เข้าสู่ระบบ“คุณผู้หญิงครับ ถึงแล้วครับ”
เสียงพลขับรถแท็กซี่ที่ภัททิรานั่งมาจากสนามบิน ดึงหญิงสาวออกจากภวังค์ เธอหันไปจ่ายเงินค่าโดยสาร ก่อนคว้ากระเป๋าเดินทางใบกะทัดรัดลงจากรถ เดินเหม่อลอยประหนึ่งคนปราศจากวิญญาณภายในร่างกายเข้าไปในคอนโดฯหรู
เมื่อเข้ามาในห้องอันเป็นสถานที่อันคุ้นเคย เธอก็โยนข้าวของวางกองบนพื้นในห้องนั่งเล่น ก่อนเดินเข้าห้องนอน ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหายาคุมฉุกเฉินที่ซื้อมาจากร้านขายยาที่สนามบินขึ้นมาแกะใส่ปาก และคว้าขวดน้ำบนโต๊ะข้าง
หัวเตียงขึ้นมาดื่มตาม ก่อนทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนหนานุ่ม นัยน์ตาคู่งามเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม จ้องมองเพดานสีขาวสะอาดตา พลันภาพความ ทรงจำอันเร่าร้อนระหว่างเธอและกฤษณ์ดนัยก็ผุดขึ้นมาพร้อมความรู้สึกหวามไหวปั่นป่วนภายในกายสาวเมื่อคืน...
ทันทีที่ประตูห้องนอนของเธอในวิลล่าหรูปิดลง ชายหนุ่มก็อุ้มเธอวางลงบนที่นอนหนานุ่ม ก่อนทาบทับลงมากอดจูบแลกลิ้นกันราวกับสัตว์ป่า
หิวกระหาย ขณะเดียวกันฝ่ามือหนาก็เลิกชายเสื้อยืดตัวบางขึ้น ลูบไล้เอวคอดเรื่อยไปตามสีข้างเนียนเรียบ สอดมือเข้าไปใต้แผ่นหลังบอบบาง ปลดตะขอบราเซียร์ออกอย่างคล่องแคล่วชายหนุ่มถอนจูบออกมาพลางมองร่างบางนอนหอบเหนื่อย โกยอากาศหายใจเข้าปอด ทว่านัยน์ตาคู่สวยนั้นช่างเย้ายวนจนเขาไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงซุกไซร้ซอกคอระหงกรุ่นกลิ่นหอมหวาน ฝ่ามือหยาบกร้านจับชายเสื้อยืดเลิกขึ้นไปจนพ้นกายบาง ก่อนหันมาคว้าบราเซียร์ลูกไม้สีชมพูออกโยนทิ้งอย่างไม่ไยดี สองมือเข้าสัมผัสปทุมถันเต่งตึง พลางนวดเคล้นความอวบอิ่ม
เรียวลิ้นสากลากไล้ลงมาตามซอกคอเรียว ตวัดปัดป่ายชิมความหอมหวานของเนื้อสาวอย่างตะกละตะกลาม บางจังหวัดก็ดูดดึงเนื้ออ่อนฝากรอยรักสีกุหลาบไว้ประปราย ลิ้นร้ายลากผ่านร่องอกจนมาถึงปลายยอดปทุมสีสวย ก่อนอ้าปากงับเบา ๆ ทำเอาเธอเสียวซ่านจนต้องแอ่นอกรับ
เมื่อชายหนุ่มเห็นเธอตอบสนองแบบนั้นก็ไม่รอช้า เขาใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่ล้วงเข้าไปในกางเกงผ้าตัวบาง หมายจะรุกล้ำจุดอ่อนไหวกลางกายสาว แต่เขาก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าเธอไม่ได้สวมใส่แพนตี้ กฤษณ์ดนัยครางต่ำในลำคออย่างพึงพอใจ ก่อนใช้เรียวนิ้วสากหยอกเย้าติ่งเนื้อเล็ก นั่นยิ่งทำให้ร่างอรชรบิดเร่า และมันยิ่งทำให้เขาฮึกเหิมมากขึ้น
