Home / รักโบราณ / เล่ห์แค้น ชายาสาม / เริ่มต้นใหม่(ต่อ)

Share

เริ่มต้นใหม่(ต่อ)

last update publish date: 2026-10-07 23:21:22

“เจ้ามาแล้วหรือ มาๆ มาทานข้าวได้แล้ว” หญิงชราที่เลี้ยงดูนางมาตลอดหกปี กล่าวทักนางเมื่อเห็นว่ามาถึงแล้วพร้อมด้วยข้าวของในมือ

“ได้จ้ะ เดี๋ยวข้าเก็บของที่ซื้อมาก่อน แล้วจะมาทานด้วยกัน”

“อืม รีบไปรีบมา เดี๋ยวเย็นชืดหมด” นางเข้าไปหอมแก้มยายแล้วเดินเข้าไปที่ครัว ล้างมือเสร็จรีบมาทานข้าวอย่างไว

“ยายก็กินด้วยกันสิ ทำไมปล่อยให้ข้ากินอยู่คนเดียว”

“เจ้ากินเถอะ ข้าไม่หิว”

“ยายกินเถอะ เดี๋ยวต้องดื่มยาอีก” หญิงชรามีโรคมารุมเร้าตามวัย บัดนี้ร่างกายของเขาไม่เป็นก่อนแล้ว ป่วยกระเสาะกระแสะอยู่ทุกวัน ด้วยความที่อยู่กันสองคนจึงต่างต้องประคองกันไป

“ข้ารู้ดีว่าร่างกายข้าเป็นยังไง ข้ามีชีวิตอยู่ต่อได้ไม่นาน ยานั่นไม่จำเป็นหรอก”

“ไม่พูดแบบนี้สิ ท่านยายต้องอยู่กับข้าก่อน ข้าเสียพ่อแม่ไปอย่าต้องเสียท่านยายไปอีกคนเลย”

“ข้าก็อายุมากแล้ว สรรพสิ่งย่อมเวียนว่ายในวัฏสงสาร ข้อนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างน้อยข้าก็ดีใจนะ ที่มีลูกหลานอย่างคนอื่นเขาเหมือนกัน”

“ข้าเสียพ่อแม่ไปแล้ว อย่าให้ข้าต้องเสียท่านยายไปอีกคนเลย” นางรีบเข้าไปคุกเข่านั่งลงข้างท่านยาย หัวนางวางลงบนตัก มือทั้งเกาะกุมมืออีกฝั่ง

“พอได้แล้ว ไปกินขะ...ขะ..ข้าว” จู่ๆ หญิงชราพูดจาติดขัด เสียงลมหายใจเข้าออกเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ สายตาเริ่มเลื่อนลอยจนหมดสติในที่สุด

“ยาย ยาย ยาย!!!!” นางเขย่าตัวหญิงชราแต่ไร้การตอบกลับ ได้พาประคองร่างที่ไร้สติไปยังเตียงนอน ส่วนตนก็ออกไปตามหาหมอมารักษาอาการ

“ข้าช่วยเจ้าได้เพียงแค่นี้จริงๆ นางชรามากแล้ว มันคงถึงเวลาแล้ว” หมอชายชรากล่าวขึ้น เมื่อตรวจร่างกายหญิงชราที่กำลังสลบไสลอยู่ ใบหน้าซีดเซียว ตัวแข็งทื่อราวกับต้นไม้ ทำเขานางใจสลาย

**********

“ท่านหมอ ท่านพอจะบอกข้าได้หรือไม่ ว่าท่านยายข้าเหลือเวลาอีกเท่าไหร่”

“ห้าวันก็มากแล้ว”

“ข้อขอร้องท่านหมอ ช่วยยายด้วย ท่านต้องการเท่าไหร่ข้าให้หมด” หญิงสาวพูดเสียงสั่น น้ำตาไหลพราก ขอร้องอ้อนวอนหมอชรา เพราะไม่อยากเสียคนที่รักไปอีกแล้ว ถึงยายจะไม่ใช่ยายแท้ๆ แต่นางก็เลี้ยงดูสั่งสอนนางมาอย่างดี ทว่าตอนนี้นางใกล้จะจากไปอีกคน หมอเองก็ช่วยเหลืออะไรไม่ได้ จึงได้ส่ายหน้าออกไป ...ต่อจากนี้ไปข้าต้องอยู่คนเดียวอีกแล้วหรือ ทำไม ทำไมกัน...

