Share

เริ่มต้นใหม่

last update publish date: 2026-10-07 00:26:36

“ข้ามาอยู่ที่ตำหนักได้ยังไงกัน” ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาอยู่ที่เตียงนอนทรงวงกลมกลางตำหนักสีทองและฟ้าที่โอ่อ่ากว้างขวาง ประดับด้วยผ้าแพรสีเข้มล้อมรอบ ภายในตำหนักมีชั้นเก็บตำราหกชั้นเรียงรายอยู่มุมห้อง ภาพสุดท้ายของเขาคือกำลังเสพสุขอยู่ที่หอคณิกาแล้วมีชายสองคนบุกเข้ามา ถ้าคาดเดาไม่ผิดคงเป็นเหล่าพี่น้องอย่างองค์รัชทายาทและน้องสี่แน่นอน

“ตื่นแล้วหรือ ลูกตัวดี” คนเป็นแม่รีบเดินมาพร้อมจับใบหูของลูกชายตัวแสบดึงลงสุดแรงจนใบหูแดงก่ำ อีกฝ่ายต้องเอามือประคบ

“อะไรกันเสด็จแม่ ข้าแค่ร่ำสุรา ไม่ได้มีสิ่งอื่นเลย”

“แต่รู้ไหมว่าเสด็จพ่อเจ้าทนข้อครหาจากเหล่าขุนนางไม่ได้ เป็นถึงราชวงศ์กลับประพฤติตนเช่นนั้น พวกขุนนางถึงขึ้นตั้งข้อหาปลดตำแหน่งเจ้า อับอายสิ้นดี”

“เสด็จแม่ ข้าผิดไปแล้ว ข้าจะไม่ไปหอคณิกาอีกแล้ว” เขาทรุดตัวลงต่อหน้า กอดขา ส่งสายตาอ้อนวอนแม่ของตนหวังให้ใจเย็นลงและไม่ให้เสด็จพ่อทราบเหตุการณ์ในวันนี้

“ช่างเถอะ ไม่ว่าอย่างไรก็สายไปแล้ว เสด็จพ่อเจ้ากำลังคัดเลือกหญิงงามที่เหมาะสมเพื่อจัดงานอภิเษกให้เจ้า เพื่อทีเจ้าจะเป็นผู้เป็นคนขึ้นมา”

“ไม่ได้เด็ดขาด ข้ามีสัญญาอภิเษกกับอวี้ชิงไปแล้ว ไม่ว่าอย่างไรตำแหน่งพระชายาฉินต้องเป็นของนาง”

“อะไรนะสัญญาอภิเษก!!! นี่เจ้าทำอะไรลับหลังข้าอีกแล้ว แต่ตอนนี้เจ้าประกาศออกไปก็ไร้ผล อวี้ชิงหายสาบสูญ ใครๆ ต่างคิดว่าสิ้นชีพในป่าไปหมดแล้ว เจ้าห้ามเสด็จพ่อเจ้าไม่ได้แล้ว” ทว่าเขากลับไม่ฟัง รีบวิ่งไปยังตำหนักกลางหลังท้องพระโรง

**********

ตำหนักกลางเป็นที่พำนักของฮ่องเต้หลังการออกว่าราชกิจ ภายในไม้ดำขัดเงาทั้งหลัง ขนาดกะทัดรัด ด้านซ้ายห้องมีโต๊ะเล่นหมากล้อมวางอยู่ ด้านขวามีโต๊ะและเก้าอี้ยาวลวดลายมังกรทอง บนโต๊ะทำงานที่มีหนังสือราชโองการวางตั้งอยู่มากมาย มีชายสูงวัยผู้หนึ่ง รูปร่างท้วม ผมเริ่มมีสีขาวที่บ่งบอกถึงอายุ คิ้วตรงเรียงเส้น นัยน์ตาประดุจเสือ ใบหน้าดุดูน่าเกรงขาม กำลังจัดการงานราชกิจอยู่

“ฝ่าบาท องค์ชายรองขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” ชายสูงศักดิ์พยักหน้าตอบรับในขณะที่สายตาไม่ละจากหนังสือราชกิจ ให้ หวังกงกง ขันทีคนสนิทเพื่อให้ลูกชายเขาพบ

