Masukนิยามของผู้ชายชื่อราม ‘รอยสักน่ากลัว ชอบทำตัวน่ารัก’ สถานภาพโสด แต่อยู่ในโหมด กำลังตามจีบแม่ของลูก เธอบอกว่ารักรามเป็นพิเศษ แต่รามรักเธอพิเศษกว่า ใส่ไข่ ใส่ใจ ใส่ความรัก “รอยสักตรงอกเท่ดีเนอะ รูปไรอะ?” – ม่อน “อยากรู้ก็เดินมาดูใกล้ ๆ ดิ” – ราม
Lihat lebih banyakนิยามของผู้ชายชื่อราม ‘รอยสักน่ากลัว ชอบทำตัวน่ารัก’
สถานภาพโสด แต่อยู่ในโหมด กำลังตามจีบแม่ของลูก
เธอบอกว่ารักรามเป็นพิเศษ
แต่รามรักเธอพิเศษกว่า ใส่ไข่ ใส่ใจ ใส่ความรัก
“รอยสักตรงอกเท่ดีเนอะ รูปไรอะ?” – ม่อน
“อยากรู้ก็เดินมาดูใกล้ ๆ ดิ” – ราม
------------------------------
00:24 น.
ท่ามกลางความมืดมิดยามราตรีเนื่องจากหลอดไฟถูกผู้ที่อยู่ในห้องปิดเอาไว้ทุกดวง มีเพียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ยังคงทำงานเต็มประสิทธิภาพด้วยการพ่นลมเย็นฉ่ำไปทั่วห้อง
“ซิน…” เสียงรำพึงรำพันชื่อของใครบางคนดังขึ้นไม่ขาดปาก ในขณะที่ชายผู้เป็นเจ้าของเสียงดังกล่าวกำลังตระกองกอดหญิงสาวคนหนึ่งไว้ในอ้อมแขน เพื่อซึมซับเอาไออุ่นจากกายสาวไว้ให้มากที่สุด
ทว่าชั่วอึดใจต่อมาความอุ่นนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความรุ่มร้อน ทั้งจากเรือนกายที่ก่ายเกยกันแนบชิด และน้ำเมาที่พร่าผลาญสติของทั้งคู่ให้เผลอไผลไปกับห้วงพิศวาสประหนึ่งน้ำมันที่ราดรดบนกองไฟ
“…รามอยาก” แขนแกร่งดันบ่าบอบบางของคนในอ้อมแขนให้เอนลงบนฟูกที่รองรับอยู่ด้านล่าง แขนอีกข้างคอยโอบประคองเธอไว้ไม่ห่าง จากนั้นร่างกำยำจึงพลิกตัวขึ้นมาคร่อมทับร่างนั้นไว้อีกที “ขอเอาหน่อย”
หญิงสาวส่งเสียงงึมงำฟังไม่ได้ศัพท์คล้ายต้องการบ่นว่าที่ถูกรบกวนเวลานอนอันแสนสุข ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจลดทอนความต้องการของคนที่กระเหี้ยนกระหือรืออยากฟัดร่างนุ่มนิ่มตรงหน้าได้อยู่ดี
“…คิดถึง” ชายหนุ่มพร่ำคำนั้นข้างหูเธอซ้ำ ๆ ราวกับอยากให้มันลอยไปเข้าหูเจ้าของชื่อตัวจริงอย่างไรอย่างนั้น
“รามแม่งโคตรคิดถึงเธอเลยว่ะ” ว่าทั้งทาบตัวลงบดเบียดกับความวาบหวามของคนใต้ร่างอย่างไม่รั้งรอ ริมฝีปากหยักลากไล้ไปตามผิวกายสาวอย่างชำนิชำนาญ “ซิน…”
“อืมมมม…” แค่เสียงละเมอหรือเธอตอบรับการสวมบทบาทเป็น ‘ซิน’ ของเขาก็สุดจะรู้ แต่ในเมื่อเขาพอใจและเธอไม่ขัดข้อง เขาก็พร้อมจะนำพาเธอเดินหน้าสู่เส้นทางสายสวาทที่รออยู่นี้ทันที
