Partager

บทที่ 4 เจออีกแล้ว

Auteur: Tawan miki
last update Date de publication: 2026-02-25 10:43:51

บทที่ 4 เจออีกแล้ว

รถกระบะคู่ใจของน้าวันเลี้ยวเข้าจอดในโซนขนส่งหลังตลาดวรเศรษฐ์ที่เนืองแน่นไปด้วยรถบรรทุกผักและเขียงหมูเจ้าอื่น กันต์กระโดดลงจากรถพลางสะดุ้งสุดตัวเมื่อมวลอากาศเย็นยะเยือกยามเช้าพุ่งเข้าปะทะผิว กลิ่นคาวสดของเนื้อสัตว์และกลิ่นฉุนของเครื่องเทศนานาชนิดลอยมาตามลมจนเขาต้องย่นจมูก ร่างโปร่งแบกถังพลาสติกหนักอึ้งเดินตามน้าวันเข้าสู่แผงหมูเบอร์ 09 ด้วยท่าทางทุลักทุเล

ตั้งแต่เข็มนาฬิกาชี้เลขสามจนล่วงเข้าสู่เจ็ดโมงเช้า กันต์แทบจะไม่ได้พักหายใจ เด็กหนุ่มที่เคยหยิบจับแต่ปากกาและจอยเกมจำต้องแปลงร่างเป็นลูกมือสารพัดประโยชน์ เดี๋ยวช่วยสับหมู ส่งของให้ลูกค้าจนหัวหมุน ไหนจะยกถังน้ำแข็งใบเขื่องจนเสื้อยืดตัวบางเปียกชุ่มไปด้วยน้ำและหยาดเหงื่อ

“โว้ยยย! อยากกลับบ้านแล้ว น้า... ผมง่วงนอนตาจะปิดแล้วเนี่ย!” กันต์โวยวายออกมาอย่างเหลืออด ขณะที่ทิ้งตัวลงนั่งบนลังพลาสติกพรางปาดเหงื่อบนหน้าผากทิ้งอย่างหงุดหงิด

“เออๆ ข้ารู้แล้ว ข้าก็เมื่อยเหมือนกันนั่นแหละ เดี๋ยวเก้าโมงก็เก็บร้านกลับบ้านแล้ว” น้าวันตอบพลางใช้ผ้าขี้ริ้วเช็ดเขียงไม้ใบใหญ่โดยไม่หันมามอง

“กลับแล้วไม่มาแล้วนะรอบเย็นอ่ะ ผมไม่เอาด้วยแล้วนะน้า!” กันต์รีบพูดดักคอไว้ทันควัน เพราะรู้ซึ้งถึงกิตติศัพท์ความขยันของน้าชายที่ชอบลากยาวมาขายรอบเย็นด้วย

“เออ... ข้ารู้แล้ว ต่อไปข้าจะปรับมาขายแค่รอบเช้ารอบเดียวก็ได้ เห็นแก่เองหรอกนะเนี่ย”

“ดีเหมือนกันน้า น้าจะได้พัก ผมจะได้นอน” กันต์ฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความหวัง

“ดีกับผีน่ะสิ! ข้าขาดรายได้ไปตั้งเท่าไหร่รู้ไหมไอ้ตัวแสบ” น้าวันค้อนขวับเข้าให้

“โห... ขาดรายได้ก็น้าก็ไปขอจากแม่ผมสิ รายนั้นน่ะรวยจะตายไป”

“ไอ้นี่! ข้าไม่ใช่ลูกแงแบบเองนะเว้ยที่จะได้แบมือขอเงินแม่ใช้ไปวันๆ ข้ามันคนทำมาหากิน” น้าวันสวนกลับน้ำเสียงเข้มข้นแต่แฝงความเอ็นดู

“น้าอ่ะ... ใจร้ายกับน้องกันต์จัง” กันต์ทำปากยื่นพึมพำด้วยน้ำเสียงแง่งอนหงอยๆ ท่าไม้ตายที่ใช้ได้ผลกับแม่เสมอ แต่น้าวันกลับเบือนหน้าหนีพลางล้วงเป๋าเงินออกมา

