เข้าสู่ระบบบทที่ 5 เพื่อนน้าวัน
ท่ามกลางผู้คนที่เริ่มหนาตาในตลาดสด เสี่ยกรยังคงเดินนำหน้าด้วยท่วงท่าสง่างามจนคนรอบข้างต้องหลบทางให้ ทว่าเขากลับชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อยก่อนจะหันมาถามเด็กหนุ่มที่เดินฮัมเพลงตามหลังมาอย่างไม่ทุกข์ร้อน “อยู่แผงใคร... จะได้ไปส่งถูกทาง” “แผงหมูเบอร์ 09 ของน้าวันครับลุง” กันต์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นใจ พร้อมส่งยิ้มทะเล้นไปให้หนึ่งที เสี่ยกรไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ แล้วออกเดินนำไปโดยไม่ถามทางต่อ ราวกับว่าหลับตาเดินก็ยังจำตำแหน่งได้ทุกตารางนิ้วในที่แห่งนี้ จนกระทั่งฝีเท้าของชายวัยกลางคนมาหยุดกึกลงที่หน้าเขียงหมูขนาดใหญ่ “อ้าว! ไอ้กร มาทำอะไรวะเนี่ย” เสียงทุ้มแหบของน้าวันที่กำลังง่วนอยู่กับการรวบรวมมีดปังตอเงยหน้าขึ้นทักทาย “เดินตรวจตลาดถึงนี่เลยเหรอมึง” “กูมาส่งเด็ก...” เสี่ยกรตอบเสียงเรียบ พลางเบี่ยงตัวออกเล็กน้อยเพื่อให้คนเป็นน้าได้เห็นร่างโปร่งที่ยืนยิ้มแป้นอยู่ด้านหลัง “อ้าว! ไอ้กันต์! มึงไปก่อเรื่องอะไรไว้ล่ะเนี่ย ถึงให้เสี่ยเขามาส่งถึงที่!” น้าวันละมือจากข้าวของ หันมาจ้องหน้าหลานชายตัวดีด้วยสายตาคาดโทษ “โถ่น้า... ก็พูดเกินไป นั่งยันนอนยันเลยว่าน้องกันต์ยังไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด” กันต์รีบปฏิเสธพัลวันพลางทำหน้าซื่อตาใส “หึ... ไม่ได้ทำอะไรหรอก แต่มันกำลังจะไป เสือกเรื่องของคนอื่นเข้าพอดี” เสี่ยกรพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทแต่จิกกัดอยู่ในที “นั่นไง! กูว่าแล้วไม่มีผิด!” น้าวันตบเข่าฉาด บ่นออกมาอย่างเหลืออด “เมื่อไหร่มึงจะหยุดสร้างเรื่องฮะไอ้กันต์ พ่อแม่เขาเนรเทศมึงมานี่ก็เพื่อให้มึงดัดนิสัยให้มันดีขึ้น แต่นี่วันแรกมึงก็จะหาเรื่องให้ข้าโดนไล่ที่แล้วเหรอ!” “โถ่ลุง! ลุงก็พูดเกินไป ผมก็แค่เห็นคนโดนรุมเลยจะเข้าไปช่วยตามสัญชาตญาณฮีโร่ไง” กันต์หันไปทำตาเขียวใส่คนที่อายุมากกว่าอย่างนึกเคืองที่ดันมาฟ้องน้าเขา “เอ็งไม่ต้องมามองเพื่อนข้าด้วยสายตาแบบนั้นเลยเจ้ากันต์!” น้าวันดุซ้ำ “ไอ้กรมันเตือนก็เพราะมันหวังดี ไม่อยากให้มึงไปโดนลูกหลง” “หวังดีประสงค์ร้ายล่ะไม่ว่า...” กันต์บ่นอุบอิบในลำคอ แต่ก็ไม่รอดพ้นหูของเสี่ยกรที่ยืนกอดอกมองอยู่ “พูดมากนักนะมึง ไป! เก็บของใส่ถังได้แล้ว เดี๋ยวจะกลับบ้านกัน” น้าวันตัดบทพลางหันไปคุยกับเพื่อนสนิทที่ยืนคุมเชิงอยู่ “ขอบใจมึงมากไอ้กรที่อุตส่าห์เดินมาส่งหลานกูถึงที่” “ไม่เป็นไร... มึงกับกูเพื่อนกัน เรื่องแค่นี้เล็กน้อย” เสี่ยกรเอ่ยพลางปรายตาไปมองเด็กหนุ่มที่กำลังก้มๆ เงยๆ เก็บของด้วยความหมั่นไส้ “เดี๋ยวเย็นนี้กูไปหาที่บ้านละกัน ว่าจะไปนั่งกินเหล้าคุยกับมึงหน่อย” “เออๆ มาดิ เดี๋ยวกูเตรียมทำกับแกล้มเด็ดๆ ไว้รอ” น้าวันตอบรับอย่างอารมณ์ดี กันต์ที่กำลังก้มเก็บถังน้ำแข็งถึงกับชะงักกึก หูผึ่งทันทีที่ได้ยินคำว่าเย็นนี้หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวขึ้นมาเสียอย่างนั้น เขาแอบเหลือบมองเสี่ยกรที่ยังคงยืนนิ่งขรึมดูดีทุกระเบียดนิ้ว ‘อะไรนะ... เย็นนี้ลุงจะมาบ้านเหรอ? แบบนี้ก็ทางสะดวกน้องกันต์เลยดิ’เด็กหนุ่มลอบยิ้มกริ่ม แววตาเจ้าเล่ห์ฉายชัดขึ้นมาอีกครั้ง ดูเหมือนว่าน้ำพริกหนุ่มที่สุพรรณบุรีเย็นนี้ท่าทางจะแซ่บ กว่าที่คิดเอาไว้เยอะเลย! หลังจากกลับมาจากตลาดสดด้วยร่างกายที่ล้าเต็มที กันต์ก็ทิ้งตัวลงบนที่นอนฟูกแข็งๆ ในห้องนอนไม้และหลับเป็นตายชนิดที่เสียงนกเสียงกาไม่ได้เข้าหู จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงยามเย็น แสงแดดสีส้มรำไรทอฉาบผ่านช่องหน้าต่างไม้ และตามมาด้วยเสียงตะโกนระดับลำโพงแตกที่คุ้นเคย “ไอ้กันต์โว้ยยย!” เสียงทุ้มแหบของน้าวันดังทะลุจากใต้ถุนบ้านขึ้นมาถึงชั้นบนจนสะเทือนไปถึงตับไต “โอ๊ยยยย! มีอะไรอีกล่ะน้าวัน!” กันต์ควานหาหมอนมาอุดหูพลางโวยวายด้วยน้ำเสียงงัวเงียจัด “ตื่นได้แล้วโว้ย นอนกินบ้านกินเมืองเดี๋ยวตะวันก็ทับตาพอดี!” น้าวันยังคงไม่ลดละ แถมยังใช้ไม้สอยมะม่วงเคาะรัวๆ กับพื้นไม้ใต้ถุนประกอบจังหวะ “ตะวันจะทับตาก็ตาผม ไม่ใช่ตาน้าสักหน่อย!” กันต์ตะโกนตอบโต้ข้างๆ คูๆ ตามนิสัยเด็กดื้อ ก่อนจะจำใจลุกขึ้นบิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นเปรี๊ยะ “บร๊ะ! ไอ้เด็กนี่มันเถียงไม่หยุดจริงๆ ลุกลงมาเดี๋ยวนี้ มาเอาเงินไปซื้อของให้ข้าหน่อย!” “รู้แล้วๆ! สั่งจังเลย!” กันต์ขยี้ผมจนฟูฟ่อง เดินโซซัดโซเซลงบันไดไม้ชันๆ มาด้วยสภาพชุดนอนยับยู่ยี่ ทว่าทันทีที่เท้าเหยียบถึงพื้นปูนใต้ถุนบ้าน สายตาที่พร่ามัวก็พลันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง “ลุง!!!” กันต์ตะโกนออกมาเสียงหลงจนความง่วงงุนมลายหายไปสิ้น แผ่นหลังที่เคยค่อมลงด้วยความเกียจคร้านยืดตรงขึ้นทันทีเมื่อสายตา ปะทะเข้ากับร่างสูงกำยำของชายวัยกลางคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ใต้ถุนบ้าน