หลังเสร็จธุระที่โรงพยาบาล มารดาของชายหนุ่มขอแยกตัวไปเยี่ยมเพื่อนสนิทที่พัทยาต่อ “แม่ไปนะ ดูแลหนูม่อนของแม่ดี ๆ ด้วย” นัยว่าท่านต้องการเปิดโอกาสให้ลูกชายได้ใช้เวลากับแม่ของลูกอย่างเต็มที่ เนื่องจากเย็นนี้ต้องแยกย้ายกันแล้ว กว่าทั้งคู่จะได้เจอกันอีกทีก็ต้องรอถึงวันเสาร์ “ขับรถดี ๆ นะครับคุณนาย” คนเป็นลูกเย้าขึ้นก่อนเปิดประตูรถให้มารดา “ถึงบ้านเพื่อนแล้วโทร. บอกรามด้วย” “จ้า ไว้วันไหนว่าง ๆ แม่มาเยี่ยมหนูใหม่นะลูก ขาดเหลืออะไรกริ๊งกร๊างหาแม่ได้ทุกเวลา หรืออยากกินอะไรเป็นพิเศษก็บอกแม่มาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ คิดซะว่าแม่เป็นแม่ของหนูก็ได้” คุณนายของรามินทร์รับคำลูกชายสั้น ๆ เพียงคำเดียว ในขณะที่กับหญิงสาวข้างกายลูก ท่านกลับแสดงความเป็นห่วงเป็นใยยิ่งกว่าลูกแท้ ๆ แต่ถามว่าเขาอิจฉาไหมก็ไม่ กลับยินดีเสียยิ่งกว่าอะไรที่ได้แบ่งปันความรักส่วนนั้นให้กับมนสิชาด้วย ด้วยความหวังสุดใจว่าความห่วงหาอาทรที่มีให้ จะทลายกำแพงของมนสิชาให้เลิกปิดกั้นตัวเองทั้งจากเขาหรือครอบครัวของเขาได้หมดหัวใจในสักวัน “ขอบคุณนะคะ…คุณแม่” รังรองยิ้มเยื้อนให้อย่างเป็นธรรมชาติเช่นผู้ใหญ่ใจดีทั่วไป ไม่ได้แสดงออกนอกหน้าว่า
ภายในห้องตรวจของแผนกสูติฯ มนสิชากำลังนอนลืมตามองเพดานสีขาวโดยไม่กล้าสบตากับใครเลย ไม่ว่าจะเป็นคุณหมอที่กำลังเตรียมความพร้อมให้กับเธอ ด้วยการเลิกชายเสื้อขึ้นและดึงขอบกางเกงลงจนเผยให้เห็นหน้าท้องที่นูนออกมา หรือแม้แต่พ่อของลูกที่ไม่ยอมหลุดโฟกัสไปจากเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับทำอัลตร้าซาวด์สลับกับใบหน้าของเจ้าของท้องนูน ๆ นั่นเลยแม้แต่นิดเดียวอย่างกับกลัวจะพลาดวินาทีสำคัญ คนท้องห้าเดือนต้องสูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อให้จิตใจสงบลง จริงอยู่ที่นัดวันนี้เธอเอ่ยอนุญาตให้รามินทร์ตามเข้ามาเอง หากพอเห็นสายตาที่จับจ้องมองกันไม่วางตาขนาดนี้ทั้งที่เธออยู่ในสภาพค่อนข้างเปิดเผย ก็อดจะประหม่าไม่ได้ตามประสาคนไม่คุ้นเคย “…เห็นน้องมั้ยคะคุณแม่…” ทว่าสุ้มเสียงเจือความอ่อนโยนของคุณหมอที่กำลังเลื่อนหัวตรวจไปมาให้คนในห้องได้เห็นอวัยวะสำคัญ ๆ ของเด็กในท้อง ก็สามารถดึงเธอให้หลุดจากความรู้สึกประหม่าเหล่านั้นได้ในไม่กี่วินาที ก่อนหน้าที่วันนี้จะมาถึง มนสิชาเพียงรับรู้ถึงการมีอยู่ของลูกน้อยด้วยอาการกระตุกที่ท้องของตัวเองเป็นระยะ ๆ เท่านั้น หากแต่ความทันสมัยของเครื่องมือเหล่านี้ ก็ทำให้เธอได้ยลโฉมสิ่งมีชีว