“ถวายพระพรเสด็จพ่อ”

“ยังไงล่ะเจ้าตัวดี ก่อเรื่องงามหน้าไม่เว้นวัน ถ้าข้าไม่นึกถึงเสด็จเจ้า ป่านนี้ข้าปลดเจ้าออกจากตำแหน่งองค์ชายแล้ว”

“เรื่องนี้ข้าประพฤติผิดก็จริง แต่ข้ามีเรื่องทุกข์ใจจึงต้องหาที่ระบาย”

“ถ้าเจ้าอยากดื่มสุราเจ้าก็ดื่มได้ข้าไม่ห้าม แต่ตอนนี้เจ้าไม่เป็นการเป็นงาน ขุนนางหลายฝ่ายถวายฎีกาให้ปลดเจ้าทั้งนั้น เจ้าคิดว่าจะกู้หน้าตนอย่างไร”

“ข้าสำนึกผิดแล้ว ต่อจากนี้ไปข้าจะปรับปรุงตัว ขยันมั่นเพียร กู้ศักดิ์ศรีของราชสกุลหานกลับมาให้จงได้ ทว่าเสด็จพ่อ ข้ามีข้อแลกเปลี่ยนกับท่าน” จากที่ก้มหน้าตรวจตราราชโองการฎีกาต่างๆ อยู่เนิ่นนาน ก็เงยหน้ามาประจันด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย ไม่ตระหนกต่อสิ่งใด

“ข้าได้ยินมาว่าเสด็จพ่อจะหาพระชายาให้ลูก ข้อนี้ลูกไม่เห็นด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

“ไม่เห็นด้วยอย่างไร”

“ข้าเป็นองค์ชายรอง ไฉนต้องอภิเษกก่อนพี่ชายตนที่เป็นถึงองค์รัชทายาท แบบนี้ไม่ถูกต้องตามธรรมเนียมเสียเลย”

“จริงอยู่ที่เจ้าแต่งก่อนมันไม่เหมาะ แต่ตอนนี้ต้องหาขั้วอำนาจจากพวกเจ้ามาต่อกรกับสกุลหลี่ พี่เจ้าอภิเษกกับองค์หญิงเมืองจี้หลินแน่นอนข้าทาบทามสู่ขอไปแล้วแต่ไร้วี่แวว ส่วนเจ้าต้องแต่งกับลูกสาวของขุนนางในราชสำนัก”

“แต่ว่าข้ามีสัญญาอภิเษกกับหนานกงอวี้ชิงแล้ว ข้า...”

“หนานกงอวี้ชิงหายสาบสูญไปแล้ว ยากจะค้นหา ใครต่างคิดว่าตายไปแล้วทั้งนั้น อย่าเอามาเป็นประเด็นเลย ไม่ว่าอย่างไรต้องการให้เจ้าคานอำนาจและกำจัดคนพวกนั้นไปให้ได้” เขาขบกรามแน่นหน้านิ่ง มันคือความจริงที่เขาไม่อยากรับรู้ ยังหลอกตนเองอยู่เสมอว่าอวี้ชิงยังมีชีวิตอยู่ ไม่อยากให้ใครมาแทนที่นาง แต่ความจริงก็คือความจริง ได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรม เขารู้ดีว่าตอนนี้หงปั๋วพยายามหาทางให้ลูกสาวของตนขึ้นเป็นฮองเฮา

“พ่ะย่ะค่ะ ลูกจะทำตามพระบัญชา” ในเมื่อเลือกไม่ได้ก็ต้องดำเนินมันต่อไป ตอนนี้ไม่มีสิ่งใดสำคัญกว่าเรื่องราวในราชวงศ์ขณะนี้อีกแล้ว แม้ใจเขาไม่ยอมรับหญิงคนไหนเลยก็ตาม

