Masukเสี่ยครับ… ผมไม่เด็กแล้วนะถ้าจะเอา…ก็เอาให้สุด อย่ามาทำเป็นใจแข็ง เด็กขายหมูปากดีกับเสี่ยเจ้าของตลาดที่ขึ้นชื่อว่าไม่เคยใจอ่อนให้ใครแต่ดันมาแพ้ทางหมาเด็กคนเดียว…
Lihat lebih banyak“แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ”
มาล้อมวงกันเข้ามาจ้า! วันนี้กระผมจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเหล่าตัวละครที่จะมาสร้างความป่วน ชวนให้ใจสั่น ในบรรยากาศตลาดสดเมืองสุพรรณบุรีแห่งนี้กันครับ ภาษาในเรื่อง ในนิยายเรื่องนี้ ไรต์มีการใช้ภาษาที่ เรียบง่าย เป็นกันเอง และสมจริง ครับ มีการสอดแทรกคำหยาบคายบ้างตามวิถีวัยรุ่นและพ่อค้าแม่ค้าเพื่อให้ได้อรรถรส รวมถึงมี Dirty Talk ในฉากรักที่ร้อนแรงตามสไตล์คนคลั่งรัก เพื่อให้ทุกคนอินไปกับความสัมพันธ์ของเสี่ยกรและน้องกันต์แบบถึงพริกถึงขิงครับ! สถานที่ในเรื่อง สำหรับสถานที่หลักในนิยายเรื่องนี้คือ "อำเภอหนองหลวง จังหวัดสุพรรณบุรี" ครับ โดยเฉพาะที่ ตลาดวรเศรษฐ์ ซึ่งมีกลิ่นอายของตลาดสดบ้านทุ่งที่วุ่นวายแต่ก็อบอุ่น แต่บอกไว้ก่อนนะจ๊ะว่า เหตุการณ์และรายละเอียดต่างๆ ภายในเรื่อง เป็นเพียงจินตนาการที่ไรต์แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้นเด้อ ไม่ได้อ้างอิงจากบุคคลหรือเหตุการณ์จริง 100% อ่านเอาความฟินความนัวกันนะจ๊ะ! นายเอก: เสี่ยกร (ภากร) อายุ 45 ปี นิสัยของนายเอก : คนหนุ่มรุ่นใหญ่ใจนิ่งครับ! เป็นเจ้าของตลาดผู้ทรงอิทธิพลที่ดุ ขรึม และพูดน้อย เดินตลาดทีคนหลบเป็นแถว ไม่ชอบความวุ่นวายและไม่ชอบเด็กเป็นที่สุด แต่เห็นดุๆ แบบนี้ บอกเลยว่าถ้าได้เปิดใจเมื่อไหร่ เสือที่ว่าโหดก็กลายเป็นแมวใหญ่ให้เด็กเกาเถอะครับ พระเอก: กันต์ (กันตนกร) อายุ 18 ปี นิสัยของพระเอก : หมาเด็กสุดแสบจากเมืองกรุงครับ! นิสัยทะเล้น กวนตีน ปากไว และที่สำคัญคือขี้อ้อนน้องเป็นพวกยิ่งโดนดุยิ่งชอบแหย่ ไม่กลัวคนหน้าโหด แถมยังมีไม้ตายคือความอ้อนที่พร้อมจะพุ่งชนหัวใจคนแก่ให้ละลายครับ ⚠️ หมายเหตุจากนักเขียน นิยายเรื่องนี้เป็นความสัมพันธ์แบบ "Fast-paced & Spicy" ครับ เนื้อหาค่อนข้างสั้น เดินเรื่องไวทันใจ ไม่ยืดเยื้อ เน้นความกวนประสาทของหมาเด็กที่ค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในชีวิตของหนุ่มใหญ่ที่มีปมความเงียบเหงา สุดท้ายนี้ ไรต์ขอฝากนิยายขนาดกะทัดรัดเรื่อง "เสี่ยครับ... ผมไม่เด็กแล้ว" ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของทุกคนด้วยนะครับ นิยายเรื่องนี้อาจไม่ได้มีปมที่ซับซ้อน แต่อยากชวนให้ทุกคนมาพักสมอง ปล่อยใจไปกับความน่ารักปนกวนของน้องกันต์ และความใจอ่อนของเสี่ยกร อ่านแก้เครียด อ่านเอาฟินในวันว่าง ๆ ไรต์ก็ดีใจมากแล้วครับ หากชื่นชอบหรืออยากให้กำลังใจหมาเด็กกับเสือแก่คู่ป่วนคู่ดี ฝากกดหัวใจ กดติดตามนามปากกา Tawan miki หรือคอมเมนต์พูดคุยกันได้นะครับ ทุกเสียงของทุกคนคือกำลังใจที่สำคัญที่สุดของกระผมเลยจ้า! ขอให้สนุกกับความรักจี๊ดจ๊าดที่ตลาดวรเศรษฐ์นะคร้าบ!