“เยวะ....เยว่....เหยะ...เหยา” เสียงเรียกจากหญิงชราทำให้นางได้สติ จากที่ร้องไห้ระงมอยู่นาน

“ยาย ยายฟื้นแล้ว โล่งอก”

“ร้องไห้ทำไมกัน ข้าไม่ได้เป็นอะไรมากเสียหน่อย” มือที่ไร้เรี่ยวแรงนั้นยกมาปาดน้ำตาที่อาบแก้มอีกฝ่าย เยว่เหยาใช้สองมือกุมข้อมืออีกฝ่าย น้ำตาไหลไม่หยุดหย่อนราวกับวันนี้เป็นวันสุดท้าย

“คนจะไป ยังไงก็ต้องไป จะด้วยอะไรก็รั้งไว้ไม่ได้หรอก”

“แต่ข้ายังอยากให้ยายอยู่ อยู่กับฉันไปนานๆ ข้าไม่พร้อมที่จะเสียคนที่ข้ารักไปอีกแล้ว ในวันที่ข้าเสียพ่อแม่ก็มียายที่เข้ามาให้ชีวิตใหม่ ช่วงเวลาเหล่านั้นมันสั้นมากเสียจนข้าคิดว่าพึ่งเกิดไปเมื่อวานซืน”

“ข้ารู้ดี ข้าเองก็รักไม่น้อยไปกว่าเจ้า ข้านึกว่าตนเองต้องตายอยู่คนเดียวเสียแล้ว ทว่ากลับมีเจ้าเข้าเหมือนต่อลมหายใจให้แม้จะไม่นานนัก ข้าก็มีความสุข แต่เจ้าก็อย่าลืมพ่อแม่ที่แท้จริงข้าเจ้าสิ พวกเขาเองก็คงเฝ้ารอวันที่เจ้าล้างแค้นนี้ให้สำเร็จ ถือเสียว่าข้าเป็นทางผ่านก็แล้วกัน”

“ข้าไม่อยากคิดเช่นนั้น ท่านไม่ใช่ทางผ่าน ท่านยายเจียอีผู้ที่ให้ชีวิตใหม่แก่เยว่เหยา สอนวิชาการต่อสู้ วิชาพิษ ไหนจะค้าขายกับเยว่เหยา เลี้ยงดูเยว่เหยาอย่างดี ท่านยายเป็นคนที่มีพระคุณของเยว่เหยาผู้นี้ ท่านจะเป็นทางผ่านของข้าได้อย่างไรกัน ไม่ว่ายังไงข้าจะต้องรักษาท่านยายให้ได้” นางกำลังวิ่งไปที่ห้องครัวเพื่อที่จะต้มยา กลับมีมือคว้านางไว้

“ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น อยู่กับข้าคืนนี้”

“แต่ว่า...” ท่านยายกลับส่ายหน้า

“เจ้าไม่ต้องไปไหนหรอก มาเล่าซิว่าวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง” นางรู้ได้ทันทีว่ายายไม่เลือกที่รักษาชีวิตตนไว้อีกแล้ว นางมองไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยตาละห้อยแลเสียใจ ทว่ากลับทำตามที่ร้องขอ มือของหญิงชราลูบหัวไปเรื่อย ๆ

“วันนี้ข้าได้เงินจากบ่อนพนันมากเยอะมาก บอกได้เลยว่าข้าเลี้ยงท่านเป็นสิบปีแบบใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายก็ยังไหว ถึงจะไม่มีงานนักฆ่า ข้าก็มีเงินใช้อยู่เสมอ”