เวลาผ่านไปหกปี หนานกงอวี้ชิง หรือ เยว่เหยา เติบโตมาอย่างแข็งแกร่งและงดงาม ตอนนี้นางผ่านการฝึกฝนต่างๆ มาจนเป็นนักฆ่าที่เก่งฉกาจ ไม่เคยพลาดเป้าหมาย ค่าจ้างไม่เคยต่ำกว่า 30 ตำลึง จนสามารถเปิดบ่อนการพนันเป็นของตนได้ ถึงแม้ในยุคนี้จะไม่มีกฎหมายห้ามผู้หญิงทำงานนอกบ้านทว่าไม่ค่อยมีใครยอมรับที่ผู้หญิงออกมาทำงานนอกบ้าน ให้ทำงานบ้านงานเรือนเป็นศรีภรรยา แต่นางก็ไม่สนใจ ในเมื่อเงินมันกองอยู่ตรงหน้า ไยไม่คว้าเอาไว้

นางได้อยู่หลังชายผู้หนึ่งคือ ซ่งกวาน ชายสูงวัยที่ร่างกายยังแข็งแรงเป็นผู้ดูแลบ่อน ซ่งกวานผู้นี้เป็นชายสูงวัย ทั้งหนวดเคราและผมต่างขาวโผลน ตาเล็กเรียว หน้าตายิ้มแย้มดูใจดีตลอดเวลา ตัวไม่สูงมากนัก พูดจาดีเจรจาคล่องแคล่วและไหลลื่น เขาเป็นชายชราที่อยู่คนเดียว ไม่มีภรรยาและบุตรที่ไหน จึงได้แต่หาเงินเลี้ยงดูตนเองในยามแก่ และถ้าใครอยากติดต่อว่าจ้างนางติดต่อผ่านเขาได้

“ผู้ดูแลซ่ง ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง” หญิงสาวในชุดสีดำน้ำเงิน เก็บผมรวบมัดด้วยกวานสีเงินปล่อยผมไปด้านหลัง มีผ้าคลุมหน้าสีดำปกปิดอยู่ เอ่ยถามอีกคนเพราะตนนั้นนานวันจึงจะมาที่นี่สักหน

“นายน้อย ช่วงนี้รายได้ดีกำไรงามเลย ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาในบ่อนกันมากมาย” ท่ามกลางเสียงที่ดังก้องด้วยเสียงเงิน เสียงลูกเต๋าที่กระทบกันไปมา โต๊ะพนันมีนักพนันรุมล้อมจับจองอยู่ทุกที่ บางคนส่งเสียงเฮลั่นด้วยความดีใจที่ตนชนะ บางคนก็ถอนหายใจที่ตนพลาด

“นายน้อย ท่านขึ้นไปพักผ่อนไหม ท่านมาเหนื่อย”

“ไม่เป็นไร ข้าแค่มาดูว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ในส่วนเงินข้าจะเอาไปเก็บไว้เองที่โรงแลกเงินเอง ในส่วนของพวกท่านก็แจกจ่ายให้คนงานได้เลย”

“ขอรับ” ผู้ดูแลซ่งยื่นกล่องไม้ที่บรรจุเงินให้หญิงสาวไปในฐานะเจ้าของไป แล้วนางก็เดินจากไป นำเงินไปฝากไว้ที่โรงแลกเงิน ซื้อของของใช้ในตลาด จนตกเย็นนางเดินไปยังเรือนที่นางอาศัยมาหกปี

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   แฝงตัว(ต่อ)

    “ไม่ได้!!! ไม่ได้เด็ดขาด!!!” ชายชราแผดเสียงดังลั่นจนรู้สึกปวดหู พร้อมกับยืนขึ้นกำลังลุกเดินหนีไป เป็นภรรยาของเขาที่ปรามเขาไว้แล้วให้อยู่ฟังต่อ“ข้ารู้ดี การกระทำเช่นนี้คือการหลอกลวงเบื้องสูง มีโทษประหาร ทว่าพวกท่านก็น่าจะรู้ดีว่ายามนี้ผู้ปกครองฝ่ายในคือฮองเฮาหลี่ นางโหดเหี้ยม ปกครองอย่างทารุณ ผู้ใดไม่เป็นไปตามที่นางต้องการย่อมโดนลงโทษจนบาดเจ็บเจียนตาย พวกท่านจะส่งนางไปยังสถานที่ที่ไม่ต่างอะไรจากนรกเช่นนั้นหรือ” คำพูดเช่นนี้ทำให้พวกเขาหยุดชะงักนิ่ง เพราะมันคือความจริงที่เจียงหลีกำลังเผชิญอยู่“แล้วเจ้าต้องการอะไร ทำไมต้องการใช้ชื่อลูกสาวข้า” หลังจากพวกเขานั่งกระซิบกระซาบกันอยู่สักพัก ฝ่ายชายเลยประเด็นอีกครั้ง“ข้าไม่ได้ต้องการอะไรหรอก ข้าแค่อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น พวกท่านก็ไม่ต้องรับโทษจากการเลือกนางกำนัล ชนะทั้งสองฝ่าย ไม่ดีหรือ จ้าวซินเหยียน แต่เล็กจนโตไม่เคยออกนอกจวนแม้ครึ่งก้าว ย่อมไม่มีใครรู้ว่านางหน้าตาเช่นไร ข้าไม่พูด พวกท่านไม่พูด ผู้ใดจะล่วงรู้”“ถ้าแม่นางคิดเห็นเช่นนั้น พวกเราขอปรึกษาสักครู่” พวกเขาเดินออกไปปล่อยให้นั่งรอต่อไป มันมีโอกาสสูงมากที่พวกเขาไม่ยินยอม ชื่อเสียงวงศ์ตระก

