เข้าสู่ระบบกฤษณ์ดนัยตื่นขึ้นมาในช่วงสายของอีกวัน แต่ทว่าข้างกายนั้นว่างเปล่า ร่างบางเนื้อตัวหอมกรุ่นที่นอนกอดกันตลอดคืนนั้นอันตรธานหายไป ทิ้งไว้เพียงร่องรอยยับย่นบนที่นอนและคราบเลือดสีแดง อันเป็นหลักฐานของความสัมพันธ์ลึกซึ้งของเขาและเธอ
เมื่อคืนกว่ากิจกรรมบนเตียงจะเสร็จสิ้นก็เกือบรุ่งสาง ชายหนุ่มจึงปล่อยให้เธอได้นอนพักเอาแรง กะว่าเมื่อตื่นขึ้นมาจะต้องคุยกันอย่างจริงจัง แต่ทว่าสาวน้อยของเขากลับหนีหายไป ชายหนุ่มถอนหายใจออกมา ก่อนลุกขึ้นจากเตียงด้วยกายเปลือยเปล่า หันไปคว้าผ้าขนหนูสีขาวผืนใหญ่ขึ้นมาพันกายท่อนล่าง และเดินออกมาจากห้อง
“เชี่ย!!!” เสียงคเชนทร์อุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นกฤษณ์ดนัยเดินออกมาจากห้องภัททิรา
ทว่าเขาก็หาได้สนใจ เพราะคเชนทร์ไม่ใช่คนที่จะปากโป้ง แต่เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินตรงเข้ามากฤษณ์ดนัยจึงต้องรีบหลบเข้าไปในห้องอีกครั้ง
“ที่รักจะไปไหนครับ หืม” กฤษณ์ดนัยเงี่ยหูฟังผ่านบานประตู ได้ยินเสียงคเชนทร์กำลังคุยกับ
กันติชา“จะไปตามพ่อมาทานข้าวค่ะอาเชนทร์ แปลกมากเลยที่ป่านนี้แล้วพ่อยังไม่ตื่น ไม่รู้ว่าไม่สบายหรือเปล่า”
“เดี๋ยวอาไปตามให้ดีกว่า ที่รักไปชงกาแฟให้อาหน่อยนะ”
“ก็ได้ค่ะ”
กฤษณ์ดนัยตั้งใจฟังบทสนทนาระหว่างเพื่อนรุ่นน้องคนสนิทพ่วงด้วยตำแหน่งว่าที่ลูกเขย กับลูกสาวสุดที่รัก จนกระทั่งเสียงนั้นเงียบหายไป เพียงไม่นานก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ ชายหนุ่มจึง
ค่อย ๆ แง้มบานประตูโผล่หน้าออกไป“รีบเลยพี่ เดี๋ยวผมไปรอที่ห้องครัว เรามีเรื่องต้องคุยกัน”
“เออ มึงรีบไปรับหน้ากี้ก่อนเถอะ”
หลังจากคเชนทร์เดินจากไป กฤษณ์ดนัยก็รีบวิ่งกลับห้องไปอาบน้ำแต่งตัวและลงมารับประทานอาหารมื้อสายร่วมกับลูกสาวและว่าที่ลูกเขย ในตอนนั้นเองชายหนุ่มจึงได้รู้ว่าภัททิรานั้นเพิ่งขอตัวกลับไปได้ไม่นาน โดยอ้างว่ามีงานด่วน
ชายหนุ่มก็นึกแย้งในใจว่า ช่วงวันหยุดปีใหม่แบบนี้จะมีใครติดต่อเรื่องงาน นอกเสียจากว่าจะไร้มารยาทเต็มที เธอคงตั้งใจหลบหน้าเขาเสียมากกว่า
เมื่ออาหารมื้อสายเสร็จสิ้นลง คเชนทร์จึงชวนกฤษณ์ดนัยออกไปจิบกาแฟกันที่ริมสระว่ายน้ำ พอได้อยู่กันสองคนคเชนทร์จึงยิงคำถามใส่ไม่ยั้ง