เสี่ยกรในชุดลำลองอย่างเสื้อยืดคอตตอนเนื้อดีสีเข้มกับกางเกงสแล็กดูเนี้ยบกริบสวนทางกับบรรยากาศลูกทุ่งรอบกาย เขานั่งนิ่งจิบน้ำเย็นประหนึ่งหลุดออกมาจากนิตยสารหัวนอก จนกันต์เผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ “ไอ้กันต์! เอ็งจะไปเรียกเพื่อนข้าว่าลุงได้ยังไง!” น้าวันละมือจากเขียงที่กำลังสับมะม่วงทำน้ำปลาหวาน หันมาแยกเขี้ยวใส่หลานชายตัวดี “เรียกข้าว่าน้า เอ็งก็ต้องเรียกเพื่อนข้าว่าน้าเหมือนกันสิ มาลุงเลิงอะไร กิริยามารยาทน่ะมีบ้างไหมไอ้เด็กคนนี้” กันต์หาได้สนใจคำอบรมสั่งสอนที่ลอยเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไม่ สายตาแพรวพราวระยิบระยับของเขายังคงจับจ้องไปที่ใบหน้าคมเข้มของคนที่นั่งนิ่งเป็นรูปปั้นสลัก “มาตั้งแต่เมื่อไหร่...” “ก็มาตั้งแต่ข้าตะโกนเรียกจนคอจะแตก แล้วเองยังนอนอืดไม่ยอมลงมานั่นแหละ” ไม่ใช่เสียงทุ้มที่รอคอย แต่เป็นน้าวันเจ้าเก่าที่สอดแทรกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ผมไม่ได้ถามน้า! ผมถามลุงกร!” กันต์หันไปทำหน้ามุ่ยใส่คนเป็นน้าที่ขยันทำหน้าที่เป็นโทรโข่ง ส่วนตัวให้เพื่อนเสียเหลือเกิน “น้าก็หันไปสับมะม่วงของน้าไป๊ บรรยากาศดี ๆ ของเขากำลังได้ที่ น้าก็พูดแทรกจัง!” “อ้าว... ไอ้นี่! แล้วมันเป็นอะไรล่ะ เขาจะมาตอนไหนหรือทำอะไร มันต้องรายงานเอ็งด้วยหรือไงฮะ?” น้าวันวางมีดในมือลงพลางเท้าสะเอวร่ายยาวอย่างเหลืออด “เอ็งเป็นเจ้าของบ้าน หรือเป็นเมียเขาถึงต้องมาซักไซ้ไล่เลียงขนาดนี้เนี่ย หึ? ไอ้นี่... ไอ้กรมันเพื่อนข้า คบกันมาตั้งแต่สมัยแกยังเป็นวุ้น ไม่ใช่เพื่อนเล่นแกนะไอ้กันต์” “โว้ย!! ยุ่งจริงๆ เลยน้าวันเนี่ย ผมถามลุงกรคนเดียว ลุงกรเขามีปากเขาก็คงตอบผมเองได้ น้าไม่ต้องทำหน้าที่ภาคภาษาไทยแปลไทยให้เขาหรอก!” กันต์กระทืบเท้ากับพื้นปูนอย่างขัดใจ ท่าทางเหมือนเด็กโดนขัดใจยิ่งทำให้ดูน่าเอ็นดูในสายตาคนมอง เสี่ยกรที่นั่งนิ่งมานานแอบกระตุกยิ้มที่มุมปากเบาๆ ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองเด็กหนุ่มที่กำลังแผลงฤทธิ์ใส่น้าตัวเองด้วยความรู้สึกขบขัน แววตาของเด็กนี่มันชัดเจนเสียจนเขาที่ผ่านโลกมาครึ่งชีวิตดูออกไม่ยาก “ก็ข้าอยากตอบ ข้าอยากเสือกเรื่องหลานตัวเองมีอะไรไหม!” น้าวันขยับเข้ามาใกล้พลางยัดธนบัตรหลายใบใส่ในมือเรียวของหลานชาย “เอ้า! เอาเงินนี่ไป เลิกทำหน้าเป็นปลาทูแม่กลองได้แล้ว ไปซื้อน้ำแข็ง โซดา แล้วก็บุหรี่ที่ร้านป้าชื่นหน้าปากซอยมาให้ข้าด่วนๆ เลย พวกข้าจะกินเหล้ากัน ไม่ต้องมายืนอ่อยเพื่อนข้าตรงนี้ ไป๊!” “อ่อยอะไรล่ะน้า! คนเขาก็แค่ทักทายคนรู้จัก” กันต์เถียงกลับคอเป็นเอ็น แต่ใบหน้าใสกลับเริ่มขึ้นสีระเรื่อเมื่อถูกน้าชายดักคอเข้าอย่างจัง เขาหันไปสบตากับเสี่ยกรอีกครั้ง “ลุงอย่าเพิ่งรีบเมานะครับ... รอน้องกันต์ซื้อของกลับมาเดี๋ยวน้องกันต์จะมาชงให้เองกับมือ รับรองว่าหวานถึง...