เข้าสู่ระบบเช้าวันนี้เขาตั้งใจจะให้แม่บ้านหยุดงานอีกหนึ่งวัน เพราะเขาอยากจะเป็นคนเตรียมอาหารเช้าให้ภรรยาด้วยตัวเองทั้งหมดภายในห้องครัวกว้างขวาง วัชรวิชญ์หยิบผ้ากันเปื้อนมาสวมทับเสื้อยืดสีพื้น เขาเปิดตู้เย็นสำรวจวัตถุดิบ ก่อนจะตัดสินใจทำเมนูข้าวต้มปลาแซลมอนร้อนๆ ที่ย่อยง่ายและเหมาะสำหรับคนท้อง ร่างสูงใหญ่ยืนหั่นเนื้อปลาและเตรียมเครื่องปรุงด้วยความตั้งใจ แม้ท่าทางจะไม่ได้ทะมัดทะแมงเหมือนเชฟมืออาชีพ แต่ทุกขั้นตอนเต็มไปด้วยความใส่ใจอย่างหาที่สุดไม่ได้กลิ่นหอมของน้ำซุปที่เคี่ยวจนได้ที่และเนื้อปลาสดใหม่ลอยกรุ่นไปทั่วบริเวณห้องนั่งเล่น ลอยล่องเข้าไปถึงภายในห้องนอนที่เปิดประตูแง้มไว้
"พี่มันเลว... พี่ขอโทษ เอวา... พี่ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา" เสียงสะอื้นไห้ของลูกผู้ชายดังก้องไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงัด เขาไม่ได้ร้องไห้เพื่อเรียกร้องความสงสาร แต่เขาร้องไห้เพื่อปลดปล่อยความรู้สึกผิดบาปทั้งหมดที่แบกรับมาเนิ่นนานอวิกามองแผ่นหลังกว้างที่กำลังสั่นสะท้าน หัวใจของเธอหลอมละลายไปกับน้ำตาของเขา ความโกรธเคืองที่เคยมีถูกลบล้างไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรักและความเข้าใจที่ลึกซึ้ง เธอรู้ว่าเขาเจ็บปวดมามากพอแล้ว อดีตที่โหดร้ายหล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนแข็งกระด้าง แต่บัดนี้ ความรักได้เยียวยาและเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นผู้ชายคนใหม่ ผู้ชายที่พร้อมจะวางทิฐิและอีโก้ทั้งหมดลงแทบเท้าเธอมือบางสั่นเทาเล็กน้อย
"คินจัดการได้หมดแล้ว ตอนนี้หน้าที่เดียวของพี่คือเป็นพยาบาลส่วนตัวให้เมีย" เขาส่งยิ้มบางๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปที่ห้องครัวอวิกามองตามแผ่นหลังกว้างด้วยความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ ผู้ชายที่เคยบ้างานและเอาแต่ใจ บัดนี้ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อมาดูแลเธออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ความหวาดกลัวที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรักที่หยั่งรากลึกลงไปในทุกความรู้สึกช่วงเวลาบ่ายผ่านไปอย่างเชื่องช้า วัชรวิชญ์คอยเดินเข้าออกห้องนอนเพื่อดูแลความเรียบร้อย นำอาหาร นม และยามาให้ตรงเวลา เขาไม่ยอมให้เธอหยิบจับอะไรเลย แม้แต่หนังสือคู่มือคุณแม่ เขาก็เป็นคนอาสาอ่านออกเสียงให้ฟังอยู่ข้างเตียงจนกระทั่งท้องฟ้าด้านนอกเปลี่ยนเป็นสีเข้ม แสงไฟในห้องนอนถูกปรับให้สลัวลงเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการพักผ่อน อวิกานั่งเอนหลังพิงหมอนใบใหญ่ มองสามีที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จและเดินออกมาในชุดนอนกางเกงขายาว เปลือยท่อนบนอวดแผงอกกว้างเขาทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงฝั่งเดียวกับเธอ นัยน์ตาคมกริบทอดมองใบหน้าหวานด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งและจริงจัง บรรยากาศรอบตัวดูเงียบสงบ แต่กลับมีความกดดันบางอย่างเจือจางอยู่ในท่าทีข
