หน้าหลัก / โรแมนติก / เสน่หาค่ำคืนนั้น / บทที่ 4 เสน่หาค่ำคืนนั้น

แชร์

บทที่ 4 เสน่หาค่ำคืนนั้น

ผู้เขียน: อิงวรา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-10 12:52:39

กฤษณ์ดนัยมองร่างบางเดินหนีห่างออกไป ชายหนุ่มต้องตาต้องใจภัททิราตั้งแต่อยู่ที่สนามบิน การได้รู้ว่าเธอคือเพื่อนของลูกสาวนั้นไม่ได้ทำให้ความรู้สึกของเขาเปลี่ยนไปเลย

ทว่าเมื่อได้รู้ว่าเธอก็ใจตรงกัน นั่นกลับทำให้หัวใจที่เคยแห้งเหี่ยวของพ่อหม้ายหนุ่มกลับมากระชุ่มกระชวยอีกครั้ง และเขาไม่มีทางปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไป คิดได้แบบนั้นชายหนุ่มก็รีบกระโจนขึ้นจากสระ และรีบเดินตามภัททิราไป เมื่อใกล้ถึงห้องของเธอบานประตูก็กำลังจะปิดลงพอดี เขาจึงตัดสินใจพุ่งตัวเข้าไปยื่นแขนขวางเอาไว้ จนเกือบโดนประตูหนีบ

“คุณกฤษณ์”

“ออกมาคุยกันข้างนอก”

“เอ่อ งั้นแพทขอเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนได้ไหมคะ”

“ครับ เดี๋ยวผมไปรอที่ห้องนั่งเล่น”

ภัททิราพยักหน้ารับ ชายหนุ่มจึงยอมดึงแขนที่ขวางบานประตูออกไป เมื่อประตูปิดลงภัททิราก็ทรุดนั่งลงไปกองกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง เธอแทบจะไม่กล้าสู้หน้ากฤษณ์ดนัยอยู่แล้ว หญิงสาวใช้เวลารวบรวมความกล้าอยู่หลายนาที ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนเสื้อผ้า และออกไปพบชายหนุ่มที่ห้องนั่งเล่น

เมื่อภัททิราออกไปถึงห้องนั่งเล่น ก็เห็น

กฤษณ์ดนัยนั่งอยู่บนพื้นหันหลังพิงโซฟาตัวยาว บนโต๊ะตรงหน้ามีหมูอบในจานที่พร่องไปเล็กน้อย กับแก้วสองใบพร้อมขวดบรั่นดี ซึ่งของเหลวสีอำพันภายในขวดนั้นพร่องไปมาก ดูจากรูปการณ์แล้วเขาคงมานั่งรอเธอนานพอดู และคงดื่มไปไม่น้อย

“ผมนึกว่าคุณจะทิ้งให้ผมรอเก้อซะแล้ว”

ชายหนุ่มหันมากล่าวกับเธอด้วยใบหน้าแดงก่ำ นัยน์ตาดำขลับที่มองมานั้นทำเอาหญิงสาวอดประหม่าไม่ได้ ภัททิราเข้าไปนั่งลงข้างชายหนุ่ม ก่อนคว้าขวดบรั่นดีขึ้นมาเทใส่แก้วและยกขึ้นดื่ม เพื่อเรียกความกล้า

เธอรอให้กฤษณ์ดนัยเป็นฝ่ายเอ่ยปากออกมา ทว่าเขากลับไม่พูดถึงเหตุการณ์ที่ริมสระว่ายน้ำเลย ชายหนุ่มชวนเธอคุยไปเรื่อยเปื่อย ไม่รู้ว่านานเท่าไรที่เขาและเธอสนทนากันสลับกับสาดบรั่นดีลงคอ ราวกับเป็นการดวลกันอย่างไรอย่างนั้น หัวข้อในการพูดคุยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปเรื่อย จวบจนขวดเครื่องดื่มนั้นเหลือเพียงความว่างเปล่า น้ำเสียงของทั้งคู่นั้นเริ่มอ้อแอ้

“กี้บอกว่าแพทอยู่คนเดียวมาตั้งแต่เรียนมอปลายเลย จริงเหรอ”

“ค่ะ เมื่อก่อนแพทอยู่กับแม่แค่สองคน พอแม่แต่งงานใหม่ต้องย้ายไปอยู่ต่างประเทศ แพทไม่