“พูดมากนักนะเองเนี่ย... เอ้า! เอาเงินนี่ไปหาซื้อขนมกินไป จะได้หยุดปากเสียที”

“จริงเหรอน้า! น้าวันใจดีที่สุดในโลกเลย!” แววตาที่เคยหงอยเหงาประกายวับขึ้นมาทันทีราวกับจุดพลุ

“เอ้า... นี่ค่าแรงแกวันนี้ 300 บาท เก็บไว้ให้ดีล่ะ เงินน้ำพักน้ำแรงตัวเองทั้งนั้น” น้าวันส่งธนบัตรให้หลานชาย

“ขอบคุณครับน้าวัน!” กันต์รีบพนมมือไหว้สวยอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ก่อนจะรับเงินมาสะบัดโชว์อย่างภูมิใจ แล้วขยับขากางเกงขาสั้นรีบเดินลิ่วออกไปหาของกินในตลาดทันทีเด็กหนุ่มเดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ท่ามกลางสายตาของแม่ค้าที่มองตามความหล่อใสของเด็กเมืองกรุงอย่างนึกเอ็นดู

ทว่าในจังหวะที่เขากำลังเดินฮัมเพลงผ่านซอกตึกแถวซึ่งเป็นมุมอับสายตา หางตากลับเหลือบไปเห็นกลุ่มชายชุดดำฉกรรจ์สามสี่คนกำลังรุมล้อมซ้อมชายวัยรุ่นคนหนึ่งจนหมอบลงกับพื้น เสียงตุบตับและเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดทำเอาสัญชาตญาณความใจร้อนของเด็กหนุ่มทำงานทันที

“เฮ้ย! ทำอะไรกันน่ะ!” กันต์ตะโกนออกไปสุดเสียงด้วยความสงสัยระคนอยากรู้อยากเห็นตามประสาวัยรุ่นที่รักความยุติธรรมและขี้เผือกเป็นทุนเดิม

แต่กลับไม่มีใครหันมาสนใจคำทักท้วงของเขา กันต์จึงตัดสินใจขยับเท้าจะเข้าไปห้ามทัพด้วยตัวเอง ทว่ายังไม่ทันจะได้ก้าวพ้นขอบตึก...

หมับ!

“เฮ้ย! ใครวะ ปล่อย!” กันต์ร้องเสียงหลงเมื่อจู่ๆ สัมผัสหนักหน่วงจากมือปริศนาก็คว้าเข้าที่คอเสื้อด้านหลังจนตัวเขาลอยหวือถอยกรูดออกมา

“มานี่...” น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นเหนือศีรษะ ก่อนที่ร่างโปร่งจะถูกลากกระชากให้หันกลับไปเผชิญหน้า

“ลุง!!!” กันต์ตาโตเท่าไข่ห่าน ความตกใจทำเอาเขาลืมความโกรธเมื่อครู่ไปจนสิ้น เขาจำใบหน้าคมเข้มและดวงตาดุจัดคู่นี้ได้แม่นยำ... คนที่เขาวิ่งชนจนอกสั่นขวัญแขวนที่กรุงเทพฯ!

“รู้จักฉันด้วยเหรอ?” ภากร หรือ เสี่ยกร เจ้าของตลาดผู้ทรงอิทธิพลจ้องมองเด็กตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย

“เอ้าลุง! จำผมไม่ได้จริงดิ?” กันต์ถามกลับอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ตัวเขาออกจะโดดเด่นปานนี้

“ถ้าจำได้ ฉันจะถามเธอไหม” ชายวัยกลางคนย้อนกลับนิ่งๆ จนกันต์หน้ามุ่ย

“ก็คนที่ชนลุงที่ห้างไง จำได้ไหม!” กันต์พยายามรื้อฟื้นความจำพลางขยับเข้าไปใกล้จนแทบจะชิดอกแกร่งอีกรอบ