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   แฝงตัว

    เวลานี้ในราชสำนักมีขั้วอำนาจอยู่สองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือ ฮ่องเต้ หานกว่างเสี้ยว สกุลหานที่ปกครองเมืองเจียงหลีมาช้านาน กับ ฮองเฮา หลี่เจียฉิน บุตรสาวของหลี่หงปั๋วที่ได้ก้าวขึ้นสู่อำนาจจากนางสนมฐานะปานกลางสู่มงกุฎหงส์นี้ได้เพราะอำนาจจากบิดาของตน ทำให้ราชสำนักเองต้องแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจนเช่นกัน“คนมุงดูอะไรกัน ไม่ใช่ว่าประกาศจับข้าหรอกนะ” ในเมืองที่ผู้คนเดินจับจ่ายใช้สอยอย่างพลุกพล่าน ตลอดแถวถนนนี้มีแผงร้านค้าจับจองพื้นที่จนไม่มีที่ว่าง ทว่ากลับมุมหนึ่งที่ผู้คนต่างให้ความสนใจเป็นจำนวนมากคือ ที่ปิดป้ายประกาศ มันคงเป็นเรื่องสำคัญ ข้าเลยตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ๆ“ขอโทษนะ ขอโทษนะ” ข้าฝ่าด่านผู้คนเข้ามาเพื่ออยู่ใกล้กันใบประกาศที่สุด ในนั้นระบุไว้ว่าตำหนักของฮองเฮารับคัดเลือกนางกำนัลประจำตำหนัก นี่แหละหนทางในการแก้แค้นของข้าภายในหกปีที่ข้าใช้ชื่อเยว่เหยานั้นได้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย ตั้งแต่ฆ่าล้างสกุลหนานกงจนสองให้ปีให้หลังฮองเฮาเหอ เหอจวินหลิง ได้สวรรคตไป หลี่หงปั๋วก็กดดันฮ่องเต้ให้ลูกสาวตนเป็นฮองเฮาได้สำเร็จ ไม่นานนางคงจะกุมอำนาจราชสำนักไว้จนหมดแน่นอน ...ช่างเถอะใครสนกันว่าราชสำนักจะเป็นตายร้ายดี

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   เริ่มต้นใหม่(ต่อ)