“เมื่อคืนพี่นอนห้องแพททั้งคืนใช่ไหม”
กฤษณ์ดนัยพยักหน้ารับพลางจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์ “แม่งเอ๊ย กูว่าละ เมื่อคืนลงมากินน้ำก็ได้ยินเสียงแปลก ๆ ตอนแรกก็นึกว่าแพทดูหนังโป๊ ที่ไหนได้หนังสดพ่อตากูนี่เอง”“ไอ้เชนทร์มึงก็พูดเบา ๆ เป็นไหม กูยังไม่อยากให้กี้รู้ตอนนี้”
“แล้วพี่จะบอกกี้เมื่อไหร่”
“กูอยากเคลียร์กับแพทให้รู้เรื่องก่อน ค่อยบอกทีหลัง” คเชนทร์หรี่ตามองว่าที่พ่อตาด้วยความสงสัย
“เคลียร์ของพี่นี่มันยังไงวะ”
“ก็ทำให้มันชัดเจนไง มึงก็ไม่น่าถามอะไรโง่ ๆ”
คำตอบของกฤษณ์ดนัยทำเอาคเชนทร์แทบสำลักกาแฟ เท่าที่รู้มา ตั้งแต่พ่อหม้ายหนุ่มเลิกรากับภรรยาตั้งแต่กันติชายังแบเบาะ เขาก็ไม่เคยคบใครจริงจังอีกเลย อาจจะมีหาความสุขทางกายเป็นครั้งคราวแบบไม่ผูกมัด แต่พอบทจะจริงจังก็เล่นเดินหน้าเต็มสูบ ทำเอาคเชนทร์แทบตั้งรับไม่ทัน
“พี่กฤษณ์ อย่ามาล้อเล่นนะ นี่เพื่อนรักเมียผมนะ”
“เมียมึงก็ลูกกูนะ กูไม่ได้ล้อเล่น กูจริงจัง”
“แล้วพี่จะเอาไงต่อ”
คำถามของคเชนทร์ทำให้พ่อหม้ายหนุ่มนิ่งไป นัยน์ตาคู่คมมีแววครุ่นคิด แต่เพียงไม่นานก็เผยรอยิ้มขึ้นที่มุมปาก คเชนทร์เห็นแบบนั้นก็รู้ทันทีว่ากฤษณ์ดนัยมีแผนการบางอย่างในใจ
4 ปีผ่านไป‘พาเพลินค่าเฟ่’ ร้านอาหารและคาเฟ่แห่งไร่เปี่ยมรัก เปิดให้บริการมาแล้วร่วมปี โดยมีภัททิราเป็นผู้ดูแล หญิงสาวแวะเข้ามาตรวจตราความเรียบร้อยเป็นประจำทุกวัน และในบางครั้งเธอก็จะพาเด็กหญิงเพลินมาศตัวน้อยติดสอยห้อยตามมาด้วย ความน่ารักสดใส ช่างพูดช่างเจรจา ทำให้เด็กน้อยกลายเป็นขวัญใจของลูกค้าไปโดยปริยาย ลูกค้าบางคนถึงขนาดลงทุนขับรถข้ามจังหวัด เพื่อมาทักทายหนูน้อยเพลินมาศโดยเฉพาะภัททิราจึงมีหน้าที่พาลูกสาวออกจากห้องทำงานหลังร้าน มาพูดคุยทักทายลูกค้า วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ภัททิราพาลูกสาวมาทำงานด้วย เพื่อพบปะเหล่าแฟนคลับที่เป็นลูกค้าประจำของทางร้าน“คูมแม่ขา น้องเพลินอยากกิงเค้ก” เด็กหญิงตัวน้อยเดินเข้ามาเอาหน้าซบตักมารดา พร้อมส่งสายตาอ้อนวอน“หนูกินไปแล้วนี่คะลูก” ภัททิรายกมือขึ้นเช็ดคราบครีมสีขาวที่มุมปากลูกสาว “หนูดื่มน้ำส้มที่ย่าอิ่มทำให้หรือยังคะ”“ดื่มแย้วค่ะ”“งั้นก็พอแล้วค่ะ เดี๋ยวเราต้องกลับบ้านไปทานข้าวเย็น”“คูมแม่ขา….” เมื่อหนูน้อยไม่ได้ดั่งใจก็เริ่มเบ้ปากทำท่าจะร้องไห้ แต่ทว่าผู้เป็นมารดาก็ต้องใจแข็ง เพราะก่อนออกจากบ้านได้ตกลงกันไว้แล้วว่าจะได้กินเค้กแสนอร่อยเพียงแค่หนึ่ง