“จำไม่ได้... แล้วเธอมาเสือกเรื่องอะไรของคนอื่นเขา” เสี่ยกรตัดบทด้วยคำถามที่ทำเอาคนฟังสะอึก

“โธ่ลุง... พูดจาทำร้ายจิตใจกันจัง เสียใจนะเนี่ยที่จำกันไม่ได้” กันต์ทำหน้าเศร้าสร้อย แสร้งบีบน้ำตาแบบฉบับเด็กขี้อ้อน

“อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง... ออกไปจากตรงนี้ซะ มันไม่ใช่ที่ของเด็กอย่างเธอ” เสี่ยกรแสดงสีหน้าเซ็งจัดเมื่อเจอเด็กพูดจาเลอะเทอะไม่รู้ความ

“ไม่ได้หรอกลุง ผมจะไปช่วยพี่คนนั้น เขาโดนรุมนะลุงไม่เห็นเหรอ” กันต์ยังคงดื้อแพ่ง พยายามจะมุดตัวออกจากวงแขนแกร่งเพื่อกลับไปที่ซอกตึก

“ไปช่วยมันทำไม... ในเมื่อมันเป็นคนไม่ดี” เสี่ยกรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ใบหน้าคมนิ่งสนิทจนน่าขนลุก

“ลุงรู้ได้ไงว่าเขาไม่ดี ลุงเป็นโคนันเหรอไง” กันต์เอียงคอถามอย่างสงสัย

“ก็ฉันเป็นคนสั่งลูกน้องให้จัดการมันเอง”

คำตอบสั้นๆ เรียบๆ จากปากคนตรงหน้าทำเอากันต์ถึงกับหน้าเหวอ อ้าปากค้างจนคำพูดที่จะเถียงกลืนหายลงคอไปทันที

“ลุง!!!”

“รู้แล้วก็กลับไปหาพ่อแม่เธอซะ อย่าให้ฉันต้องสั่งลูกน้องมาลากตัวเธอออกไปอีกคน” เสี่ยกรเอ่ยไล่อย่างไม่ใยดี

“ก็ได้... แต่มีข้อแม้ ลุงต้องเดินไปส่งผมหน่อย”

กันต์เปลี่ยนโหมดจากอาการหน้าเหวอมาเป็นส่งสายตาแพรวพราว ยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยใส่ชายรุ่นพ่ออย่างไม่นึกกลัวเกรงอาวุธในมือลูกน้องที่ยืนคุมเชิงอยู่รอบข้างแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่าภายใต้หน้ากากที่ดุดันของคนตรงหน้า มีบางอย่างที่น่าดึงดูดใจจนอยากจะขยับเข้าไปใกล้มากกว่านี้

“เป็นง่อยหรือไง เดินเองไม่ได้?” ภากรขมวดคิ้วมุ่นพลางถามเสียงเรียบ แต่กระนั้นเขาก็ยังไม่ยอมขยับหนีไปไหน

“น้องกันต์ไม่ได้เป็นง่อยครับ แต่อยากให้คนสวย... เอ๊ย! อยากให้ลุงไปส่งมากกว่า” กันต์จงใจลากเสียงยาวแกล้งหลุดปากเรียกอีกฝ่ายด้วยสรรพนามที่ทำเอาเหล่าลูกน้องชุดดำที่ยืนอยู่ไกลๆ ถึงกับสำลักน้ำลาย หันขวับมามองเด็กเมื่อวานซืนที่กล้ากระตุกหนวดเสือเจ้าของตลาด

“น้องกันต์!?” เสี่ยกรทวนคำชื่อนั้นออกมาอย่างเหลือเชื่อในความหน้าด้านหน้าทน

“แทนตัวเองว่าน้องกันต์? อายุเท่าไหร่กันเราน่ะ หึ?”