หมายถึงเหล้าน่ะครับที่หวาน” “ไปได้แล้วไอ้กันต์!” น้าวันยกมือทำท่าจะเขกหัวหลานชายด้วยความหมั่นไส้ จนกันต์ต้องรีบกระโดดหลบพัลวัน เด็กหนุ่มหมุนตัววิ่งออกไปทางหน้าบ้าน แต่ก็ยังไม่วายหันกลับมาส่งสายตาวิ้งค์ ๆให้เสี่ยกรไปหนึ่งทีทิ้งท้าย ทิ้งให้น้าวันยืนส่ายหัวพลางบ่นพึมพำกับเพื่อนสนิท “มึงอย่าไปถือสามันเลยนะไอ้กร หลานกูมันเด็กกรุงเทพฯ สติสตังมันไม่ค่อยดี สงสัยแดดสุพรรณฯ มันร้อนมันเลยแก่แดดแก่ลมไปหน่อย” เสี่ยกรมองตามแผ่นหลังโปร่งที่วิ่งร่าเริงออกไปจนลับสายตา ก่อนจะยกน้ำขึ้นจิบอีกครั้งเพื่อดับความร้อนแปลกๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก “ไม่เป็นไร... กูว่ามันก็น่ารักดีออก” “ห๊ะ!? เมื่อกี้มึงว่าไงนะไอ้กร?” น้าวันหันขวับมาถามเหมือนหูฝาด “กูบอกว่า... มะม่วงมึงน่ะเปรี้ยวดี กูนึกถึงรสชาติน้ำปลาหวานแล้ว” เสี่ยกรเปลี่ยนเรื่องหน้าตาย แต่ปลายนิ้วที่เคาะแคล่ไม้ไผ่เป็นจังหวะนั้น กลับดูอารมณ์ดีอย่างประหลาด น้าวันขมวดคิ้วมองเพื่อนรักอย่างจับผิด แต่เมื่อเห็นใบหน้าเรียบนิ่งดุจกำแพงหินของเสี่ยกรที่ยังคงตีมึนได้โล่ เขาก็สะบัดหัวไล่ความสงสัยทิ้งไปเสีย ก่อนจะก้มลงไปจัดการสับมะม่วงน้ำดอกไม้ต่อจนเสียงดัง ฉับ ฉับ “เออ... นึกว่ามึงชมไอ้เด็กนั่น กูล่ะกลัวจริงๆ ว่ามันจะมาทำให้มึงรำคาญจนถอนเช่าแผงหมูกู” “กูไม่ใช่คนไร้เหตุผลขนาดนั้น” เสี่ยกรตอบกลับสั้นๆ ทอดสายตามองไปยังเส้นทางหน้าบ้านที่เด็กหนุ่มเพิ่งวิ่งหายไป แสงแดดยามเย็นที่ตกกระทบใบหน้าคมสันเผยให้เห็นรอยยิ้มจางๆ ที่แทบจะมองไม่เห็นหากไม่สังเกตให้ดีบทที่ 21 ตลอดไป(The End)เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสดใสสาดส่องลงมายังเรือนไม้หลังใหญ่ของเสี่ยกรที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมน้ำ บรรยากาศควรจะดูคึกคักเหมือนทุกวันที่เสี่ยต้องเตรียมตัวออกไปคุมตลาด แต่วันนี้กลับเงียบเชียบจนน้าวันที่ขับรถแวะมาหาถึงกับแปลกใจ“ไอ้กร! มึงอยู่ไหมเนี่ย จะมาคุยเรื่องจัดงานแต่งหลานกูสักหน่อย!” วันชัยตะโกนเรียกเสียงดังพลางเดินขึ้นเรือนมาโดยไม่รอเจ้าของบ้านอนุญาตตามประสาเพื่อนรักไม่นานนัก ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกช้า ๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของเสี่ยกรที่ทำให้กับวันชัยถึงกับตาค้าง ชายวัยกลางคนที่เคยเดินหลังตรง หน้าตาดุดันคุมลูกน้องนับสิบ บัดนี้กลับเดินกะเผลก ลากขาออกมาด้วยสภาพที่ดูแทบไม่ได้ ใบหน้าซีดเซียว ขอบตาคล้ำนิด ๆ แถมยังสวมเสื้อคอปิดมิดชิดจนผิดสังเกต“เฮ้ย! ไอ้กร มึงเป็นอะไรเนี่ย? ใครมาดักลอบทำร้ายมึงเมื่อคืนเหรอวะ หรือมึงไม่สบาย?” วันชัยรีบปรี่เข้าไปพยุงเพื่อนรักที่พยายามจะทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ด้วยความยากลำบาก“ไม่มีใครทำ... กูนี่แหละ... ทำตัวเอง” เสี่ยกรตอบเสียงแหบพร่า พลางกัดฟันสูดปากเมื่อความปวดแปลบแล่นริ้วขึ้นมาที่สะโพก“มึงพูดอะไรของมึงวะ ทำตัวเองอะไร...” วันชัยข
บทที่ 20 รางวัลนับจากวันที่เหล่าผู้ใหญ่ได้ทำข้อตกลงที่เรียบง่ายกาลเวลาก็เริ่มทำหน้าที่ถักทอสายใยความผูกพันของคนสองรุ่นให้เกี่ยวประสานกันจนเหนียวแน่นยิ่งขึ้น หน้าที่สารถีที่เคยเป็นของน้าวัน ถูกเปลี่ยนมือมาเป็นของเสี่ยกรอย่างเต็มตัวโดยสมบูรณ์ รถกระบะคันคุ้นตาที่เคยใช้ในตลาดวรเศรษฐ์ ตอนนี้กลับกลายเป็นยานพาหนะประจำตัวที่ใช้บรรทุกหัวใจและความห่วงใย เสี่ยกรทำหน้าที่รับ-ส่งกันต์ไปเรียนที่โรงเรียนทุกวี่วันไม่เคยขาดตกบกพร่อง ไม่ว่าจะแดดออกหรือฝนพรำ ภาพเจ้าของตลาดที่ยืนพิงหน้ารถรอเด็กหนุ่มเลิกเรียนกลายเป็นภาพชินตาของคนแถวนั้นวันเวลาล่วงเลยผ่านไปราวกับติดปีกบิน จากเด็กหนุ่มจอมกะล่อนที่มีดีแค่ความปากดีไปวันๆ กันต์เริ่มเติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่มที่มีความคิดความอ่านขึ้นตามวัย ความรักที่ใครหลายคนเคยสบประมาทและมองว่าเป็นเพียงไฟไหม้ฟางหรืออารมณ์ชั่ววูบของเด็กวัยคึกคะนอง กลับยังคงตั้งมั่นและมั่นคงยิ่งกว่าอะไรดีเสี่ยกรไม่ได้เพียงแค่ทำหน้าที่คนรัก แต่เขายังเป็นทั้งผู้ปกครอง พี่ชาย และที่ปรึกษา คอยประคับประคองและขัดเกลาจนไอ้ลูกหมาจอมซนกลายเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดและในที่สุด วันที่กันต์รอค
