงสายตากลับไปมองถนนต่อพร้อมกับเริ่มบทสนทนาเพื่อทำลายความเงียบภายในรถ "เรียนเป็นยังไงบ้างครับน้องของขวัญ ยากไหม" "ไม่ยากค่ะ" ของขวัญหันหน้ามาตอบหนุ่มรุ่นพี่พร้อมระบายยิ้มบาง ๆ "มีอะไรสงสัย หรืออยากรู้อะไรถามพี่ได้ตลอดนะครับ" "ค่ะ" "แล้วมีเรียนทุกวันหรือเปล่าครับ" "มีทุกวันค่ะ" "ครับ" อคินพยายามชวนรุ่นน้องสาวคุยโน่นคุยนี่ตลอดทาง ทว่าอีกคนกลับถามคำตอบคำจนเขารู้สึกเบื่อหน่ายไม่รู้ว่าจะสรรหาอะไรมาคุยดี เธอเป็นผู้หญิงที่น่าเบื่อที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาเลย ส่วนพลอยก็นั่งก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์เงียบ ๆ@ร้านอาหาร รถสปอร์ตหรูเคลื่อนตัวมาจอดลงยังร้านอาหารชื่อดังซึ่งไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก ก่อนทั้งสามคนจะเปิดประตูลงจากรถแล้วพากันเดินเข้าไปในร้านอาหารโดยมีอคินเดินนำเข้าไป "เชิญครับน้องขวัญ" เขาเลื่อนเก้าอี้ให้สาวรุ่นน้องนั่งเมื่อเดินมาถึงโต๊ะ ดูแลอย่างดีราวกับเป็นแฟนกัน "ขอบคุณค่ะ" การกระทำของรุ่นพี่หนุ่มทำให้ของขวัญรู้สึกแปลก ๆ ไม่น้อยเพราะไม่เคยมีใครทำแบบนี้ให้ เธอน้อมศีรษะขอบคุณด้วยความเกรงใจพร้อมหย่อนสะโพกนั่ง "ด้วยความยินดีครับ" อคินตอบกลับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนเดินอ้อมไปนั่งเก้าอี้อีกฝั่งตรงข้ามรุ่นน้องสาวปล่อยให้สองสาวได้นั่งด้วยกันเพราะไม่อยากทำให้เธอรู้สึกอึดอัดมากเกินไป เดี๋ยวจะพานหลบหน้าเขาอีก หลังจากนั้นทั้งสามก็เริ่มสั่งอาหารทันที ระหว่างรออาหารอคินก็พยายามหาเรื่องชวนสาวรุ่นน้องคุยตลอดเพื่อทำความคุ้นชินกับเธอให้ได้มากที่สุด "อ้าวไอ้เหี้ยคินกูว่าทำไมโทรไม่รับที่แท้ก็อยู่กับสาวนี่เอง" เสียงทุ้มของใครบางคนดังแทรกขึ้นจากด้านหลังทำให้อคินหยุดชะงักหันไปมองทางต้นเสียง เขาถึงกับถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่เมื่อเห็นเพื่อนทั้งสามยืนยิ้มหน้าบานอยู่พร้อมขยับปากด่าเบา ๆ "ไอ้พวกเหี้ย" ของขวัญได้แต่มองหนุ่มรุ่นพี่กับกลุ่มผู้ชายสามคนสลับไปมาด้วยความสงสัย ก่อนหันมองหน้าเพื่อนสาวที่มีท่าทางไม่ต่างจากเธอเท่าไร "นี่เพื่อนพี่เองครับน้องของขวัญ น้องพลอย" ทั้งสองละสายตาออกจากกันแล้วตวัดมองไปยังหนุ่มสามคนที่ยืนอยู่เมื่อเสียงของรุ่นพี่หนุ่มดังขึ้น "คนนี้วิน นี่เขตแดน ส่วนคนนี้ลีโอครับ" อคินรีบแนะนำเพื่อนแต่ละคนให้รุ่นน้องสาวทั้งสองคนได้รู้จักทันทีเมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของพวกเธอ ของขวัญกับพลอยไล่สายตามองสามหนุ่มตามคำแนะนำของรุ่นพี่หนุ่มพร้อมกับยกมือไหว้อย่างนอบน้อม "สวัสดีค่ะ" "สวัสดีครับสาว ๆ" วินตอบรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ส่วนเขตแดนกับลีโอเพียงพยักหน้ารับพร้อมระบายยิ้มให้บาง ๆ วินจับจ้องหน้าสาวรุ่นน้องที่นั่งตรงหน้าอคินพลางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะตวัดสายกลับมามองหน้าเพื่อนชายพร้อมกระตุกยิ้มร้ายมุมปากเมื่อจำได้ว่าเธอคือคนที่เขาท้าให้เพื่อนจีบ คาดไม่ถึงว่าเพียงวันเดียวอคินเพื่อนจอมเพลย์บอยก็ก้าวหน้าถึงขั้นนั่งร่วมโต๊ะทานข้าวแล้วไม่เสียชื่อเสือจริง ๆ "ใช้ได้นี่หว่า" "แน่นอน" อคินยกยิ้มมุมปากไหวไหล่ให้เพื่อนชายอย่างเยาะเย้ย "อย่าเพิ่งดีใจไปของแบบนี้มันต้องดูกันยาว ๆ ไอ้อคิน" ลีโอพูดขัดขึ้นเพราะรู้สึกหมั่นไส้กับความมั่นหน้ามั่นโหนกของเพื่อนชาย บทสนาที่หนุ่มรุ่นพี่ทั้งสี่คนคุยกันสร้างความสงสัยให้ของขวัญกับพลอยเป็นอย่างมาก ทั้งสองขมวดคิ้วมองหน้ากันด้วยแววตาสงสัยไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของรุ่นพี่หนุ่มมากนัก แต่ก็พอจะจับใจความได้ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับสาว ๆ "ดูท่าทางจะร้ายไม่เบาทั้งกลุ่มเลยนะ" พลอยเอียงหน้าไปกระซิบประชิดกกหูเพื่อนสาว "เราก็ว่าอยู่" ของขวัญพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนทั้งสองจะต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อหันกลับไปก็พบว่ารุ่นพี่ทั้งสี่คนมามองที่เธอสองคนเป็นตาเดียวกัน "อู้ย!" "แอบนินทาอะไรพวกพี่หรือเปล่าครับ" อคินเอ่ยทีเล่นทีจริงจับจ้องหน้ารุ่นน้องสาวด้วยแววตาดุทำคนโดนจ้องอย่างของขวัญถึงกับเลิ่กลั่กเลยทีเดียว ดวงตากลมโตชำเลืองมองหน้าเพื่อนสาวเล็กน้อย ก่อนเปล่งเสียงตอบรุ่นพี่หนุ่มอย่างตะกุกตะกัก "มะ..