ในที่สุดความเจ็บปวดของว่าที่คุณแม่ก็สิ้นสุดลง พร้อมกับการออกมาลืมตาดูโลกของทารกน้อยเพศหญิงหน้าตาน่ารักน่าชังเด็กหญิงเพลินมาศ ลูกสาวคนเล็กของพ่อเลี้ยงกฤษณ์ดนัย และภรรยาคนสวยนั้น เป็นที่รักของทุกคนในไร่เปี่ยมรัก หน้าตาผิวพรรณนั้นได้รับมรดกจากพ่อและแม่ เป็นส่วนผสมที่ลงตัว จะเรียกว่าไม่มีที่ติเลยก็ว่าได้เมื่อออกจากโรงพยาบาล ทุกคนก็เดินทางกลับมาใช้ชีวิตที่ไร่เปี่ยมรัก พร้อมกับสมาชิกคนใหม่เมื่อภัททิรากลายเป็นคุณแม่เต็มตัว ในตอนแรกที่อยู่โรงพยาบาลเธอก็แอบรู้สึกกังวล เพราะไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่ก็ได้สามีคอยให้กำลังใจ ไหนจะป้าอิ่มและทุกคนในบ้านคอยช่วยเหลือ ออกแนวจะแย่งกันช่วยเสียด้วยซ้ำ เพราะใคร ๆ ต่างก็หลงรักทารกน้อยตอนนี้หนูน้อยเพลินมาศอายุได้สามเดือน เริ่มจดจำเสียงทุกคนในบ้านได้ หากเป็นคนคุ้นเคยทารกน้อยก็จะส่งเสียงอ้อแอ้โต้ต้อบ ก็ยิ่งทำให้ทุกคนทั้งรักทั้งหลง โดยเฉพาะกฤษณ์ดนัยที่นับวันยิ่งเห่อลูกสาวตัวน้อย ถึงขนาดพักงานบริหารไร่เปี่ยมรัก เพื่อจะใช้เวลาอยู่กับลูกเมีย โดยแต่งตั้งให้ปกรณ์เป็นผู้รักษาการแทน“แพทจ๋า น้องเพลินหิว” กฤษณ์ดนัยเดินเข้ามาในห้องเลี้ยงเด็กชั้นล่าง ขณะที่ภัททิราก
คเชนทร์พากันติชาไปพักผ่อนที่โรงแรมซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาล ส่วนป้าอิ่มและเด็กรับใช้ก็พากันเดินทางกลับไร่เปี่ยมรัก เหลือเพียงพ่อเลี้ยงหนุ่มที่คอยเฝ้าคนรักไม่ยอมห่างเวลาล่วงเลยไปจนได้เวลานอนของว่าที่คุณแม่ แต่ทว่าเธอก็ยังนอนลืมตาโพลงมองเพดานสีขาวสะอาดตา พลางนึกถึงเหตุการณ์ในวันนี้ ที่ทุกอย่างจบลงด้วยดีดวงหน้าสวยคลี่ยิ้มออกมา พร้อมสองมือที่วางอยู่บนหน้าท้องนูนลูบไล้ขับกล่อมทารกน้อยที่กำลังเคลื่อนไหวไม่ยอมหลับยอมนอนเช่นเดียวกัน“เป็นอะไรครับ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว นอนไม่หลับเหรอ หืม” กฤษณ์ดนัยลุกจากโซฟาเบด เดินเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง ยกมือขึ้นใช้ข้อนิ้วแกร่งเกลี่ยแก้มนวลเบา ๆ“มีความสุขค่ะ” ภัททิราส่งยิ้มจนตาหยี “แล้วก็นอนไม่หลับด้วย ปกติคุณต้องนอนกอดแพท พอนอนคนเดียวแพทไม่ชิน”กฤษณ์ดนัยยิ้มเอ็นดูภรรยา ก่อนลุกขึ้นปลดล็อกที่กั้นเตียงคนไข้ ขึ้นไปนอนเบียดร่างเล็กบนเตียง เธอก็ขยับตัวพลิกตะแคงหันหลังให้เขาอย่างรู้งาน เพื่อให้ชายหนุ่มได้นอนสวมกอดเธอเช่นเดียวกับทุกคืน“แพท”“ขา”“ผมรักคุณมากนะ”“แพทก็รักคุณค่ะ”“เราแต่งงานกันเถอะ”“...” ไม่มีเสียงตอบรับใดจากคนในอ้อมกอด ภัททิรานิ่งเงียบไ
ภัททิราฟื้นคืนสติขึ้นมาก็พบว่าเธอนอนอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมสีขาวสะอาดตา โดยมีกฤษณ์ดนัยและป้าอิ่ม รวมถึงเด็กรับใช้ที่ตามมาด้วยยืนรายล้อมอยู่รอบเตียงคนไข้เมื่อได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของคนรัก ภาพบาดใจที่อยู่ในความทรงจำก็หวนกลับมา ทำให้ดวงหน้าสวยเริ่มเหยเก นัยน์ตาคู่หวานเอ่อคลอด้วยหยดน้ำตาป้าอิ่มและเด็กรับใช้เห็นแบบนั้นก็รีบแย่งกันพูดเพื่ออธิบายความให้ภัททิราเข้าใจ แต่เสียงดังระงมที่เกิดขึ้นนั้นฟังไม่ได้ศัพท์ เพราะมัวแต่แย่งกันพูด พ่อเลี้ยงหนุ่มจึงหมดความอดทน“ทุกคน ออกไปให้หมด ผมอยากอยู่กับเมียตามลำพัง” ชายหนุ่มกล่าวเสียงเข้มพร้อมหันไปตวัดสายตาดุใส่ ข้ารับใช้ที่อยู่มานานนั้นรู้ดีว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มกำลังโกรธ ป้าอิ่มจึงรีบลากเด็กรับใช้ทั้งสองออกไปเมื่ออยู่กันตามลำพัง ภัททิราก็ปล่อยโฮออกมาดังลั่น นอกจากความเสียใจแล้ว ยังมีฮอร์โมนภายในร่างกายที่กระหน่ำซ้ำเติมให้เธออ่อนไหวยิ่งขึ้น กฤษณ์ดนัยรีบดึงเธอเข้ามากอดปลอบ พลางลูบแผ่นหลังบอบบาง“แพท แพท คนดีครับ ฟังผมก่อนนะ” เสียงนุ่มทุ้มเต็มไปด้วยความอ่อนโยน พยายามกล่อมให้เธอสงบลง “แพทกำลังเข้าใจผิดนะ สิ่งที่คุณเห็นมันไม่มีอะไรเลย คุณฟังผมอธิบายก่อนได้ไ
ผ่านไปกว่าสองเดือน ตอนนี้อายุครรภ์ของภัททิราเข้าสู่เดือนที่ห้า อาการวิงเวียนเริ่มบรรเทาเบาบางลงไปมาก หน้าท้องแบนราบก็เริ่มนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดใครต่อใครก็ต่างคาดเดาว่ากฤษณ์ดนัยจะต้องได้ลูกสาว เพราะภัททิรานั้นตั้งแต่ท้องก็สวยวันสวยคืน ขนาดที่ว่าออกไปโรงพยาบาลทั้งที่ท้องเริ่มโตขึ้นจนสามารถสังเกตได้ ก็ยังไม่วายมีหนุ่มน้อยใหญ่มองตามกันเป็นแถว