จากที่ปลุกเร้าเธอเพียงภายนอก เขาค่อย ๆ ใช้ปลายนิ้วชำแรกแทรกผ่านช่องทางรักที่ปิดสนิท เขาสัมผัสได้ถึงความคับแน่นมหาศาล ทำให้เขาพอจะเดาได้ว่าเธอไม่ค่อยผ่านประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน ชายหนุ่มจึงค่อย ๆ เคลื่อนไหวนิ้วอย่างเชื่องช้า จวบจนเธอเริ่มเกิดอารมณ์พลุ่งพล่านส่งเสียงครางหวาน เขาจึงค่อยเร่งความเร็ว สาวนิ้วเข้าออกถี่ขึ้น ทุกครั้งที่ผ่านจุดอ่อนไหว เธอก็จะแอ่นอกยกสะโพกไปตามอารมณ์ที่พวยพุ่ง และในท้ายที่สุดเขาก็พาเธอไปพานพบความรู้สึกแปลกใหม่ พร้อมปลดปล่อยสายธารชุ่มฉ่ำออกมาจนเปื้อนเปรอะกางเกงผ้าลามไปจนถึงผ้าปูที่นอน
กฤษณ์ดนัยหยัดกายขึ้นคร่อมร่างบาง ก่อนดึงกางเกงผ้าของเธอออกไปจนพ้นเรียวขาบอบบาง จากนั้นเขาจึงลงมายืนที่ปลายเตียง จัดการปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนจนเหลือเพียงกายเปลือยเปล่า
ชายหนุ่มคืบคลานขึ้นไปบนเตียงช้า ๆ พลางมองร่างอรชรด้วยความเสน่หา
“แพท ผมไม่อยากให้คุณเจ็บ ผมต้องเตรียมคุณให้พร้อมอีกนิด”
หญิงสาวได้แต่พยักหน้า แต่ก็ไม่เข้าใจว่าเขาจะทำอะไร จนกระทั่งเขาจับเรียวขาทั้งสองข้างของเธอแยกออกจากกัน ก่อนฝังใบหน้าคมคร้ามลงไปยังใจกลางความสาว
“อ๊ะ...”
เสียงหวานหลุดครางด้วยความตกใจ และพยายามจะหุบขาเข้าหากัน แต่ก็ไม่อาจต้านทานแรงของชายหนุ่มได้
“อื้อ...”
เรียวลิ้นสากโลมเลียกลีบบอบบางอย่างแผ่วเบา ก่อนใช้ปลายลิ้นแทรกผ่านช่องทางรักที่ปิดสนิท สอดลึกเข้าไปปลุกเร้าสะกิดตุ่มไต สร้างความเสียดเสียวให้เธออย่างรุนแรง จนเผลอยกสะโพกกลมกลึงตอบรับความสุขที่เขามอบให้
เมื่อเห็นหญิงสาวดิ้นเร่าแบบนั้น เขาก็ใช้สองมือจับบั้นท้ายงอนงามไว้มั่น ก่อนละเลงลิ้นระรัว
ทำให้เธอไม่สามารถดิ้นหนีไปได้ มือเล็กปัดป่ายขยุ้มผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ พร้อมทั้งส่งเสียงร้องครวญครางปานจะขาดใจ และในที่สุดเขาก็พาเธอไปถึงจุดสุดยอดอีกครั้งกฤษณ์ดนัยลุกขึ้นคร่อมร่างเล็ก พลางมองใบหน้าเย้ายวนของคนที่เพิ่งจะเสร็จสมเป็นครั้งที่สอง นัยน์ตาคู่สวยมองตอบกลับมา พอเธอเหลือบไปเห็นแก่นกายชายที่แข็งตัวเต็มที่ก็เผลอกลืนน้ำลายลงคอ ชายหนุ่มใช้มือสาวตัวตน พร้อมขยับเข้าไปใกล้ จับความเป็นชายทาบทับปากทางรัก ลากขึ้นลงเพื่อให้น้ำหวานของเธอช่วยหล่อลื่น พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นดวงตาสั่นระริกที่ดูหวาดหวั่น เขาก็อดสงสารไม่ได้
“ไม่ต้องกลัวนะ มันจะเจ็บแค่แป๊บเดียว ผมสัญญา”
ชายหนุ่มจรดปลายหยักลงบนกลีบบอบบาง ก่อนพยายามดันเข้าไปอย่างใจเย็น
“แพทครับ อ้าขากว้าง ๆ หน่อย อ่าส์...”
ถึงแม้ว่าเธอจะอ้าขากว้างขึ้นเพียงไร ก็ยังคงสอดใส่เข้าไปได้อย่างยากลำบาก ชายหนุ่มจึงใช้ปลายนิ้วช่วยขยี้จุดกระสัน จนเธอสะดุ้งเฮือก
ร่างบางเริ่มบิดเร่าจากการถูกกระตุ้น เขาจึงอาศัยช่วงเวลานั้นผลักดันความเป็นชายเข้าไปจนสุดความยาว ความเจ็บแล่นปลาบขึ้นมาจนหญิงสาวน้ำตาซึม“อ่าส์.../อ๊ะ...”