ไม่ได้นินทาอะไรเลยค่ะ" "หึ" อคินเค้นหัวเราะในลำคออย่างนึกตลกกับท่าทางของรุ่นน้องสาวมองจากดาวอังคารก็รู้ว่าเธอโกหกพิรุธของเธอมันชัดเสียขนาดนั้น มือหนาเอื้อมไปยี้ผมของรุ่นน้องสาวเบา ๆ ด้วยความรู้สึกมันเขี้ยวกับความซื้อบื้อของเธอ "มีคนเคยบอกหรือเปล่าครับว่าน้องโกหกไม่เก่ง" "หนูไม่ได้โกหกนะคะ" ของขวัญลืมตัวเถียงรุ่นพี่หนุ่มเสียงดังลั่นเพราะกลัวเขาจับได้ว่าเธอกับเพื่อนแอบนินทาพวกเขาจริง ๆ พลางพาศีรษะหนีจากมือหนา ก่อนใบหน้าเรียวจะสลดลงในวินาทีต่อมาเมื่อนึกได้ว่าตัวเองเผลอพูดจาเสียงดังใส่รุ่นพี่หนุ่มนึกตำหนิตัวเองในใจน้อย ๆ ก่อนหันไปพูดกับเขาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอ่อนเกือบจะขาดหาย "หนูไม่ได้โกหกนะคะ" อคินเองก็แอบตกใจกับเสียงพูดก่อนหน้านี้ของรุ่นน้องสาวอยู่เล็กน้อยแต่ก็เลือกจะไม่พูดอะไรต่อเพราะไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเพียงระบายยิ้มให้รุ่นน้องสาวบาง ๆ "ครับ" "พวกกูไปดีกว่าไม่อยากเป็นก้างขวางคอ" วินที่ยืนมองเงียบ ๆ พูดลอย ๆ ใส่เพื่อนชาย แล้วหันไปพูดกับรุ่นน้องสาวทั้งสองต่อ "พวกพี่ไปก่อนนะครับสาว ๆ หลังจากนี้เราคงจะได้เจอกันบ่อย ๆ" สิ้นเสียงพูดวินกับเพื่อน ๆ ก็เดินจากไปทันทีทิ้งให้รุ่นน้องสาวทั้งสองมองตามหลังด้วยความสงสัยกับคำพูดแปลก ๆ ของเขา "อย่าไปสนใจเลยครับเพื่อนพี่มันก็พูดไปเรื่อยเปื่อย ทานข้าวกันดีกว่าครับ" อคินรีบพูดตัดบทดึงความสนใจของรุ่นน้องสาวทั้งสองให้กลับมาสนใจอาหารที่พนักงานเสิร์ฟนำมาวางตรงหน้าแทน สิ้นเสียงรุ่นพี่หนุ่มของขวัญกับพลอยก็ดึงสายตากลับมามองจานอาหารบนโต๊ะแทนจากนั้นก็เริ่มลงมือทานกันไปเงียบ ๆของขวัญนั่งฉลองวันเกิดกับเพื่อน ๆ จนเกือบเที่ยงคืนจึงขอแยกตัวกลับเพราะรู้สึกเมาจนเวียนหัวไปหมดโชคดีที่มีรุ่นพี่หนุ่มมาคอยดูแล"บอกว่าอย่าดืมเยอะก็ไม่ฟังมันน่านัก เกิดพี่ไม่มาด้วยจะทำยังไง" อคินบ่นคนตัวเล็กบนวงแขนอย่างนึกโมโหขณะกำลังอุ้มเธอเดินขึ้นคอนโดของเขา ทั้งที่ก่อนไปนั่งกับเพื่อนเขาก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่าอย่าดื่มเยอะ แต่เจ้าตัวก็ยังดื้อรั้นดื่มจนเมาหัวราน้ำ หากเขาไม่ไปด้วยไม่รู้จะเป็นยังไงยิ่งผู้ชายในผับต่างมองมาที่เธอไม่ขาดสายดีไม่ดีอาจจะถูกลากไปทำมิดีมิร้ายเหมือนครั้งก่อนก็ได้ตลอดระยะเวลาที่นั่งเฝ้ารุ่นน้องสาวเขาต้องอดทนอดกลั้นกับสายตานับสิบคู่ที่มองเธออย่างแทะโลมเป็นอย่างมาก อดทนไม่ให้ตัวเองไปลากเธอกลับ หรือเดินไปถามคนพวกนั้นว่ามองแฟนเขาทำไม"มันน่าจริง ๆ" เสียงบ่นจากริมฝีปากหนาทำให้คนที่สติสัมปชัญญะถูกครอบงำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ซบหน้าหลับตาพริ้มบนอกแกร่งนึกรำคาญไม่น้อย ปรือตาขึ้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงยานพลางเคลื่อนมือข้างขวาที่โอบลำคอหนาขึ้นตบแก้มเกลี้ยงเกลาเบา ๆ "บ่นเป็นพ่อขวัญเลยนะคะ""ไม่ได้เป็นพ่อ..