    “เจ้ามาแล้วหรือ มาๆ มาทานข้าวได้แล้ว” หญิงชราที่เลี้ยงดูนางมาตลอดหกปี กล่าวทักนางเมื่อเห็นว่ามาถึงแล้วพร้อมด้วยข้าวของในมือ “ได้จ้ะ เดี๋ยวข้าเก็บของที่ซื้อมาก่อน แล้วจะมาทานด้วยกัน” “อืม รีบไปรีบมา เดี๋ยวเย็นชืดหมด” นางเข้าไปหอมแก้มยายแล้วเดินเข้าไปที่ครัว ล้างมือเสร็จรีบมาทานข้าวอย่างไว “ยายก็กินด้วยกันสิ ทำไมปล่อยให้ข้ากินอยู่คนเดียว” “เจ้ากินเถอะ ข้าไม่หิว” “ยายกินเถอะ เดี๋ยวต้องดื่มยาอีก” หญิงชรามีโรคมารุมเร้าตามวัย บัดนี้ร่างกายของเขาไม่เป็นก่อนแล้ว ป่วยกระเสาะกระแสะอยู่ทุกวัน ด้วยความที่อยู่กันสองคนจึงต่างต้องประคองกันไป “ข้ารู้ดีว่าร่างกายข้าเป็นยังไง ข้ามีชีวิตอยู่ต่อได้ไม่นาน ยานั่นไม่จำเป็นหรอก” “ไม่พูดแบบนี้สิ ท่านยายต้องอยู่กับข้าก่อน ข้าเสียพ่อแม่ไปอย่าต้องเสียท่านยายไปอีกคนเลย” “ข้าก็อายุมากแล้ว สรรพสิ่งย่อมเวียนว่ายในวัฏสงสาร ข้อนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างน้อยข้าก็ดีใจนะ ที่มีลูกหลานอย่างคนอื่นเขาเหมือนกัน” “ข้าเสียพ่อแม่ไปแล้ว อย่าให้ข้าต้องเสียท่านยายไปอีกคนเลย” นางรีบเข้าไปคุกเข่านั่งลงข้างท่านยาย หัวนางวางลงบนตัก มือทั้งเกาะกุมมืออีกฝั่ง “พอได้แล้ว ไปกินขะ.

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   เริ่มต้นใหม่

    “ข้ามาอยู่ที่ตำหนักได้ยังไงกัน” ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาอยู่ที่เตียงนอนทรงวงกลมกลางตำหนักสีทองและฟ้าที่โอ่อ่ากว้างขวาง ประดับด้วยผ้าแพรสีเข้มล้อมรอบ ภายในตำหนักมีชั้นเก็บตำราหกชั้นเรียงรายอยู่มุมห้อง ภาพสุดท้ายของเขาคือกำลังเสพสุขอยู่ที่หอคณิกาแล้วมีชายสองคนบุกเข้ามา ถ้าคาดเดาไม่ผิดคงเป็นเหล่าพี่น้องอย่างองค์รัชทายาทและน้องสี่แน่นอน “ตื่นแล้วหรือ ลูกตัวดี” คนเป็นแม่รีบเดินมาพร้อมจับใบหูของลูกชายตัวแสบดึงลงสุดแรงจนใบหูแดงก่ำ อีกฝ่ายต้องเอามือประคบ “อะไรกันเสด็จแม่ ข้าแค่ร่ำสุรา ไม่ได้มีสิ่งอื่นเลย” “แต่รู้ไหมว่าเสด็จพ่อเจ้าทนข้อครหาจากเหล่าขุนนางไม่ได้ เป็นถึงราชวงศ์กลับประพฤติตนเช่นนั้น พวกขุนนางถึงขึ้นตั้งข้อหาปลดตำแหน่งเจ้า อับอายสิ้นดี” “เสด็จแม่ ข้าผิดไปแล้ว ข้าจะไม่ไปหอคณิกาอีกแล้ว” เขาทรุดตัวลงต่อหน้า กอดขา ส่งสายตาอ้อนวอนแม่ของตนหวังให้ใจเย็นลงและไม่ให้เสด็จพ่อทราบเหตุการณ์ในวันนี้ “ช่างเถอะ ไม่ว่าอย่างไรก็สายไปแล้ว เสด็จพ่อเจ้ากำลังคัดเลือกหญิงงามที่เหมาะสมเพื่อจัดงานอภิเษกให้เจ้า เพื่อทีเจ้าจะเป็นผู้เป็นคนขึ้นมา” “ไม่ได้เด็ดขาด ข้ามีสัญญาอภิเษกกับอวี้ชิงไปแล้ว ไม่ว่าอย่างไรตำ

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   ก้าวข้ามหิมะ(ต่อ)