“เด็กเก่ง เจ้าโตมากแล้วนะ งั้นข้าก็หมดห่วงแล้ว ต่อจากนี้ใช้ชีวิตนี้ให้คุ้ม ที่จริงเจ้าไม่ควรอุดอู้อยู่แค่ที่นี่นะ แต่งงานได้แล้ว นำสามีเจ้ามาให้ข้ารู้จักด้วย ข้าไปก่อนนะ หวังว่าจะได้เจออีกครั้ง”

“ยะ....ยะ...ยาย!!!” มือของหญิงชราหล่นลงหลังสิ้นสุดเสียง ดวงตาที่ปิดสนิท ตัวที่แข็งทื่อแน่นิ่งไป ทำให้ใจนางสลาย น้ำตาไหลไม่หยุดจนตาบวมแดง มือได้แต่เขย่าร่างไร้วิญญาณตรงหน้า ตะโกนเรียกชื่อท่านยายดังกึกก้อง แน่ใจแล้วว่าเขาไม่กลับมาอีกแล้วนางเงียบเสียงลง แล้วนั่งนิ่งจ้องกายตรงหน้าไปน้ำสีใสยังอยู่เรื่อย ทว่าหัวใจที่สั่นระริกสวนทางกับการกระทำ จนผล็อยหลับไปในที่สุด

วันในรุ่งขึ้นที่ท้องฟ้าโพล้เพล้หม่นๆ อากาศหนาวปกคลุมข้างๆ เรือนหลังนี้ หญิงสาวในชุดสีดำกำลังนั่งโปรยดอกไม้บนหลุมฝังศพดินที่พึ่งขุดมาใหม่ ป้ายวิญญาณไม้เขียนชื่อว่า เจียอี ปักอยู่ด้านหน้าหลุมศพเพื่อบ่งบอกว่าเป็นใคร

“ท่านยาย คิดถึงท่านจังเลย จากไปไม่หกชั่วยามเอง ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” นางเอ่ยไปโปรยดอกไม้ไปรอบๆ นั่งคุกเข่าหน้านิ่ง สายตาเลื่อนลอยไม่มีสติอยู่ ร้องไห้จนตาบวมแดง

“ท่านยาย จากกันครานี้ไม่รู้ว่าข้าจะกลับตอนไหน ข้าต้องไม่ยึดติดและแก้แค้นแทนพ่อแม่ หวังว่าท่านจะอวยพรให้ข้าประสบความสำเร็จด้วย” หญิงสาวคำนับท่านยายคนนี้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนลุกจากไป มือขวาถือกระบี่ มือซ้ายถือกระเป๋าผ้า มุ่งหน้าตรงไปในเมืองหลวง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   แฝงตัว(ต่อ)

    “ไม่ได้!!! ไม่ได้เด็ดขาด!!!” ชายชราแผดเสียงดังลั่นจนรู้สึกปวดหู พร้อมกับยืนขึ้นกำลังลุกเดินหนีไป เป็นภรรยาของเขาที่ปรามเขาไว้แล้วให้อยู่ฟังต่อ“ข้ารู้ดี การกระทำเช่นนี้คือการหลอกลวงเบื้องสูง มีโทษประหาร ทว่าพวกท่านก็น่าจะรู้ดีว่ายามนี้ผู้ปกครองฝ่ายในคือฮองเฮาหลี่ นางโหดเหี้ยม ปกครองอย่างทารุณ ผู้ใดไม่เป็นไปตามที่นางต้องการย่อมโดนลงโทษจนบาดเจ็บเจียนตาย พวกท่านจะส่งนางไปยังสถานที่ที่ไม่ต่างอะไรจากนรกเช่นนั้นหรือ” คำพูดเช่นนี้ทำให้พวกเขาหยุดชะงักนิ่ง เพราะมันคือความจริงที่เจียงหลีกำลังเผชิญอยู่“แล้วเจ้าต้องการอะไร ทำไมต้องการใช้ชื่อลูกสาวข้า” หลังจากพวกเขานั่งกระซิบกระซาบกันอยู่สักพัก ฝ่ายชายเลยประเด็นอีกครั้ง“ข้าไม่ได้ต้องการอะไรหรอก ข้าแค่อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น พวกท่านก็ไม่ต้องรับโทษจากการเลือกนางกำนัล ชนะทั้งสองฝ่าย ไม่ดีหรือ จ้าวซินเหยียน แต่เล็กจนโตไม่เคยออกนอกจวนแม้ครึ่งก้าว ย่อมไม่มีใครรู้ว่านางหน้าตาเช่นไร ข้าไม่พูด พวกท่านไม่พูด ผู้ใดจะล่วงรู้”“ถ้าแม่นางคิดเห็นเช่นนั้น พวกเราขอปรึกษาสักครู่” พวกเขาเดินออกไปปล่อยให้นั่งรอต่อไป มันมีโอกาสสูงมากที่พวกเขาไม่ยินยอม ชื่อเสียงวงศ์ตระก