“แพทครับ โคตรเสียวเลย ข้างในของแพทมันรัดไปหมด”
เขาว่าพร้อมโน้มกายลงมาจูบซับคราบน้ำตาเธออย่างแผ่วเบา แต่ก็ยังคงไม่หยุดการเคลื่อนไหวของสะโพกสอบ เขาบังคับตัวตนเข้าออกเนิบช้า เพื่อให้เธอได้ปรับตัวคุ้นชินกับประสบการณ์ครั้งแรก และความเจ็บนั้นก็ค่อย ๆ เจือจาง เกิดเป็นความรู้สึกหวามไหวเข้ามาแทนที่
“อ๊ะ...”
เสียงครางแห่งความเสียวซ่านเริ่มดังขึ้นเป็นระลอก ตามจังหวะการตอกอัด กล้ามอกแน่นหนั่นเสียดสีกับหน้าอกอวบอิ่มแนบชิดราวกับจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
“ผมขอทำแรงกว่านี้ได้ไหม” เสียงแหบพร่ากระซิบข้างหู หญิงสาวก็พยักหน้าตอบรับ
กฤษณ์ดนัยหยัดกายขึ้น เริ่มไหวสะโพกแรงขึ้น พลางมองท่อนเอ็นที่มีเส้นเลือดปูดโปนผลุบเข้าออกภายในช่องรักอ่อนนุ่ม พอเงยหน้าขึ้นมองดวงหน้าสวยอีกครั้ง ก็เห็นเธอสะบัดหน้าไปมาจนผมสีน้ำตาลเป็นลอนสวยนั้นยุ่งเหยิง
“อื้อ...คุณกฤษณ์คะ แพท...” เสียงครางดังขึ้นพร้อมแรงตอดรัดที่เกิดขึ้นภายใน
“อ่าส์...จะแตกแล้วใช่ไหม พร้อมกันนะ”
ว่าจบกฤษณ์ดนัยก็ทิ้งตัวลงมาทาบทับร่างบาง กระหน่ำสะโพกเข้าออกรัวเร็ว เพียงไม่กี่วินาทีจากนั้น ภัททิราก็เดินทางไปถึงจุดสุดยอดเป็นครั้งที่สาม กายแกร่งกระตุกเฮือกก่อนปลอดปล่อยสายธารอุ่นเข้าเติมเต็มภายในโพรงรักอ่อนนุ่ม จากนั้นเขาก็ทิ้งตัวลงบนที่นอน และดึงเธอเข้ามากอด
สองร่างนอนพักหายใจกันอยู่ครู่ใหญ่ ผ่านไปหลายนาทีชายหนุ่มก็เริ่มปลุกเร้าเธออีกครั้ง
ภัททิราก็จำไม่ได้เหมือนกันว่ากิจกรรม
ร้อนเร่านั้นผ่านไปกี่ยก เมื่อเธอรู้สึกตัวตื่นขึ้นอีกทีก็เป็นเวลาเช้ามืดพอสติสัมปชัญญะกลับมาครบถ้วนสมบูรณ์ก็จัดการเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า รีบแต่งเนื้อแต่งตัวและออกมาจากวิลล่าก่อนที่ทุกคนจะตื่น
เพราะความเมาเป็นเหตุทำให้เธอปล่อยตัวปล่อยใจมอบความบริสุทธิ์ให้เขาไป
ถามว่าเสียดายไหม...
เปล่าเลย...