    วันรุ่งขึ้นยายปลุกข้าตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างให้ออกมาวิ่งรอบป่าไผ่ นั่งสมาธิใกล้ลำธาร แต่ข้าดันแอบหลับเสียจนได้ จึงโดนปลุกด้วยน้ำจากในลำธารสาดกระเซ็นมาโดนกายด้วยกระบี่ที่ตวัดในลำธารแล้วจึงตื่นขึ้นมา ไม่ว่าจะฝึกวิชากระบี่ ยิงธนู การใช้มีดสั้น วรยุทธ์ต่างๆ ไปเรื่อยทั้งวัน ตกเย็นยายก็สอนวิชาพิษไหนจะการค้าขายกับข้าอีก ส่วนงานบ้านงานเรือนนั้นแน่ว่า.....ข้าทำไม่ได้ อะไรก็ไม่รู้ยิบย่อยไปหมด ซื้อที่ร้านอาหารกินเอาจะง่ายกว่าไหม ทั้งยังอุดหนุนกิจการคนอื่นอีก...“อัครเสนาบดีหลี่ ท่านจะทำยังไงต่อไป ในเมื่อข้าแทบพลิกแผ่นดินหาป้ายคำสั่งนั่นแล้วก็ไม่เจอ” ชายคนนั้นผู้ที่ฆ่าล้างสกุลหนานกงเอ่ยขึ้น เพราะเขารู้ดีว่าสิ่งที่นายต้องการคืออะไร แต่บัดนี้กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขาแทบจะรื้อจวนหาแล้วก็ยังไม่พบ“ในเมื่อใช้ป้ายคำสั่งนั้นไม่ได้คงต้องใช้แผนสำรอง เจ้าตามข้ามา” เขาเอ่ยเป็นนัยเพื่อให้ผู้ที่บังคับรถม้าที่พวกเขานั่งสนทนากันอยู่นั้น พาไปที่ชายแดนเมืองเจียงหลี ที่แห่งนี้มีหมู่บ้านเล็กๆ มีคนอาศัยอยู่นับร้อยคนได้ ต่างปลูกเรือนใกล้ชิดติดกันขนาบสองข้างซ้ายขวา ตรงกลางเป็นทางเดินแล้วยังเป็นตลาดที่ให้คนมาจับจ่ายกั

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   ก้าวข้ามหิมะ

    “ถ้าอย่างนั้นเจ้ามาเป็นหลานข้าก็แล้วกันนะ เยว่เหยา” “เช่นนั้น ท่านมีนามว่าอะไร” “ข้าชื่อ เจียอี ดีเหมือนกันข้าเองก็แก่เต็มทน ไม่มีลูกหลานไว้ดูแล คงต้องฝากฝังไว้ที่เจ้าแล้วละ” “เจ้าค่ะ” “เยว่เหยา เจ้ากินข้าวได้แล้ว” เมื่อปรับความเข้าใจแล้ว ต่างฝ่ายต่างจับตะเกียบทานข้าวกัน พูดคุยถามไถ่กันจนรู้ว่าพ่อแม่ของนางถูกฆ่าตายจากคนที่ปองร้าย แต่ยายกลับไม่รู้ว่าพ่อแม่นางคือใคร “กินข้าวเสร็จแล้ว ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามานอนได้แล้ว นี่ดึกมากแล้ว” “เจ้าค่ะ” “ไม่ต้องพูดเจ้าค่ะกับข้าก็ได้ ที่นี่ไม่ใช่วังเสียหน่อย” “แต่ว่าข้าทำงานบ้านไม่เป็น คงต้องรบกวนท่านยายแล้ว” “ไม่เป็นไร เจ้ายังเด็กสามารถเรียนรู้อะไรได้อีกมาก ตามมา” ยายเรียกให้นางตามมาสำรวจภายในเรือนหลังนี้ตามมุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนที่ตนอยู่นั้นที่โปร่งโล่งเพราะมีหน้าต่างถึงสองบาน ฟูกนอนและผ้าห่มสีขาวบนที่นอนไม้ที่อยู่ซ้ายบนของห้อง ส่วนที่เหลือก็เป็นตู้เก็บของต่างที่วางอย่างเป็นระเบียบอยู่ สูงระดับเอวของเจ้าของบ้าน ในกลางวันอากาศในวันที่มีแดดคงจะดีมาก เมื่อเดินออกมาตรงกลางเรือนนี้เป็นเหมือนส่วนกลางที่เอาไว้รับแขกมีโต๊ะสูงสี่เหลี่ยมพร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status