อยากไป ก็เลยขอแม่อยู่ที่ไทย แพทอยู่คนเดียวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา” พูดจบภัททิราก็ยกแก้วดื่มรวดเดียวจนหมด ในหัวเริ่มมึนงงจนต้องฟุบหน้าลงบนโต๊ะตัวเตี้ยหน้าโซฟา พลางมองคนเคียงข้างด้วยนัยน์ตาหวานฉ่ำ

“เก่งนะ ถึงว่าแพทดูโตเป็นผู้ใหญ่กว่าเพื่อนในกลุ่ม” ชายหนุ่มยกแขนขึ้นวางข้อศอกลงบนโต๊ะ ก่อนซบใบหน้าคมคร้ามลงบนมือหนา พร้อมจ้องมองดวงหน้าสวย

นัยน์ตาคู่คมพิจารณาใบหน้างดงามอย่างละเอียดก่อนจะมาบรรจบที่ริมฝีปากเล็ก ความรู้สึกอุ่นซ่านยังคงตราตรึงไม่จางหาย ยิ่งได้มองใกล้ ๆ เขาก็ยิ่งอยากลิ้มลองอีกครั้ง ประกอบกับความ

มึนเมา ทำให้ชายหนุ่มค่อย ๆ ก้มลงไปมอบจุมพิตแผ่วเบาให้เธออีกครา ทว่าเมื่อได้สัมผัส ราวกับมีแรงดึงดูดมหาศาล เขาประคองแก้มใสทั้งสองขึ้นมา ซึ่งเธอก็โอนอ่อนเคลิบเคลิ้ม

จูบนั้นรุนแรงเร่าร้อนจนไม่อาจถอน กว่าจะรู้ตัวอีกทีร่างบางก็ขึ้นมานั่งคร่อมบนตักแกร่ง

เรียวลิ้นร้อนชำแรกเข้าไปเกี่ยวรัดลิ้นเล็กด้วยความปรารถนา ความหอมหวานที่ติดตรึงอยู่ก่อนหน้าเมื่อได้ลิ้มลองอีกครั้งก็ทำเอาชายหนุ่มแทบคลั่ง

สะโพกกลมกลึงบดเบียดอยู่บนต้นขาแกร่ง ปลุกความเป็นชายที่หลับใหลให้ตื่นขึ้น ฝ่ามือหนาล้วงเข้าไปใต้เสื้อยืดตัวบาง ลูบไล้ผิวเนียนนุ่ม ในแต่ละสัมผัสที่มือสากลากผ่านนั้นทำกายสาวสะท้าน หลุดเสียงครางอื้ออึงในลำคอเป็นระยะ

“ไปในห้องกัน เดี๋ยวมีคนเห็น”

ชายหนุ่มถอนจูบออกมาชั่วขณะเพื่อเอ่ยกับภัททิรา แต่ทว่าหญิงสาวกลับไม่สนใจ รั้งลำคอแกร่งเข้ามาจูบต่อ กฤษณ์ดนัยจึงจำต้องอุ้มเธอไปทั้งแบบนั้น

และเมื่อบานประตูไม้สีน้ำตาลปิดลง ภายนอกวิลล่าสุดหรูก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดออกมาภายนอกเลยจวบจนรุ่งสาง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เสน่หาค่ำคืนนั้น   บทที่ 24 เสน่หาค่ำคืนนั้น (จบ)