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   แฝงตัว

    เวลานี้ในราชสำนักมีขั้วอำนาจอยู่สองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือ ฮ่องเต้ หานกว่างเสี้ยว สกุลหานที่ปกครองเมืองเจียงหลีมาช้านาน กับ ฮองเฮา หลี่เจียฉิน บุตรสาวของหลี่หงปั๋วที่ได้ก้าวขึ้นสู่อำนาจจากนางสนมฐานะปานกลางสู่มงกุฎหงส์นี้ได้เพราะอำนาจจากบิดาของตน ทำให้ราชสำนักเองต้องแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจนเช่นกัน“คนมุงดูอะไรกัน ไม่ใช่ว่าประกาศจับข้าหรอกนะ” ในเมืองที่ผู้คนเดินจับจ่ายใช้สอยอย่างพลุกพล่าน ตลอดแถวถนนนี้มีแผงร้านค้าจับจองพื้นที่จนไม่มีที่ว่าง ทว่ากลับมุมหนึ่งที่ผู้คนต่างให้ความสนใจเป็นจำนวนมากคือ ที่ปิดป้ายประกาศ มันคงเป็นเรื่องสำคัญ ข้าเลยตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ๆ“ขอโทษนะ ขอโทษนะ” ข้าฝ่าด่านผู้คนเข้ามาเพื่ออยู่ใกล้กันใบประกาศที่สุด ในนั้นระบุไว้ว่าตำหนักของฮองเฮารับคัดเลือกนางกำนัลประจำตำหนัก นี่แหละหนทางในการแก้แค้นของข้าภายในหกปีที่ข้าใช้ชื่อเยว่เหยานั้นได้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย ตั้งแต่ฆ่าล้างสกุลหนานกงจนสองให้ปีให้หลังฮองเฮาเหอ เหอจวินหลิง ได้สวรรคตไป หลี่หงปั๋วก็กดดันฮ่องเต้ให้ลูกสาวตนเป็นฮองเฮาได้สำเร็จ ไม่นานนางคงจะกุมอำนาจราชสำนักไว้จนหมดแน่นอน ...ช่างเถอะใครสนกันว่าราชสำนักจะเป็นตายร้ายดี

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   เริ่มต้นใหม่(ต่อ)

    “เจ้ามาแล้วหรือ มาๆ มาทานข้าวได้แล้ว” หญิงชราที่เลี้ยงดูนางมาตลอดหกปี กล่าวทักนางเมื่อเห็นว่ามาถึงแล้วพร้อมด้วยข้าวของในมือ “ได้จ้ะ เดี๋ยวข้าเก็บของที่ซื้อมาก่อน แล้วจะมาทานด้วยกัน” “อืม รีบไปรีบมา เดี๋ยวเย็นชืดหมด” นางเข้าไปหอมแก้มยายแล้วเดินเข้าไปที่ครัว ล้างมือเสร็จรีบมาทานข้าวอย่างไว “ยายก็กินด้วยกันสิ ทำไมปล่อยให้ข้ากินอยู่คนเดียว” “เจ้ากินเถอะ ข้าไม่หิว” “ยายกินเถอะ เดี๋ยวต้องดื่มยาอีก” หญิงชรามีโรคมารุมเร้าตามวัย บัดนี้ร่างกายของเขาไม่เป็นก่อนแล้ว ป่วยกระเสาะกระแสะอยู่ทุกวัน ด้วยความที่อยู่กันสองคนจึงต่างต้องประคองกันไป “ข้ารู้ดีว่าร่างกายข้าเป็นยังไง ข้ามีชีวิตอยู่ต่อได้ไม่นาน ยานั่นไม่จำเป็นหรอก” “ไม่พูดแบบนี้สิ ท่านยายต้องอยู่กับข้าก่อน ข้าเสียพ่อแม่ไปอย่าต้องเสียท่านยายไปอีกคนเลย” “ข้าก็อายุมากแล้ว สรรพสิ่งย่อมเวียนว่ายในวัฏสงสาร ข้อนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างน้อยข้าก็ดีใจนะ ที่มีลูกหลานอย่างคนอื่นเขาเหมือนกัน” “ข้าเสียพ่อแม่ไปแล้ว อย่าให้ข้าต้องเสียท่านยายไปอีกคนเลย” นางรีบเข้าไปคุกเข่านั่งลงข้างท่านยาย หัวนางวางลงบนตัก มือทั้งเกาะกุมมืออีกฝั่ง “พอได้แล้ว ไปกินขะ.

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   เริ่มต้นใหม่

    “ข้ามาอยู่ที่ตำหนักได้ยังไงกัน” ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาอยู่ที่เตียงนอนทรงวงกลมกลางตำหนักสีทองและฟ้าที่โอ่อ่ากว้างขวาง ประดับด้วยผ้าแพรสีเข้มล้อมรอบ ภายในตำหนักมีชั้นเก็บตำราหกชั้นเรียงรายอยู่มุมห้อง ภาพสุดท้ายของเขาคือกำลังเสพสุขอยู่ที่หอคณิกาแล้วมีชายสองคนบุกเข้ามา ถ้าคาดเดาไม่ผิดคงเป็นเหล่าพี่น้องอย่างองค์รัชทายาทและน้องสี่แน่นอน “ตื่นแล้วหรือ ลูกตัวดี” คนเป็นแม่รีบเดินมาพร้อมจับใบหูของลูกชายตัวแสบดึงลงสุดแรงจนใบหูแดงก่ำ อีกฝ่ายต้องเอามือประคบ “อะไรกันเสด็จแม่ ข้าแค่ร่ำสุรา ไม่ได้มีสิ่งอื่นเลย” “แต่รู้ไหมว่าเสด็จพ่อเจ้าทนข้อครหาจากเหล่าขุนนางไม่ได้ เป็นถึงราชวงศ์กลับประพฤติตนเช่นนั้น พวกขุนนางถึงขึ้นตั้งข้อหาปลดตำแหน่งเจ้า อับอายสิ้นดี” “เสด็จแม่ ข้าผิดไปแล้ว ข้าจะไม่ไปหอคณิกาอีกแล้ว” เขาทรุดตัวลงต่อหน้า กอดขา ส่งสายตาอ้อนวอนแม่ของตนหวังให้ใจเย็นลงและไม่ให้เสด็จพ่อทราบเหตุการณ์ในวันนี้ “ช่างเถอะ ไม่ว่าอย่างไรก็สายไปแล้ว เสด็จพ่อเจ้ากำลังคัดเลือกหญิงงามที่เหมาะสมเพื่อจัดงานอภิเษกให้เจ้า เพื่อทีเจ้าจะเป็นผู้เป็นคนขึ้นมา” “ไม่ได้เด็ดขาด ข้ามีสัญญาอภิเษกกับอวี้ชิงไปแล้ว ไม่ว่าอย่างไรตำ

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   ก้าวข้ามหิมะ(ต่อ)