แต่เป็นผัวครับ" "ขวัญยังไม่มีผัว มีแต่แฟนค่ะ" "คืนนี้ต้องทบทวนความจำหน่อยแล้ว
@คอนโดอคินอคินเดินอมยิ้มเข้ามาในห้องอย่างมีความสุขเพราะสามารถพูดโน้มน้าวใจจนรุ่นน้องสาวยอมมาห้องของเขาได้สำเร็จ ตอนแรกของขวัญก็อิดออดเล็กน้อยถึงแม้จะเป็นแฟนกันแล้ว แต่เธอก็ไม่ไว้ใจในความเจ้าเล่ห์ของรุ่นพี่หนุ่มอยู่ดียิ่งชอบแทะโลมเธอทุกทีที่มีโอกาสด้วย แต่เขาก็ยกเหตุผลร้อยแปดพันเก้ามาพูด และสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไม่ทำอะไรรุ่มร่ามหรือล่วงเกินแน่นอนหากไม่เต็มใจเธอจึงยอมมาด้วยเธอเดินมาหย่อนก้นนั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่น ส่วนอีกคนเดินหายเข้าไปในห้องนอนตั้งแต่มาถึงแล้ว ผ่านไปห้านาทีอคินก็เดินถือกล่องกำมะหยี่ออกมาจากห้อง เดินเข้าไปนั่งบนโซฟาห่างจากรุ่นน้องสาวเพียงคืบจับจ้องใบหน้าเรียวด้วยแววตาลึกซึ้ง ของขวัญกดปิดหน้าจอมือถือมองสบตารุ่นพี่หนุ่มอย่างงง ๆ ที่เขาเอาแต่นั่งมองเธอเงียบ ๆ ไม่พูดไม่จา "พี่อคินมีอะไรรึเปล่าคะ""พี่รักน้องนะครับ" เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยจากความรู้สึกในใจ มือหนาเปิดกล่องกำมะหยี่หยิบสร้อยจี้เพชรรูปหัวใจที่ตั้งใจเตรียมไว้ให้รุ่นน้องสาวออกมาแล้วค่อย ๆ บรรจงใส่ให้เธอ "สร้อยเส้นนี้พี่ตั้งใจซื้อให้น้องนะครับ ชอบไหม""ชอบค่ะ" ของขวัญใช้มือจับจี้เพชรรูปหัวใจขึ้นมาดูพร้อมกับ
2 เดือนต่อมา..วันเวลาหมุนเวียนดำเนินไปเรื่อย ๆ ตอนนี้ก็เกือบสามเดือนแล้วที่อคินพยายามพิสูจน์ตัวเองกับรุ่นน้องสาวทำทุกอย่างให้เธอกับมาไว้เนื้อเชื่อใจ และรักเขาอีกครั้ง ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดีความสัมพันธ์ระหว่างเขากับรุ่นน้องสาวดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับดูเหมือนเธอจะมีความรู้สึกดี ๆ ต่อเขามากกว่าเมื่อก่อน แต่ก็ไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองว่าเธอกลับมารักเขาเหมือนเดิมแล้ววันนี้เขาก็มารอรับรุ่นน้องสาวไปเรียนเหมือนเช่นทุกวัน