ทำเอาคนเป็นสามีต้องคอยทำหน้ายักษ์ ส่งรังสีอำมหิตผ่านทางแววตาไปให้บรรดาชายหนุ่มเหล่านั้นและก็เป็นดังเช่นที่หลายคนคาดไว้จริง ๆ จากผลการตรวจอัลตราซาวนด์ครั้งล่าสุด ก็พบว่าลูกน้อยในครรภ์ของภัททิราเป็นเพศหญิง ทำเอาทุกคนในบ้านดีใจกันยกใหญ่ด้านพ่อเลี้ยงหนุ่มด้วยความทั้งรักและห่วงเมีย ก็ย้ายมาปักหลักทำงานที่บ้าน จะแวะเวียนไปออฟฟิศบ้างอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง ในแต่ละวันภัททิราจึงได้อยู่ใกล้ชิดกฤษณ์ดนัยตลอดเวลาช่วงหลังมานี้ภัททิราชอบออกไปเดินเล่นรับลม และชมแปลงดอกไม้ใกล้กับศาลาหน้าบ้าน เมื่อว่าที่คุณพ่อเห็นแบบนั้นก็จ้างบริษัทรับเหมาเข้ามาจัดการทุบห้องด้านหน้าบ้าน สร้างเทอร์เรซยื่นออกไปให้มีพื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจ และจ้างนักจัดสวนมาเนรมิตสวนดอกไม้ริม
ภัททิราได้รับการตรวจโดยละเอียดจากสูตินรีแพทย์ โดยมีกฤษณ์ดนัยคอยอยู่เคียงข้างในทุกช่วงเวลา ตอนแรกหญิงสาวก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกอย่างไร จนกระทั่งได้ยินเสียงหัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นเป็นจังหวะชัดเจนผ่านเครื่องอัลตราซาวนด์ ความรู้สึกตื้นตันยินดีก็ก่อตัวขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง รวมไปถึงสายใยแห่งความรักและความผูกพันก็ปรากฏขึ้นชัดเจนในใจ ว่าที่คุณแม่เกิดบ่อน้ำตาแตกร้องไห้ด้วยความดีใจ ทำให้ว่าที่คุณพ่อต้องคอยปลอบอยู่นานสองนานและในวันต่อมาแพทย์ก็อนุญาตให้ภัททิรากลับบ้านได้ โดยมีกฤษณ์ดนัยคอยดูแลทุกฝีก้าว เมื่อเจ้าหน้าที่เข็นรถนั่งของว่าที่คุณแม่ลงมาถึงประตูทางออก ก็มีรถตู้สีดำคันหรูป้ายแดงขับเข้ามาจอด จากนั้นก็มีพลขับชายซึ่งเป็นคนขับรถของไร่เปี่ยมรักลงมาเปิดประตูให้ กฤษณ์ดนัยประคองหญิงสาวขึ้นรถอย่างระมัดระวัง ก่อนที่จะขึ้นมานั่งเคียงข้างเมื่อรถขับออกมาได้สักพักเธอจึงหันไปถามชายหนุ่มด้วยความสงสัย“คุณกฤษณ์ซื้อรถใหม่เหรอคะ”“ครับ ผมซื้อให้คุณ เวลาไปไหนมาไหนจะได้นั่งสบาย ชอบไหมครับคุณแม่” เขาถามพร้อมเอียงศีรษะเข้ามาใกล้ หญิงสาวก็ยิ้มด้วยความพอใจ“ชอบมากเลยค่ะ เป็นเบาะที่นั่งสบายสุด ๆ สบายจนแพ






![คำสาปราคะคุณหนูตัวร้าย 3P [Nc20+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