“สิบแปดครับ... อยู่ในวัยกำลังกินกำลังนอน แล้วก็น่าเอ็นดูมากด้วย ลุงว่าชื่อนี้ไม่น่ารักเหรอครับ?” กันต์เอียงคอถามพลางช้อนตาขึ้นมองอย่างจงใจอ้อน แววตานั้นระยิบระยับปานดวงดาว

“น่ารัก... อย่างกับเด็กโข่งสิไม่ว่า” เสี่ยกรแค่นหัวเราะในลำคอ แต่สายตากลับเผลอจ้องมองใบหน้าใสซื่อที่แฝงความเจ้าเล่ห์นั้นอยู่นานเกินจำเป็น

“เห็นตัวบางๆ แบบนี้ผมก็อุ้มลุงไหวหน่า... อยากลองทดสอบแรงแขนเด็ก ม.6 ไหมล่ะครับ?” กันต์ขยิบตาให้หนึ่งทีพลางกวาดสายตามองสำรวจร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดีของคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ปิดความปรารถนาไม่มิด

“เพ้อเจ้อ!” เสี่ยกรตะคอกกลับเสียงเข้ม แม้ใบหน้าจะยังคงนิ่งขรึมและดูดุดัน แต่ริ้วสีแดงจางๆ ที่ลามไปถึงใบหูหนากลับไม่พ้นสายตาของเด็กช่างสังเกตอย่างกันต์

‘หึ... ลุงเขินว่ะ น่ารักฉิบหาย’ กันต์คิดในใจอย่างลำพอง

“แล้วสรุปจะไปส่งไหมล่ะครับ? ถือว่าทำบุญทำทานกับเด็กหลงทางที่เพิ่งจะทำงานหนักจนเข่าอ่อนมาตั้งแต่เช้า” กันต์แสร้งทำท่าขาสั่นประกอบคำพูด

“เออ! ไปสิ เดี๋ยวเดินไปส่งให้ถึงที่ จะได้เลิกพูดมากพล่ามเรื่องไร้สาระเสียที” เสี่ยกรสะบัดหน้าหนีแล้วเดินนำออกไป ทิ้งระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าว ท่าทางการเดินที่ดูมั่นคงและน่าเกรงขามนั้นกลับทำให้คนมองรู้สึกหลงไหลอย่างน่าประหลาดใจ

กันต์ลอบยิ้มกว้าง เขาเดินตามแผ่นหลังกว้างของคนเบื้องหน้าไปพลางฮัมเพลงอย่างรื่นเริง สายตาก็จ้องมองแผ่นหลังแน่นหนาที่ตัดกับแสงไฟในตลาดสดไปตลอดทาง... ดูเหมือนว่าการถูกเนรเทศมาสุพรรณบุรีครั้งนี้ จะมีเรื่องที่นุ่มฟูและตื่นเต้นกว่าการนั่งเฝ้าเขียงหมูเสียอีก

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว   บทที่ 21 ตลอดไป(The End)

    บทที่ 21 ตลอดไป(The End)เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสดใสสาดส่องลงมายังเรือนไม้หลังใหญ่ของเสี่ยกรที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมน้ำ บรรยากาศควรจะดูคึกคักเหมือนทุกวันที่เสี่ยต้องเตรียมตัวออกไปคุมตลาด แต่วันนี้กลับเงียบเชียบจนน้าวันที่ขับรถแวะมาหาถึงกับแปลกใจ“ไอ้กร! มึงอยู่ไหมเนี่ย จะมาคุยเรื่องจัดงานแต่งหลานกูสักหน่อย!” วันชัยตะโกนเรียกเสียงดังพลางเดินขึ้นเรือนมาโดยไม่รอเจ้าของบ้านอนุญาตตามประสาเพื่อนรักไม่นานนัก ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกช้า ๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของเสี่ยกรที่ทำให้กับวันชัยถึงกับตาค้าง ชายวัยกลางคนที่เคยเดินหลังตรง หน้าตาดุดันคุมลูกน้องนับสิบ บัดนี้กลับเดินกะเผลก ลากขาออกมาด้วยสภาพที่ดูแทบไม่ได้ ใบหน้าซีดเซียว ขอบตาคล้ำนิด ๆ แถมยังสวมเสื้อคอปิดมิดชิดจนผิดสังเกต“เฮ้ย! ไอ้กร มึงเป็นอะไรเนี่ย? ใครมาดักลอบทำร้ายมึงเมื่อคืนเหรอวะ หรือมึงไม่สบาย?” วันชัยรีบปรี่เข้าไปพยุงเพื่อนรักที่พยายามจะทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ด้วยความยากลำบาก“ไม่มีใครทำ... กูนี่แหละ... ทำตัวเอง” เสี่ยกรตอบเสียงแหบพร่า พลางกัดฟันสูดปากเมื่อความปวดแปลบแล่นริ้วขึ้นมาที่สะโพก“มึงพูดอะไรของมึงวะ ทำตัวเองอะไร...” วันชัยข

  • เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว   บทที่ 20 รางวัล

    บทที่ 20 รางวัลนับจากวันที่เหล่าผู้ใหญ่ได้ทำข้อตกลงที่เรียบง่ายกาลเวลาก็เริ่มทำหน้าที่ถักทอสายใยความผูกพันของคนสองรุ่นให้เกี่ยวประสานกันจนเหนียวแน่นยิ่งขึ้น หน้าที่สารถีที่เคยเป็นของน้าวัน ถูกเปลี่ยนมือมาเป็นของเสี่ยกรอย่างเต็มตัวโดยสมบูรณ์ รถกระบะคันคุ้นตาที่เคยใช้ในตลาดวรเศรษฐ์ ตอนนี้กลับกลายเป็นยานพาหนะประจำตัวที่ใช้บรรทุกหัวใจและความห่วงใย เสี่ยกรทำหน้าที่รับ-ส่งกันต์ไปเรียนที่โรงเรียนทุกวี่วันไม่เคยขาดตกบกพร่อง ไม่ว่าจะแดดออกหรือฝนพรำ ภาพเจ้าของตลาดที่ยืนพิงหน้ารถรอเด็กหนุ่มเลิกเรียนกลายเป็นภาพชินตาของคนแถวนั้นวันเวลาล่วงเลยผ่านไปราวกับติดปีกบิน จากเด็กหนุ่มจอมกะล่อนที่มีดีแค่ความปากดีไปวันๆ กันต์เริ่มเติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่มที่มีความคิดความอ่านขึ้นตามวัย ความรักที่ใครหลายคนเคยสบประมาทและมองว่าเป็นเพียงไฟไหม้ฟางหรืออารมณ์ชั่ววูบของเด็กวัยคึกคะนอง กลับยังคงตั้งมั่นและมั่นคงยิ่งกว่าอะไรดีเสี่ยกรไม่ได้เพียงแค่ทำหน้าที่คนรัก แต่เขายังเป็นทั้งผู้ปกครอง พี่ชาย และที่ปรึกษา คอยประคับประคองและขัดเกลาจนไอ้ลูกหมาจอมซนกลายเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดและในที่สุด วันที่กันต์รอค

  • เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว   บทที่ 19 ลูกสะใภ้รุ่นเดียวกับพ่อ