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง เปลือกตาบางค่อยๆ ปรือลืมขึ้น อวิกากะพริบตาปรับโฟกัสแสงสว่างภายในห้อง ความรู้สึกปวดหน่วงที่ท้องน้อยหายไปแล้ว เหลือเพียงความอ่อนเพลียที่หนักอึ้ง เธอหันหน้าไปทางขวา และพบกับผู้ชายร่างใหญ่ที่กำลังนั่งกุมมือเธอแนบแก้ม ดวงตาของเขาแดงก่ำ บ่งบอกว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก"พี่เวกัส..." เธอขยับริมฝีปากเรียกชื่อเขาเสียงเบาวัชรวิชญ์สะดุ้ง เขารีบเงยหน้าขึ้นมอง ลุกพรวดขึ้นยืนโน้มตัวลงมาหาด้วยความดีใจ "หนูตื่นแล้ว... เจ็บตรงไหนอีกไหม ปวดท้องหรือเปล่า"อวิกาส่ายหน้า
"เปิดประตูรถเดี๋ยวนี้!" เขาตะโกนลั่นใส่คินที่ยืนรออยู่ข้างรถลูกน้องคนสนิทรีบกระชากประตูหลังเปิดออกกว้าง วัชรวิชญ์วางร่างของอวิกาลงบนเบาะหนังอย่างระมัดระวังที่สุด ก่อนจะแทรกตัวเข้าไปนั่งเคียงข้าง ดึงศีรษะทุยให้มาซบลงบนลาดไหล่กว้าง มือหนากอบกุมมือเล็กที่เย็นเฉียบไว้แน่น"ไปโรงพยาบาล! ขับให้เร็วที่สุด!" สิ้นเสียงคำรามสั่ง รถยนต์คันใหญ่ก็กระชากตัวออกไปบนท้องถนนด้วยความเร็วสูงสุดภายในห้องโดยสารเต็มไปด้วยความตึงเครียด อวิกานิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด เสียงหอบหายใจถี่กระ
ตุ้บ!วัชรวิชญ์ตัวแข็งทื่อ ชะงักงันราวกับถูกสตัฟฟ์ เขารีบเงยหน้าขึ้นมองอวิกา ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงขั้นสุด"เอวา... เมื่อกี้..." เสียงของเขาสั่นพร่า ชี้มือไปที่หน้าท้องของเธอ "เมื่อกี้ลูกถีบแก้มพี่!"อวิกาหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นท่าทีตื่นเต้นเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ของสามี เธอเองก็รับรู้ถึงการขยับตัวของลูกเช่นกัน "ใช่ค่ะ ลูกดิ้นแล้ว เมื่อกี้เขาเตะแรงมากเลย""จริงเหรอ! ลูกถีบแก้มพี่... เอวา ลูกถีบแก้มพี่จริงๆ ด้วย!" เขารีบวางฝ่ามือทั้งสองข้างทาบทับลงบนหน้าท้องของเธออีกครั้ง รอยยิ้มกว้างที่สุดเท่าที่เคยมีมาปรากฏบนใบหน้าคมคาย นัยน์ตาดุดันที่มักจะแข็งกร้าวบัดนี้เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความปิติยินดีตุ้บ! ตุ้บ!แรงกระตุกเบาๆ สัมผัสเข้ากับฝ่ามือหนาอีกสองครั้งติดกัน ราวกับเป็นการทักทายตอบรับเสียงของพ่อ"พ่ออยู่นี่ลูก... พ่ออยู่นี่" วัชรวิชญ์น้ำตาไหลรินลงมาอาบแก้ม เขาหัวเราะทั้งน้ำตา ความรู้สึกตื้นตันและตื่นเต้นถาโถมเข้าใส่จนทำตัวไม่ถูก ความเป็นพ่อคนกำลังเติมเต็มทุกช่องว่างในหัวใจที่เคยอ้างว้างของเขาให้สมบูรณ์แบบเขารวบร่