เพราะเธอก็ชอบเขา แต่ติดตรงที่ชายหนุ่มคือพ่อของเพื่อนเธอนี่สิ
สุดท้ายเธอก็หนีกลับมาตั้งหลักที่กรุงเทพฯ เพราะไม่อาจสู้หน้าใครในบ้านหลังนั้นได้ในตอนนี้
ภัททิรานอนพลิกไปพลิกมาบนเตียง แม้ว่าจะแทบไม่ได้นอน แต่ก็ไม่สามารถข่มตาหลับลงได้ เพราะทุกครั้งที่เปลือกตาปิดลง ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก็ผุดขึ้นมา สร้างความปั่นป่วนให้เธอทั้งกายและใจ
ในที่สุดหญิงสาวจึงตัดสินใจเดินเข้าห้องน้ำ อาบน้ำเสียหน่อย หวังให้สายน้ำเย็นขับไล่ความคิดว้าวุ่นนี้ออกไป
4 ปีผ่านไป‘พาเพลินค่าเฟ่’ ร้านอาหารและคาเฟ่แห่งไร่เปี่ยมรัก เปิดให้บริการมาแล้วร่วมปี โดยมีภัททิราเป็นผู้ดูแล หญิงสาวแวะเข้ามาตรวจตราความเรียบร้อยเป็นประจำทุกวัน และในบางครั้งเธอก็จะพาเด็กหญิงเพลินมาศตัวน้อยติดสอยห้อยตามมาด้วย ความน่ารักสดใส ช่างพูดช่างเจรจา ทำให้เด็กน้อยกลายเป็นขวัญใจของลูกค้าไปโดยปริยาย ลูกค้าบางคนถึงขนาดลงทุนขับรถข้ามจังหวัด เพื่อมาทักทายหนูน้อยเพลินมาศโดยเฉพาะภัททิราจึงมีหน้าที่พาลูกสาวออกจากห้องทำงานหลังร้าน มาพูดคุยทักทายลูกค้า วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ภัททิราพาลูกสาวมาทำงานด้วย เพื่อพบปะเหล่าแฟนคลับที่เป็นลูกค้าประจำของทางร้าน“คูมแม่ขา น้องเพลินอยากกิงเค้ก” เด็กหญิงตัวน้อยเดินเข้ามาเอาหน้าซบตักมารดา พร้อมส่งสายตาอ้อนวอน“หนูกินไปแล้วนี่คะลูก” ภัททิรายกมือขึ้นเช็ดคราบครีมสีขาวที่มุมปากลูกสาว “หนูดื่มน้ำส้มที่ย่าอิ่มทำให้หรือยังคะ”“ดื่มแย้วค่ะ”“งั้นก็พอแล้วค่ะ เดี๋ยวเราต้องกลับบ้านไปทานข้าวเย็น”“คูมแม่ขา….” เมื่อหนูน้อยไม่ได้ดั่งใจก็เริ่มเบ้ปากทำท่าจะร้องไห้ แต่ทว่าผู้เป็นมารดาก็ต้องใจแข็ง เพราะก่อนออกจากบ้านได้ตกลงกันไว้แล้วว่าจะได้กินเค้กแสนอร่อยเพียงแค่หนึ่ง
ในที่สุดความเจ็บปวดของว่าที่คุณแม่ก็สิ้นสุดลง พร้อมกับการออกมาลืมตาดูโลกของทารกน้อยเพศหญิงหน้าตาน่ารักน่าชังเด็กหญิงเพลินมาศ ลูกสาวคนเล็กของพ่อเลี้ยงกฤษณ์ดนัย และภรรยาคนสวยนั้น เป็นที่รักของทุกคนในไร่เปี่ยมรัก หน้าตาผิวพรรณนั้นได้รับมรดกจากพ่อและแม่ เป็นส่วนผสมที่ลงตัว จะเรียกว่าไม่มีที่ติเลยก็ว่าได้เมื่อออกจากโรงพยาบาล ทุกคนก็เดินทางกลับมาใช้ชีวิตที่ไร่เปี่ยมรัก พร้อมกับสมาชิกคนใหม่เมื่อภัททิรากลายเป็นคุณแม่เต็มตัว ในตอนแรกที่อยู่โรงพยาบาลเธอก็แอบรู้สึกกังวล เพราะไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่ก็ได้สามีคอยให้กำลังใจ ไหนจะป้าอิ่มและทุกคนในบ้านคอยช่วยเหลือ ออกแนวจะแย่งกันช่วยเสียด้วยซ้ำ เพราะใคร ๆ ต่างก็หลงรักทารกน้อยตอนนี้หนูน้อยเพลินมาศอายุได้สามเดือน เริ่มจดจำเสียงทุกคนในบ้านได้ หากเป็นคนคุ้นเคยทารกน้อยก็จะส่งเสียงอ้อแอ้โต้ต้อบ ก็ยิ่งทำให้ทุกคนทั้งรักทั้งหลง โดยเฉพาะกฤษณ์ดนัยที่นับวันยิ่งเห่อลูกสาวตัวน้อย ถึงขนาดพักงานบริหารไร่เปี่ยมรัก เพื่อจะใช้เวลาอยู่กับลูกเมีย โดยแต่งตั้งให้ปกรณ์เป็นผู้รักษาการแทน“แพทจ๋า น้องเพลินหิว” กฤษณ์ดนัยเดินเข้ามาในห้องเลี้ยงเด็กชั้นล่าง ขณะที่ภัททิราก