บทที่ 19 ลูกสะใภ้รุ่นเดียวกับพ่อหลังจากผ่านช่วงอารมณ์ของน้าวันมาได้เพียงชั่วครู่ กันต์ก็ปลีกตัวออกมานั่งที่ม้านั่งตรงชานเรือน แสงแดดยามสายเริ่มส่องสว่างแต่หัวใจของเขากลับเต้นระรัวด้วยความกังวล มือหนาสั่นน้อย ๆ ขณะกดเบอร์โทรศัพท์ออกหาปลายทางที่เขาเกรงใจที่สุดในชีวิต โดยมีเสี่ยกรยืนพิงกรอบประตูบ้านเฝ้ามองอยู่ไม่ห่าง แววตาคมกริบที่เคยดุดันบัดนี้มีเพียงความอาทรที่ส่งมอบให้เพื่อเป็นกำลังใจ“ฮัลโหล... แม่ครับ” กันต์กรอกเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่นลงไป ทันทีที่ปลายสายรับคำ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วอึดใจ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจพรั่งพรูความจริงที่หนักอึ้งออกมา “แม่... กันต์มีเรื่องจะสารภาพ คือตอนนี้กันต์คบกับ... คบกับลุงกร เพื่อนของน้าวันอยู่ครับ และเรา... เรามีอะไรกันแล้ว”“กะ... กันต์! ว่ายังไงนะลูก!” เสียงแม่ตะโกนลอดสายมาด้วยความตกใจสุดขีดจนกันต์ต้องผละโทรศัพท์ออกห่างหู “ไอ้กรเนี่ยนะ? เพื่อนไอ้วันน่ะเหรอ! โอ๊ย... กันต์ แม่จะบ้าตาย ทำไมทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังแบบนี้!”ในขณะที่แม่กำลังสติหลุด เสียงทุ้มต่ำและนิ่งสุขุมของพ่อก็ดังแทรกเข้ามา ดูเหมือนพ่อจะนั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา“เงียบก่อนแม่...
บทที่ 18 ความแตกเช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสาดส่องลอดผ่านรอยแยกของฝาบ้านไม้ วันชัยสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวพ่วงด้วยความมึนงงที่ตีรวนอยู่ในสมอง เขาพยายามลำดับเหตุการณ์ว่าทำไมตัวเองถึงลงมานอนกองอยู่ตรงชานเรือนหน้าบ้านในสภาพนี้ และที่น่าแปลกใจไปกว่านั้นคือ รถของไอ้กรเพื่อนรักของเขายังคงจอดสนิทอยู่ที่เดิม“เมาจนงงไปหมดแล้วกู...” วันชัยพึมพำกับตัวเองพลางลุกขึ้นเดินโซซัดโซเซเข้าไปในบ้าน เห็นแม่กำลังง่วนอยู่กับการทำกับข้าวในครัว“แม่... ไอ้กรล่ะ? แล้วไอ้กันต์ล่ะมันไปเรียนหรือยัง”“ยังเห็นเงียบอยู่เลยทั้งคู่นั่นแหละ” แม่ตอบเรียบ ๆ โดยไม่ได้หันมามองวันชัยขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เขาเดินจ้ำอ้าวไปที่ห้องนอนตัวเองเพื่อมองหาเพื่อน แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ใจเริ่มสั่นสังหรณ์ใจแปลก ๆ จึงเปลี่ยนทิศทางไปยังห้องนอนของหลานชายทันทีปัง! ปัง! ปัง!“ไอ้กันต์! ตื่นหรือยังวะ เอ็งจะนอนกินบ้านกินเมืองเหรอ!” วันชัยตะโกนเรียกพลางรัวหมัดใส่บานประตู ทว่าคนข้างในกลับนิ่งสนิท ไร้เสียงตอบรับด้วยความโมโหบวกกับความเป็นห่วงกลัวว่าใครจะเป็นอะไรไป วันชัยจึงตัดสินใจผลักประตูเข้าไปโดยไม่ได้ขออนุญาต และวินาทีนั้นเอง... โ