ใบหน้าหล่อเหลาระบายยิ้มออกมาบาง ๆ เมื่อเห็นรุ่นน้องสาวเดินออกมาจากคอนโดจะเรียกว่าเขาคลั่งรักก็ได้เพราะเพียงเห็นใบหน้าสวย ๆ ของเธอก็ทำให้เขารู้สึกมีความสุขและยิ้มออกมาได้แล้วส่วนของขวัญเองก็ไม่ต่างจากรุ่นพี่หนุ่มเท่าไรนักยอมรับว่ารู้สึกมีความสุข และอบอุ่นหัวใจไม่น้อยเวลาได้อยู่ใกล้ชิดเขา ตลอดระยะเวลาเกือบสามเดือนรุ่นพี่หนุ่มพยายามทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ว่าเขาจริงจัง และจริงใจกับเธอจริง ๆ คอยดูแลใส่ใจเธอเป็นอย่างดี ยอมเธอทุกอย่างและที่สำคัญเขาให้เกียรติเธอ ปฏิบัติตัวอย่างเสมอต้นเสมอปลายตอนตามจีบวันแรกเป็นยังไงวันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นส่วนเรื่องนิสัยเจ้าชู้ก็ดูเขาจะเลิกได้แล้
"ดูท่าแม่พี่จะชอบน้องมากเลยนะครับก่อนกลับยังแอบกระซิบบอกให้พี่พาน้องไปหาท่านบ่อย ๆ ด้วย เห็นไหมพี่บอกแล้วว่าพ่อแม่พี่ต้องรักน้องเหมือนที่พี่รัก" อคินเอ่ยเมื่อรถสปอร์ตหรูเคลื่อนตัวมาจอดลงหน้าคอนโดรุ่นน้องสาวแล้ว ดูเหมือนว่าการพาเธอไปพบพ่อแม่ในวันนี้จะราบรื่นและดีมาก ๆรุ่นน้องสาวเข้ากับครอบครัวเขาได้ดีมากโดยเฉพาะมารดาที่ดูจะชอบเธอเป็นพิเศษถึงขั้นออกปากชวนให้ไปหาบ่อย ๆ "แม่พี่อคินใจดีมากเลยนะคะ" ของขวัญพยักหน้ารับน้อย ๆ พร้อมระบายยิ้มให้รุ่นพี่หนุ่ม ก่อนก้มมองกล่องขนมคุ้กกี้บนหน้าตักที่แม่ของเขาห่อให้เธอพากลับมาทานที่คอนโด การไปพบพ่อแม่รุ่นพี่หนุ่มวันนี้เป็นไปอย่างราบรื่นผู้ใหญ่ทั้งสองใจดี และเป็นกันเองมากไม่เหมือนที่เธอกลัวและกังวลสักนิดโดยเฉพาะแม่ของเขาที่ใจดีกับเธอมาก ๆ "ใช่ครับท่านใจดีมากหากน้องมาเป็นลูกสะใภ้ไม่ต้องกลัวเรื่องเรื่องแม่ยายร้ายใส่ลูกสะใภ้เลย" อคินได้ทีพูดหยอดรุ่นน้องสาวทันทีเผื่อจะมีสักครั้งที่เธอใจอ่อน อีกคนถึงกับกลอกตามองบนถอนหายใจพรืดใหญ่กับความขยันหยอดขยันสรรหาคำมาพูดหว่านล้อม ถามว่าได้ผลไม่ตอบเลยว่าไหมถึงแม้เขาจะพยายามแสดงให้เห็นว่าจริงจัง และจริงใจมากแค่ไหนแต