คเชนทร์พากันติชาไปพักผ่อนที่โรงแรมซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาล ส่วนป้าอิ่มและเด็กรับใช้ก็พากันเดินทางกลับไร่เปี่ยมรัก เหลือเพียงพ่อเลี้ยงหนุ่มที่คอยเฝ้าคนรักไม่ยอมห่างเวลาล่วงเลยไปจนได้เวลานอนของว่าที่คุณแม่ แต่ทว่าเธอก็ยังนอนลืมตาโพลงมองเพดานสีขาวสะอาดตา พลางนึกถึงเหตุการณ์ในวันนี้ ที่ทุกอย่างจบลงด้วยดีดวงหน้าสวยคลี่ยิ้มออกมา พร้อมสองมือที่วางอยู่บนหน้าท้องนูนลูบไล้ขับกล่อมทารกน้อยที่กำลังเคลื่อนไหวไม่ยอมหลับยอมนอนเช่นเดียวกัน“เป็นอะไรครับ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว นอนไม่หลับเหรอ หืม” กฤษณ์ดนัยลุกจากโซฟาเบด เดินเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง ยกมือขึ้นใช้ข้อนิ้วแกร่งเกลี่ยแก้มนวลเบา ๆ“มีความสุขค่ะ” ภัททิราส่งยิ้มจนตาหยี “แล้วก็นอนไม่หลับด้วย ปกติคุณต้องนอนกอดแพท พอนอนคนเดียวแพทไม่ชิน”กฤษณ์ดนัยยิ้มเอ็นดูภรรยา ก่อนลุกขึ้นปลดล็อกที่กั้นเตียงคนไข้ ขึ้นไปนอนเบียดร่างเล็กบนเตียง เธอก็ขยับตัวพลิกตะแคงหันหลังให้เขาอย่างรู้งาน เพื่อให้ชายหนุ่มได้นอนสวมกอดเธอเช่นเดียวกับทุกคืน“แพท”“ขา”“ผมรักคุณมากนะ”“แพทก็รักคุณค่ะ”“เราแต่งงานกันเถอะ”“...” ไม่มีเสียงตอบรับใดจากคนในอ้อมกอด ภัททิรานิ่งเงียบไ
ภัททิราฟื้นคืนสติขึ้นมาก็พบว่าเธอนอนอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมสีขาวสะอาดตา โดยมีกฤษณ์ดนัยและป้าอิ่ม รวมถึงเด็กรับใช้ที่ตามมาด้วยยืนรายล้อมอยู่รอบเตียงคนไข้เมื่อได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของคนรัก ภาพบาดใจที่อยู่ในความทรงจำก็หวนกลับมา ทำให้ดวงหน้าสวยเริ่มเหยเก นัยน์ตาคู่หวานเอ่อคลอด้วยหยดน้ำตาป้าอิ่มและเด็กรับใช้เห็นแบบนั้นก็รีบแย่งกันพูดเพื่ออธิบายความให้ภัททิราเข้าใจ แต่เสียงดังระงมที่เกิดขึ้นนั้นฟังไม่ได้ศัพท์ เพราะมัวแต่แย่งกันพูด พ่อเลี้ยงหนุ่มจึงหมดความอดทน“ทุกคน ออกไปให้หมด ผมอยากอยู่กับเมียตามลำพัง” ชายหนุ่มกล่าวเสียงเข้มพร้อมหันไปตวัดสายตาดุใส่ ข้ารับใช้ที่อยู่มานานนั้นรู้ดีว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มกำลังโกรธ ป้าอิ่มจึงรีบลากเด็กรับใช้ทั้งสองออกไปเมื่ออยู่กันตามลำพัง ภัททิราก็ปล่อยโฮออกมาดังลั่น นอกจากความเสียใจแล้ว ยังมีฮอร์โมนภายในร่างกายที่กระหน่ำซ้ำเติมให้เธออ่อนไหวยิ่งขึ้น กฤษณ์ดนัยรีบดึงเธอเข้ามากอดปลอบ พลางลูบแผ่นหลังบอบบาง“แพท แพท คนดีครับ ฟังผมก่อนนะ” เสียงนุ่มทุ้มเต็มไปด้วยความอ่อนโยน พยายามกล่อมให้เธอสงบลง “แพทกำลังเข้าใจผิดนะ สิ่งที่คุณเห็นมันไม่มีอะไรเลย คุณฟังผมอธิบายก่อนได้ไ