    วันรุ่งขึ้นยายปลุกข้าตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างให้ออกมาวิ่งรอบป่าไผ่ นั่งสมาธิใกล้ลำธาร แต่ข้าดันแอบหลับเสียจนได้ จึงโดนปลุกด้วยน้ำจากในลำธารสาดกระเซ็นมาโดนกายด้วยกระบี่ที่ตวัดในลำธารแล้วจึงตื่นขึ้นมา ไม่ว่าจะฝึกวิชากระบี่ ยิงธนู การใช้มีดสั้น วรยุทธ์ต่างๆ ไปเรื่อยทั้งวัน ตกเย็นยายก็สอนวิชาพิษไหนจะการค้าขายกับข้าอีก ส่วนงานบ้านงานเรือนนั้นแน่ว่า.....ข้าทำไม่ได้ อะไรก็ไม่รู้ยิบย่อยไปหมด ซื้อที่ร้านอาหารกินเอาจะง่ายกว่าไหม ทั้งยังอุดหนุนกิจการคนอื่นอีก...“อัครเสนาบดีหลี่ ท่านจะทำยังไงต่อไป ในเมื่อข้าแทบพลิกแผ่นดินหาป้ายคำสั่งนั่นแล้วก็ไม่เจอ” ชายคนนั้นผู้ที่ฆ่าล้างสกุลหนานกงเอ่ยขึ้น เพราะเขารู้ดีว่าสิ่งที่นายต้องการคืออะไร แต่บัดนี้กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขาแทบจะรื้อจวนหาแล้วก็ยังไม่พบ“ในเมื่อใช้ป้ายคำสั่งนั้นไม่ได้คงต้องใช้แผนสำรอง เจ้าตามข้ามา” เขาเอ่ยเป็นนัยเพื่อให้ผู้ที่บังคับรถม้าที่พวกเขานั่งสนทนากันอยู่นั้น พาไปที่ชายแดนเมืองเจียงหลี ที่แห่งนี้มีหมู่บ้านเล็กๆ มีคนอาศัยอยู่นับร้อยคนได้ ต่างปลูกเรือนใกล้ชิดติดกันขนาบสองข้างซ้ายขวา ตรงกลางเป็นทางเดินแล้วยังเป็นตลาดที่ให้คนมาจับจ่ายกั

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   ก้าวข้ามหิมะ

    “ถ้าอย่างนั้นเจ้ามาเป็นหลานข้าก็แล้วกันนะ เยว่เหยา” “เช่นนั้น ท่านมีนามว่าอะไร” “ข้าชื่อ เจียอี ดีเหมือนกันข้าเองก็แก่เต็มทน ไม่มีลูกหลานไว้ดูแล คงต้องฝากฝังไว้ที่เจ้าแล้วละ” “เจ้าค่ะ” “เยว่เหยา เจ้ากินข้าวได้แล้ว” เมื่อปรับความเข้าใจแล้ว ต่างฝ่ายต่างจับตะเกียบทานข้าวกัน พูดคุยถามไถ่กันจนรู้ว่าพ่อแม่ของนางถูกฆ่าตายจากคนที่ปองร้าย แต่ยายกลับไม่รู้ว่าพ่อแม่นางคือใคร “กินข้าวเสร็จแล้ว ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามานอนได้แล้ว นี่ดึกมากแล้ว” “เจ้าค่ะ” “ไม่ต้องพูดเจ้าค่ะกับข้าก็ได้ ที่นี่ไม่ใช่วังเสียหน่อย” “แต่ว่าข้าทำงานบ้านไม่เป็น คงต้องรบกวนท่านยายแล้ว” “ไม่เป็นไร เจ้ายังเด็กสามารถเรียนรู้อะไรได้อีกมาก ตามมา” ยายเรียกให้นางตามมาสำรวจภายในเรือนหลังนี้ตามมุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนที่ตนอยู่นั้นที่โปร่งโล่งเพราะมีหน้าต่างถึงสองบาน ฟูกนอนและผ้าห่มสีขาวบนที่นอนไม้ที่อยู่ซ้ายบนของห้อง ส่วนที่เหลือก็เป็นตู้เก็บของต่างที่วางอย่างเป็นระเบียบอยู่ สูงระดับเอวของเจ้าของบ้าน ในกลางวันอากาศในวันที่มีแดดคงจะดีมาก เมื่อเดินออกมาตรงกลางเรือนนี้เป็นเหมือนส่วนกลางที่เอาไว้รับแขกมีโต๊ะสูงสี่เหลี่ยมพร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status