    4 ปีผ่านไป‘พาเพลินค่าเฟ่’ ร้านอาหารและคาเฟ่แห่งไร่เปี่ยมรัก เปิดให้บริการมาแล้วร่วมปี โดยมีภัททิราเป็นผู้ดูแล หญิงสาวแวะเข้ามาตรวจตราความเรียบร้อยเป็นประจำทุกวัน และในบางครั้งเธอก็จะพาเด็กหญิงเพลินมาศตัวน้อยติดสอยห้อยตามมาด้วย ความน่ารักสดใส ช่างพูดช่างเจรจา ทำให้เด็กน้อยกลายเป็นขวัญใจของลูกค้าไปโดยปริยาย ลูกค้าบางคนถึงขนาดลงทุนขับรถข้ามจังหวัด เพื่อมาทักทายหนูน้อยเพลินมาศโดยเฉพาะภัททิราจึงมีหน้าที่พาลูกสาวออกจากห้องทำงานหลังร้าน มาพูดคุยทักทายลูกค้า วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ภัททิราพาลูกสาวมาทำงานด้วย เพื่อพบปะเหล่าแฟนคลับที่เป็นลูกค้าประจำของทางร้าน“คูมแม่ขา น้องเพลินอยากกิงเค้ก” เด็กหญิงตัวน้อยเดินเข้ามาเอาหน้าซบตักมารดา พร้อมส่งสายตาอ้อนวอน“หนูกินไปแล้วนี่คะลูก” ภัททิรายกมือขึ้นเช็ดคราบครีมสีขาวที่มุมปากลูกสาว “หนูดื่มน้ำส้มที่ย่าอิ่มทำให้หรือยังคะ”“ดื่มแย้วค่ะ”“งั้นก็พอแล้วค่ะ เดี๋ยวเราต้องกลับบ้านไปทานข้าวเย็น”“คูมแม่ขา….” เมื่อหนูน้อยไม่ได้ดั่งใจก็เริ่มเบ้ปากทำท่าจะร้องไห้ แต่ทว่าผู้เป็นมารดาก็ต้องใจแข็ง เพราะก่อนออกจากบ้านได้ตกลงกันไว้แล้วว่าจะได้กินเค้กแสนอร่อยเพียงแค่หนึ่ง

  • เสน่หาค่ำคืนนั้น   บทที่ 23 เสน่หาค่ำคืนนั้น

    ในที่สุดความเจ็บปวดของว่าที่คุณแม่ก็สิ้นสุดลง พร้อมกับการออกมาลืมตาดูโลกของทารกน้อยเพศหญิงหน้าตาน่ารักน่าชังเด็กหญิงเพลินมาศ ลูกสาวคนเล็กของพ่อเลี้ยงกฤษณ์ดนัย และภรรยาคนสวยนั้น เป็นที่รักของทุกคนในไร่เปี่ยมรัก หน้าตาผิวพรรณนั้นได้รับมรดกจากพ่อและแม่ เป็นส่วนผสมที่ลงตัว จะเรียกว่าไม่มีที่ติเลยก็ว่าได้เมื่อออกจากโรงพยาบาล ทุกคนก็เดินทางกลับมาใช้ชีวิตที่ไร่เปี่ยมรัก พร้อมกับสมาชิกคนใหม่เมื่อภัททิรากลายเป็นคุณแม่เต็มตัว ในตอนแรกที่อยู่โรงพยาบาลเธอก็แอบรู้สึกกังวล เพราะไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่ก็ได้สามีคอยให้กำลังใจ ไหนจะป้าอิ่มและทุกคนในบ้านคอยช่วยเหลือ ออกแนวจะแย่งกันช่วยเสียด้วยซ้ำ เพราะใคร ๆ ต่างก็หลงรักทารกน้อยตอนนี้หนูน้อยเพลินมาศอายุได้สามเดือน เริ่มจดจำเสียงทุกคนในบ้านได้ หากเป็นคนคุ้นเคยทารกน้อยก็จะส่งเสียงอ้อแอ้โต้ต้อบ ก็ยิ่งทำให้ทุกคนทั้งรักทั้งหลง โดยเฉพาะกฤษณ์ดนัยที่นับวันยิ่งเห่อลูกสาวตัวน้อย ถึงขนาดพักงานบริหารไร่เปี่ยมรัก เพื่อจะใช้เวลาอยู่กับลูกเมีย โดยแต่งตั้งให้ปกรณ์เป็นผู้รักษาการแทน“แพทจ๋า น้องเพลินหิว” กฤษณ์ดนัยเดินเข้ามาในห้องเลี้ยงเด็กชั้นล่าง ขณะที่ภัททิราก

