로그인นิยามของผู้ชายชื่อราม ‘รอยสักน่ากลัว ชอบทำตัวน่ารัก’ สถานภาพโสด แต่อยู่ในโหมด กำลังตามจีบแม่ของลูก เธอบอกว่ารักรามเป็นพิเศษ แต่รามรักเธอพิเศษกว่า ใส่ไข่ ใส่ใจ ใส่ความรัก “รอยสักตรงอกเท่ดีเนอะ รูปไรอะ?” – ม่อน “อยากรู้ก็เดินมาดูใกล้ ๆ ดิ” – ราม
더 보기“เอาล่ะค่ะ ในที่สุดเวลาที่คนโสดอย่างดิฉันและหลาย ๆ ท่านในที่นี้รอคอยก็มาถึง เดี๋ยวดิฉันจะให้พิธีกรชายดำเนินรายการต่อจากนี้นะคะ คุณนนท์เชิญค่ะ” กล่าวเสร็จปานตาก็ขยับก้าวลงจากเวทีมายืนข้างล่าง สลัดมาดพิธีกรงานแต่งมาเป็นผู้ท้าชิงช่อดอกไม้เจ้าสาว มนสิชานึกสนุกจึงกวักมือเรียกอดีตเจ้านายที่เพิ่งเปิดเผยความสัมพันธ์ฉันคนรักกับบุรวิชให้คนในบริษัทรู้ไปหมาด ๆ หากอีกฝ่ายกลับส่ายหน้าหวือไม่เอาด้วยเด็ดขาด ถึงอย่างนั้นก็ยังออกปากเชียร์อัปลูกน้องให้ไปแทน หญิงสาวจึงเบนเป้าหมายไปทางเพื่อนเจ้าสาวทั้งชญานิศรุ่นพี่คนสวยที่หนีบเอาหนุ่มรุ่นน้องคนดีคนเดิมมาด้วย ปาณชีวาที่ควงคู่มากับชายหนุ่มผู้ทำหน้าที่ส่งตัวเธอในตอนเริ่มงาน และสุดท้ายสาวโสดตัวจริงอย่างบูรณาที่สาวเท้าฉับ ๆ มาจับจองตำแหน่งที่ตนคำนวณมาแล้วว่าช่อดอกไม้ในมือเพื่อนซี้น่าจะตกลงมาจุดนี้ เสียงสาว ๆ ในงานดังเซ็งแซ่จนแทบจับใจความไม่ได้ กระนั้นสีหน้าของพวกเธอเหล่านั้นก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่ากำลังสนุกไปกับอีกโมเมนต์สำคัญสำหรับงานวันนี้ “เจ้าสาวจะกล่าวอะไรมั้ยครับ” ชยานนท์ยื่นไมค์ไปทางเจ้าของช่อดอกไม้ “วันนี้เป็นอีกวันที่ม่อนรู้สึกเป็นปลึ้ม และ
คนทำหน้าที่ส่งตัวเจ้าสาวอย่างหลี่เฟิงถึงกับส่ายหน้าขันกับความใจร้อนของคนตรงหน้า “ฝากดูแลน้องสาวของผมด้วยนะครับ” มนสิชาผินหน้าไปหาขณะคนเอ่ยฝากฝังพูดกับเธอเบา ๆ “จากนี้ไปม่อนต้องมีแต่ความสุขนะรู้มั้ย” หญิงสาวไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใดนอกจากพยักหน้ารับด้วยดวงตาที่เริ่มรื้นไปด้วยหยาดน้ำ เมื่อมองเลยไปยังมารดาและพี่เลี้ยงของหลี่เฟิงที่เผยรอยยิ้มอารีให้เหมือนเช่นที่เป็นมาเสมอ “ผมจะทำหน้าที่นั้นอย่างดีที่สุดครับ” รามินทร์ตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง ก่อนที่สองหนุ่มจะยิ้มให้กันและเป็นหลี่เฟิงที่ปล่อยแขนข้างที่มนสิชาเกาะไว้ให้เป็นอิสระ รังรองมองภาพแผ่นหลังสามคนพ่อแม่ลูกประคับประคองกันไปยังแท่นพิธีด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม หากพอหันไปหาสามีที่ทอดสายตามองนางอยู่ก่อนแล้ว น้ำตาแห่งความปลื้มปีติก็ปริ่มลงมาอย่างง่ายดาย ดัสกรคว้ามือของภรรยาขึ้นมาจูบเบา ๆ ที่หลังมือ ก่อนจะกระซิบกระซาบบางอย่างให้คู่ชีวิตได้ยินกันสองคน “แต่งกันอีกรอบดีมั้ยคุณรอง…ผมอยากเข้าห้องหอ” “ไม่แต่งก็เข้าได้ค่ะ คืนนี้เลยมั้ยล่า~” คนถูกชวนแต่งงานอีกรอบส่งสายตาชวนวาบหวามให้สามี ก่อนจะขำคิกคักกันสองคน ไม่สิ อีกสองคนที่ยืนอยู่ด้านหล
ในที่สุดวันอันแสนพิเศษก็เดินทางมาถึง ก่อนเริ่มพิธีหลายชั่วโมง ว่าที่เจ้าสาวถูกจับแยกกับเจ้าบ่าวเพื่อไปแต่งหน้าแต่งตัวอีกห้อง โดยมีปาณชีวา ชญานิศและบูรณาคอยตามประกบไม่ห่างในฐานะเพื่อนเจ้าสาว “ตอนโยนช่อดอกไม้แกเล็งมาที่ฉันเลยนะ” เพื่อนซี้ย่ำปึ้กปรี่เข้ามากระซิบกระซาบเตี๊ยมกับเจ้าสาวทันทีที่สองสาวแยกย้ายไปเตรียมตัวก่อน “หาแฟนให้ได้ก่อนมั้ยแก” คนต้องโยนช่อดอกไม้ในงานแกล้งเย้ากลับให้เพื่อนสาวต้องแหวใส่ “ผัวรู้มั้ยว่าแกปากร้ายขนาดนี้ฮะนังม่อน!” หยอกเพื่อนจนค้อนหน้าคว่ำสำเร็จ มนสิชาก็เอ่ยต่อให้เพื่อนต้องกลอกตามองบนอีกรอบ “สิทธิพิเศษสำหรับแกคนเดียวเลยบูเก้” คนได้สิทธิพิเศษเหนือใครเลยได้แต่กึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง “กับคนอื่น ฉันหงิม ๆ สนิมสร้อยจ้ะ” “ฝากไว้ก่อนเถอะย่ะ เห็นแก่ที่วันนี้เป็นวันดีหรอกนะหล่อน” ว่าแล้วก็สะบัดสะบิ้งย่ำเท้าออกไปให้ช่างแต่งหน้าทำผมเข้ามาช่วยเนรมิตหญิงสาวหน้าสดในห้องที่เพิ่งต่อปากต่อคำกันไป ให้เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดสำหรับค่ำคืนสำคัญวันนี้ • ยิ่งใกล้เวลาพิธี ว่าที่เจ้าบ่าวที่ถูกดึงตัวไปอีกห้องก็เริ่มอยู่ไม่สุขด้วยความตื่นเต้น แทบอดใจรอเห็นหน้าเจ้าสาวของตัวเองไม่ไหว
“ซี้ดส์ เธอแม่–” รามินทร์เกือบหลุดสบถคำหยาบออกมา เมื่อร่างอ้อนแอ้นบนตัวเขาเริ่มโยกตัวไปมา บั้นท้ายของเธอบดเบียดกับหน้าขาของเขาอย่างเมามัน ขณะเดียวกันส่วนเยิ้มฉ่ำเบื้องหน้าก็ดูดกลืนท่อนเนื้อของเขาจนสุดโคน “คุณทำงี้ผมก็แพ้สิครับ” เจ้าของมังกรผงาดฟ้าทำท่ายกมือยอมแพ้เร็ว ๆ ก่อนจะวาดฝ่ามือไปขยำก้อนกลมหนั่นแน่นที่กำลังกระทั้นลงบนหน้าตักเขาอยู่อย่างมันเขี้ยว อึดใจต่อมาคนด้านล่างก็ไม่อาจทนโดนควบขับอยู่ฝ่ายเดียว