“…คุณมนสิชา ณกานต์พิทักษ์ค่ะ คุณมนสิชาอยู่มั้ยคะ” ชื่อของคนที่กำลังคุยอย่างออกรสออกชาติถูกเปล่งออกมาจากปากของพยาบาลสาวคนหนึ่ง “อยู่ค่ะ” เจ้าของชื่อค่อย ๆ ยันตัวลุกจากเก้าอี้ ความตื่นเต้นส่งผลให้หัวใจสูบฉีดเลือดเร็วขึ้นจนรู้สึกได้ อีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แล้วสินะที่เธอจะได้เจอเด็กที่อุ้มท้องมากว่าห้าเดือน หากใจหนึ่งก็อดกังวลไม่ได้ว่าจะพบความผิดปกติ ซึ่งเธอก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้เกิดอะไรกับเด็กคนนี้เลย เหมือนว่าคนที่มาด้วยจะรับรู้ถึงความกังวลที่ว่าเช่นเดียวกับที่เขากำลังรู้สึก จึงขยับตัวลุกตามมาโอบว่าที่คุณแม่ไว้หลวม ๆ แล้วพากันเดินไปยังทิศทางที่พยาบาลสาวคนนั้นชี้บอกให้ไปรอหน้าห้อง ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั้งโพรงอกของว่าที่คุณแม่ที่กังวลไปสารพัด การได้เกาะเกี่ยวใครสักคนไว้ในยามว้าวุ่น ต้องการพลังใจ มันรู้สึกดีเช่นนี้เอง • ลูกชายคุณนายรังรอง (6) รังรอง : @RM เจอหมอรึยัง รังรอง : แม่อุตส่าห์จะมาเซอร์ไพรส์ซะหน่อย รังรอง : ดันมาไม่ทันซะได้ รังรอง : ทำไมเค้าไม่ทำที่จอดรถให้มันเยอะๆนะ รังรอง : แม่ต้องถ่อไปจอดซะไกลลิบลับ รังรอง : กว่าจะเดินมาถึงขาแทบขวิด รังรอง : รู้งี้นั
การเดินทางจากหอพักอิ่มอกอิ่มใจ อะพาร์ตเมนต์ที่มนสิชาพักอยู่ถึงโรงพยาบาลที่ฝากครรภ์ไว้ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ถึง ทว่าการวนหาที่จอดรถเป็นอะไรที่นานกว่านั้นมากนัก สุดท้ายรามินทร์ต้องขับรถไปจอดที่หน้าตึกเพื่อให้มนสิชาลงไปกดบัตรคิวก่อน แล้วค่อยวนรถไปหาที่จอดอีกที ถึงอย่างนั้นกว่าเจ้าตัวจะเจอที่ว่างให้จอดได้ ก็ต้องเดินไกลทีเดียวกว่าจะถึงตัวตึกที่ว่า เล่นเอาเหงื่อซกเลยทีเดียว ‘ร้อนฉิบหาย รู้งี้ใส่แขนสั้นมาก็ดี’ คนร้อนจนเหงื่อไหลบ่นอุบเพราะดันแต่งตัวมามาซะไม่ดูฟ้าดูฝนเลย แต่เพราะเขามักจะติดนิสัยใส่เสื้อแขนยาวเพื่อปกปิดรอยสักที่แขนอยู่แล้วตั้งแต่ตอนคบกับแฟนเก่า จนมนสิชาเข้ามา ชายหนุ่มก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี กับการเปิดเผยลวดลายเหล่านั้นให้หญิงสาวเห็น “จอดรถตรงไหน” รามินทร์ชี้นิ้วไปยังจุดที่เห็นอยู่ไกลลิบ ๆ แทนการบอกกล่าว เพราะตอนนี้เจ้าตัวหอบแฮกเสียจนพูดอะไรไม่ออก ‘ไม่ใช่แค่เดินทางราบอย่างเดียวแต่ยังต้องขึ้นบันไดอีก ท่ามกลางความร้อนอบอ้าวของแดดยามเที่ยงและฝนทำท่าจะตก ไม่หอบก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว’ หญิงสาวหยิบซองกระดาษทิชชู่เช็ดหน้ากับกระบอกน้ำเก็บความเย็นส่งให้คนที่ยืนหน้าดำหน้าแดงเพราะแดดเ