ผ่านไปกว่าสองเดือน ตอนนี้อายุครรภ์ของภัททิราเข้าสู่เดือนที่ห้า อาการวิงเวียนเริ่มบรรเทาเบาบางลงไปมาก หน้าท้องแบนราบก็เริ่มนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดใครต่อใครก็ต่างคาดเดาว่ากฤษณ์ดนัยจะต้องได้ลูกสาว เพราะภัททิรานั้นตั้งแต่ท้องก็สวยวันสวยคืน ขนาดที่ว่าออกไปโรงพยาบาลทั้งที่ท้องเริ่มโตขึ้นจนสามารถสังเกตได้ ก็ยังไม่วายมีหนุ่มน้อยใหญ่มองตามกันเป็นแถว ทำเอาคนเป็นสามีต้องคอยทำหน้ายักษ์ ส่งรังสีอำมหิตผ่านทางแววตาไปให้บรรดาชายหนุ่มเหล่านั้นและก็เป็นดังเช่นที่หลายคนคาดไว้จริง ๆ จากผลการตรวจอัลตราซาวนด์ครั้งล่าสุด ก็พบว่าลูกน้อยในครรภ์ของภัททิราเป็นเพศหญิง ทำเอาทุกคนในบ้านดีใจกันยกใหญ่ด้านพ่อเลี้ยงหนุ่มด้วยความทั้งรักและห่วงเมีย ก็ย้ายมาปักหลักทำงานที่บ้าน จะแวะเวียนไปออฟฟิศบ้างอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง ในแต่ละวันภัททิราจึงได้อยู่ใกล้ชิดกฤษณ์ดนัยตลอดเวลาช่วงหลังมานี้ภัททิราชอบออกไปเดินเล่นรับลม และชมแปลงดอกไม้ใกล้กับศาลาหน้าบ้าน เมื่อว่าที่คุณพ่อเห็นแบบนั้นก็จ้างบริษัทรับเหมาเข้ามาจัดการทุบห้องด้านหน้าบ้าน สร้างเทอร์เรซยื่นออกไปให้มีพื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจ และจ้างนักจัดสวนมาเนรมิตสวนดอกไม้ริม
ภัททิราได้รับการตรวจโดยละเอียดจากสูตินรีแพทย์ โดยมีกฤษณ์ดนัยคอยอยู่เคียงข้างในทุกช่วงเวลา ตอนแรกหญิงสาวก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกอย่างไร จนกระทั่งได้ยินเสียงหัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นเป็นจังหวะชัดเจนผ่านเครื่องอัลตราซาวนด์ ความรู้สึกตื้นตันยินดีก็ก่อตัวขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง รวมไปถึงสายใยแห่งความรักและความผูกพันก็ปรากฏขึ้นชัดเจนในใจ ว่าที่คุณแม่เกิดบ่อน้ำตาแตกร้องไห้ด้วยความดีใจ ทำให้ว่าที่คุณพ่อต้องคอยปลอบอยู่นานสองนานและในวันต่อมาแพทย์ก็อนุญาตให้ภัททิรากลับบ้านได้ โดยมีกฤษณ์ดนัยคอยดูแลทุกฝีก้าว เมื่อเจ้าหน้าที่เข็นรถนั่งของว่าที่คุณแม่ลงมาถึงประตูทางออก ก็มีรถตู้สีดำคันหรูป้ายแดงขับเข้ามาจอด จากนั้นก็มีพลขับชายซึ่งเป็นคนขับรถของไร่เปี่ยมรักลงมาเปิดประตูให้ กฤษณ์ดนัยประคองหญิงสาวขึ้นรถอย่างระมัดระวัง ก่อนที่จะขึ้นมานั่งเคียงข้างเมื่อรถขับออกมาได้สักพักเธอจึงหันไปถามชายหนุ่มด้วยความสงสัย“คุณกฤษณ์ซื้อรถใหม่เหรอคะ”“ครับ ผมซื้อให้คุณ เวลาไปไหนมาไหนจะได้นั่งสบาย ชอบไหมครับคุณแม่” เขาถามพร้อมเอียงศีรษะเข้ามาใกล้ หญิงสาวก็ยิ้มด้วยความพอใจ“ชอบมากเลยค่ะ เป็นเบาะที่นั่งสบายสุด ๆ สบายจนแพ