จึงหาจังหวะกระแทกสวนกลับไปบ้าง จนเธอหลุดเสียงครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “อ๊ะ! อื้อ!” คนได้ใจเลยเปลี่ยนจังหวะจากเชื่องช้าค่อย ๆ ไต่ระดับเป็นถี่รัว ให้อีกฝ่ายต้องร้องเรียกเขาเสียงหลง “ราม…รา…ม อื้อ ลึ…ก” ทว่าแทนที่จะผ่อนปรนเจ้าตัวกลับล็อกจับบั้นท้ายของเธอไว้แน่น เพื่อให้ลำกายที่ผลุบโผล่ในช่องทางของอีกฝ่ายตอกอัดเข้าไปให้ลึกยิ่งกว่า เพียงไม่นานเสียงครางผสานเสียงหอบกระเส่าของทั้งคู่ก็ดังสะท้อนไปทั้งห้องนอนที่เย็นฉ่ำไปด้วยลมจากเครื่องปรับอากาศ ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจดับความร้อนรุ่มจากเพลิงราคะของสองร่างที่โจนจ้วงเข้าหากันได้ กระทั่งเสียงแห่งความสุขสมเมื่อครู่ถูกดูดกลืนด้วยริมฝีปากของรา
สองสามวันก่อนสินิทธาได้รับข้อความแปลก ๆ จากอนัญญา เพื่อนสนิทในกลุ่มที่เข้ามาเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับรามินทร์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวไม่เคยเอ่ยถึงเลยตั้งแต่ที่รู้ว่าเธอกับเขาจบกันแล้ว แอ่นแอ๊น : ช่วงนี้แกได้คุยกับรามบ้างปะ แอ่นแอ๊น : หรือเลิกแล้วเลิกเลย Sin’cere : คุย
เพียงได้ยินคำว่า ‘คนทางนี้’ ความรื่นรมย์ที่มีมาตลอดวันจนกระทั่งเมื่อกี้นี้ก็อันตรธานหายไปทันที นั่นเพราะคนทางนี้ที่คนอายุน้อยกว่าหมายถึงไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นคนรักเก่าของเขาเอง ซึ่งช่วงนี้ฝ่ายนั้นตามติดเขาแจ ทั้งกระหน่ำโทร. ทั้งส่งข้อความ และถึงขั้นมาดักรอที่หน้าบ้านหรือไม่ก็ที่บริษัท อย่าง
“อื้ม ก็ได้” เมื่อเจ้าของห้องตอบรับให้ชายหนุ่มได้ค้างด้วยอีกคืน ปากอิ่มก็แทบจะยิ้มไม่หุบไปตลอดทางจากโรงพยาบาลถึงห้องของมนสิชา “แต่มีข้อแม้…” รามินทร์พยักหน้าหงึกหงักราวกับว่า ขออะไรมาเขาคงยินยอมพร้อมทำตามทุกอย่าง “ตอนนอน…เธอต้องใส่เสื้อให้เรียบร้อย” เขาหันไปเลิกคิ้วใส่ คล้ายต้องการให้คนตั้งข้อแ
หลังเสร็จธุระที่โรงพยาบาล มารดาของชายหนุ่มขอแยกตัวไปเยี่ยมเพื่อนสนิทที่พัทยาต่อ “แม่ไปนะ ดูแลหนูม่อนของแม่ดี ๆ ด้วย” นัยว่าท่านต้องการเปิดโอกาสให้ลูกชายได้ใช้เวลากับแม่ของลูกอย่างเต็มที่ เนื่องจากเย็นนี้ต้องแยกย้ายกันแล้ว กว่าทั้งคู่จะได้เจอกันอีกทีก็ต้องรอถึงวันเสาร์ “ขับรถดี ๆ นะครับคุณนาย” คนเ