  • เสน่หาค่ำคืนนั้น   บทที่ 22 เสน่หาค่ำคืนนั้น

    คเชนทร์พากันติชาไปพักผ่อนที่โรงแรมซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาล ส่วนป้าอิ่มและเด็กรับใช้ก็พากันเดินทางกลับไร่เปี่ยมรัก เหลือเพียงพ่อเลี้ยงหนุ่มที่คอยเฝ้าคนรักไม่ยอมห่างเวลาล่วงเลยไปจนได้เวลานอนของว่าที่คุณแม่ แต่ทว่าเธอก็ยังนอนลืมตาโพลงมองเพดานสีขาวสะอาดตา พลางนึกถึงเหตุการณ์ในวันนี้ ที่ทุกอย่างจบลงด้วยดีดวงหน้าสวยคลี่ยิ้มออกมา พร้อมสองมือที่วางอยู่บนหน้าท้องนูนลูบไล้ขับกล่อมทารกน้อยที่กำลังเคลื่อนไหวไม่ยอมหลับยอมนอนเช่นเดียวกัน“เป็นอะไรครับ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว นอนไม่หลับเหรอ หืม” กฤษณ์ดนัยลุกจากโซฟาเบด เดินเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง ยกมือขึ้นใช้ข้อนิ้วแกร่งเกลี่ยแก้มนวลเบา ๆ“มีความสุขค่ะ” ภัททิราส่งยิ้มจนตาหยี “แล้วก็นอนไม่หลับด้วย ปกติคุณต้องนอนกอดแพท พอนอนคนเดียวแพทไม่ชิน”กฤษณ์ดนัยยิ้มเอ็นดูภรรยา ก่อนลุกขึ้นปลดล็อกที่กั้นเตียงคนไข้ ขึ้นไปนอนเบียดร่างเล็กบนเตียง เธอก็ขยับตัวพลิกตะแคงหันหลังให้เขาอย่างรู้งาน เพื่อให้ชายหนุ่มได้นอนสวมกอดเธอเช่นเดียวกับทุกคืน“แพท”“ขา”“ผมรักคุณมากนะ”“แพทก็รักคุณค่ะ”“เราแต่งงานกันเถอะ”“...” ไม่มีเสียงตอบรับใดจากคนในอ้อมกอด ภัททิรานิ่งเงียบไ

  • เสน่หาค่ำคืนนั้น   บทที่ 21 เสน่หาค่ำคืนนั้น

    ภัททิราฟื้นคืนสติขึ้นมาก็พบว่าเธอนอนอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมสีขาวสะอาดตา โดยมีกฤษณ์ดนัยและป้าอิ่ม รวมถึงเด็กรับใช้ที่ตามมาด้วยยืนรายล้อมอยู่รอบเตียงคนไข้เมื่อได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของคนรัก ภาพบาดใจที่อยู่ในความทรงจำก็หวนกลับมา ทำให้ดวงหน้าสวยเริ่มเหยเก นัยน์ตาคู่หวานเอ่อคลอด้วยหยดน้ำตาป้าอิ่มและเด็กรับใช้เห็นแบบนั้นก็รีบแย่งกันพูดเพื่ออธิบายความให้ภัททิราเข้าใจ แต่เสียงดังระงมที่เกิดขึ้นนั้นฟังไม่ได้ศัพท์ เพราะมัวแต่แย่งกันพูด พ่อเลี้ยงหนุ่มจึงหมดความอดทน“ทุกคน ออกไปให้หมด ผมอยากอยู่กับเมียตามลำพัง” ชายหนุ่มกล่าวเสียงเข้มพร้อมหันไปตวัดสายตาดุใส่ ข้ารับใช้ที่อยู่มานานนั้นรู้ดีว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มกำลังโกรธ ป้าอิ่มจึงรีบลากเด็กรับใช้ทั้งสองออกไปเมื่ออยู่กันตามลำพัง ภัททิราก็ปล่อยโฮออกมาดังลั่น นอกจากความเสียใจแล้ว ยังมีฮอร์โมนภายในร่างกายที่กระหน่ำซ้ำเติมให้เธออ่อนไหวยิ่งขึ้น กฤษณ์ดนัยรีบดึงเธอเข้ามากอดปลอบ พลางลูบแผ่นหลังบอบบาง“แพท แพท คนดีครับ ฟังผมก่อนนะ” เสียงนุ่มทุ้มเต็มไปด้วยความอ่อนโยน พยายามกล่อมให้เธอสงบลง “แพทกำลังเข้าใจผิดนะ สิ่งที่คุณเห็นมันไม่มีอะไรเลย คุณฟังผมอธิบายก่อนได้ไ