หลายวันต่อมา..ครืด! ครืด!โทรศัพท์เครื่องหรูแผดเสียงดังขึ้นปลุกให้ร่างบางที่นอนหลับบนเตียงคิงไซส์รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา มือเรียวหยิบโทรศัพท์ที่วางข้างหมอนมากดรับสายทั้งที่ตายังปิดอยู่ ก่อนกรอกน้ำเสียงงัวเงียลงตามสาย "ฮัลโหล"(ตื่นได้แล้วครับที่รัก)แค่ได้ยินเสียงของขวัญก็รู้แล้วว่าปลายสายคือรุ่นพี่หนุ่มเธอจำเสียงเขาได้ขึ้นใจ เปล่งเสียงสวนกับทันควันเพราะรู้สึกไม่ชอบใจกับคำเรียกของเขา "ไม่ต้องมาเรียกแบบนี้เลยนะคะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย"(ตอนนี้ยังไม่เป็นแต่อีกไม่นานก็เป็นแล้วครับ)"อย่าเพิ่งมั่นใจคะบางทีพี่อาจจะจีบขวัญไม่ติดก็ได้ค่ะ" ริมฝีปากอวบอิ่มเบะออกอย่างนึกหมั่นไส้กับความมั่นหน้ามั่นโหนกของคนปลายสาย ก่อนถามไถ่ต่อ "แล้วพี่มีอะไรคะโทรมาหาขวัญแต่เช้า"(แค่คิดถึงครับ)"เวอร์ไปแล้วค่ะ" ริมฝีปากอวบอิ่มเบะออกมาอีกครั้งกับคำพูดน้ำเน่าของคนปลายสายทั้งที่เมื่อวานก็เพิ่งเจอกันแท้ ๆ เขายังมีหน้ามาบอกว่าคิดถึงอีก หรือจะให้ถูกต้องบอกว่าหลังจากวันนั้นเขาก็มารับเธอไปทานข้าวด้วยกันทุกวันบางครั้งก็พาไปทำกิจกรรมอื่น ๆ ด้วย ทำทุกอย่างไม่ต่างจากครั้งแรกที่แกล้งมาจีบเธอ ดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ถ้า
วันต่อมา..อคินขับมารอรุ่นน้องสาวใต้ตึกคณะวิทยาการจัดการเพื่อรับเธอไปทานข้าวเที่ยงทั้งที่วันนี้ตัวเองไม่มีเรียนไม่จำเป็นต้องเข้ามหาวิทยาลัยก็ได้เขารีบเปิดประตูลงจากรถเมื่อเห็นรุ่นน้องสาวเดินออกมาจากตึกคณะเดินตรงเข้าไปหาเธออย่างไม่รอช้า ทว่าคิ้วเข้มก็ต้องขมวดชนกันเป็นปมอย่างไม่ชอบใจในตอนที่แม็กซ์หนุ่มรุ่นน้องที่เดินกึ่งวิ่งเข้าคุยพูดถามไถ่รุ่นน้องสาวอย่างสนิทสนม ผู้ชายด้วยกันทำไมจะดูไม่ออกว่าหนุ่มรุ่นน้องคิดไม่ซื่อกับเธอ เท้าใหญ่รีบก้าวยาว ๆ ตรงไปหาคนทั้งสองก่อนพูดขัดจังหวะ "พี่มารับน้องไปทานข้าวครับ" "..." ของขวัญมองหน้าคนเสียมารยาทด้วยแววตาดุรู้สึกไม่ชอบใจที่เข้ามาพูดแทรกขณะที่เธอกำลังคุยธุระกับเพื่อนชายอยู่ "ขวัญคุยธุระกับเพื่อนอยู่ที่ไม่เห็นรึไงคะ""งั้นคุยต่อสิครับพี่รอได้" คนโดนดุยังคงหน้ามึนไม่ได้สะทกสะท้านกับคำต่อว่าสักนิด ปากเขาตอบรุ่นน้องสาวแต่สายตากลับมองหน้ารุ่นน้องหนุ่มอย่างเอาเรื่องส่งสายตาขู่สุดฤทธิ์ทำเอาคนโดนขู่ถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง"เอาไว้ค่อยคุยก็ได้ แม็กซ์ไปก่อนนะขวัญ" สุดท้ายแม็กซ์ก็ทนต่อสายตาขู่เข็ญราวกับเสือร้ายของรุ่นพี่หนุ่มไม่ได้รีบขอแยกตัวออกไปเพราะพอได้ยิ