    บทที่ 19 ลูกสะใภ้รุ่นเดียวกับพ่อหลังจากผ่านช่วงอารมณ์ของน้าวันมาได้เพียงชั่วครู่ กันต์ก็ปลีกตัวออกมานั่งที่ม้านั่งตรงชานเรือน แสงแดดยามสายเริ่มส่องสว่างแต่หัวใจของเขากลับเต้นระรัวด้วยความกังวล มือหนาสั่นน้อย ๆ ขณะกดเบอร์โทรศัพท์ออกหาปลายทางที่เขาเกรงใจที่สุดในชีวิต โดยมีเสี่ยกรยืนพิงกรอบประตูบ้านเฝ้ามองอยู่ไม่ห่าง แววตาคมกริบที่เคยดุดันบัดนี้มีเพียงความอาทรที่ส่งมอบให้เพื่อเป็นกำลังใจ“ฮัลโหล... แม่ครับ” กันต์กรอกเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่นลงไป ทันทีที่ปลายสายรับคำ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วอึดใจ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจพรั่งพรูความจริงที่หนักอึ้งออกมา “แม่... กันต์มีเรื่องจะสารภาพ คือตอนนี้กันต์คบกับ... คบกับลุงกร เพื่อนของน้าวันอยู่ครับ และเรา... เรามีอะไรกันแล้ว”“กะ... กันต์! ว่ายังไงนะลูก!” เสียงแม่ตะโกนลอดสายมาด้วยความตกใจสุดขีดจนกันต์ต้องผละโทรศัพท์ออกห่างหู “ไอ้กรเนี่ยนะ? เพื่อนไอ้วันน่ะเหรอ! โอ๊ย... กันต์ แม่จะบ้าตาย ทำไมทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังแบบนี้!”ในขณะที่แม่กำลังสติหลุด เสียงทุ้มต่ำและนิ่งสุขุมของพ่อก็ดังแทรกเข้ามา ดูเหมือนพ่อจะนั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา“เงียบก่อนแม่...

  • เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว   บทที่ 18 ความแตก

    บทที่ 18 ความแตกเช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสาดส่องลอดผ่านรอยแยกของฝาบ้านไม้ วันชัยสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวพ่วงด้วยความมึนงงที่ตีรวนอยู่ในสมอง เขาพยายามลำดับเหตุการณ์ว่าทำไมตัวเองถึงลงมานอนกองอยู่ตรงชานเรือนหน้าบ้านในสภาพนี้ และที่น่าแปลกใจไปกว่านั้นคือ รถของไอ้กรเพื่อนรักของเขายังคงจอดสนิทอยู่ที่เดิม“เมาจนงงไปหมดแล้วกู...” วันชัยพึมพำกับตัวเองพลางลุกขึ้นเดินโซซัดโซเซเข้าไปในบ้าน เห็นแม่กำลังง่วนอยู่กับการทำกับข้าวในครัว“แม่... ไอ้กรล่ะ? แล้วไอ้กันต์ล่ะมันไปเรียนหรือยัง”“ยังเห็นเงียบอยู่เลยทั้งคู่นั่นแหละ” แม่ตอบเรียบ ๆ โดยไม่ได้หันมามองวันชัยขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เขาเดินจ้ำอ้าวไปที่ห้องนอนตัวเองเพื่อมองหาเพื่อน แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ใจเริ่มสั่นสังหรณ์ใจแปลก ๆ จึงเปลี่ยนทิศทางไปยังห้องนอนของหลานชายทันทีปัง! ปัง! ปัง!“ไอ้กันต์! ตื่นหรือยังวะ เอ็งจะนอนกินบ้านกินเมืองเหรอ!” วันชัยตะโกนเรียกพลางรัวหมัดใส่บานประตู ทว่าคนข้างในกลับนิ่งสนิท ไร้เสียงตอบรับด้วยความโมโหบวกกับความเป็นห่วงกลัวว่าใครจะเป็นอะไรไป วันชัยจึงตัดสินใจผลักประตูเข้าไปโดยไม่ได้ขออนุญาต และวินาทีนั้นเอง... โ

  • เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว   บทที่ 17 ลุงน่ารัก🔞🔥

    บทที่ 17 ลุงน่ารัก🔞🔥เมื่อได้รับคำอนุญาตที่แสนหวานจากคนใต้ร่าง กันต์ก็จุดยิ้มที่มุมปาก เขาหยัดกายขึ้นเพื่อจัดการสลัดอาภรณ์ของตนเองทิ้งไปจนร่างโปร่งเพรียวทว่าเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อนวลตาปรากฏสู่สายตาของคนแก่กว่า เด็กหนุ่มก้าวขึ้นไปที่ปลายเตียงอย่างใจเย็น สายตาที่ทอดมองมานั้นเปี่ยมไปด้วยความเสน่หามือเรียวคว้าจับข้อเท้าของเสี่ยกรไว้มั่น ก่อนจะก้มลงประทับรอยจูบลงบนหลังเท้าอย่างทะนุถนอมทว่ารุ่มร้อน ปลายลิ้นร้อนชื้นลากไล้ผ่านผิวเนื้อเนียนละเอียดขึ้นไปตามเรียวขาแกร่งอย่างอ้อยอิ่ง จนถึงจุดศูนย์กลางของความปรารถนาที่กำลังสั่นไหวไม่ต่างจากอารมณ์ของเจ้าของในยามนี้ความต้องการของคนใต้ร่างนั้นพรั่งพร้อม ทว่าเมื่อเทียบกันชัด ๆ ในระยะประชิด รสสัมผัสจากของเด็กหนุ่มกลับดูดุดันและโอ่อ่ากว่าตามสัญชาตญาณของวัยฉกรรจ์ที่กำลังพลุ่งพล่านประหนึ่งนักล่าที่เจอเหยื่ออันโอชะ เขามองภาพความแตกต่างนั้นด้วยสายตาพราวระยับ ก่อนจะเริ่มบทปรนเปรอจนทำให้คนมาดดุต้องลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะเขาโน้มกายลงจับเรียวขาทั้งสองให้แยกออกกว้างอย่างถือสิทธิ์ ก่อนจะก้มลงครอบครองความอ่อนไหวตรงหน้าด้วยริมฝีปากอุ่นร้อน กันต์บรรจงละเลียดโลมเ

  • เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว   บทที่ 16 ของน้องกันต์🔞🔥

    บทที่ 16 ของน้องกันต์🔞🔥แสงอาทิตย์อัสดงลาลับขอบฟ้าไปพร้อมกับการมาถึงของรถกระบะคันคุ้นตาที่เลี้ยวเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้านไม้ ขณะที่เจ้าของบ้านกำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมโต๊ะไม้ที่ชานเรือนถึงกับชะงักไป เมื่อเห็นว่าใครก้าวลงมาจากรถพร้อมกับหลานชายตัวแสบ“เอ้า! ทำไมมึงมาพร้อมกับหลานกูได้วะไอ้กร” น้าวันถามพลางเลิกคิ้วมองเพื่อนรักอย่างสงสัย“กูเห็นมันยืนเก้อรอรถเมล์อยู่ที่ป้ายหน้าตลาด เลยรับขึ้นรถมาด้วยกันเนี่ยแหละ” เสี่ยกรโกหกหน้าตายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแอบชำเลืองมองเด็กหนุ่มที่เดินตามหลังมาด้วยรอยยิ้มกริ่ม“เออๆ ขอบใจมึงมาก... แล้วนี่ลมอะไรหอบมาถึงนี่ มีธุระอะไรป่าว”“ธุระไม่มี... แค่จะมาหาที่แดกเหล้าด้วยเฉยๆ”“เอ้อ! ดีเลย กูกำลังเปรี้ยวปากอยากหาเพื่อนชนแก้วอยู่พอดี” น้าวันหัวเราะร่วนพลางกวักมือเรียกเพื่อน “มาๆ นั่งก่อน เดี๋ยวกูไปทำกับแกล้มในครัวแป๊บ ส่วนมึงไอ้กันต์... ไปอาบน้ำอาบท่าซะ จะได้มาทำการบ้านให้เสร็จ”“ครับน้าวัน...” กันต์รับคำอย่างว่าง่าย แอบส่งสายตาซุกซนให้เสี่ยกรหนึ่งทีก่อนจะเลี่ยงตัวเข้าบ้านไปเวลาผ่านไปจนดึกดื่น บรรยากาศรอบชานเรือนถูกปกคลุมด้วยความเงียบของราตรี มีเพีย

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status