  • เสน่หาค่ำคืนนั้น   บทที่ 20 เสน่หาค่ำคืนนั้น

    ผ่านไปกว่าสองเดือน ตอนนี้อายุครรภ์ของภัททิราเข้าสู่เดือนที่ห้า อาการวิงเวียนเริ่มบรรเทาเบาบางลงไปมาก หน้าท้องแบนราบก็เริ่มนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดใครต่อใครก็ต่างคาดเดาว่ากฤษณ์ดนัยจะต้องได้ลูกสาว เพราะภัททิรานั้นตั้งแต่ท้องก็สวยวันสวยคืน ขนาดที่ว่าออกไปโรงพยาบาลทั้งที่ท้องเริ่มโตขึ้นจนสามารถสังเกตได้ ก็ยังไม่วายมีหนุ่มน้อยใหญ่มองตามกันเป็นแถว ทำเอาคนเป็นสามีต้องคอยทำหน้ายักษ์ ส่งรังสีอำมหิตผ่านทางแววตาไปให้บรรดาชายหนุ่มเหล่านั้นและก็เป็นดังเช่นที่หลายคนคาดไว้จริง ๆ จากผลการตรวจอัลตราซาวนด์ครั้งล่าสุด ก็พบว่าลูกน้อยในครรภ์ของภัททิราเป็นเพศหญิง ทำเอาทุกคนในบ้านดีใจกันยกใหญ่ด้านพ่อเลี้ยงหนุ่มด้วยความทั้งรักและห่วงเมีย ก็ย้ายมาปักหลักทำงานที่บ้าน จะแวะเวียนไปออฟฟิศบ้างอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง ในแต่ละวันภัททิราจึงได้อยู่ใกล้ชิดกฤษณ์ดนัยตลอดเวลาช่วงหลังมานี้ภัททิราชอบออกไปเดินเล่นรับลม และชมแปลงดอกไม้ใกล้กับศาลาหน้าบ้าน เมื่อว่าที่คุณพ่อเห็นแบบนั้นก็จ้างบริษัทรับเหมาเข้ามาจัดการทุบห้องด้านหน้าบ้าน สร้างเทอร์เรซยื่นออกไปให้มีพื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจ และจ้างนักจัดสวนมาเนรมิตสวนดอกไม้ริม

  • เสน่หาค่ำคืนนั้น   บทที่ 19 เสน่หาค่ำคืนนั้น

    ภัททิราได้รับการตรวจโดยละเอียดจากสูตินรีแพทย์ โดยมีกฤษณ์ดนัยคอยอยู่เคียงข้างในทุกช่วงเวลา ตอนแรกหญิงสาวก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกอย่างไร จนกระทั่งได้ยินเสียงหัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นเป็นจังหวะชัดเจนผ่านเครื่องอัลตราซาวนด์ ความรู้สึกตื้นตันยินดีก็ก่อตัวขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง รวมไปถึงสายใยแห่งความรักและความผูกพันก็ปรากฏขึ้นชัดเจนในใจ ว่าที่คุณแม่เกิดบ่อน้ำตาแตกร้องไห้ด้วยความดีใจ ทำให้ว่าที่คุณพ่อต้องคอยปลอบอยู่นานสองนานและในวันต่อมาแพทย์ก็อนุญาตให้ภัททิรากลับบ้านได้ โดยมีกฤษณ์ดนัยคอยดูแลทุกฝีก้าว เมื่อเจ้าหน้าที่เข็นรถนั่งของว่าที่คุณแม่ลงมาถึงประตูทางออก ก็มีรถตู้สีดำคันหรูป้ายแดงขับเข้ามาจอด จากนั้นก็มีพลขับชายซึ่งเป็นคนขับรถของไร่เปี่ยมรักลงมาเปิดประตูให้ กฤษณ์ดนัยประคองหญิงสาวขึ้นรถอย่างระมัดระวัง ก่อนที่จะขึ้นมานั่งเคียงข้างเมื่อรถขับออกมาได้สักพักเธอจึงหันไปถามชายหนุ่มด้วยความสงสัย“คุณกฤษณ์ซื้อรถใหม่เหรอคะ”“ครับ ผมซื้อให้คุณ เวลาไปไหนมาไหนจะได้นั่งสบาย ชอบไหมครับคุณแม่” เขาถามพร้อมเอียงศีรษะเข้ามาใกล้ หญิงสาวก็ยิ้มด้วยความพอใจ“ชอบมากเลยค่ะ เป็นเบาะที่นั่งสบายสุด ๆ สบายจนแพ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status