บทที่ 21 ตลอดไป(The End)เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสดใสสาดส่องลงมายังเรือนไม้หลังใหญ่ของเสี่ยกรที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมน้ำ บรรยากาศควรจะดูคึกคักเหมือนทุกวันที่เสี่ยต้องเตรียมตัวออกไปคุมตลาด แต่วันนี้กลับเงียบเชียบจนน้าวันที่ขับรถแวะมาหาถึงกับแปลกใจ“ไอ้กร! มึงอยู่ไหมเนี่ย จะมาคุยเรื่องจัดงานแต่งหลานกูสักหน่อย!” วันชัยตะโกนเรียกเสียงดังพลางเดินขึ้นเรือนมาโดยไม่รอเจ้าของบ้านอนุญาตตามประสาเพื่อนรักไม่นานนัก ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกช้า ๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของเสี่ยกรที่ทำให้กับวันชัยถึงกับตาค้าง ชายวัยกลางคนที่เคยเดินหลังตรง หน้าตาดุดันคุมลูกน้องนับสิบ บัดนี้กลับเดินกะเผลก ลากขาออกมาด้วยสภาพที่ดูแทบไม่ได้ ใบหน้าซีดเซียว ขอบตาคล้ำนิด ๆ แถมยังสวมเสื้อคอปิดมิดชิดจนผิดสังเกต“เฮ้ย! ไอ้กร มึงเป็นอะไรเนี่ย? ใครมาดักลอบทำร้ายมึงเมื่อคืนเหรอวะ หรือมึงไม่สบาย?” วันชัยรีบปรี่เข้าไปพยุงเพื่อนรักที่พยายามจะทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ด้วยความยากลำบาก“ไม่มีใครทำ... กูนี่แหละ... ทำตัวเอง” เสี่ยกรตอบเสียงแหบพร่า พลางกัดฟันสูดปากเมื่อความปวดแปลบแล่นริ้วขึ้นมาที่สะโพก“มึงพูดอะไรของมึงวะ ทำตัวเองอะไร...” วันชัยข
บทที่ 20 รางวัลนับจากวันที่เหล่าผู้ใหญ่ได้ทำข้อตกลงที่เรียบง่ายกาลเวลาก็เริ่มทำหน้าที่ถักทอสายใยความผูกพันของคนสองรุ่นให้เกี่ยวประสานกันจนเหนียวแน่นยิ่งขึ้น หน้าที่สารถีที่เคยเป็นของน้าวัน ถูกเปลี่ยนมือมาเป็นของเสี่ยกรอย่างเต็มตัวโดยสมบูรณ์ รถกระบะคันคุ้นตาที่เคยใช้ในตลาดวรเศรษฐ์ ตอนนี้กลับกลายเป็นยานพาหนะประจำตัวที่ใช้บรรทุกหัวใจและความห่วงใย เสี่ยกรทำหน้าที่รับ-ส่งกันต์ไปเรียนที่โรงเรียนทุกวี่วันไม่เคยขาดตกบกพร่อง ไม่ว่าจะแดดออกหรือฝนพรำ ภาพเจ้าของตลาดที่ยืนพิงหน้ารถรอเด็กหนุ่มเลิกเรียนกลายเป็นภาพชินตาของคนแถวนั้นวันเวลาล่วงเลยผ่านไปราวกับติดปีกบิน จากเด็กหนุ่มจอมกะล่อนที่มีดีแค่ความปากดีไปวันๆ กันต์เริ่มเติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่มที่มีความคิดความอ่านขึ้นตามวัย ความรักที่ใครหลายคนเคยสบประมาทและมองว่าเป็นเพียงไฟไหม้ฟางหรืออารมณ์ชั่ววูบของเด็กวัยคึกคะนอง กลับยังคงตั้งมั่นและมั่นคงยิ่งกว่าอะไรดีเสี่ยกรไม่ได้เพียงแค่ทำหน้าที่คนรัก แต่เขายังเป็นทั้งผู้ปกครอง พี่ชาย และที่ปรึกษา คอยประคับประคองและขัดเกลาจนไอ้ลูกหมาจอมซนกลายเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดและในที่สุด วันที่กันต์รอค