บทที่ 17 ลุงน่ารัก🔞🔥เมื่อได้รับคำอนุญาตที่แสนหวานจากคนใต้ร่าง กันต์ก็จุดยิ้มที่มุมปาก เขาหยัดกายขึ้นเพื่อจัดการสลัดอาภรณ์ของตนเองทิ้งไปจนร่างโปร่งเพรียวทว่าเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อนวลตาปรากฏสู่สายตาของคนแก่กว่า เด็กหนุ่มก้าวขึ้นไปที่ปลายเตียงอย่างใจเย็น สายตาที่ทอดมองมานั้นเปี่ยมไปด้วยความเสน่หามือเรียวคว้าจับข้อเท้าของเสี่ยกรไว้มั่น ก่อนจะก้มลงประทับรอยจูบลงบนหลังเท้าอย่างทะนุถนอมทว่ารุ่มร้อน ปลายลิ้นร้อนชื้นลากไล้ผ่านผิวเนื้อเนียนละเอียดขึ้นไปตามเรียวขาแกร่งอย่างอ้อยอิ่ง จนถึงจุดศูนย์กลางของความปรารถนาที่กำลังสั่นไหวไม่ต่างจากอารมณ์ของเจ้าของในยามนี้ความต้องการของคนใต้ร่างนั้นพรั่งพร้อม ทว่าเมื่อเทียบกันชัด ๆ ในระยะประชิด รสสัมผัสจากของเด็กหนุ่มกลับดูดุดันและโอ่อ่ากว่าตามสัญชาตญาณของวัยฉกรรจ์ที่กำลังพลุ่งพล่านประหนึ่งนักล่าที่เจอเหยื่ออันโอชะ เขามองภาพความแตกต่างนั้นด้วยสายตาพราวระยับ ก่อนจะเริ่มบทปรนเปรอจนทำให้คนมาดดุต้องลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะเขาโน้มกายลงจับเรียวขาทั้งสองให้แยกออกกว้างอย่างถือสิทธิ์ ก่อนจะก้มลงครอบครองความอ่อนไหวตรงหน้าด้วยริมฝีปากอุ่นร้อน กันต์บรรจงละเลียดโลมเ
บทที่ 16 ของน้องกันต์🔞🔥แสงอาทิตย์อัสดงลาลับขอบฟ้าไปพร้อมกับการมาถึงของรถกระบะคันคุ้นตาที่เลี้ยวเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้านไม้ ขณะที่เจ้าของบ้านกำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมโต๊ะไม้ที่ชานเรือนถึงกับชะงักไป เมื่อเห็นว่าใครก้าวลงมาจากรถพร้อมกับหลานชายตัวแสบ“เอ้า! ทำไมมึงมาพร้อมกับหลานกูได้วะไอ้กร” น้าวันถามพลางเลิกคิ้วมองเพื่อนรักอย่างสงสัย“กูเห็นมันยืนเก้อรอรถเมล์อยู่ที่ป้ายหน้าตลาด เลยรับขึ้นรถมาด้วยกันเนี่ยแหละ” เสี่ยกรโกหกหน้าตายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแอบชำเลืองมองเด็กหนุ่มที่เดินตามหลังมาด้วยรอยยิ้มกริ่ม“เออๆ ขอบใจมึงมาก... แล้วนี่ลมอะไรหอบมาถึงนี่ มีธุระอะไรป่าว”“ธุระไม่มี... แค่จะมาหาที่แดกเหล้าด้วยเฉยๆ”“เอ้อ! ดีเลย กูกำลังเปรี้ยวปากอยากหาเพื่อนชนแก้วอยู่พอดี” น้าวันหัวเราะร่วนพลางกวักมือเรียกเพื่อน “มาๆ นั่งก่อน เดี๋ยวกูไปทำกับแกล้มในครัวแป๊บ ส่วนมึงไอ้กันต์... ไปอาบน้ำอาบท่าซะ จะได้มาทำการบ้านให้เสร็จ”“ครับน้าวัน...” กันต์รับคำอย่างว่าง่าย แอบส่งสายตาซุกซนให้เสี่ยกรหนึ่งทีก่อนจะเลี่ยงตัวเข้าบ้านไปเวลาผ่านไปจนดึกดื่น บรรยากาศรอบชานเรือนถูกปกคลุมด้วยความเงียบของราตรี มีเพีย