บทที่ 19 ลูกสะใภ้รุ่นเดียวกับพ่อหลังจากผ่านช่วงอารมณ์ของน้าวันมาได้เพียงชั่วครู่ กันต์ก็ปลีกตัวออกมานั่งที่ม้านั่งตรงชานเรือน แสงแดดยามสายเริ่มส่องสว่างแต่หัวใจของเขากลับเต้นระรัวด้วยความกังวล มือหนาสั่นน้อย ๆ ขณะกดเบอร์โทรศัพท์ออกหาปลายทางที่เขาเกรงใจที่สุดในชีวิต โดยมีเสี่ยกรยืนพิงกรอบประตูบ้านเฝ้ามองอยู่ไม่ห่าง แววตาคมกริบที่เคยดุดันบัดนี้มีเพียงความอาทรที่ส่งมอบให้เพื่อเป็นกำลังใจ“ฮัลโหล... แม่ครับ” กันต์กรอกเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่นลงไป ทันทีที่ปลายสายรับคำ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วอึดใจ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจพรั่งพรูความจริงที่หนักอึ้งออกมา “แม่... กันต์มีเรื่องจะสารภาพ คือตอนนี้กันต์คบกับ... คบกับลุงกร เพื่อนของน้าวันอยู่ครับ และเรา... เรามีอะไรกันแล้ว”“กะ... กันต์! ว่ายังไงนะลูก!” เสียงแม่ตะโกนลอดสายมาด้วยความตกใจสุดขีดจนกันต์ต้องผละโทรศัพท์ออกห่างหู “ไอ้กรเนี่ยนะ? เพื่อนไอ้วันน่ะเหรอ! โอ๊ย... กันต์ แม่จะบ้าตาย ทำไมทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังแบบนี้!”ในขณะที่แม่กำลังสติหลุด เสียงทุ้มต่ำและนิ่งสุขุมของพ่อก็ดังแทรกเข้ามา ดูเหมือนพ่อจะนั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา“เงียบก่อนแม่...
บทที่ 18 ความแตกเช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสาดส่องลอดผ่านรอยแยกของฝาบ้านไม้ วันชัยสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวพ่วงด้วยความมึนงงที่ตีรวนอยู่ในสมอง เขาพยายามลำดับเหตุการณ์ว่าทำไมตัวเองถึงลงมานอนกองอยู่ตรงชานเรือนหน้าบ้านในสภาพนี้ และที่น่าแปลกใจไปกว่านั้นคือ รถของไอ้กรเพื่อนรักของเขายังคงจอดสนิทอยู่ที่เดิม“เมาจนงงไปหมดแล้วกู...” วันชัยพึมพำกับตัวเองพลางลุกขึ้นเดินโซซัดโซเซเข้าไปในบ้าน เห็นแม่กำลังง่วนอยู่กับการทำกับข้าวในครัว“แม่... ไอ้กรล่ะ? แล้วไอ้กันต์ล่ะมันไปเรียนหรือยัง”“ยังเห็นเงียบอยู่เลยทั้งคู่นั่นแหละ” แม่ตอบเรียบ ๆ โดยไม่ได้หันมามองวันชัยขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เขาเดินจ้ำอ้าวไปที่ห้องนอนตัวเองเพื่อมองหาเพื่อน แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ใจเริ่มสั่นสังหรณ์ใจแปลก ๆ จึงเปลี่ยนทิศทางไปยังห้องนอนของหลานชายทันทีปัง! ปัง! ปัง!“ไอ้กันต์! ตื่นหรือยังวะ เอ็งจะนอนกินบ้านกินเมืองเหรอ!” วันชัยตะโกนเรียกพลางรัวหมัดใส่บานประตู ทว่าคนข้างในกลับนิ่งสนิท ไร้เสียงตอบรับด้วยความโมโหบวกกับความเป็นห่วงกลัวว่าใครจะเป็นอะไรไป วันชัยจึงตัดสินใจผลักประตูเข้าไปโดยไม่ได้ขออนุญาต และวินาทีนั้นเอง... โ





